มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 476
「ยูจงฮยอคเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างกับรอบนี้」
เฉกเช่นหัวรถจักรที่พุ่งไปข้างหน้าด้วยนํ้ามันทุกหยด ยูจงฮยอคทำทุก
อย่างที่เขาสามารถทำได้เพื่อรอบนี้
การเสื่อยถอยรอบนี้ไม่ใช่พื้นฐานสำหรับรอบต่อไป
[[…หัวหน้ากำลังโกหกใช่ไหม? ล้อเล่นอยู่ใช่ไหม??]]
สีหน้าของลีจีฮเยบิดเบี้ยว มันไม่ใช่ใบหน้าของคนที่ถูกทรยศโดยสิ่งที่
ตนเชื่อมั่น ไม่ใช่ นั่นคือใบหน้าของคนที่โลกกำลังพังทลายลง
เธอเอื้อมมือออกมาหาฟางเส้นสุดท้ายที่เธอไล่ตามมาตลอดเวลา แต่
ก็น่าเสียดาย ยูจงฮยอคไม่ได้จับมือนั้นเอาไว้
“ลีจีฮเย ฉันเคยโกหกเธอเหรอ?”
[[…ทำไม]]
ออร่าระเบิดออกมาจากร่างทั้งร่างของเธอ ผมสัมผัสได้ถึง
ประวัติศาสตร์ของรอบที่ 999 ซึ่งกำลังหลุดออกจากการควบคุม
[[ทำไม ทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไมทำไม
ทำไมทำไม]]
เรื่องราวกำลังถามว่าทำไมมันไม่ใช่รอบที่ 999 แต่เป็นพวกเรา –
ทำไมมันไม่ใช่โลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ แต่เป็นโลกนี้?
ผมกำลังจะก้าวออกไป แต่ยูจงฮยอคก็หยุดผมเอาไว้
“ถอยไป”
หน้าอกของเขาสั่นสะเทือนด้วยความเจ็บปวด ไม่ว่าเขาจะพยายาม
ซ่อนอารมณ์ของเขายังไง แต่เขาก็ยังไม่อาจลบนิสัยเฉพาะตัวของเขา
ได้ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ และตอบกลับไป
– พวกเราไม่อาจถอยได้อีกแล้ว
– ขอโทษนะ
– ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นทางเลือกของนาย
ถ้ามองผ่านๆ ยูจงฮยอคอาจจะดูยึดถือกับความเป็นจริง แต่อันที่จริง
เขากลับยึดติดกับอุดมคติมากกว่าใคร ตั้งแต่ต้น มันไม่มีทางที่คนๆ
หนึ่งจะเสื่อมถอยซํ้าๆ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะยึดมั่นในอุดมคติของเขา
และเพื่อที่จะปกป้องอุดมคติของคนแบบนี้ มันก็ต้องมีคนที่รับบทบาท
เป็นผู้ยึดถือกับความเป็นจริง
ผมก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวในขณะที่มองไปยังคลื่นของเทพเจ้า
ภายนอกที่กำลังจะพุ่งเข้ามาด้วยความเดือดดาล
[ยูจงฮยอคไม่ได้เลือกที่จะละทิ้งเส้นโลกของพวกเธอ]
ผมใช้พลังงานทั้งหมดของผมเพื่อใช้เสียงที่แท้จริง ส่งผลให้ราชา
ของเหล่าเทพเจ้าภายนอกมองมาที่ผม ไม่ว่าจะเป็นลีจีฮเย ลีฮุนซึง คิ
มนัมอุน และอูรีเอลแห่งรอบที่ 999…
[พวกเธอลืมไปหมดแล้วเหรอ? เขาไม่เคยอยู่ในตำแหน่งที่ต้องเลือก
แต่มันจะเลือกให้เขาอยู่เสมอ]
เขาต้องเสื่อมถอยซํ้าๆ แต่ยูจงฮยอคก็ไม่เคยเสื่อมถอยเพราะเขา
อยากจะทำจริงๆ แม้แต่ตอนที่เขาต้องละทิ้งรอบที่ 3 และเสื่อมถอยไป
ยังรอบที่ 4 และเมื่อเขาต้องละทิ้งรอบที่ 4 และเลือกเดินทางไปยัง
รอบที่ 5 มันไม่ใช่ความตั้งใจหรือเจตจำนงของเขาเลย
การเสื่อมถอยไม่ใช่ทางเลือกของเขา แต่เป็นโชคชะตาของเขา สิ่งที่
เลือกมันไม่ใช่เขา แต่เป็นเรื่องราวที่ปรารถนาการเสื่อมถอยของเขา
[พวกเราไม่จำเป็นต้องต่อสู้กัน ทำไมโศกนาฏกรรมอันหนึ่งจะต้อง
แข่งขันกับโศกนาฏกรรมอีกอันด้วย] ผมไม่รู้ว่ามันจะได้ผลไหม แต่ถึง
กระนั้น ผมก็ต้องพูดมันออกไป [พวกเราไม่ได้ทอดทิ้งพวกเธอ พวก
เราไม่ได้คิดที่จะจดจำพวกเธอในฐานะภัยพิบัติ พวกเราต้องการ…]
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ผมรู้สึกตาลายไปชั่วขณะจากสายตา
จำนวนนับไม่ถ้วนที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนซึ่งกำลังมองลงมาที่ผม แต่
ผมก็ไม่หลบตาของพวกเขาเหมือนกัน
เฉกเช่นที่ยูจงฮยอคไม่ใช่ยูจงฮยอคคนเดียวกันกับยูจงฮยอคจากรอบ
ที่ 0 ผมเองก็ไม่ใช่คิมทกจาจากสถานการณ์ที่หนึ่งเหมือนกัน
[พวกเราต้องการที่จะต่อสู้กับท้องฟ้านั้นร่วมกันกับพวกเธอ]
เหนือท้องฟ้า ดวงดาวเริ่มเปล่งแสงออกมาด้วยความบ้าคลั่ง
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ไม่อาจเข้าใจคำประกาศของคุณ!]
[มหาโดเกบิจากสำนักงานตกตะลึงกับความตั้งใจของคุณ!]
ข้อความจำนวนนับไม่ถ้วนสาดเทลงมาดุจแสงดาว ถ้ามันเป็นเมื่อก่อน
ผมคงจะวุ่นอยู่กับการอ่านข้อความเหล่านั้น แต่ในตอนนี้ ผมรู้ความจริง
แล้ว
ความจริงที่ว่าแสงดาวบนท้องฟ้าเหล่านั้นต่างก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า
อาภรณ์ที่ซ่อนความมืดมิดที่มีอยู่ภายในนั้น
[‘ราชาแห่งเรื่องราว’ กำลังมองมาที่คุณ]
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ
[[โฮ่ นายรู้ไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? นายกำลังบอกว่านายต้องการจะ
ทำลายการถ่ายทอดสดดวงดาวใช่ไหม?]] เสียงเยาะเย้ยนั้นเป็นของคิ
มนัมอุนแห่งรอบที่ 999 [[นายคิดว่าพวกเราไม่เคยลองทำมาก่อนเห
รอ?]]
มันมีห้วงอารมณ์ที่ไม่อาจหยั่งถึงอยู่ภายในนํ้าเสียงของเขา
เขากำลังยิ้มอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ยิ้มจริงๆ
รอยยิ้มนั้นได้ซ่อนความรู้สึกของการยอมจำนวนไว้อยู่
[[พวกเราลองแล้ว พวกเราได้จัดการกับกลุ่มดาวทั้งหมด และพวกเรา
ยังได้ฆ่าราชาโดเกบิของเส้นโลกของพวกเราด้วย นายรู้ไหมว่าเกิด
อะไรขึ้นเมื่อพวกเราทำแบบนั้น?]]
คิมนัมอุนเดินผ่านผิวมหาสมุทรและมายืนอยู่ตรงหน้าของผม
และราวกับว่าจะส่งต่อความสิ้นหวังที่แสนหวานที่สุดที่มนุษยจะรู้จัก
เขากระซิบข้างใบหูของผม [[โลกก็แค่หายไป]]
ผมฟังคำพูดของเขาอย่างเงียบๆ
[[พวกเราเคลียร์สถานการณ์ได้จริงๆ พวกเรายังได้บรรลุเงื่อนไข
ทั้งหมด แต่… พวกเราก็สูญเสียทุกอย่างที่พวกเรารักไป มันไม่มี
ปาฏิหาริย์ ไม่มีรางวัล ณ ปลายทางเลย]]
ผมนึกถึงคำพูดของอูรีเอลแห่งรอบที่ 999
「ถ้าการถ่ายทอดสดดวงดาวหายไป จักรวาลทั้งหมดก็จะตกลงสู่
ความโกลาหล เส้นโลกแบบนั้นไม่มีทางถูกสร้างขึ้นมาได้ นั่นคือ
หนทางแห่งความชั่วร้าย」
นั่นคือสิ่งที่เธอกล่าวเมื่อผมพูดถึงเป้าหมายของผมในการทำลายการ
ถ่ายทอดดวงดาว
คิมนัมอุนพูดต่อ [[นายรู้ไหมว่าพวกเราเห็นอะไร ณ ตอนจบของ
โลก?]]
[นายน่าจะได้เห็นกำแพงยักษ์ มหากำแพงที่ล้อมโลกทั้งโลกเอาไว้
กำแพงที่นายไม่อาจเห็นว่ามันเริ่มต้นหรือไปจบลงตรงไหน]
[[…รู้ได้ยังไงกัน?]]
[เพราะนั้นคือเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเราเหมือนกัน สิ่งที่พวกเรา
ต้องการไปให้ถึงไม่ใช่แค่การทำลายการถ่ายทอดสดดวงดาว] ผมพูด
ซํ้าในสิ่งที่นักเขียนลับเคยบอกกับผม [และมันก็คือการกำจัดผู้นำของ
โศกนาฏกรรมทั้งหมดที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงสุดท้ายนั่น]
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 จ้องมาที่ผมราวกับว่าเขาตกใจมากกับการ
เปิดเผยนี้
เขาอ้าปากขึ้นและลงอยู่หลายครั้งก่อนที่จะตะโกนออกมา [[ไม่มีใคร
สามารถข้ามกำแพงสุดท้ายนั่นได้! เรื่องนั้น…]]
[[นัมอุน คนพวกนี้ พวกเขาครอบครอง ‘กุญแจสุดท้าย’ ที่อาจจะ
ทำให้พวกเขาข้ามกำแพงสุดท้ายไปได้]]
ลีฮุนซึงพูดออกมา
คิมนัมอุนเบนสายตาไปมาระหว่างลีฮุนซึงและผม เขาดูสับสนมาก
และผมก็แค่พยักหน้าให้กับเขา
[‘ราชาเทพเจ้าภายนอก’ กำลังปั่นป่วนกับคำประกาศของคุณ!]
[คำประกาศของคุณส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใน
‘สถานที่ 98’!]
[กลุ่มดาวจำนวนมากไม่พอใจกับตัวเลือกของคุณ!]
มันไม่เป็นไรถ้าดวงดาวจะไม่เข้าข้างพวกเรา มันไม่เป็นไรเหมือนกัน
ถ้าเนบิวลาอื่นจะไม่อยากเข้าร่วมกับพวกเรา
อย่างไรก็ตาม ถ้าสี่คนนี้ตัดสินใจยืนอยู่ข้างพวกเราล่ะก็…
ถ้าเหล่าราชาที่มีชีวิตผ่านรอบที่ 999 ยังคงอยู่ในเส้นโลกนี้และต่อสู้
ร่วมกับพวกเราล่ะก็…
[[…นายครอบครองกุญแจนั่นเหรอ?]]
ในช่วงเวลาที่ผมได้ยินเสียงนั้น ผมก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมา
[[ถ้าอย่างนั้น มันก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะไม่ชิงกุญแจนั่นมาจากนายสิ?]]
ทันใดนั้นเองดาบสั้นของคิมนัมอุนก็ขยับเข้ามาในพริบตาและเล็งมาที่
ลำคอของผม…
เคร้ง!
วิถีดาบสายหนึ่งพุ่งมาตรงหน้าของผมเพื่อปัดดาบสั้นของเขาออกไป
ในขณะที่เสียงปะทะอันรุนแรงดังออกมา ทั้งยูจงฮยอคและคิมนัมอุนก็
ถูกบังคับให้ต้องถอยไปสองสามก้าว
[[ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่สิ! นี่คือความรู้สึกนั่น!]]
เลือดไหลลงมาจากมือของราชันมหาอเวจีหลังจากการปะทะกันกับ
ดาบปีศาจทมิฬ
[[นายรู้ไหมว่าฉันรอคอยเวลานี้มานานแค่ไหน? นายรู้ไหมว่าฉันต้อง
พเนจรไปอย่างไร้จุดหมายอยู่นานแค่ไหนเพื่อได้มีโอกาสต่อสู้กับ
นาย?!]]
ราชันมหาอเวจี สิ่งมีชีวิตที่ท่องผ่านกาลเวลาอันนานแสนนานเพียง
เพื่อฟื้นคืนชีพคู่ต่อสู้ที่เขาเทิดทูน
[มหาเรื่องราว ‘การออกแบบแห่งการล่อลวง’ เริ่มเล่าเรื่องราวของ
มัน!]
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ประคองลีจีฮเยที่กำลังโซเซอยู่และตั้งท่าต่อสู้
ด้วย [[เจ้าเคยบอกข้ามาก่อน ถ้าถึงเวลาที่เจ้ากลายเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่
เจ้า เจ้าอยากให้ข้าสังหารเจ้าด้วยตัวเอง]]
พร้อมกับประกายแสงเจิดจ้า ดวงตะวันในอากาศเริ่มเปล่งแสงออกมา
อีกครา
[[ดูเหมือนว่าเวลานั้นจะมาถึงแล้ว]]
สิ่งที่ขวางกั้นคลื่นความร้อนไว้ก็คือเหล็กหลอมที่บดบังทัศนวิสัยของ
พวกเราเอาไว้
– พวกเจ้าต้องหนีแล้ว ข้าหยุดมันไว้คนเดียวไม่ได้
ลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 ต่างออกไปจากคนอื่นเนื่องจากเขาไม่ได้ถูก
อัญเชิญออกมาในฐานะภัยพิบัติ ซึ่งก็หมายความว่าเขาไม่ได้เหมือน
กับคนพวกนั้น
“คิมทกจา!”
แทบจะในเวลาเดียวกันนั้นเอง เหล่าสหายของผมก็มาถึง
ฮันซูยองที่ลอยอยู่บนหลังของมังกรเพลิงทมิฬเป็นคนแรกที่ถามออก
มา “เกิดอะไรขึ้น??”
“ก็อย่างที่เธอเห็น”
เธอเม้มปากอย่างแรง
ผมไม่ได้พูดอะไรอีกและมองไปยังเหล่าสหายแทน ไม่ว่าจะเป็นจางฮี
วอน ชินยูซอง ลีกิลยัง ลีจีฮเย และยูซานอา
“นี่คืออุปสรรคสุดท้าย”
พวกเขาเองก็น่าจะเดามันได้
“ดังนั้นห้ามตายนะ”
อย่างน้อยในระหว่างการต่อสู้ครั้งนี้ แม้แต่ผมเองก็ไม่สามารถปกป้อง
สหายของผมได้
ครืน!
พร้อมกับแรงปะทะที่พลิกควํ่าฟ้าดิน คลื่นสึนามิอันรุนแรง และแสง
ตะวันอันเจิดจ้า ดาบสามเล่มได้เข้าโรมรันกันอยู่ภายในนั้น
ลำแสงสีดำเฉือนเข้าใส่มหาสมุทร
ยูจงฮยอคกำลังต่อสู้อยู่ – ในขณะที่ต้านทานต่อการโจมตีประสานข
องคิมนัมอุนและอูรีเอลแห่งรอบที่ 999 เขาก็ได้สำแดงระดับพลังต่อสู้
ที่น่าตกตะลึงออกมา
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันโดดเดี่ยว‘ เริ่มเล่าเรื่อง
ราวของมัน!]
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
พลังที่ถูกซุกซ่อนไว้ซึ่งแข็งแกร่งพอจะต่อกรกับสองราชาได้คือความ
แข็งแกร่งที่แท้จริงของยูจงฮยอค ทุกๆ เรื่องราวที่เขาสร้างขึ้นมากำลัง
ระเบิดออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
[การเชื่อมต่อของ ‘ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อ’ ไม่สมบูรณ์]
[รอยแตกยืดขยายออกไปในความต่อเนื่องของเรื่องราว]
น่าเสียดาย สมดุลนั้นไม่อาจคงอยู่ไปได้ตลอด
“ทกจา”
ผมหันหน้าไปหาจางฮีวอน ปีกแห่งทูตสวรรค์กำลังสยายออกมาบน
แผ่นหลังของเธอ
จ้าวแห่งสัตว์อสูรชินยูซอง จอมพลแห่งน่านนํ้าลีจีฮเย และจักรพรรดิ
ดาบเหล็กลีฮุนซึง สหายของผมมีชีวิตที่แตกต่างออกไปเมื่อเทียบกับ
เส้นเรื่องต้นฉบับ และทำให้พวกเขาก้าวเดินออกไปด้วยปณิธานที่
แตกต่างกัน้
พวกเรามองหน้ากันและพยักหน้า
“ฉันจะช่วยจงฮยอคเอง ส่วนที่เหลือไปจัดการทางนั้นด้วย!”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ ปลดปล่อยสถานะของเธอ
ออกมา!]
จางฮีวอนสยายปีกออกและบินไปหายูจงฮยอคภายใต้การอวยพรของ
อูรีเอล มันดูเหมือนว่านั่นจะเป็นตัวเลือกของทูตสวรรค์ เธอคงจะรู้ว่า
ราชาเทพเจ้าภายนอกคนนั้นถือกำเนิดขึ้นมาจากตัวเธอในอนาคตอัน
ไกลแสนไกล ดังนั้น…
[[ข้าบอกเจ้าแล้วไง ถ้าไม่มีพรแห่งเนบิวลา เจ้าก็ไม่อาจเอาชนะข้า
ได้]]
อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่มีเวลามากังวลกับจางฮีวอน เพราะมันยังมี
อีกคนที่กำลังแผ่สถานะของเธอออกมายังทิศทางของพวกเราอยู่
ท่ามกลางคลื่นที่กำลังแยกตัวออกจากกัน ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999
กำลังจ้องมองมาที่พวกเราด้วยดวงตากลวงๆ
“ทุกคน หลบไป!”
ยูซานอาก้าวออกมาข้างหน้าและบิดเบือนมิติเวลา แต่ก็น่าเสียดาย
ความสามารถของศากยมุนีกลับไร้ประโยชน์เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ
อำนาจที่แท้จริงของราชาเทพเจ้าภายนอก
พร้อมกับเสียงดังกังวาน มิติเวลาที่ถูกบิดเบือนถูกบังคับให้เปิดออก
เรือรบของลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 กำลังลอยขึ้นมาจากส่วนลึกของ
มหาสมุทร มังกรเต่าของเจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลายชวนให้คิดถึงเกาะ
มากกว่าจะเป็นแค่เรือ
“ลุง!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย ชินยูซองก็สั่งให้มังกรคิเมร่าของเธอพ่นลม
หายใจของมันออกมา และเมื่อเธอลงมือ สัตว์นํ้าทั้งหมดที่ซ่อนตัวอยู่
ภายใต้ผิวนํ้าก็พุ่งออกมาด้วย
ฮูม!
เหล่ามอนสเตอร์พากันกรีดร้องออกมา อย่างไรก็ตาม เกาะนั้นก็ใหญ่
โตเกินกว่าที่พวกมันจะหยุดได้ เสียงของเหล่ามอนสเตอร์ที่ถูกบดขยี้
ดังก้องออกไปทั่ว และมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ก็สั่นสะเทือนอย่าง
รุนแรงในขณะที่คลื่นสึนามิม้วนเข้าใส่
“คุณลุง รีบถอยไปเร็ว!”
“คิมทกจา หลบไปก่อน!”
สหายของผมล้อมผมไว้ราวกับจะปกป้องผมและเริ่มโต้กลับไปเต็ม
กำลัง
ผมรู้อยู่แล้วว่าทำไมพวกเขาถึงทำแบบนี้ และแน่นอน ผมเองก็รู้ว่า
พวกเขาหวาดกลัวอะไรเช่นกัน
[[ข้า ข้าแค่ต้องทำลายทุกๆ อย่าง]] ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ตะโกน
ออกมาเหนือปลายคลื่น [[ทุกๆ สิ่ง มันสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ และ
หัวหน้าก็จะตระหนักได้เหมือนกัน! เขาจะต้องรู้ว่าโลกใบนี้สามารถถูก
ทำลายได้ทุกเมื่อ เขาจะต้องรู้ว่าโลกที่พวกเราอาศัยอยู่คือของ
จริง…!!]]
ครืน!
สึนามิยักษ์ซัดเข้ามาพร้อมกับห่ากระสุนปืนใหญ่ที่พอจะเป่าทั้ง
มหาสมุทร ระดับของคลื่นนั้นใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเราเคยเห็นมา
ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป แม้ว่าแม่ของผมจะอยู่ที่นี่ แต่คาบสมุทรเกาหลี
ก็คงจะจบสิ้นไปด้วย
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
สีหน้าของฮันซูยองเลวร้ายลงในขณะที่เธอตะโกนออกมา “คิมทกจา!
ถ้านายทำอะไรโง่ๆ…!”
“ไม่ต้องห่วง”
ผมตบไหล่ของเธอเบาๆ และก้าวออกไปข้างหน้า ภาพของ
สถานการณ์ที่พวกเราผ่านมาด้วยกันถูกเล่นผ่านสายตาของผม
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด‘ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
ทุกๆ ครั้งที่เรื่องราวใหม่ถูกสร้างขึ้น ผมก็ต้องเสี่ยงตาย ผมเชื่อมั่นใน
เส้นทางนั้นเท่านั้น และคิดว่านั่นคือทางที่ถูกต้อง
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ กำลังมองมาที่
คุณ]
รัดเกล้าพระสูตร โซ่ตรวนที่สหายสวมให้กับผมเองรัดแน่นอยู่บนศีรษะ
ของผม
ครืน!!
คลื่นสึนามิขยับเข้ามาใกล้ขึ้น พลังนี้ไม่ใช่สิ่งที่แม้แต่กลุ่มดาวระดับ
เทวะจะหยุดได้
「อย่างไรก็ตาม คิมทกจาก็รู้วิธีจัดการกับคลื่นสึนามินี้」
ย้อนกลับไปในสถานการณ์สุดท้ายของเนื้อเรื่องต้นฉบับ เมื่อยูจงฮ
ยอคกำลังขับเคี่ยวในศึกสุดท้ายกับเทพเจ้าภายนอก มันก็มีช่วงเวลาที่
คล้ายๆ กันนี้
ในเวลานั้น มันมีกลุ่มดาวหนึ่งที่อยู่เคียงข้างยูจงฮยอค
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด‘ กำลังมองมาที่คุณ]
กลุ่มดาวระดับเทวะเพียงคนเดียวไม่อาจรับมือกับมหาภัยพิบัติได้
อย่างไรก็ตาม ถ้ามันมีสองคนล่ะ?
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ กำลังมองไปยัง ‘ผู้กอบกู้
อิสรภาพที่เก่าแก่ที่สุด’]
ผมไม่ต้องเสียสละตัวเองอีก ผมไม่ต้องทิ้งสหายของผมไปอีก เหมือน
อย่างที่ยูจงฮยอคไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตนี้ ผมเองก็จะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะ
ถึงที่สุด
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
มหาเรื่องราวเดียวที่ผมครอบครองที่สามารถกลายเป็นพลังในการ
ต่อกรกับราชาเทพเจ้าภายนอกได้ – อย่างไรก็ตาม ผมเองก็ไม่ใช่คน
ที่ครอบครองส่วนแบ่งที่มากที่สุดของมหาเรื่องราวนั้น
“หงอคง!”
ผมสัมผัสได้ถึงวงแหวนทั้งสี่ที่กำลังเชื่อมต่อกันอยู่ภายในหัวของผม
[‘ราชาวานรสุดหล่อ’ เห็นด้วยกับคำขอของคุณ]
[‘คนทำความสะอาดคอกอาชาสวรรค์’ เห็นด้วยกับคำขอของคุณ]
[‘พุทธะชนะมาร’ เห็นด้วยกับคำขอของคุณ]
เรื่องราวอันยิ่งใหญ่เริ่มเปลี่ยนแปลงร่างอวตารของผม
[‘มหาปราชญ์เทียมสวรรค์’ เห็นด้วยกับคำขอของคุณ]
ผมของผมยืดยาวออกมาในทันทีและกลายเป็นสีแพลตตินั่ม ออร่า
ของเรื่องราวอันไร้ที่สิ้นสุดไหลเวียนอย่างรุนแรงอยู่ภายในเส้นเลือด
ของผม และจากนั้น ผมก็รู้สึกได้ถึงสัมผัสของกระบองทองในมือของ
ผม
[พลังของ ‘ซุนหงอคง’ ทั้งห้าจุติลงมายังร่างอวตารของคุณ!]
สถานะสีทองอาบย้อมร่างของผม สมรภูมิแม่นํ้าถงเทียนถูกสร้างขึ้นมา
ใหม่เหนือมหาสมุทรโดยรอบ
ในขณะที่มีฟ้าผ่าลงมา ผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
[ไปเลย น้องเล็ก]
ผมพยักหน้า
ครืน!
สถานะของหงอคงโอบล้อมรอบร่างทั้งร่างของผมและเชื่อมต่อกับ
กระบองทองที่อยู่ในมือของขวาของผม เฉกเช่นวันนั้นที่แม่นํ้าถง
เทียน เมื่อพวกเรากำลังต่อสู้กับกลุ่มดาว
ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไป งั้นก็คงจะเป็นในตอนนี้ผมกำลังใช้พลัง
ทั้งหมดของซุนหงอคง
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ แทรกซึมอยู่
ภายในตัวคุณโดยสมบูรณ์!]
“ฉันจะเปิดทางให้เอง”
ผมเหวี่ยงกระบองทอง และหลุมยักษ์ก็ถูกเปิดใช้กลางคลื่นสึนามิ
อย่างไรก็ตาม มันก็กลับสู่สภาพเดิมในพริบตา
[ไม่ได้หรอก ไม่ได้หรอก ไม่ได้หรอก ไม่ได้หรอก]
จากเกาะนั้นที่ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 นำขึ้นมา เหล่าผู้ไร้นามเริ่มปีน
ป่ายออกมา จำนวนของพวกมันมากมายมหาศาล แต่ถึงกระนั้น หงอ
คงก็ไม่ได้ตื่นตระหนกเลย