มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 477
[ทำลายพวกมัน]
ผมรู้สึกถึงการสั่นไหวจากแขนที่ชูขึ้นไปในอากาศ และเมฆหนาครึ้มก็
เต็มไปทั่วท้องฟ้าในทันใด เมฆสายฟ้าได้ปกคลุมท้องฟ้าเบื้องบน
ทั้งหมด และจากนั้นลำแสงสีฟ้าอันเจิดจ้าก็พุ่งลงมายังมหาสมุทร
ตู้ม!!
สายฟ้าจำนวนมากมายผ่าลงมายังมหาสมุทรและฉีกทำลายทุกๆ สิ่งที่
ขวางทาง สายฟ้าเหล่านี้ถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง มันช่างเป็นสถานะที่
ยิ่งใหญ่จริงๆ
นี่คือพลังของผู้ที่ไปถึงสถานการณ์สุดท้าย ซุนหงอคง ซึ่งถูกกล่าว
ถึงว่าเป็นกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่บ่อยๆ
[อ๊าก ก๊าซซซซซ?]
[พวก เรา ฆ่า กลุ่ม ดาว]
[จุดจบ ของ ดวง ดาว ใกล้ เข้า มา แล้ว]
เทพเจ้าภายนอกเหล่านี้สามารถเปล่งคำพูดออกมาได้มากกว่า พวก
มันคือสิ่งมีชีวิตระดับสูงที่เดินทางผ่านอุโมงค์ใต้นํ้าและพุ่งทะยานขึ้น
มาสู่ผิวมหาสมุทร
“บัดซบ…!”
ฮันซูยองที่อยู่ข้างๆ ผมตะโกนออกมา
ฮูม!
พื้นดินเบื้องล่างมหาสมุทรสั่นสะเทือน และลาวาก็เริ่มเดือดขึ้นมาบน
ผิวนํ้า
“ทุกคน หลบไป!”
พวกเรารีบปีนขึ้นไปบนมังกรเต่าของลีจีฮเยและลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า
มหาสมุทรเบื้องล่างเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่กำลังดิ้นไปมา
[การ ล่ม สลาย ของ เส้น โลก กำลัง จะ มา ถึง]
เหล่าเทพเจ้าภายนอกจุติลงมายังโลกนี้พร้อมกับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่
เป็นลางร้าย พวกเราเคยพบกับสิ่งมีชีวิตแบบนี้มาก่อน – ในช่วงสถาน
การณ์ต้นๆ ศึกปราสาททมิฬ
[‘กำแพงที่สี่’ ตื่นเต้นเบาๆ]
บางที่ ‘ผู้กลืนกินความฝัน’ ที่ทำหน้าที่เป็นบรรณารักษ์อยู่ภายใน
กำแพงอาจจะกำลังมองภาพฉากนี้อยู่
“พวกเราจะจัดการกับพวกมันยังไง??”
ฮันซูยองกัดฟันของเธอและปลดปล่อยเพลิงทมิฬออกมาจากมือทั้ง
สองข้าง หนวดที่มีความยาวหลายกิโลเมตรพุ่งขึ้นมาเหนือมหาสมุทร
ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้คลื่นยักษ์ที่ผสมรวมกับแมกม่าทวีความสูง
ขึ้นซะยิ่งกว่าภูเขา
ด้วยเหตุผลบางประการ ผมนึกถึงประโยคหนึ่งจากหนทางเอาชีวิต
รอดขึ้นมา
「ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจากเกาะที่กำลังยกตัวขึ้นได้ปกคลุมทุกๆ สิ่งบน
ผืนโลก」
ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป โลกของเส้นโลกนี้ก็คงจะลงเอยอยู่ในสภาพ
นั้นด้วย
“หงอคง!”
ผมยืมพลังของหงอคงและเผชิญหน้ากับคลื่นยักษ์ที่กำลังพุ่งเข้ามา
กระบองทองขยายขนาดขึ้นในพริบตาและเริ่มกระแทกเข้าใส่เหล่าผู้ไร้
นามที่พยายามจะขยับเข้ามาใกล้ ผมทำลายคลื่นที่มีขนาดพอๆ กับตึก
และจัดการกับหนวดที่พุ่งเข้ามา อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่หมด
「คลื่นยักษ์ขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ」
ถ้าผมจัดการกับคลื่นยักษ์อันแรกได้ งั้นคลื่นยักษ์อันที่สองก็จะโผล่ขึ้น
มา เมื่อผมทำลายมันได้ คลื่นยักษ์อันที่สามก็จะโผล่ขึ้นมา และ
ศูนย์กลางของคลื่นเหล่านั้นทั้งหมดก็คือเจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลายและ
ราชาเทพเจ้าภายนอกคนอื่นๆ
[…คราวนี้มันไม่ง่ายเลย]
แม้แต่หงอคงก็ยังต้องพูดอะไรแบบนี้ออกมา
ด้วยอัตรานี้ พวกเราคงจะจบเห่ก่อนที่ศัตรูของพวกเราจะทันได้มาถึง
ด้วยซํ้า
“มันมีทางอื่นในการฝ่ามันไปไหม?”
[ขอเวลาอีกหน่อย]
หลังจากทิ้งคำพูดเหล่านี้เอาไว้ หงอคงก็เริ่มรวบรวมสถานะมากยิ่งขึ้น
หัวใจของผมอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และเรื่องราวภายในเส้นเลือดของ
ผมก็โคจรอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผมรู้แล้วว่าเขากำลังเตรียมทำอะไร
ผมจึงไม่คิดที่จะถามอะไรอีก ถ้าผมคิดถูก เขาคงกำลังเตรียมตัวใช้สกิ
ลนั้นจากหน้าสุดท้ายของหนทางเอาชีวิตรอด
คำถามก็คือ ผมและสหายของผมจะอยู่รอดจนถึงตอนนั้นไหม?
「เพื่อที่จะซื้อเวลา พวกเราต้องรวมพลังกัน」
ไม่ว่าอูรีเอลและมังกรเพลิงทมิฬจะเป็นกลุ่มดาวที่ยอดเยี่ยมแค่ไหน
แต่มันก็ยังยากที่พวกเราจะทนไหว ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันมีราชาอยู่
ทางฝ่ายนั้นสี่คน
…เดีѺยวนะ สี่?
ครืน!
โล่เหล็กฟาดหนวดหลายๆ เส้นออกไป
ผมมองไปยังไหล่อันกว้างใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าของผมและพูดออกมา
“ฮุนซึง”
ลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 มองกลับมาที่ผม สีหน้าของเขาครึ่งหนึ่งเต็ม
ไปด้วยความกังวลและอีกครึ่งเต็มไปด้วยความสับสน
“พวกเราต้องการความช่วยเหลือจากนาย โปรดช่วยพวกเราหยุดภัย
พิบัติด้วย”
เขามองมาที่ผมอย่างเงียบๆ และถามผม [[เจ้าช่วยสัญญากับข้าได้
ไหม?]]
ผมไม่ถามว่าสัญญาอะไร เพราะผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมรู้อยู่แล้ว
“ฉันไม่รู้ว่าฉันจะปกป้องมันได้ไหม แต่ฉันจะพยายามให้เต็มที่”
เขามองมาที่ผมสักพัก จากนั้นดวงตาของเขาก็กะพริบอย่างช้าๆ และ
ในอึดใจต่อมา ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นด้วยแสงสีเงิน
[[ข้าจะเชื่อในเรื่องราวของเจ้า]]
ครืน!
กิ่งก้านโลหะยักษ์แตกหน่อออกมาจากด้านข้างเรือของพวกเรา พวก
มันก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงทั้งสี่ด้านในพริบตา ในขณะที่ปะทะเข้ากับ
คลื่นและเหล่าผู้ไร้นาม พวกมันก็ยังคงขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลาสั้นๆ ทางเดินสี่เหลี่ยมก็ถูกเปิดขึ้นตรงหน้าของพวกเรา มัน
คืออุโมงค์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยกำแพงเหล็กที่รุกคืบออกไปข้างหน้า
[[มุ่งหน้าไปซะ]]
ผมพยักหน้าและเริ่มวิ่งไปตามอุโมงค์
พวกเราออกวิ่งมาไกลแค่ไหนแล้ว? ผมเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ ณ
ปลายอุโมงค์
“ฮีวอน!”
จางฮีวอนกำลังวุ่นอยู่กับการเหวี่ยงดาบของเธอท่ามกลางเหล่าผู้ไร้
นาม สหายและผมรีบข้ามอุโมงค์ไปและเข้าไปช่วยเธอ
“ขอโทษนะ ฉันฝ่าไปไม่ได้เลย”
เธอเม้มปากและพึมพำออกมาด้วยความขมขื่น เสียงของเธอเต็มไป
ด้วยความสิ้นหวัง
เธอไม่อาจเข้าใกล้อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 ได้ด้วยซํ้าและต้องมาติดอยู่
ท่ามกลางวงล้อมของพวกผู้ไร้นามพวกนี้
[ก๊าซซซ]
กำแพงเหล็กสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในขณะที่เปล่งเสียงดังกึกก้อง
ออกมา เหล่าเทพเจ้าภายนอกกระโจนเข้ามาอย่างต่อเนื่องราวกับว่า
พวกมันจะกลืนกินพวกเราในพริบตา
ถ้าพวกเราออกไปนอกกำแพงสักก้าว พวกเขาก็คงจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
แน่
ปัง ปัง…
เสียงของผู้ไร้นามที่กำลังขยํ้ากำแพงดังออกมา
“อันตราย…!”
และจากนั้น ผู้ไร้นามก็พุ่งเข้าใส่พวกเราจากทางออกของอุโมงค์ พวก
มันกระโจนเข้าใส่พวกเราดุจหมาบ้า
[อ๊าาาาา!]
อึดใจต่อมา บางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับแสงสว่างอันเจิดจ้าก็พุ่งลงมา
จากท้องฟ้าและเชือดเฉือนทุกๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเรา มันมีคน
ขุดอุโมงค์ที่พวกเรากำลังยืนอยู่เข้ามาจากข้างนอก
พวกเราได้เห็นภาพของสมรภูมิมหาภัยพิบัติจากภายนอกอุโมงค์ที่ถูก
เฉือนเปิดออก
เหล่าผู้ไร้นามที่ตายตกกองพะเนินขึ้นเป็นเกาะซากศพยักษ์ ในขณะที่
มองไปยังภาพอันน่าสะพรึงกลัวนั้น เด็กๆ ก็เริ่มอยากจะอาเจียนออก
มาอย่างไม่อาจควบคุมได้
ผมเองก็พูดไม่ออกและมองไปยังสมรภูมินี้
บางคนก็พึมพำออกมาด้วยนํ้าเสียงกึ่งจะร้องไห้
“ทำไมกัน กว่าจะมาถึงตรงนี้…”
นี่คือมหาภัยพิบัติ สถานการณ์ที่ยูจงฮยอคจากเส้นเรื่องต้นฉบับต้อง
เผชิญหน้า และแม้แต่ตอนนี้ ยูจงฮยอคคนนี้ก็กำลังต่อสู้กับราชา
เทพเจ้าภายนอกอยู่กลางสมรภูมิแห่งนี้
ตู้มมมม!!
มันดูราวกับว่ามีแสงสว่างเปล่งประกายขึ้น ณ ด้านหนึ่งของท้องฟ้าอัน
ว่างเปล่า จากนั้นเสียงสะท้อนของการระเบิดก็ดังก้องออกไปทั่ว
ทิศทาง บางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่สายตาของผมแทบจะ
ตามไม่ทัน คนที่เฉือนเปิดอุโมงค์ของพวกเรานั้นกำลังต่อสู้อย่างดุ
เดือด
ผมลืมไปกระทั่งว่าพวกเราอยู่ในสมรภูมิและอึ้งไปสักพักกับภาพตรง
หน้า
[มหาเรื่องราว ‘การออกแบบแห่งการล่อลวง’ เห่าออกมาเสียงดัง!]
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เล่าเรื่องราวของมันต่อไป!]
สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดจากเส้นโลกที่ถูกหลงลืมกำลังวุ่นอยู่กับการ
ประชันเรื่องราว พลังแห่งวิถีดาบทลายนภาและเพลิงอเวจีเข้าโรมรัน
กัน และจากนั้นเพลิงทมิฬก็เข้าผสมโรงจนก่อให้เกิดลมพายุยักษ์
ลมพายุคลั่งนี้เกิดขึ้นมาจากดาบที่ปะทะกัน และเรื่องราวอันเก่าแก่ก็กู่
ร้องออกมาดุจมังกรโบราณ เรื่องราวกู่ร้องออกมาราวกับว่าจะฉีก
ท้องฟ้าออกเป็นชิ้นๆ
ประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตกำลังปะทะกันและสำแดงพลังออกมาตรงหน้า
ของพวกเรา และ ณ ใจกลางของเรื่องราวทั้งหมดก็คือดาบปีศาจทมิฬ
ของยูจงฮยอค
พวกเราไม่อาจเสียเวลาอันลํ้าค่าที่เขาซื้อให้กับพวกเราได้ ผมชี้ไป
ข้างหน้าและพูดขึ้นมา “ต้นเหตุของคลื่นเหล่านี้คือเกาะที่ล่มสลาย”
เหล่าผู้ไร้นามหลั่งไหลเข้ามาดุจเมฆฝุ่น จากนั้นเหล่าเทพเจ้า
ภายนอกระดับสูงก็ตามหลังพวกมันมา และสุดท้าย เกาะที่ล่มสลายก็
อยู่ ณ ศูนย์กลางของพวกมัน
ส่วนลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 ก็น่าจะอยู่กลางเกาะนั้น
“เป้าหมายหลักของพวกเราคือการทำลายเกาะนั่น หนทางที่ดีที่สุด
คือการจัดการกับลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 แต่…”
ผมมองไปยังปลายคลื่นที่ขยับเข้ามา ถ้าวายร้ายที่อยู่เบื้องหลัง
สถานการณ์มหาภัยพิบัติ เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลายลีจีฮเยถูกสยบ ภัย
พิบัติก็น่าจะหายไป แต่ปัญหาก็คือมันจะทำแบบนั้นได้ยังไง
ฮันซูยองพูดขึ้นมา
“อย่าลืมสิ คิมนัมอุนและอูรีเอลแห่งรอบที่ 999 อยู่ตรงนั้นเหมือนกัน
ถ้ายูจงฮยอคเผชิญหน้ากับอูรีเอล แล้วพวกเราจะทำยังไงกับคิมนัม
อุน?”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีแผน”
ในตอนนี้พวกเราเสียเปรียบเรื่องกำลังรบ พวกเรายังใช้พลังงาน
จำนวนมากไปกับการต่อสู้ก่อนหน้านี้ด้วย อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่
ถอยเหมือนกัน
“กิลยัง ยูซอง ปลดปล่อยแมลงและมอนสเตอร์เพื่อหยุดการ
เคลื่อนไหวของพวกเทพเจ้าภายนอกให้ได้มากที่สุด ยูซานอา ถ้าเธอ
เห็นโอกาส พยายามร่ายดีบัฟใส่ลีจีฮเยด้วย ฮันซูยอง เธอจัดการกับ
พวกผู้ไร้นามที่เข้ามาขวางทางพวกเรา”
“แล้วนายล่ะ?”
“ฉันจะเปิดทางให้ ฮีวอน มากันฉัน”
ในช่วงเวลาที่จางฮีวอนพยักหน้า ผมก็ปลดปล่อยสถานะของผมออก
มา
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ปลดปล่อยสถานะของเขา
ออกมา!]
ด้วยช่วงเวลาที่พอเหมาะพอเจาะ ผมสัมผัสได้ว่าเรื่องราวของลีฮุนซึง
กำลังโอบล้อมรอบร่างของผม ผิวชั้นนอกถูกสร้างขึ้นผ่านการแปลง
ร่างโลหะได้แพร่ไปทั่วผิวหนังของผม พวกเราตัดสินใจถูกที่เดินทาง
ไปยังออซก่อน พวกเราจำเป็นต้องมีโลหะเรื่องราวของเขาเพื่อรับมือ
กับพวกผู้ไร้นาม
“ตอนนี้แหละ ทุกคน!”
พวกเรากระโจนออกไปเหนือกำแพงโลหะโดยพร้อมเพรียงกัน และพุ่ง
เข้าหาคลื่นยักษ์
เหล่าเทพเจ้าภายนอกสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเราและ
โหยหวนออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
ปัง ปัง ปัง ปัง!
กระสุนของกงพิลดูที่ถูกเคลือบด้วยโลหะเรื่องราวพุ่งออกมาจากระยะ
ไกลเพื่อสนับสนุนพวกเรา
หนวดหลายสายพุ่งเข้ามาหาพวกเราโดยไม่เปิดช่องว่างเลย แต่ฮันซู
ยองก็จัดการเผาพวกมัน
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ คำรามออกมา!]
เพลิงทมิฬส่งผลให้เหล่าเทพเจ้าภายนอกกรีดร้องออกมาด้วยความ
เจ็บปวด
จางฮีวอนและผมออกไปวิ่งบนเส้นทางนี้ต่อ พวกเรารู้สึกได้ว่ามิติเวลา
ที่อยู่รอบๆ กำลังบิดเบี้ยวเบาๆ ยูซานอาคงกำลังเปิดใช้งานพลังของ
เธออยู่
“ทกจา ทางนั้น!”
พวกเราเห็นมังกรเต่ายักษ์ในระยะไกล ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 กำลัง
ยืนอยู่บนเรือพร้อมกับบัญชาการเหล่าเทพเจ้าภายนอกอยู่
[[ฮ่าฮ่าฮ่า คิดจะไปไหนกัน?!]] ราวกับว่าเขากำลังรอพวกเราอยู่ คิ
มนัมอุนแห่งรอบที่ 999 เผยตัวออกมา [[ฉันจะปกป้องจีฮเยเอง!]]
แม้ว่าเขาจะอยู่ระหว่างการต่อสู้กับยูจงฮยอค แต่เขาก็ยังมีเวลาเหลือ
พอมาแทรกแซงพวกเรา บางทียูจงฮยอคอาจจะตกอยู่ในอันตรายอยู่
ก็ได้ ดังนั้นผมจึงส่งสัญญาณให้จางฮีวอน
“ไม่ต้องห่วงฉัน ไปช่วยยูจงฮยอคก่อนเลย ฉันคิดว่าเขาน่าจะถึงขีด
จำกัดแล้ว”
“ห้ามตาย เข้าใจไหม?”
จางฮีวอนสยายปีกของเธอและหายไปช่วยยูจงฮยอค
[[รักกันจังนะ? แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะส่งพวกนายทั้งคู่ไปอยู่ด้วย
กันเอง!]]
นิ้วของคิมนัมอุนดูราวกับหลอมละลายไป เงาของเขาแยกออกเป็นนับ
ร้อยร่างและพุ่งออกมา
「คิมทกจาคิดกับตัวเอง เขาไม่อาจหลบมันได้」
มีดสั้นนับพันเล่มเล็งเข้าใส่ร่างของผม พวกมันเคลื่อนไหวราวกับมี
ชีวิต มีดแต่ละเล่มแข็งแกร่งพอจะสร้างบาดแผลหนักได้ แต่ถึงกระนั้น
ผมก็ยังยิ้มอย่างเงียบๆ
“ตอนที่ฉันเจอนายครั้งแรก นายเองก็ควงมีดใส่ฉัน”
[[แต่นี่เป็นครั้งแรกนะที่ฉันเจอนาย?]]
“คิมนัมอุน นายไม่สงสัยเหรอว่านายในโลกนี้ตายได้ยังไง?”
หนึ่งในร่างแยกของคิมนัมอุนขมวดคิ้วหลังจากได้ยินคำพูดของผม
[[ใครจะสนว่าไอ้อ่อนนั่นจะตายยังไง??]]
ผมใช้กระบองทองปัดมีดสั้นที่กำลังพุ่งเข้ามา แต่ก็ยังมีอีกหลายเล่มที่
สามารถฝากรอยแผลไว้บนต้นขาและไหล่ของผมได้ ต้องขอบคุณ
โลหะเรื่องราวของลีฮุนซึงที่ช่วยป้องกันการโจมตีเหล่านั้นให้กับผม
น่าเสียดาย แม้แต่โลหะหลอมก็เริ่มมีรอยแตกปรากฏขึ้นในจุดที่ถูกการ
โจมตีสาดเข้าใส่
ราวกับว่าความทรงจำบางอย่างได้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างเต็มที่ ผม
เริ่มหลบการโจมตีที่พุ่งเข้ามา
「เอว ลำตัว」
「ตาขวา」
「ต้นขาซ้าย」
เปรี้ยง…
ประกายแสงจางๆ ระเบิดออกมา ผมก้าวถอยไปหลังจากถูกโจมตีอีก
สองครั้ง
“นายคือขยะในเส้นโลกนี้ อันธพาลที่ฆ่าคนแก่ไร้พลังเพียงเพื่อจะ
เคลียร์สถานการณ์แรก”
[[นั่นคือสถานการณ์แรก ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องพวกนี้…!!]]
“นายถือมีดเหมือนอย่างตอนนี้เลย จนกระทั่งนายต้องคุกเข่าลงเพื่อ
อ้อนวอนขอชีวิตอย่างกับคนน่าสมเพช และจากนั้นก็ตายไปอย่าง
อนาถหลังจากหัวของนายระเบิด”
มันเป็นครั้งแรกที่การเคลื่อนไหวของเขาหยุดลง เขากำลังจ้องมองมา
ที่ผม
“นายสงสัยไหมว่าใครเป็นคนฆ่านาย?”
มีดสั้นกำลังเล็งมาที่ตาซ้ายของผม
“โอ้ ดาบที่ถูกหลอมมาเพื่อสะบั้นยักษาที่หลับใหล จงจุติลงมาเดีѺยว
นี้!”
ครืน!
ทุกๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของผมดูราวกับจะเสื่อมถอยลงไปในขณะที่พายุ
ความเป็นไปได้จำนวนมหาศาลระเบิดออกมา ยักษ์โลหะได้ถูก
อัญเชิญออกมาผ่านประตูมิติ และมันก็กำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่
อาวุธเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทาร์ทารัส พลูโต เสียงอันสดใสที่เป็น
ของคิมนัมอุนดังออกมาจากห้องเครื่องของมัน
[ฮ่าฮ่าฮ่า! เฮ้ นายตัѹกแตน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…]
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้ยิ้มกลับไปให้เขา เพราะสิ่งที่ผมกำลังทำกับ
เขาช่างไร้มนุษยธรรมซะเหลือเกิน
[เอ๋? อะไรเนี่ย?]
คิมนัมอุนเห็นบางสิ่งที่มีขนาดเล็กๆ กำลังลอยอยู่ตรงหน้าของเขาและ
เอียงศีรษะของเขา แทบจะในเวลาเดียวกัน คิมนัมอุนอีกคนก็พึมพำ
ออกมาด้วยนํ้าเสียงตกตะลึง
[[…หุ่นยนต์ยักษ์???]]
[ว้ากกกก?!]
เปรี้ยง!!
[ตัวตนเดียวกันจากเส้นโลกที่แตกต่างกันได้พบกันเป็นครั้งแรก]
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 ไม่ได้ครอบครองเรื่องราวสำหรับการต่อสู้
กับผม อย่างไรก็ตาม แล้วในตอนนี้ล่ะ?
[ทฤษฎีแผ่นฟิล์มไม่เชื่อมต่อถูกเปิดใช้งาน!]
ความทรงจำกำลังเชื่อมต่อกัน เนื่องจากสองตัวตนจากเส้นโลกที่แตก
ต่างกันได้มาพบกัน เรื่องราวที่ไม่ได้เชื่อมต่อกันจะถูกรวมเป็นหนึ่งชั่ว
ขณะ
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 ราชันมหาอเวจี เขาจ้องมาที่ผมด้วยคิ้วที่
เลิกสูงขึ้น ดูเหมือนว่าเขาจะตระหนักได้ถึงทุกๆ สิ่งแล้ว
[[นาย…]]
“ใช่แล้ว คนที่ฆ่านายในเส้นโลกนี้…”
มิติเวลาโดยรอบเริ่มเปลี่ยนแปลงไป กลายเป็นรถไฟใต้ดินใน
สถานการณ์แรก สถานที่ที่ผมได้สังหารคิมนัมอุน
ผมยิ้มและพูดต่อ
[‘การเปลี่ยนแปลงเวที’ ถูกเปิดใช้งาน!]
“ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากฉัน”
[เรื่องราว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
กำแพงเหล็กที่ถูกสร้างขึ้นโดยลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 เข้าปกคลุม
รอบๆ และยืดขยายออกไปอย่างรวดเร็ว พลังนี้แข็งแกร่งพอที่จะ
ป้องกันทั้งดาวเคราะห์ได้เมื่อถูกใช้ภายในออซ
ครืน!
เหล็กที่ยืดขยายออกมาพัวพันเข้ากับการเปลี่ยนแปลงเวทีและเริ่มก่อ
ร่างสร้างขึ้นเป็นกำแพงของรถไฟใต้ดิน
เวทีนี้คุ้นเคยกับผมมาก แม้จะเป็นตอนนี้ เพียงแค่ผมหลับตาลง ผมก็
สามารถนึกถึงห้องผู้โดยสารจากสถานการณ์แรกได้อย่างชัดเจน
[‘เวที’ ของกลุ่มดาวระดับเทวะถูกสร้างขึ้น!]
เปรี้ยง!
เดิมทีการเปลี่ยนแปลงเวทีนั้นก็คล้ายกับการเสริมแต่งความเป็นจริง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ภูมิประเทศโดยรอบจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเพียง
เพราะมันถูกแปลงสภาพเป็นเวที
อย่างไรก็ตาม คราวนี้มันก็แตกต่างออกไปเล็กน้อย