มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 474
“ซูยอง เธอโอเคไหม?”
ยูซานอาขยับเข้ามาและประคองเธอ ในช่วงเวลาที่เธอเอนตัวพิงไหล่
ของยูซานอา ฮันซูยองก็กระอักเลือดที่อั้นไว้ทั้งหมดออกมา
“อัѹค-!”
หัวของเธอรู้สึกร้อนราวกับเส้นเลือดทุกๆ สายกำลังลุกไหม้ เธอลงเอย
ด้วยความเจ็บปวดและตะโกนออกมา “หงอคง! ฮาเดส! อูรีเอล! รีบ
ตามยูจงฮยอคไปเร็ว! ส่วนคนที่เหลือดูแลที่นี่ด้วย! อย่าปล่อยให้หมอ
นั่นสู้คนเดียว!”
[การถ่ายทอดสดดวงดาวสังเกตเห็นเรื่องราวของคุณ]
[คุณใช้พลังที่ขัดต่อความเป็นไปได้!]
“อ๊าก…”
สายตาของเธอหมุนเคว้งด้วยความพร่ามัว อาการบาดเจ็บภายในของ
เธอรุนแรงมาก
[ร่างอวตารของคุณได้รับผลจากพายุความเป็นไปได้!]
ฮันซูยองสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงที่กำลังจะระเบิดอยู่ภายในร่างของ
เธอและรีบตะโกนออกมา “ยูซานอา! หลบไป!”
อย่างไรก็ตาม ยูซานอาก็จับไหล่ของฮันซูยองไว้แน่นยิ่งขึ้นและส่าย
หัว พลังของศากยมุนีที่เธอได้สืบทอดมาถูกถ่ายทอดออกไปผ่านมือที่
กำลังสัมผัสกับไหล่ของฮันซูยอง มิติเวลาบิดเบี้ยว และช่วยลดผล
ของพายุแห่งความเป็นไปได้ลงไป “สู้มัน เธอทำได้ ฉันเองก็เคยสู้กับ
มันและรอดมาได้ในอดีตเหมือนกัน”
“บ้าเอ้ย”
กล้ามเนื้อทั่วร่างของเธอส่งเสียงครวญครางออกมา ความหวาดกลัว
จางๆ แทรกซึมอยู่ท่ามกลางความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัว เธอเคย
พูดถึงการระวังต่อความเป็นไปได้ แต่เธอกลับทำซะเอง ถึงกระนั้น
แม้แต่ไอ้งั่งอย่างคิมทกจาก็ยังรอดมาได้ เธอก็ต้องผ่านมันไปให้ได้
เหมือนกัน
เปรี้ยง!
…เธอกำลังจะตายงั้นเหรอ? มันไร้ความหมายแบบนี้เหรอ?
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
จากนั้นเอง สัญญาณของพายุความเป็นไปได้ก็เริ่มบรรเทาลงไป
ฮันซูยองเห็นตัวอักษรมากมายเข้าปกคลุมร่างอวตารของเธอ พวกมัน
คือคำที่เธอเคยเขียนในอดีต – คำที่เธอเคยเขียนลงไปในสมุดบันทึก
อย่างลับๆ เพื่อไม่ให้คิมทกจาหรือยูจงฮยอคหาเจอในภายหลัง และ
ในตอนนี้ คำพูดเหล่านั้นก็กำลังรั่วไหลออกมาจากสมุดบันทึกที่พัน
รอบร่างของเธอเอาไว้
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางประโยคที่เธอไม่ได้เขียนเอาไว้ผสมอยู่ด้วย
「เจ้าคือข้าจริงๆ ทักษะการเขียนของเจ้าไม่ได้แย่เลย」
เสียงนั้นดังขึ้นกึ่งจะเยาะเย้ยกึ่งจะพอใจ
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ แบกรับพายุความเป็นไปได้
แทนคุณ]
เปรี้ยง…
ในขณะที่พายุความเป็นไปได้อ่อนกำลังลง ตัวอักษรก็เริ่ม
กระจัดกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว
ฮันซูยองอยากจะถาม เกี่ยวกับประโยคเหล่านี้ เกี่ยวกับว่าพวกมันคือ
อะไรกัน แต่ก็น่าเสียดาย เธอไม่เหลือพลังพอที่จะได้ถามเลย
「…นี่น่าจะมากที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้แล้ว ส่งคำพวกนี้ไปหาคิมทก
จา」
[ร่องรอยของอีกเส้นโลกที่แทรกซึมอยู่ภายในเรื่องราวของคุณเริ่ม
สลายหายไป]
ในขณะที่สติของเธอจางหายลงไป เรื่องราวของเธอก็พูดกับเธอต่อ
「สิ่งที่รอเขาอยู่ใน ‘บทสรุป’ที่เขาต้องการคือ…」
*
ในขณะที่ประคองลีจีฮเยไว้ ผมก็มองไปยังราชาเทพเจ้าภายนอกทั้ง
สอง
พวกเขามีชีวิตอยู่ในการเสื่อมถอยรอบเดียวกัน และพวกเขาก็ได้เห็น
ตอนจบของโลกแบบเดียวกัน แต่พวกเขากลับกลายเป็นสองสิ่งที่แตก
ต่างกัน
[มหาเรื่องราว ‘นักพเนจรแห่งขอบฟ้าอันเป็นนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน]
[มหาเรื่องราว ‘หัวใจที่ผนึกความเศร้า’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ผมเห็นจุดตัดของเรื่องราวท่ามกลางประกายแสงในอากาศ เรื่องราวที่
พวกเขารวบรวมมาด้วยเลือดเนื้อของพวกเขา – นี่คือเรื่องราวจาก
รอบการเสื่อมถอยที่ผมรักที่สุด เรื่องราวที่ผมอ่านหลายรอบที่สุด
「”หัวหน้ายูจงฮยอค โล่งอกไปทีที่นายคือผู้เสื่อมถอย“」
ราชาดวงใจสีเงินเหลือบมองมายังทิศทางของผม
ลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 – ความโศกเศร้าที่มีอยู่ภายในเรื่องราวของ
เขากำลังถูกถ่ายทอดมาหาผมผ่าน ‘ความเข้าใจในการอ่าน’ ของผม
「”มันโอเคที่ฉันจะหยุดเศร้านะ? นายกำลังจะตาย แม้ว่านายจะตาย
แต่พวกเราก็จะได้พบกันอีกในรอบต่อไป และนายจะดำเนินเรื่องราว
ของนายต่อ ณ ที่แห่งนั้น… และนายจะได้เริ่มต้นการเดินทางใหม่อีก
ครั้งใช่ไหม?”」
เรื่องราวแห่งเหล็กกำลังรํ่าไห้
「”ฉันขอโทษ ลีฮุนซึง“」
เหล็กหลอมยืดขยายออกมาพร้อมกับเสียงดังก้องและกลืนกินคำพูด
ของเขา นํ้าตาที่ควรจะไหลออกมาแข็งทื่ออยู่ภายในดวงตาของเขา
และถูกย้อมอยู่ในแสงสีเงิน
「”ไม่จำเป็นต้องขอโทษ พวกเราจะไปดูบทสรุปก่อนนายแล้ว ตอน
จบที่นายอยากจะเห็น สัญญาที่นายไม่อาจรักษา ฉันจะพาพวกเขาไป
ให้ได้ทุกคนเลย“」
ลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 กำลังมองมาที่ผม เขาไม่ใช่ลีฮุนซึงที่ผมรู้จัก
แต่ถึงกระนั้น เขาก็คือลีฮุนซึงแน่ๆ
– เจ้าคล้ายกับคนๆ นั้นมากๆ ยิ่งกว่าสิ่งที่ข้าได้ยินมาจากผู้สนับสนุน
ของข้าซะอีก
เสียงของลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 ดังขึ้นในหัวของผม เขายิ้มออกมา
อย่างอ่อนโยน ราวกับว่าเขารู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
มันจะเป็นไปได้ยังไง? ชายที่ต้องเจอกับโศกนาฏกรรมแบบนั้นจะทำ
หน้าอ่อนโยนแบบนั้นได้ยังไง?
– และนั่นคือเหตุผลที่ข้าไม่ยอมปล่อยให้เจ้าตาย
ผมรู้ว่าเขาไม่ได้มีความมุ่งร้ายต่อพวกเรา แต่ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะอยู่
ข้างเราแบบนี้เหมือนกัน เรื่องราวแบบไหนกันที่เจ้านายแห่งโลหะได้
มอบให้กับเขาในขณะที่เขาตาย?
[[ลุงฮุนซึง]]
คนที่เข้ามาแทรกคือลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999
[[นานแล้วนะนับตั้งแต่ที่เจ้าเรียกข้าแบบนั้น]]
[[ข้าไม่ได้คิดที่จะทำร้ายลุง หลบไปซะ]]
สองเรื่องราวที่ไร้จุดจบพัวพันเข้าด้วยกัน
ลีฮุนซึงพูดขึ้นมาด้วยนํ้าเสียงที่ฟังดูราวกับว่าเขากำลังระลึกถึงความ
ทรงจำเก่าๆ [[ข้าขอโทษนะ แต่ข้าทำแบบนั้นไม่ได้]]
[[ทำไมต้องหยุดข้าด้วย? ลุง ลุงปฏิเสธที่จะถูกอัญเชิญมาในฐานะภัย
พิบัติหนิ? มันเป็นพวกเราที่เจรจากับสำนักงานของเส้นโลกนี้ ไม่ใช่
ลุง]]
…งี้นี่เอง ผมเดาถูกจริงๆ ที่ว่าสำนักงานเป็นผู้อัญเชิญสิ่งมีชีวิตจาก
รอบที่ 999 ออกมาในฐานะภัยพิบัติ
ลีฮุนซึงเงียบไปสักพักก่อนที่จะตอบกลับไปอย่างเยือกเย็น [[ห้าม
เจรจากับการถ่ายทอดสดดวงดาว นั่นคือคำสัญญาของพวกเรา]]
[[แล้วไง? คำสัญญานั้นมีผลอะไรกับพวกเรา]]
[[……]]
[[พวกเราได้ทำลายสำนักงานไปแล้ว พวกเราได้ต่อสู้กับราชาโดเกบิ
และจากนั้น หลังจากที่พวกเราปะทะกับ ‘กำแพงสุดท้าย’… ข้ากำลัง
ถามลุงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราหลังจากนั้น?]]
กำแพงสุดท้าย – ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้เห็นกำแพงนั้นเหมือนกัน
‘กำแพง’ ที่ ‘ยูจงฮยอค’ ในนิยายต้นฉบับได้ไปถึงในที่สุด
ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ตัวสั่นก่อนที่จะพูดต่อ [[เหมือนอย่างที่ลุงพูด
เรื่องราวของพวกเราจบลงแล้ว เส้นโลกที่พวกเรามีชีวิตอยู่ถูกทำลาย
และมันก็เป็นแค่พวกเราสี่คนที่ได้กลายเป็นเทพเจ้าภายนอกหลังจาก
รอดมาจากการทำลายล้างครั้งนั้นได้]]
[[พวกเราสัญญาว่าจะก้าวข้ามกำแพงสุดท้ายแม้ว่าพวกเราจะกลาย
เป็นตัวตนภายนอกสถานการณ์ก็ตาม]]
[[กำแพงนั้นไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะก้าวข้ามไปได้ ลุงเองก็รู้หนิ]]
[[ในเส้นโลกนี้…]]
[[หยุดพูดจาไร้สาระว่าเส้นโลกนี้สักที! เส้นโลกนี้มันพิเศษอะไร
นักหนา? สถานที่แห่งนี้ก็เหมือนกับที่พวกเราเคยอยู่ มันเป็นเส้นโลกที่
กำลังจะจบลงในไม่ช้า]]
ลีจีฮเยแห่งเส้นโลกนี้โซเซในขณะที่ผมประคองเธอ ริมฝีปากของเธอ
สั่นเล็กน้อย
เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลายพูดต่อ [[มหาโดเกบิที่ติดต่อกับพวกเราก็พูด
แบบนี้ว่าพวกเขากำลังจะทอดทิ้งเส้นโลกนี้ ว่าพวกเขาวางแผนที่จะ
รีไซเคิลมันและใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหม่]]
คำพูดเหล่านั้นส่งผลให้ราชาดวงใจสีเงินเปลี่ยนสีหน้าไป ออร่าที่เคย
อบอุ่นหายไป และสัมผัสของโลหะเย็นก็ได้แผ่ออกมา
เสียงอันเย็นยะเยือกดังออกมาจากริมฝีปากของโลหะหลอม [[…เจ้า
ทำข้อตกลงอะไรกับสำนักงาน?]]
[[ถ้าโลกนี้กำลังจะจมลงสู่ก้นมหาสมุทร มันก็ไม่เป็นไรที่พวกเราจะ
ทำลายมันเองใช่ไหม?]]
[[จีฮเย]]
ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 กำลังยิ้มอยู่ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะบอกว่านั่น
เป็นสีหน้าที่กำลังยิ้มอยู่ได้ไหม
[[ราชาโดเกบิแห่งเส้นโลกนี้ได้สัญญากับพวกเราไว้ว่าถ้าพวกเรา
ทำลายเส้นโลกนี้ พวกเราจะได้รับเส้นโลกของพวกเรา เขาได้ติดต่อ
กับ ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’ และยอมให้พวกเราเริ่มต้นเรื่องราวของ
พวกเราอีกครั้ง]]
ไหล่ของลีจีฮเยกำลังสั่น ผมเองก็ได้รับผลไปด้วย
นั่นคือเหตุผลที่สิ่งมีชีวิตจากรอบที่ 999 ข้ามมายังโลกใบนี้ แม้ว่า
ราคาที่ต้องจ่ายจะเป็นการทำลายโลกอีกใบ แต่พวกเขาก็ปรารถนาที่
จะได้โลกของตัวเองคืนมา
ราชาดวงใจสีเงินตอบ [[เป้าหมายของพวกเราไม่ใช่การฟื้นคืนโลก
ของพวกเรา แต่เป็นการหาผู้ร้ายตัวจริงของโศกนาฏกรรมเหล่านี้
ทั้งหมด]]
[[มันจะเปลี่ยนอะไรได้แม้ว่าพวกเราจะทำ?]]
[[ถ้าพวกเราอยากจะสานต่อความปรารถนาของหัวหน้า พวกเรา…]]
[[แม้ว่าพวกเราจะกำจัดต้นตอของโศกนาฏกรรมได้ แต่เวลาที่พวกเรา
สูญเสียไปก็จะไม่กลับมา ความตายของสหายก็จะไม่ถูกย้อนกลับ
โลกที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ก็จะไม่กลับมา… ยูจงฮยอครอบที่ 999 ที่ได้
ตายไปก็จะไม่มีทางกลับมา]]
ครืน
บางสิ่งกำลังขยับเข้ามาทางนี้จากระยะไกลพร้อมกับฉีกผ่านเส้นขอบ
ฟ้า
เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลายพูดขึ้นมาอีก [[นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเรา
ถึงไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากต้องจบมันและเริ่มต้นอีก]]
คลื่นสึนามิที่สูญเสียพลังของมันไปเริ่มเพิ่มระดับขึ้นมาอีก
ลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 รีบเปิดใช้งานการแปลงร่างโลหะและปกป้อง
พวกเราด้วยโลหะของเขา
[[ลุงหยุดข้าไม่ได้หรอก ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ใช่แค่คนเดียวที่อยู่ที่นี่]]
ครืน!
แสงตะวันสีแดงฉานที่วาดผ่านจากด้านหลังของพวกเรากำลังลุกไหม้
สรวงสวรรค์ นั่นคือพลังของเปลวเพลิงแห่งชีวิต อูรีเอลแห่งรอบที่
999
และการที่เธอปรากฏตัวขึ้นก็หมายความว่า…
“ลุง หรือว่า…?!”
ลีจีฮเยคว้าแขนเสื้อของผม
ผมมองไปยังดวงตาของเธอและปลอบเธอ “ไม่ต้องห่วง สิ่งที่เธอ
กังวลจะไม่มีทางเกิดขึ้น”
ผมเองก็พูดให้ตัวเองด้วย
“เรื่องราวของพวกเราไม่ได้อ่อนแออย่างที่เธอกลัว”
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เปิดเผยสถานะของเขา]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เฝ้ามองแห่งแสงสว่างและความมืด’ เปิดเผยสถานะของ
เขา]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าพระสูตร’ เปิดเผยสถานะของเขา]
ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ผู้เฝ้ามองแห่งแสงสว่างและความมืด รวม
ทั้งคำขยายที่ผมได้รับมาโดยการสวมรัดเกล้าพระสูตร – เรื่องราว
ทั้งหมดของผมกำลังเปล่งแสงออกมาพร้อมกัน
ผมเดินไปหาลีฮุนซึงที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเรา “ขอบคุณนะที่ช่วย
พวกเรา อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่จำเป็นที่จะต้องแบกรับไว้คนเดียว”
[[มันอันตราย อยู่ข้างหลังข้า…]]
“นี่ไม่ใช่รอบที่ 999”
ด้านหน้าคือเจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย และด้านหลังคือเปลวเพลิงแห่ง
ชีวิต มันไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว
เงาของเรือรบยักษ์เข้าปกคลุมพวกเรา และในขณะที่ยืนอยู่บนคลื่น
ยักษ์นั้น ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ก็พึมพำออกมาราวกับว่าเธอกำลัง
เยาะเย้ยใครบางคน
[[ทุกๆ สิ่งจะหวนกลับ เหมือนอย่างที่หัวหน้าบอกพวกเรา พวกเราจะ
เสื่อมถอย พวกเราจะกลับไปในอดีต และเริ่มต้นทุกอย่างตั้งแต่แรก
เมื่อพวกเรา…]]
คลื่นม้วนเข้ามาและปะทะเข้าใส่พวกเรา ผมใช้พลังของมหาเรื่องราว
เพื่อรับมือกับสถานะนั้น ผมรู้สึกเจ็บปวดจากแขนทั้งสองข้างที่กำลัง
ป้องกันต่อคลื่นยักษ์
ผมเห็นเส้นขอบฟ้าที่ดวงตะวันและมหาสมุทรมาบรรจบกันเหนือ
กำแพงไอนํ้า ขอบเขตที่พวกเราไม่มีทางก้าวไปถึงไม่ว่าพวกเราจะวิ่ง
ไปอย่างไร
ครืน!
และจากนั้นเอง ขอบเขตที่ว่าก็แยกออกจากกันตรงหน้าของพวกเรา
ดาบหนึ่งดาบสามารถตัดขอบเขตที่ว่าลงได้จริงๆ
ในขณะที่เธอตกลงมาจากจุดที่สูงที่สุดของคลื่น ลีจีฮเยแห่งรอบที่
999 ก็มองมาที่พวกเรา
พูดให้ถูกยิ่งกว่านั้น เธอกำลังมองมายังชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ผม
“เธอไม่อาจเปลี่ยนอะไรได้ด้วยการเสื่อมถอย ฉันเองก็ต้องใช้เวลาอยู่
นานกว่าจะเข้าใจมัน”
ผมสัมผัสได้ถึงพลังของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกมาจากร่างทั้ง
ร่างของยูจงฮยอค
[การถ่ายทอดสดดวงดาวไม่อาจละสายตาไปจากอวตาร ‘ยูจงฮยอค’
ได้!]
เจตจำนงของทั่วทั้งโลกกำลังให้ความสนใจกับเขา
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ที่กำลังเฝ้าดูสถานการณ์ได้ยกระดับการเฝ้าดู
เนื่องจากตัวตนของอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
[กลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้ายตกตะลึงกับเรื่องราวของอวตาร ‘ยู
จงฮยอค’]
[มหาโดเกบิของสำนักงานส่วนหนึ่งเรียกร้อง ‘การประเมินความเหมาะ
สมความเป็นไปได้’]
[‘ราชาแห่งเรื่องราว’ ปฏิเสธคำร้อง]
[‘การประเมินความเหมาะสมความเป็นไปได้’ ถูกจำกัดภายใน
สถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง]