มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 485
แต่ก็มีหนึ่งสิ่งที่แน่นอน – จากการฟังข้อเสนอของพวกเขา ความอยู่
รอดของสหายทุกคนจะถูกรับประกัน
「เรื่องราวของบริษัทของคิมทกจาคงจะถูกบันทึกไว้บน ‘กำแพง
สุดท้าย’ พร้อมกับเรื่องราวอื่นๆ ที่เขาเกลียด」
ผมหันไปมองสหายที่กำลังจ้องมองมาที่ผม
“ทุกคน”
ผมพยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่มันก็ไม่ง่ายเลย
เส้นทางที่สุดแสนจะง่ายได้เปิดออกตรงหน้าของพวกเราแล้ว ถ้าพวก
เราเลือกเส้นทางนี้ พวกเราก็อาจจะไม่จำเป็นต้องหันไปใช้แผนการ
ของพวกเรา
มันจะไม่มีใครต้องตาย และพวกเราก็จะไม่ต้องกลายเป็นเทพเจ้า
ภายนอกด้วย
พวกเราแค่ต้องขึ้นไปบนเรือนั่นและข้ามไปยังเส้นโลกอื่น และจากนั้น
ก็ใช้ชีวิตในเรื่องราวใหม่ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน พวกเราแค่
ต้องกลายเป็นผู้ปกครองของเส้นโลกใหม่ด้วยเรื่องราวของพวกเรา
เหมือนอย่างเทพเจ้าระดับสูงแห่งโอลิมปัสและแอสการ์ด พวกเราแค่
ต้องใช้ชีวิตไปพร้อมกับเพลิดเพลินไปกับความสะดวกสบายของ
สถานการณ์
“ทกจา”
ผมสบตากับยูซานอาในขณะที่เธอมองตรงมาที่ผม
「อย่างไรก็ตาม พวกเราจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในบ้าน
หลังใหญ่ภายในสถานที่แห่งนั้นได้เหรอ?」
ลีจีฮเยคว้าพวงกุญแจที่ติดอยู่กับดาบมังกรคู่ไว้แน่น และ…
「พวกเราจะไปแสดงความยินดีกับวันจบการศึกษาของลีจีฮเยได้ด้วย
รอยยิ้มที่แท้จริงเหรอ?」
…ชินยูซองและลีกิลยังจับชายเสื้อของกันและกันไว้แน่น
「ฉันจะได้ไปเที่ยวกับกิลยังและเล่นเกมกับเขา และ…」
「และจะได้ไปแม่นํ้าฮันกับยูซองและแบ่งกันกินพิซซ่ากับเธอ
ไหม?」
สุดท้าย ยูจงฮยอคก็กำลังมองมาที่ผม
「เหมือนกับการลบเลือนร่องรอยบนกำแพงสุดท้าย พวกเราจะแสร้ง
ทำเป็นว่าทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับพวกเราต่างก็ไม่มีอะไรเลยได้งั้นเห
รอ?」
วันสิ้นโลกเริ่มต้นขึ้น และนั่นก็ไม่อาจย้อนกลับได้
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘ กำลังรอการตัดสินใจของ
คุณ]
เหมือนอย่างที่อากาเรสและเมทาทรอนที่ตายไปแล้วไม่อาจกลับมา
ได้
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘ เฝ้ารอการตัดสินใจของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ‘ เฝ้ารอการตัดสินใจของคุณ]
พวกเราไม่อาจลบเลือนสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ได้ และเหมือนกับที่พวกเราไม่อาจเปลี่ยนการเสื่อมถอยในอดีตของยู
จงฮยอคได้
「ทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในโลกนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเราไป
แล้ว」
ฮันซูยองพูดออกมา “คิมทกจา นายลังเลอะไรอยู่? นายก็รู้อยู่แล้วหนิ
ว่าต้องทำยังไง?”
ลีฮุนซึงเดินเข้ามาหาผมก่อนที่ผมจะทันได้รู้ตัวและวางมือของเขาไว้
บนไหล่ของผม ราวกับว่าเขารู้ว่าผมกำลังจะพูดอะไร
“ฉันก็คิดเหมือนกันกับนายนะ ทกจา”
เรื่องราวที่พวกเราได้รับมาด้วยกัน และสิ่งต่างๆ ที่อาจจะถูกทิ้งไว้ข้าง
หลังต่างก็กำลังบอกเล่าเรื่องราวของพวกเรา
ผู้คนบนโลก แม่ของผมและเหล่าผู้พเนจร คนเหล่านั้นที่แบ่งปันเรื่อง
ราวร่วมกับพวกเรา แต่ก็ไม่ได้อยู่ที่นี่พร้อมกับพวกเราตอนนี้
[ทุกๆ เรื่องราวของเนบิวลาบริษัทของคิมทกจากำลังมองมาที่คุณ]
[‘กำแพงที่สี่’ กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!]
เมื่อไม่นานมานี้ นักเขียนลับได้พูดสิ่งนี้กับผม
[[เมื่อพวกเราพบกันอีกครั้ง ข้าหวังว่าเจ้าจะเป็นเจ้านายที่เหมาะสม
ของ ‘กำแพง’ นั้น]]
จางฮายังครอบครอง ‘กำแพงแห่งการสื่อสารที่เป็นไปไม่ได้’ ในขณะ
ที่ยูซานอาครอบครอง ‘กำแพงแห่งสังสารวัฏ’ ที่เธอสืบทอดมาจาก
ศากยมุนี อากาเรสและเมทาทรอนครอบครอง ‘กำแพงที่แบ่งความดี
และความชั่ว’
และกำแพงเหล่านั้นต่างก็ครอบครองเรื่องราวบางอย่างที่คงจะถูก
เขียนไว้บนกำแพงเหล่านั้น
「ถ้าอย่างนั้น เรื่องราวแบบไหนกันที่ควรจะถูกเขียนไว้บนกำแพงที่
สี่」
กำแพงที่สี่เคยพูดแบบนี้ไว้กับผม – ฉันคือชิ้นสุดท้ายสุดของกำแพง
สุดท้ายอันนั้น
「ชิ้นส่วนสุดท้ายของเรื่องราวเหล่านั้นทั้งหมด」
เป็นครั้งสุดท้าย ผมมองไปยังสหายของผมก่อนที่จะพูดอะไรบาง
อย่างออกมา ผมพยายามจะยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราเลือกอาจจะเป็นสิ่ง
ที่ผิดก็ได้
ผมไม่อาจพูดออกไปได้ มันไม่มีวิธีที่ใช้ในการค้นหาความจริงได้
อย่างไรก็ตาม…
「ทำในสิ่งที่นายเชื่อว่ามันดีที่สุด ทกจา」
「ลุง พวกเราจะตายด้วยกันเมื่อเวลานั้นมาถึง เข้าใจไหม?」
「แทนที่จะเอาชีวิตรอดไปอย่างน่าละอาย ฉันอยากจะตายไปอย่าง
ชอบธรรมมากกว่า」
เสียงของพวกเขาสร้างความกล้าให้กับผม
เรื่องราวที่เดือดพล่านออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดภายในกายของผม
แทรกซึมผ่านเสียงที่แท้จริงของผมและดังออกมา
[พวกเราจะไม่ขึ้นเรือโนอาห์]
มันราวกับว่าผมกำลังจะได้เห็นจุดฟูลสต๊อปของเรื่องราวที่ผมได้อ่าน
มาเนิ่นนาน
มหาโดเกบิจ้องมองมาที่ผมด้วยสีหน้าแข็งค้าง กลุ่มดาวทุกๆ คน
ภายในเส้นโลกนี้กำลังจดจ้องมาที่ผม
ในขณะที่ผมรู้สึกถึงสายตาเหล่านั้นทุกๆ คู่ ความรู้สึกอิสระที่ยากจะ
อธิบายก็อาบย้อมไปทั่วร่างของผมด้วยเช่นกัน
「และในเวลานั้น คิมทกจาก็ตระหนักได้ว่าเรื่องราวแบบไหนที่ยังไม่
ถูกเขียนขึ้นภายในหนทางเอาชีวิตรอด」
ผมได้อ่านทุกๆ รอบการเสื่อมถอยในหนทางเอาชีวิตรอด ผมยังจำมัน
ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีบางส่วนที่ผมไม่เคยได้อ่าน
「บทส่งท้าย」
ตั้งแต่รอบที่ 0 ถึงรอบที่ 1863 ทุกๆ เรื่องราวที่ผมได้อ่านมากำลังมา
รวมตัวกันอยู่ในจุดๆ เดียว
เรื่องราวจากเนบิวลาต่างๆ ที่กำลังลอยอยู่ภายในสวรรค์เบื้องบนถูก
หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเส้นโลกนี้ ผมสัมผัสได้ว่ากลุ่มดาวที่อยู่
ไกลออกไปกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังฉาก
บางสิ่งกำลังขยับมาทางนี้
[เจ้าเข้าใจถึงสิ่งที่เจ้าเพิ่งพูดออกมาไหม?]
มหาโดเกบิถามผม
บางคนก็มีสีหน้าที่บ่งบอกว่าพวกเขาคาดไว้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะออก
มาแบบนี้ ในขณะที่บางคนก็ดูสับสนมาก อันที่จริงแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่อง
อะไรของพวกเขา – ถึงอย่างไรก็ตาม ทุกๆ สิ่งก็เป็นแค่เรื่องราว
สำหรับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
ทุกๆ สิ่งคือเจตจำจงของการถ่ายทอดสดดวงดาวสำหรับพวกเขา
[การถ่ายทอดสดดวงดาวเสนอแนะชื่อของมหาเรื่องราวสุดท้ายของ
คุณ]
[คุณสามารถเลือกระหว่าง ‘บทสรุป’ ทั้งสองได้]
+
1. นักพเนจรแห่งเส้นโลกที่ถูกทำลาย
2. ผู้ปกครองแห่งแสงดาวอันสิ้นหวัง
…..
+
ชื่อของมหาเรื่องราวสุดท้ายของพวกเราลอยขึ้นมา ผมมองไปยังตัว
เลือกของ ‘บทสรุป’ ที่ถูกมอบให้กับผม ทั้งคู่ต่างก็ฟังดูยิ่งใหญ่
「และทั้งคู่ก็ไม่อาจบรรจุเรื่องราวของพวกเขาไว้ได้อย่างครบถ้วน」
[ฉันขอไม่ยอมรับชื่อของเรื่องราวที่ถูกมอบให้]
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น‘ ปฏิเสธตัวเลือกจากการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว]
เปรี้ยง!
[ฉันจะไม่เอาบทสรุปที่นายกำลังพูดถึง]
ผมค่อยๆ ชักศรัทธาไม่แตกสลายออกมาจากเอว
[ทุกๆ เรื่องราวแห่งเนบิวลาบริษัทของคิมทกจาเริ่มเล่าเรื่องราวของ
พวกมัน!]
ยูจงฮยอคชักดาบปีศาจทมิฬออกมา ในขณะที่ฮันซูยองก็ปลดผ้าพัน
แผลที่แขนซ้ายของเธอออก
จางฮีวอนชูดาบแห่งการพิพากษาของเธอขึ้น ตามมาด้วยลีจีฮเยที่จับ
ดาบมังกรคู่ไว้ด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ
ยูซานอากางฐานดอกบัวของเธอออก และมังกรคิเมร่าของชินยูซองก็
เริ่มคำรามออกมา
กงพิลดูเปิดใช้งานปราการติดอาวุธของเขาเร็วยิ่งกว่าใคร และผมก็
เห็นจางฮายังกำลังยืนอยู่บนปราการพร้อมกับปลดปล่อยสถานะแห่งผู้
บรรลุออกมา
และสุดท้าย ลีฮุนซึงได้ก้าวออกมาข้างหน้าราวกับจะเพื่อปกป้องทุกๆ
คน
พวกเขาต่างก็กำลังพูดผ่านการกระทำของพวกเขา นั่นคือเหตุผลว่า
ทำไมผมถึงสามารถบอกเล่าเรื่องราวของผมออกมาได้
[ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครทอดทิ้งเส้นโลกนี้ จงมาเป็นพยานในตอนจบ
ของเรื่องราวที่พวกนายสร้างขึ้น จงรอดูด้วยสายตาของพวกนายว่า…
จุดจบของโลกแบบไหนที่กำลังรอคอยพวกนายอยู่]
สถานะแห่งเรื่องราวระเบิดออกมาจากร่างทั้งร่างของผมและแพร่ไป
ทั่วศรัทธาไม่แตกสลาย
[หยุดนะ]
มหาโดเกบิที่กำลังตกตะลึงก็เคลื่อนไหวเหมือนกันและต้านทานต่อ
สถานะของผม ผมปลดปล่อยสถานะออกมาโดยไม่ลังเล
[การถ่ายทอดสดดวงดาวตอบสนองต่อการกระทำของกลุ่มของคุณ!]
[สำนักงานเปิดใช้งานความเป็นไปได้!]
แม้จะมีพายุประกายแสงโอบล้อมรอบร่างของผม แต่ผมก็ไม่ถอย เรื่อง
ราวทั้งหมดที่พวกเราสร้างขึ้นมาด้วยกันกำลังคำรามออกมาภายใต้
ความเจ็บปวดราวกับร่างอวตารกำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน‘ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด‘ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
[มหาเรื่องราวที่ไม่มีชื่อของคุณเริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
สิ่งที่กำหนด ‘บทสรุป’ ของเรื่องราวคือจุดเริ่มต้น พัฒนาการ และ
สุดท้ายก็ไคลแม็กซ์
ผมเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ประกายแสงที่อยู่ตรงหน้าของผมซํ้าแล้วซํ้าเล่า
ผมกระทั่งเหวี่ยงศรัทธาไม่แตกสลายเข้าใส่ระลอกของพายุ
[การกระทำของเจ้าทำให้การถ่ายทอดสดดวงดาว…]
[ความเป็นไปได้ที่กำหนด ‘บทสรุป’ ไว้ล่วงหน้าคือ…]
[■?■■….■?■■?]
ข้อความที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแตกสลายไปต่อหน้าต่อตาผม คำที่
เคยเข้าใจได้กำลังเปลี่ยนเป็นสิ่งที่อ่านไม่ออกราวกับว่ามีเมฆฝุ่น
มาปกคลุมพวกมันไว้
และเมื่อเศษฝุ่นค่อยๆ จางหายไป สิ่งที่ผมได้เห็นก็คือตัวเรือโนอาห์ที่
อับปางไปแล้ว
ครืน!
ผมรู้อยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อทำแบบนี้
[‘ราชาแห่งเรื่องราว’ กำลังมองมาที่คุณ]
[ราชาเวนนี่พึงพอใจมากกับการกระทำของคุณ]
ถึงกระนั้นนี่ก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่ผมสามารถคิดออกมาได้
「วิธีการในการค้นหา ‘บทสรุป’ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในต้นฉบับ」
「วิธีในการช่วยทุกคนพร้อมกับแก้ไขความเป็นไปได้ที่บิดเบี้ยว」
การไปถึงตอนจบของเส้นโลกนี้ผ่านสิ่งที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้านั้นไม่
อาจเป็นไปได้ เพราะมันจะเป็นแค่แม่แบบสำหรับ ‘บทสรุป’ ที่ถูก
กำหนดไว้ล่วงหน้า
ซึ่งก็หมายความว่าเรื่องราวนี้จะไม่สามารถข้าม ‘กำแพงสุดท้าย’ ไป
ได้
「และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมคิมทกจาถึงปฏิเสธ ‘บทสรุป’ ที่ถูกยื่นให้
กับเขา」
รอยร้าวยักษ์แผ่ไปทั่วโลก
[การกระทำของคุณกำลังบดขยี้กฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดไว้ของ
‘สถานการณ์’]
[โครงเรื่องส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังพังทลาย!]
[มาตรการฉุกเฉินของการถ่ายทอดสดดวงดาวถูกเปิดใช้งาน]
ทิวทัศน์โดยรอบของผมกำลังเปลี่ยนไป ผมสัมผัสได้ว่าการถ่ายทอด
สดดวงดาวกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำผมกลับเข้าไปสู่ ‘บท
สรุป’ ของมัน
「ในท้ายที่สุด ทุกๆ สิ่งจะกลายเป็นสถานการณ์」
บางทีมหาโดเกบิอาจจะไม่รู้ หรือบางทีพวกเขาอาจจะรู้แต่ก็ไม่มีทาง
เลือกอื่นนอกจากต้องทำตาม ภายในมหาสถานการณ์นี้ แม้แต่ผู้บอก
เล่าเรื่องราวก็คงจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ไปด้วย
[การถ่ายทอดสดดวงดาวยอมรับการกระทำของคุณอย่างมีความสุข]
[เรื่องราวสุดท้ายของการถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังตื่นขึ้น!]
เหมือนอย่างที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนอกสถานการณ์ก็ยังคงเป็น
สถานการณ์อยู่ดี อย่างไรก็ตาม ถ้าทุกๆ สิ่งต้องลงเอยในฐานะ
สถานการณ์ งั้นผมควรจะตัดสินใจอยู่ในสถานการณ์ไหนกัน
งั้น… ก็คงต้องดูดีๆ
[สถานการณ์หลักถูกอัพเดต!]
“…ทกจา!”
เหล่าสหายที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต่างก็มองมาที่ผมด้วยสายตางุนงง
ร่างอวตารของผมกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับความรู้สึกเสียวซ่าน และ
นอกจากนั้น ออร่าอันเป็นลางไม่ดีก็อุบัติขึ้นทั่วร่างของผมด้วย
ผมรู้ดีว่าสถานการณ์แบบนี้มันคืออะไร
[น้องเล็ก]
ภาพสงครามแผ่ออกมาตรงหน้าของพวกเรา
และฝ่ายตรงข้ามของพวกเรา บรรดากลุ่มดาวกำลังถูกอัญเชิญมา ศัตรู
ของพวกเรา และสหายที่พวกเราเคยต่อสู้ร่วมกัน พวกเขาต่างอยู่ที่นี่
แอนนา เฟยหู ข่าน เร็น โอลิมปัส และแอสการ์ด และกลุ่มดาวอื่นๆ ที่
ไม่ใช่แค่จากจักรพรรดิ แต่เป็นจากเนบิวลาใหญ่อื่นๆ ต่างก็กำลังจุติลง
มาภายใต้ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาว
「กลุ่มดาวทั้งหมดในการถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังมารวมตัวกันที่
นี่」
ดวงดาวสาดแสงออกมาจนเพียงพอที่จะส่องสว่างไปทั่วทั้งจักรวาล
พวกเขาต่างก็กำลังเปล่งแสงเข้าใส่ผมราวกับว่าพวกเขาจะไม่ยอมให้
มีความมืดแม้เพียงเศษเสี้ยวมีตัวตนอยู่
「นี่คือศึกสุดท้ายของการถ่ายทอดสดดวงดาว」
เปรี้ยง!
นี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจาก ‘เวที’ ที่ยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 1863 ได้ต่อสู้
– สถานที่ที่เขาได้เผชิญหน้ากับเหล่าเทพเจ้าภายนอกที่เดือดดาล
และราชาเทพเจ้าภายนอกของพวกมัน
ถ้ามันมีหนึ่งสิ่งที่แตกต่างออกไปจากในตอนนั้นและในตอนนี้…
ศัตรูที่ต้องต่อสู้ในคราวนี้ไม่ใช่ ‘ราชาเทพเจ้าภายนอก’
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ‘…!]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ‘…!]
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ‘…!]
ข้อความสาดเทออกมาท่ามกลางดวงดาวระยิบระยับ
ผมได้ยินเสียงที่แท้จริงของอูรีเอลและมังกรเพลิงทมิฬ รวมทั้งสหาย
ของผมที่กำลังตะโกนเรียกผม
ความโกลาหลที่เต็มไปทั่วสายตาของผมทำให้ผมรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา
ผมปิดหูที่ถูกสาดเข้าใส่ด้วยเสียงดังอื้ออึงและกะพริบตาอย่างช้าๆ
[สถานการณ์หลักถูกอัพเดต!]
+
[สถานการณ์หลัก #99 – ศัตรูแห่งเรื่องราว]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ไม่อาจประเมินได้?■
■?■?■?!■?■?■■■■■■…..
+
ข้อความสถานการณ์ถูกปรับอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะมองไม่เห็นเนื้อหาของมัน แต่ทุกๆ คนก็รู้ได้โดยสัญชาตญาณ
พวกเขารู้ว่า ถ้าสถานการณ์นี้จบลงด้วยความล้มเหลว การถ่ายทอดสด
ดวงดาวก็จะถูกทำลาย
ไม่นานหลังจากนั้น ‘เงื่อนไขการเคลียร์’ ที่ทุกคนรออยู่ก็ปรากฏขึ้น
ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมอดไม่ได้ที่จะนึกถึงประโยคหนึ่งจากหนทาง
เอาชีวิตรอดเมื่อผมอ่านเงื่อนไขที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้าของผมอย่างช้าๆ
「มันมีสามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกทำลาย」
เหล่าสหายตะโกนบางสิ่งออกมาในขณะที่กำลังมองมาที่ผม
ผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอดกล่าวไว้ว่า – มันมีสามวิธีเอาชีวิตรอดใน
โลกอันน่าสะพรึงกลัวแห่งนี้ สามวิธี
ผมเริ่มคิด
「สามวิธีไม่ได้หมายความว่าจะมีแค่สามคนเท่านั้นที่จะเอาชีวิตรอด
ไปได้」
ผมมองกลับไปยังเหล่าสหายของผมและฉีกยิ้มออกมา
*
เงื่อนไขการเคลียร์: คุณต้องสังหาร ‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’ ราชาเทพเจ้า
ภายนอก คิมทกจา
+
ในที่สุด บทส่งท้ายของโลกนี้ก็เริ่มต้นขึ้น
“ฉันคือนักเขียน”
ไม่นานหลังจากที่นิยายของเธอถูกตีพิมพ์ ฮันซูยองก็เริ่มแนะนำตัวเอง
แบบนั้น
และเมื่อเธอต้องออกเดทตามคำรบเร้าของเพื่อนของเธอก็เหมือนกัน
“อ๊า! เธอเป็นนักเขียน!”
คู่เดทของเธอคงจะได้ยินมันมาก่อน งั้นจะโวยวายทำไม? ชายหนุ่มคน
นั้นกลอกตาไปรอบๆ อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถามเธอด้วยรอยยิ้ม
“เธอเริ่มต้นอาชีพนั้นผ่านการประกวดอะไรทำนองนั้นงั้นเหรอ?”
“เปล่า”
“ฮะ? ถ้าอย่างงั้น…?”
“ฉันเขียนนิยายในเน็ต”
“นิยายในเน็ต?”
ปัญหามักจะตามมาหลังจากนั้นเสมอ