มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 484
เดีѺยวก่อน ผมพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่…? ผมขมวดคิ้วมุ่นและพูดออก
มา “ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น คราวนี้มัน…”
“อีกแล้ว? รู้แล้วน่า พี่สาว ขอเงินหน่อย 100 เหรียญ”
จางฮีวอนส่งเงินให้กับลีจีฮเย
ฮันซูยองมองดูภาพฉากนี้และส่ายหัวของเธอก่อนที่จะพูดกับผม
“นายน่าจะเรียนรู้บ้างนะ”
“เรียนรู้อะไร?”
“นายสัญญากับสหายไว้ว่านายจะทำแบบเดียวกันนั้นหลายครั้งแล้ว
ถ้านายยังดื้ออีก พวกเขาจะคิดยังไงกัน? อ่า นายคิดว่าคำสัญญาของ
พวกเราเป็นเรื่องตลกงั้นเหรอ นายคิดว่าทุกๆ คำสัญญามันเป็นเรื่อง
ล้อเล่นงั้นเหรอ!”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเลย ฉันขอโทษจริงๆ ที่ทำให้เข้าใจ
ผิด…”
หลังจากส่งเงินให้กับลีจีฮเย จางฮีวอนก็ถามขึ้นมาในทันใด “ยังไงก็
เถอะ คราวนี้แผนการของพวกเราเป็นยังไงกัน? ดูเหมือนว่านายจะคิด
มันกับซูยองตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ?”
“จริงๆ ก็ไม่ได้มีแผนอะไร”
บางทีเธออาจจะพบว่าคำตอบของผมน่าสงสัย จางฮีวอนได้ขยับ
ใบหน้าของเธอเข้ามาใกล้อีกครั้ง “จริงเหรอ?”
“มันต่างจากที่เคยเป็นมา แม้แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นใน
สถานการณ์สุดท้าย”
“แปลกๆ นายไม่ได้ปิดบังอะไรไว้ใช่ไหม?”
“ไม่ ไม่เลย”
[ตัวละคร ‘จางฮีวอน’ เปิดใช้งาน ‘จับเท็จ LV.5’!]
[คำพูดของคุณถูกยืนยันว่าโกหก]
“โอ้โห นายโกหกหน้าตายเลยเหรอ?”
…เธอไปเรียนจับเท็จมาตั้งแต่เมื่อไหร่? บ้าเอ้ย
ผมรีบแก้ตัว “มันยากที่จะอธิบายรายละเอียดในตอนนี้ สิ่งต่างๆ อาจ
จะเปลี่ยนไปได้ถ้าฉันบอกเธอ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง โปรดจง
เลือกในสิ่งที่เธอคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทำสำเร็จ
พวกเราก็จะรอดไปด้วยกันได้”
“แล้วพวกเรานั่นรวมถึงนายด้วยไหม ทกจา?”
ผมมองไปยังยูซานอาอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะพยักหน้า
“ใช่”
“และพวกเราจะได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่ๆ ด้วยกันใช่ไหม?”
“ใช่แล้ว”
“ฉันก็ไม่รับประกัน แต่ทุกๆ คนจะมางานฉลองของฉันใช่ไหม?”
“ใช่”
“พี่ ถ้าอย่างงั้นพวกเราไปเที่ยวกันได้ไหม…?!”
“ได้สิ”
[ตัวละคร ‘จางฮีวอน’ เปิดใช้งาน ‘จับเท็จ LV.5’!]
[คำพูดของคุณถูกยืนยันว่าเป็นความจริง]
หลังจากนั้นร่องรอยแห่งความโล่งใจจึงเคลื่อนผ่านสีหน้าของทุกๆ คน
ผมมองไปยังใบหน้าของพวกเขาอีกครั้ง – ยูซานอา จางฮีวอน ลีฮุน
ซึง ลีจีฮเย ลีกิลยัง ชินยูซอง ลีซอลฮวา กงพิลดู จางฮายัง ฮันซูยอง…
“ถ้าเสร็จแล้ว งั้นก็ไปกันเถอะ”
…และกระทั่งยูจงฮยอคก็ด้วย
เรื่องราวที่แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน เรื่องราวที่ผมยังไม่มีโอกาส
ได้อ่านจนจบ
“ไปกันเถอะลุง! พวกเรายังไม่ได้เข้าสู่สถานการณ์กันเลย ดังนั้นอย่า
เพิ่งทำอะไรเท่ๆ เลย”
ผมเห็นด้วยกับความเห็นของลีจีฮเย สถานการณ์สุดท้ายยังไม่ทันเริ่ม
ต้นขึ้นเลย ผมสูดหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ และเงยหน้าขึ้นมองประตู
มิติในอากาศ
[ประตูมิติสู่ ‘สถานการณ์ที่ 99’ ถูกสร้างขึ้น!]
บีฮยองได้สร้างประตูมิตินั้น
“ไปกันเถอะ”
พวกเราก้าวผ่านประตูมิติ สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนไปในพริบตา
เบื้องหลังของพวกเราคือภาพของการถ่ายทอดสดดวงดาวอันกว้าง
ใหญ่ ในขณะที่เบื้องหน้าของพวกเราคือภาพของเหล่ามหาโดเกบิที่
กำลังรอพวกเราอยู่
“เอ่อ? พวกเราเคยมาที่นี่รึยัง?”
ที่นี่คือ ‘ประตูแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาว’ ทางผ่านสุดท้ายที่นำไปสู่
ประตูสุดท้าย และบ้านของสำนักงาน สำนักงานใหญ่ของโดเกบิ
ทั้งหมด
[บริษัทของคิมทกจา คุณสมบัติในการเข้าไปของพวกเจ้าได้รับการ
ยืนยันแล้ว]
“…คราวนี้ก็ผ่านไปตรงๆ เลยสินะ”
โดเกบิไม่สนใจพิธีรีตองอะไรและนำพวกเราผ่านเข้าไปโดยไม่
โวยวาย
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่กำลังเฝ้ามองการเข้าสู่สถานการณ์สุดท้ายของ
คุณ!]
[เนบิวลาจำนวนมากอิจฉาความสำเร็จของคุณ!]
ผมสัมผัสได้ว่ากลุ่มดาวและเนบิวลากำลังเฝ้ามองพวกเราอยู่จาก
จักรวาลอันมืดมิด
[กลุ่มดาวภายในสถานการณ์สุดท้ายตึงเครียดขึ้นกับการปรากฏตัว
ของบริษัทของคิมทกจา!]
[คุณและเนบิวลาของคุณได้เข้าสู่ตำแหน่งของสถานการณ์สุดท้าย!]
เมื่อผมลืมตาขึ้นอีกครั้ง ผมก็เห็นภาพของกาแล็คซี่กำลังโคจรอยู่
รอบๆ ในกระแสนํ้าวน ดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังหมุนวนอยู่รอบๆ
พร้อมกับเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา
พวกเขาคือกลุ่มดาวแห่งสถานการณ์สุดท้าย ดวงดาวที่ไปถึงระดับ
เทวะเมื่อนานมาแล้ว หรือเหล่าคนที่ได้รับคุณสมบัติดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม แทนที่จะเคลื่อนเข้ามาหาพวกเรา ดวงดาวเหล่านั้น
กลับโคจรอยู่บนท้องฟ้าเบื้องบนเหนือปราสาทที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง
“นั่น…”
และเหนือปราสาทเก่าแก่ขนาดใหญ่ยักษ์แห่งนั้นที่ดวงดาวกำลังโคจร
อยู่ก็มีกำแพงขนาดใหญ่มากจนพวกเราไม่อาจเห็นจุดจบของมันได้
“นั่นคือกำแพงสุดท้ายงั้นเหรอ?”
ผมมองไปยังกำแพงนั้นอย่างเงียบๆ
มันราวกับว่ากำแพงนั่นได้แผ่ขยายออกไปอย่างไม่รู้จบเพื่อประกาศ
อย่างจองหองว่านี่คือจุดจบของเส้นโลกนี้
「ทุกๆ สิ่งภายในโลกนี้ต่างก็ถูกบันทึกไว้ในนั้น」
[‘ราชาแห่งเรื่องราว’ กำลังมองมาที่คุณ]
[‘ราชาแห่งเรื่องราว’ เรียกหาคุณ]
ผมถูกทักทายด้วยความรู้สึกที่เหมือนถูกสั่นสะเทือนจนเส้นขนทุกๆ
เส้นของผมลุกชันขึ้นมา ผมสัมผัสมันได้ สิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนเรื่องราว
ขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีนามว่า ‘การถ่ายทอดสดดวงดาว’ กำลังรออยู่ที่
ใจกลางของกำแพงนั้น
สหายของผมเองก็คงจะสัมผัสมันได้ด้วย เนื่องจากพวกเขาต่างก็ดู
เครียดขึ้นมา
มีแค่ยูจงฮยอคเท่านั้นที่ยังทำหน้านิ่งอยู่ “ฉันไม่เห็นกลุ่มดาวเลย”
มันเป็นอย่างที่เขาพูด แม้ว่าพวกเราจะเห็นกลุ่มดาวโคจรอยู่บน
ท้องฟ้า แต่มันก็ไม่มีกลุ่มดาวสักคนที่อยู่ในรูปแบบของอวตาร มัน
ราวกับว่าพวกเขารู้ว่าพวกเรากำลังจะมา ดังนั้นพวกเขาจึงพากันหลบ
ไปที่ไหนสักแห่ง
มันเป็นเหล่ามหาโดเกบิที่ออกมาต้อนรับพวกเราแทน
[มหาโดเกบิ ‘ฮอเช’ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
[มหาโดเกบิ ‘ฮารอง’ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
[มหาโดเกบิ ‘บารัม’ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
[มหาโดเกบิ ‘โฮลอง’ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
[มหาโดเกบิ ‘นกซู’ กำลังจุติลงมายังสถานการณ์!]
เมื่อเหล่าโดเกบิที่มาพร้อมกับสถานะอันยิ่งใหญ่ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อม
กันในคราวเดียว แม้แต่ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกดดันขึ้นมา
[พวกเจ้ามาแล้ว บริษัทของคิมทกจา]
มหาโดเกบิฮอเช หมอนี่ที่เคยบุกเข้ามาในสงครามระหว่างกลุ่มดาว
และปีศาจเพื่อรับตัวพวกเราได้พูดออกมา เขาพูดต่อด้วยสายตาที่
ดูแคลนพวกเรา
[พวกเจ้าได้รับคุณสมบัติในการเข้าสู่สถานการณ์สุดท้ายแล้ว
เนื่องจากมันไม่จำเป็นต้องทดสอบพวกเจ้า มันจึงไม่เป็นไรที่จะเข้าไป
ยัง ‘เรือโนอาห์’ ได้เลย รายละเอียดจะถูกอธิบายหลังจากนั้น]
“…เรือโนอาห์?”
ก่อนที่คำถามของผมจะจบลง เสียงดังก้องกังวานก็ดังออกมาจาก
ศูนย์กลางของปราสาทโบราณ ส่วนกลางของมันเปิดออก และมีบาง
สิ่งเริ่มโผล่ขึ้นมาจากรากฐานของปราสาท
「และมันก็คือเรือยักษ์」
ในช่วงเวลาที่ผมเห็นเรือนั้น ผมก็เกิดเดจาวูขึ้นมา
「มันเป็นเรือที่ถูกพบครั้งแรกในช่วงสงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจ」
อันที่จริง รูปร่างของมันคือเรือที่ช่วยพวกเราไว้ในช่วงสงครามระหว่าง
กลุ่มดาวและปีศาจ มันดูคล้ายกับเรือโนอาห์ของเอเด็นที่อพยพพวก
เราจากการปะทะกันระหว่างมังกรแห่งวันสิ้นโลกและระยะห่างสุด
พรรณนา
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวของมันคือเรือลำนี้มีขนาดใหญ่และดู
แข็งแรงกว่าเรือโนอาห์จากตอนนั้นมาก ตัวเรือดูราวกับถูกแกะสลัก
ออกมาจากชิ้นส่วนที่แตกหักของกำแพงซึ่งมีทั้งแสงสีขาวและสีเข้ม
แผ่ออกมา
มหาโดเกบิฮอเชพูดต่อในขณะที่เขามองไปยังตัวเรือ
[เดิมทีเส้นโลกนี้ได้ถูกกำหนดให้เป็น ‘เส้นโลกสุดท้าย’ อย่างไร
ก็ตาม สิ่งต่างๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไป และการบิดเบี้ยวของเส้นโลกก็หลุด
ออกจากการควบคุมแล้ว บทสรุปของโลกนี้ไม่อาจปลดล็อคกำแพง
สุดท้ายได้ ซึ่งหมายความว่ามหากาพย์ที่สามารถตอบสนองต่อความ
พึงพอใจของ ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’ ไม่อาจเสร็จสมบูรณ์ได้อีกต่อ
ไป]
“นายกำลังพูดบ้าอะไร??”
[พวกเจ้าทุกคนจะกลายเป็น ‘เมล็ดพันธุ์’]
เมล็ดพันธุ์ ผมเคยได้ยินมันในหนทางเอาชีวิตรอด คำนี้ได้แสดงถึงผู้
ท้าชิงของเรื่องราวหนึ่งเดียวทั้งหมด
ประกายแสงอันรุนแรงระเบิดออกมาเป็นระยะๆ จากจักรวาลอันไกล
โพ้น พวกมันเป็นเสียงที่ดูเป็นลางไม่ดีที่เหมือนจะบ่งบอกถึงจุดจบ
ของเส้นโลกที่บิดเบี้ยว
ดวงดาวส่วนหนึ่งได้ถูกดูดเข้าไปในการระเบิดที่ดังอื้ออึงและแตก
กระจายเป็นชิ้นๆ ในเปลวเพลิงก่อนที่จะร่วงลงมาสู่พื้น
โดเกบิพูดต่อในขณะที่มองไปยังดวงดาวที่ร่วงหล่นลงมา
[คิดว่ามันเป็นเกียรติอย่างยิ่งละกัน มันคือเจตจำนงของราชาแห่งเรื่อง
ราวที่เจ้าถูกเลือกเป็นเมล็ดพันธุ์เมื่อเจ้าต้องรับผิดชอบต่อเส้นโลกที่
กำลังล่มสลายแห่งนี้ เจ้าจะได้ขึ้นเรือโนอาห์และย้ายไปยังเส้นโลก
ใหม่ และเจ้าก็จะได้ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ในฐานะ ‘เรื่องราว’ หลักที่จะ
กลายเป็นมุมมองของเส้นโลกต่อไป เหมือนอย่างเหล่าคนที่ข้ามมา
จากโลกก่อนได้ทำ]
หลังจากนั้นสิ่งต่างๆ ที่เขากล่าวมาจึงสมเหตุสมผล เขากำลังบอกให้
พวกเราหนีไปจากโลกนี้
“นาย… นายกำลังจะให้พวกเราทอดทิ้งโลกนี้ไปง่ายๆ เหรอ? นาย
อยากจะทอดทิ้งเส้นโลกนี้และจากไปพร้อมกับทุกคนที่นี่งั้นเหรอ?
นายคิดว่าเรื่องแบบนี้มันสมเหตุสมผลงั้นเหรอ???”
[แน่นอน มันไม่จำเป็นต้องประหลาดใจขนาดนั้นหนิ? มันไม่ควรจะเป็น
คำแนะนำที่แย่อะไรสำหรับพวกเจ้าเหมือนกัน เป้าหมายของเจ้าคือ
การไปถึงบทสรุปที่ไม่มีใครต้องถูกสังเวยใช่ไหม?]
ชั่วขณะหนึ่ง ผมรู้สึกพูดไม่ออกเลย
[เจ้าทำสำเร็จแล้ว ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น เจ้าและสหายของเจ้า
สามารถจากเส้นโลกนี้ไปและเอาชีวิตรอดไปด้วยกันได้]
เสียงระเบิดผสมกับเสียงฟ้าผ่าดังก้องออกมาจากอีกฟากของท้องฟ้า
มันคือเสียงของความเป็นไปได้แห่งสำนักงานที่กำลังปกป้องการพัง
ทลายอยู่
ในขณะที่ผมได้ยินเสียงเหล่านั้น ผมก็เริ่มเข้าใจหลายๆ สิ่ง
อย่างเช่น ทำไมถึงไม่มีกลุ่มดาวอยู่แถวๆ นี้เลย หรือทำไมสำนักงาน
ถึงครอบครองอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
“…พวกนายทำแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว?”
[มันสำคัญด้วยเหรอ?]
“จะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่ไม่ได้ขึ้นเรือโนอาห์? เหล่าคนที่ไม่ถูกเลือก
– จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?”
[เจ้าน่าจะเดาได้แล้วนะ]
ฮอเชใช้คางของเขาชี้ไปทางด้านหลังของพวกเรา นั่นคือที่ๆ มังกร
เต่าของลีจีฮเยถูกเรียกออกมาเมื่อก่อนหน้านี้ และบนดาดฟ้าของเรือก็
มีทรงกลมผนึกสี่อันที่กำลังเปล่งแสงออกมา – เหล่าเทพเจ้าภายนอก
รวมทั้งนักเขียนลับ
ผมจ้องมองไปยังตัวละครจากนิยายต้นฉบับที่กำลังหลับใหลอยู่
ภายในทรงกลม เหล่าคนที่ถูกผลักไสจากสถานการณ์อาจจะตายหรือ
ไม่ก็กลายเป็นเทพเจ้าภายนอกแทน
[สถานการณ์หลักใหม่มาถึงแล้ว!]
+
[สถานการณ์หลัก #99 – หลบหนี]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ??
เงื่อนไขการเคลียร์: เข้าสู่ ‘เรือโนอาห์’ พร้อมกับสหายจากเนบิวลา
ของคุณ
จำกัดเวลา: 2 ชั่วโมง
รางวัล: คุณสามารถข้ามไปยังเส้นโลกอื่นได้ด้วยเรือโนอาห์ เรื่องราว
ของคุณจะเริ่มต้นใหม่ ณ สถานที่แห่งนั้น และเรื่องราวที่คุณสะสมมา
จะถูกบันทึกไว้บน ‘กำแพงสุดท้าย’ ของการถ่ายทอดสดดวงดาว เพื่อ
ถูกสืบทอดไปชั่วนิรันดร์
ความล้มเหลว: คุณจะติดอยู่ในโลกที่ถูกทำลายและตาย
+
สหายทุกคนต่างดูตะลึงงันหลังจากยืนยันถึงรายละเอียดของ
สถานการณ์ มันเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ในความเป็นจริง
แล้ว มันอาจจะเป็นสถานการณ์ที่ง่ายที่สุดจากทุกสถานการณ์ที่พวก
เราประสบมา
ทั้งหมดที่พวกเราต้องทำก็แค่ทำตามคำพูดของมหาโดเกบิและขึ้นไป
บนเรือโนอาห์ จากนั้นก็จากเส้นโลกนี้ไป
“ทกจา…”
[พวกเจ้ารออะไรอยู่? มันไม่มีสถานการณ์ที่ดีกว่านี้สำหรับเจ้าแล้ว]
ผมได้ยินเสียงของมหาโดเกบิลอยอยู่ในอากาศ
[รู้ไหมว่ามีกลุ่มดาวมากมายแค่ไหนที่คัดค้านไม่ให้เจ้าถูกเลือกเป็น
‘เมล็ดพันธุ์’ พวกเราเลือกเจ้าแม้ว่าพวกเราจะต้องขัดต่อกระแส
ดวงดาวเหล่านั้นก็ตาม]
บีฮยอง เขาก้มหน้าอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงพร้อมกับริมฝีปากที่ซีดเซียว
หัวสมองของผมเริ่มซับซ้อนยิ่งขึ้น จู่ๆ ทำไมราชาแห่งเรื่องราวถึง
ปล่อยสถานการณ์แบบนี้ออกมา? ผมในตอนนี้ไม่อาจเข้าใจมันได้เลย