มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 473
ยูซานอาผละออกไปจากสมรภูมิเพื่อวิ่งเข้าไปช่วยเด็กๆ ส่งผลให้ดีบัฟ
มิติเวลาที่คอยขัดขวางอูรีเอลแห่งรอบที่ 999 เอาไว้อ่อนแอลงไป
ฮูม!
เธอได้พลังกลับมาหลังจากถูกสะกดไว้ในช่วงเวลาสั้นๆ
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 หัวเราะออกมาหลังจากได้เห็นภาพนั้น
[[ว้าว จะเกิดอะไรขึ้นนะถ้าฉันไม่ช่วย?]]
[[หุบปากไปซะ เมื่อข้าหานักเขียนลับเจอ เจ้าจะเป็นรายต่อไป]]
เธอถลึงตามองคิมนัมอุน และจากนั้นก็เหวี่ยงเพลิงแห่งวิบากกรรม
ของเธอเข้าใส่สมรภูมิ
ฝ่ายตรงข้ามของเธอคือซุนหงอคง กระบองทองของเขากวัดแกว่งไป
รอบๆ เพื่อป้องกันการโจมตีด้วยดาบของเธอ คิมนัมอุนเฝ้ามองหงอคง
ปะมือกับราชาเทพเจ้าภายนอกอย่างสูสีและประทับใจกับภาพนี้มาก
สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขายิ่งกว่าก็คือออร่าสีดำสนิทซึ่งแผ่ออกมา
จากร่างของหงอคง
[[สถานะแห่งความโกลาหล? หมอนี่ก็กลายเป็นเทพเจ้าภายนอกไป
ด้วยเหรอ?]]
[[…พูดให้ถูกยิ่งกว่านั้น มันดูเหมือนว่าร่างๆ หนึ่งของเขาจะกลายเป็น
เทพเจ้าภายนอกซะมากกว่า]]
[[ฮ่าฮ่าฮ่า มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเส้นโลกนี้กัน?]]
[[ข้าจะจัดการกับเขาเอง ดังนั้นไอ้เจ้าบ้า เจ้าไปจัดการกับพวกแมลง
พวกนั้นและราชาแห่งยมโลกซะ]]
[[เหอะ ฉันเองก็อยากจะลองวัดกับหงอคงดูบ้างนะ]]
บางทีเขาอาจจะโมโหกับถ้อยคำที่ได้ยิน หงอคงคำรามออกมาและ
ระเบิดพลังเวทมนตร์ของเขาออกมา ออร่าสีทองเข้าปกคลุมท้องฟ้า
ทั้งหมดและกดดันการโจมตีของเพลิงทมิฬกลับไปชั่วขณะ
น่าเสียดาย เขาเองก็ต้องเจอกับผลที่ตามมาจากการระเบิดพลังออก
มาเหมือนกัน
[…บ้าเอ้ย ตั้งสติหน่อยเส้!]
ดูเหมือนว่าเรื่องราวต่างๆ ของหงอคงที่ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ชั่วคราวสำหรับเหตุการณ์นี้จะกำลังปะทะกันเอง และในตอนนี้ เขาก็
ค่อยๆ ถูกกดดันกลับมาจากการโจมตีของอูรีเอลแห่งรอบที่ 999
กลุ่มดาวระดับเทวะถูกกดดันกลับมาเรื่อยๆ ส่วนสถานการณ์ทางฝั่ง
ของฮาเดสนั้นกลับเลวร้ายซะยิ่งกว่า
ครืน!!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด การต่อสู้ของฮาเดสนั้นดูยากลำบากมาก
[[ฮ่าฮ่าฮ่า! ราชาแห่งยมโลก หนึ่งในสามมหาเทพแห่งโอลิมปัสทำได้
แค่นี้เองเหรอ?]]
ฮาเดสขมวดคิ้วและกวัดแกว่งเคียวของเขาอย่างเงียบๆ ต่อ แต่เขาก็
ยังถูกกดดันกลับมา บังคับให้เพอร์เซโฟนีที่อยู่ข้างหลังซึ่งกำลังบอก
เล่ามหาเรื่องราวอยู่ต้องก้าวออกมาข้างหน้า
[เจ้าไม่รู้เหรอ? ดวงวิญญาณของเจ้าในเส้นโลกนี้ติดอยู่ในยมโลกอยู่]
[[พูดบ้าอะไรน่ะ? ทำไมฉันต้องติดอยู่ที่นั่นด้วย?]]
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 หงุดหงิดและสาดเพลิงทมิฬจำนวน
มหาศาลออกมาในทันที่ ฮาเดสติดอยู่ในการโจมตีที่สามารถ
หลอมละลายมิติได้ และร่างขนาดใหญ่ยักษ์ของเขาก็กระแทกลงไป
กับมหาสมุทร
ฮันซูยองตัวสั่น นั่นคือเพลิงทมิฬที่เธอคุ้นเคยแน่ๆ แต่มันต้องฝึกฝน
อยู่นานแค่ไหนกันเพื่อให้ควบคุมมันได้ในระดับนั้น?
[[แปลกจัง เธอกำลังจะบอกว่าเพลิงทมิฬเลือกคนอย่างเธอเป็น
อวตารงั้นเหรอ?]]
เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 ก็มาอยู่ตรงหน้าของเธอ
แล้ว
ฮันซูยองสะดุ้ง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ถอยไป มือของเขาก็ขยับเข้ามา
หาเธอแล้ว ในช่วงเวลาที่เธอตระหนักได้ว่ามันสายเกินไปที่จะหลบ
ประกายแสงก็ระเบิดออกมาจากอากาศ และมือของเขาก็กระเด็นออก
ไป
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ คำรามออกมา]
[[…โอ้ อะไรกันอีก? ฉันสิตัวจริง มังกรเพลิงทมิฬ]]
ดวงตาของคิมนัมอุนโค้งขึ้นอย่างอ่อนโยนราวกับว่าเขากำลังรับมือกับ
ลูกหมาน้อยน่ารัก
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ ประกาศว่า “ไอ้บ้าอย่างแก
ไม่ใช่อวตารของข้า”]
[[อะฮ้า งั้นนายก็ได้รถคันใหม่แล้วสินะ?]] ประกายความบ้าคลั่งลอด
ผ่านสายตาของคิมนัมอุน [[ถ้าอย่างนั้น ฉันก็คิดว่าฉันน่าจะเปลี่ยนมัน
ให้เป็นเศษขยะก่อนละกัน]]
ตู้ม!
ระเบิดที่บังเกิดขึ้นตรงหน้าของเธอทำให้ร่างของฮันซูยองกระเด็น
ออกไป เธอพยายามลดแรงปะทะให้เหลือน้อยที่สุดโดยการหดตัว แต่
ถึงกระนั้น เธอก็ยังกระอักเลือดออกมาเต็มคำ ต้องขอบคุณผู้สนับสนุน
ของเธอที่ทำให้เธอไม่ตายในการโจมตีนั้น
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ ตะโกนบอกให้คุณหนีไป!]
มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬจุติลงมาด้วยตัวเองและโอบล้อมรอบตัว
เธอราวกับว่าจะปกป้องเธอ มังกรยักษ์คำรามออกมาด้วยความโกรธ
เกรี้ยว
[[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! นี่สิ! ตอนนี้ค่อยเหมือนมังกรเพลิงทมิฬของฉัน
หน่อย!]]
ทั้งสองคนเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด ส่งผลให้มหาสมุทรระเบิดออกมา
ราวกับว่ามันถูกทิ้งระเบิดลงไปอย่างต่อเนื่อง ชิ้นส่วนของเกาะปลิว
ว่อน และลมหายใจของมังกรเพลิงทมิฬก็โอบล้อมไปทั่วทะเล
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ เปิดเผยสถานะของเขา!]
น่าเสียดายว่ามันยากที่จะหยุดคิมนัมอุนเอาไว้หลังจากเขาได้กลาย
เป็นเทพเจ้าภายนอก แม้ว่ามันจะเป็นมังกรเพลิงทมิฬที่ออกหน้าด้วย
ตัวเองก็ตาม
ตั้งแต่ต้นฝ่ายตรงข้ามคือตัวตนที่จุติลงมาเพื่อเป็นภัยพิบัติ จำนวน
ความเป็นไปได้ที่เขาสามารถใช้ได้นั้นจึงอยู่ในอีกระดับ
ฮันซูยองเริ่มคิด พวกเธอควรทำยังไงเพื่อหยุดมันดี?
「ถ้าเป็นคิมทกจา เขาจะทำยังไง?」
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
จากนั้นประกายแสงบางๆก็เต้นระบำรอบๆ ตัวเธอในขณะที่มีความเจ็บ
ปวดแผ่ซ่านอยู่ภายในหัวของเธอ
「น่าผิดหวังจริงๆ แม้แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เจ้าก็ยังต้องพึ่งพาเขา
เหรอ?」
นั่นคือเสียงที่เธอเคยได้ยินในอดีต ในความฝันของเธอ เมื่อเธอยังอยู่
ในเกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด
ภายในความฝันนั้นมีชายคนนั้นที่สวมเสื้อคลุมสีขาวถูกสังหารโดย
ชายอีกคนที่สวมเสื้อคลุมสีดำ ฮันซูยองได้ยินเสียงนั้นแน่ๆ
「มันเป็นเพราะเจ้าเป็นแบบนี้ถึงทำให้ไอ้โง่นั้นได้มีตัวตนอยู่เต็มที่ใน
รอบการเสื่อมถอยของข้า」
เรื่องราวกำลังพูดกับเธอจริงๆ
‘นี่มัน…’
「ข้าไม่ได้คิดจะแทรกแซงอีก แต่… ข้าจะช่วยเจ้าอีกสักครั้งละกัน」
เสียงนั้นฟังดูราวกับว่ามันใจกว้างสำหรับเธอมาก พร้อมกับสัมผัสของ
กาลเวลาที่เชื่องช้าลง ความสามารถในการทำความเข้าใจของเธอก็
เพิ่มขึ้นไปด้วย ฮันซูยองจำนวนนับไม่ถ้วนตื่นขึ้นมาภายในหัวของเธอ
และพูดออกมาพร้อมกัน
「ทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกได้เกิดขึ้นไปแล้ว มันไม่มีอะไรให้ประหลาด
ใจ」
นี่คือความสามารถในการสร้างโลกที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อนผ่านการ
รวบรวมความคิด รูปแบบ และข้อมูลที่ได้รับมาในอดีต ความทรงจำ
ของหนทางเอาชีวิตรอดที่เธอได้อ่านมา ข้อมูลที่เธอได้ยินมาจากคิม
ทกจา และข้อมูลที่เธอได้รับมาด้วยตัวเอง ทั้งหมดได้ประกอบเข้าด้วย
กันอย่างมีเหตุผลเพื่อเขียนเรื่องราวใหม่
ใครบางคนกำลังหัวเราะออกมา
「ใช่แล้ว นี่คือการทำนายลอกเลียนแบบที่แท้จริง」
และฮันซูยองก็ตระหนักได้ว่าเธอต้องทำอะไรในตอนนี้
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ เล่าเรื่องราวของมันต่อ!]
เธอไม่อาจบอกได้ว่ามันจะได้ผลไหม อย่างไรก็ตาม…
‘…ถ้ามันเป็นคิมทกจา เขาก็จะทำ’
「อีกครั้ง อีกครั้ง…」
เสียงคำรามของมังกรเพลิงทมิฬดังก้องปกคลุมทั่วท้องฟ้า การต่อสู้
เกิดขึ้นเพียงไม่นาน แต่ร่างของสิ่งมีชีวิตผู้หยิ่งผยองกลับเต็มไปด้วย
บาดแผลน้อยใหญ่ ในขณะที่มังกรสยายปีกที่ฉีกขาดของมันออกมา
เพื่อพ่นลมหายใจ…
“พอแล้วมังกรเพลิง”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ …]
“ให้ฉันจัดการเอง เชื่อในตัวฉัน และถอยไปก่อน”
ดวงตาของมังกรเพลิงทมิฬถูกย้อมไปด้วยความสับสนหลังจากได้เห็น
ฮันซูยองก้าวออกมาข้างหน้าราวกับว่าจะปกป้องผู้สนับสนุนของเธอ
แทนที่จะอธิบายอะไรให้มังกรฟัง เธอได้ก้าวออกไปข้างหน้าอีก
[[โฮ่ งั้นเธอก็อยากที่จะสู้กับฉันเองเหรอ? ด้วยร่างแบบนั้นน่ะนะ?]]
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 แผ่ออร่าจำนวนมหาศาลออกมา มหาเรื่อง
ราว ‘การออกแบบแห่งการล่อลวง’ กวัดแกว่งไปรอบๆ ดุจใบมีดอัน
คมกริบ และเตรียมที่จะฟันร่างของฮันซูยองได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม
เธอก็ไม่ได้ดูตื่นกลัวเลย
“คิมนัมอุน นายไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้ว่าจะกลายเป็นเทพเจ้า
ภายนอก”
[[อะไร? เธอพูดเหมือนเธอรู้จักฉัน?]]
“ใช่ ฉันรู้จักนายดีเลย นาย ไอ้งั่งที่ไม่สมหวังในรักและยังได้กลาย
เป็นเทพเจ้าภายนอกซึ่งยังคงไล่ตามผู้หญิงคนหนึ่ง”
ขากรรไกรของคิมนัมอุนเปิดอ้าออก
「เทพเจ้าภายนอกทุกคนต่างสูญเสียความทรงจำไป หรือเหลือความ
ทรงจำอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น」
「ถ้าอย่างนั้น ราชาจะรักษาความทรงจำของตนไว้ได้แค่ไหน?」
「ความทรงจำเหล่านั้นจะลํ้าค่าสำหรับพวกเขามากแค่ไหน?」
“คนที่ไม่อาจสารภาพรักได้แม้ว่าจะมีโอกาสดีๆ แล้วก็ตาม คนที่เล่น
แต่งตัวให้กับพวกหุ่นยนต์ยักษ์”
[[…เธอ เธอ! เธอเป็นใครกัน?! เธอรู้เรื่องที่แม้แต่หัวหน้ายังไม่รู้ได้ยัง
ไง…?!]]
“เหตุผลที่นายสวมผ้าพันแผลอยู่เสมอก็เป็นเพราะจะซ่อนบาดแผลที่
ทำร้ายตัวเองที่ข้อมือใช่ไหม? นายไม่อยากให้ลีจีฮเยได้เห็นมัน”
คิมนัมอุนตื่นตระหนกขึ้นมาชั่วขณะ แต่เขาก็รีบรักษาสีหน้าได้อย่าง
รวดเร็ว
“ทำไมนายถึงชอบลีจีฮเย?”
[เรื่องราว ‘บดขยี้สี่หมื่นปี’ เริ่มปั่นป่วน]
[[…น-นั่น นั่นก็เพราะจีฮเยน่ารัก…]]
“ไม่ นายอาจจะไร้สาระ แต่นายก็ไม่ได้มีการตั้งค่าให้หลงใหลในผู้
หญิง”
[[ตั้งค่า? เธอพูดบ้าอะไร…]]
“เหตุผลที่นายชอบลีจีฮเยมากก็เป็นเพราะเธอไว้ใจและติดตามยูจงฮ
ยอค”
[[พูดบ้าอะไร…]]
“นายอยากจะได้รับการยอมรับจากเธอว่านายดีพอที่จะแทนที่ยูจงฮ
ยอคได้”
[มหาเรื่องราว ‘การออกแบบแห่งการล่อลวง’ ปั่นป่วนอย่างรุนแรง]
“อันที่จริง นายก็แค่อยากจะกลายเป็นเหมือนกับยูจงฮยอค”
ฮันซูยองจ้องลึกลงไปยังดวงตาของคิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999
[ [เป็นเรื่องราว… ที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ฉันก็มีเวลาไม่มาก
นะเธอก็เห็น? ฉันไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระของเธอหรอกนะ…]]
ฮันซูยองไม่รู้ว่าการพูดสิ่งเหล่านี้ออกไปจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูก
ต้องไหม ไม่สิ ถ้าจะให้พูดจริงๆ เธอก็รู้ว่ามันไม่ถูก ถึงกระนั้น เธอก็
ต้องพูดมันออกไป เพื่อช่วยโลกใบนี้ เธอต้อง…
“และโดยการทำแบบนั้น นาย… อยากจะให้ลีจีฮเยยกโทษให้”
…ต้องขุดลึกลงไปยังแผลเก่าจากอีกโลก
“ถ้ามันไม่ใช่เพราะนายทำพลาด ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 999 ก็คงจะ
ไม่ตาย”
เปรี้ยง!
แทบจะในทันที่ ประกายแสงได้ระเบิดออกมาจากร่างทั้งร่างของคิ
มนัมอุน เสียงของบางสิ่งที่แตกหักดังออกมาต่อ เรื่องราวพื้นฐานที่ก่อ
กำเนิดขึ้นเป็นแกนหลักของเขากำลังแตกออก เสียงเหล่านั้นคือเสียง
ของความทรงจำที่กำลังพังทลาย
[[เธอ…]]
คิมนัมอุนที่กำลังโมโหรีบรวบรวมเรื่องราวของเขาซึ่งกำลังแหวกว่าย
ออกไปด้วยความสับสนและคำรามออกมา แสงสว่างในดวงตาของเขา
กะพริบไปมา
ฮันซูยองมองดูเขาอย่างเงียบๆ
「แม้แต่การทำนายลอกเลียนแบบก็ไม่อาจล่วงรู้ได้ทุกเรื่อง」
หัวของเธอร้อนรุ่มราวกับว่ามันถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง
เธอไม่ได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดทั้งหมดเหมือนกับคิมทกจา และไม่
ได้ใช้ชีวิตผ่านรอบที่ 999 จริงๆ เหมือนอย่างยูจงฮยอค
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่เธอสามารถพูดออกไปได้ นั่นคือพลัง
แห่งจินตนาการ – พลังในการอนุมานบริบทที่แม้ว่าเธอจะไม่รู้ราย
ละเอียดของเรื่องราว
ตราบใดที่มันมีสถานการณ์ พัฒนาการที่ถูกจัดเตรียมไว้ และความเป็น
ไปได้ที่มีอยู่ในโลกนี้…
การทำนายลอกเลียนแบบของเธอก็จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับรอบรู้
“คิมนัมอุน”
ฮันซูยองเดินหน้าต่อไป เขากำลังโซเซและกอดเรื่องราวของตนเอา
ไว้ในขณะที่โหยหวนออกมาราวกับสัตว์ป่า
「ฮันซูยองจ้องไปยังเรื่องราวของคิมนัมอุนในสภาพนั้น」
มันเป็นเหมือนกันสำหรับยูจงฮยอครวมทั้งกลุ่มดาว
ทุกสรรพสิ่งที่มีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานต่างก็เป็นเหมือนกัน เหมือนอย่างที่
ความแข็งแกร่งของพวกเขาได้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของพวกเขา
ดังนั้นความอ่อนแอของพวกเขาก็สะท้อนถึงอดีตของพวกเขาเหมือน
กัน นั่นคือโชคชะตาของคนที่เล่าเรื่องราวเช่นนั้นและสิ่งที่ถูกบอกเล่า
ออกมา
เฉกเช่นนักเขียนกำลังใช้ปากกาเพื่อขีดเขียนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป
ฮันซูยองเอื้อมมือออกไปหาคิมนัมอุน
「เหมือนอย่างที่คิมทกจาทำในรอบที่ 1863」
“นายคงอยากจะกลับไปยังช่วงเวลาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม นายก็
ต้องผิดหวังกับความจริงที่ว่านายไม่สามารถย้อนกลับไปได้”
[[ธ-เธอ ถ้าเธอยังพูดอีก…!]]
“อย่างไรก็ตาม นายก็จำเป็นจะต้องรู้ เส้นโลกที่นายมีชีวิตอยู่จบลง
แล้ว และคนที่นายรักก็จะไม่กลับมา และเหมือนอย่างที่นายไม่มีทาง
กลายเป็นยูจงฮยอคได้ นายก็ไม่สามารถช่วยใครหรือชดเชยบาปของ
นายได้”
แก้มของคิมนัมอุนสั่น รากฐานของสิ่งที่ได้เห็นบทสรุปแห่งการเสื่อม
ถอยรอบที่ 999 และกลายเป็นราชาเทพเจ้าภายนอกกำลังสั่นอย่าง
ไม่มั่นคง เขาทำหน้าเหมือนกับคนที่สูญเสียเรื่องราวทั้งหมดไป ใน
เวลานั้น เขาก็ทำหน้าเหมือนกับเด็กหนุ่มอายุ 17 ปีที่ถูกโยนเข้ามายัง
โลกใบนี้เป็นครั้งแรก เรื่องราวของเขาที่มีตัวตนอยู่มานับหมื่นปี การ
ล่อลวงที่ไม่เคยสั่นคลอนของเขากำลังพังทลายลงมาด้วยคำพูดเพียง
แค่ไม่กี่คำ
[[ม-ไม่ ไม่จริง ฉัน ฉัน…]]
ฮันซูยองพูดราวกับว่าเธอจะตอกตะปูปิดฝาโลง “นายก็เป็นแค่
นักโทษตลอดชีวิตที่ติดอยู่ในการถ่ายทอดสดดวงดาวบ้าๆ นี่”
เปรี้ยง!
[[คิมนัมอุน!!]]
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แท้จริงของเธอ และ
สติอันเลือนรางของคิมนัมอุนก็ถูกปลุกกลับขึ้นมา
[เรื่องราว ‘สหายแห่งความสิ้นหวัง’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
สิ่งเดียวที่สามารถสร้างเรื่องราวที่เสียหายขึ้นมาใหม่ได้คือเรื่องราวอีก
เรื่อง เรื่องราวของคิมนัมอุนที่เธอพยายามอย่างหนักเพื่อทำลายมัน
กำลังฟื้นคืนสู่รูปร่างเดิมของมัน แสงสว่างกลับคืนสู่ดวงตาของเขา
และฮันซูยองก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ออกมา
‘บ้าเอ้ย ฉันคิดว่ามันจะได้ผลแล้ว ถึงกระนั้นมันก็พอจะสร้างความเสีย
หายให้เขาได้บ้างใช่ไหม?’
ในไม่ช้า ดวงตาของคิมนัมอุนก็เต็มไปด้วยความเดือดดาล
[[…ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเกือบจบเห่แล้วไหมล่ะ เข้าใจแล้ว นี่คือเหตุผลที่
มังกรเพลิงทมิฬเลือกเธอสินะ]]
สัมผัสแห่งความตายแพร่ไปทั่วร่างของเธอ การทำนายลอกเลียนแบบ
โคจรอย่างรุนแรง แต่ลางสังหรณ์แห่งความตายก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ไม่ว่าเธอจะวิ่งหนีไปไหน
จากนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงนั้นอีกครั้งพร้อมกับเสียงดัง ‘เปรี้ยง!’
「นี่น่าจะพอได้แล้ว เพราะตัวเอกอยู่ที่นี่แล้ว」
สัมผัสของเธอที่เชื่อมต่อกับอนาคตดูมืดมนขึ้นอย่างรวดเร็ว หมัดของ
คิมนัมอุนที่ชูขึ้นสู่อากาศหยุดนิ่งไป ทุกๆ คนภายในสมรภูมิสามารถ
สัมผัสถึงมันได้ บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังจะปรากฏตัวขึ้น
ครืน!
สถานะที่เพียงแค่ตัวตนของมันก็สามารถนำพาโลกไปสู่คราวพินาศได้
คนแรกที่ตอบสนองคืออูรีเอลแห่งรอบที่ 999 [[มันเป็นเขา!]]
เธอคำรามออกมาด้วยความน่ากลัวและรีบผละจากสมรภูมิไปและมุ่ง
หน้าไปยังทิศทางของสถานะนั้น
คิมนัมอุนเองก็จ้องมองไปยังทิศทางนั้นด้วย [[เธอ… เธอโชคดีจริงๆ
คราวนี้ ครั้งต่อไปที่พวกเราพบกัน ฉันจะ…]]
เขาเบนสายตาไประหว่างฮันซูยองและมังกรเพลิงทมิฬด้วยความ
ลังเล ก่อนที่จะหายไปยังทิศทางที่อูรีเอลหายไป ส่งผลให้ความ
ตึงเครียดทั้งหมดหายไปด้วย เธอทรุดตัวลงบนร่างของมังกรและจ้อง
ไปยังทิศทางที่ทั้งสองหายไปก่อนที่จะนึกถึงสิ่งสุดท้ายที่คิมทกจาได้
บอกกับเธอ
ฮันซูยอง ถ้ามีโอกาสหนึ่งในล้านที่จะมีอะไรผิดพลาด…
เธอจะหยุดโอกาสเกิดเรื่องพวกนั้นได้ไหม??
เธอคิดว่าเรื่องแบบนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น
ไม่ว่าจะยังไง เธอก็ต้องทนจนกว่าหมอนั่นจะปรากฏตัว
“ไอ้บ้านั่น โผล่มาแบบเท่ๆ อีกแล้ว”
เธอได้ยินเสียงฟ้าผ่าจากท้องฟ้าที่ถูกย้อมไปด้วยออร่าของเพลิงทมิฬ
และเพลิงอเวจีในระยะไกล
และมีชายคนหนึ่งกำลังจุติลงมาจากสรวงสวรรค์
เสื้อคลุมโบกสะบัดไปพร้อมกับสายลม สถานะอันยิ่งใหญ่แผ่ออกมา
ไม่หยุดจากดาบปีศาจทมิฬ
ฮันซูยองรู้จักชายคนนั้นดี แต่ถึงกระนั้น ทำไมกัน? อย่างน้อยในช่วง
เวลานี้ เขาก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
“…นายคือยูจงฮยอคจริงๆ เหรอ?”
เขาเหลือบมองมายังทิศทางของเธอ ก่อนที่จะหมุนออกไปทาง
มหาสมุทรแปซิฟิคพร้อมกับเสียงระเบิดดัง เธอตกใจและตะโกนออก
มา
“เฮ้! นายจะไปไหน?!”
[[ตามไป!]]
อูรีเอลและคิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 ไล่ตามเขาไป
จากนั้นเองฮันซูยองจึงตระหนักได้ถึงความตั้งใจของเขา ยูจงฮยอค
พยายามจะล่อพวกเขาออกไปจากสหาย
“ไอ้บ้าเอ้ย…”