มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 489
โดเกบิทุกคนฝันถึงการกลายเป็นมหาโดเกบิ นั่นคือจุดสูงสุดที่โดเกบิ
แห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวสามารถไปถึงได้
แต่เหล่าคนที่ไปถึงจุดสูงสุดแล้วก็มีความฝันต่อไป
บีฮยองจ้องมองไปยังกำแพงสุดท้ายอันกว้างใหญ่ แม้ว่าจะมีเรื่องราว
อยู่มากมาก แต่กำแพงส่วนใหญ่ก็ยังว่างเปล่า
[ … นี่คือเหตุผลที่ทำกันขนาดนี้เหรอ ?? ]
ความโกรธของบีฮยองทำให้การสื่อสารของมหาโดเกบิเงียบลงไป
จากนั้นเขาก็มองไปยังสหายของคิมทกจาจากท้องฟ้าแห่ง
สถานการณ์สุดท้าย และมองไปยังร่างของคิมทกจาในฐานะเทพเจ้า
ภายนอก
เริ่มจากรถไฟใต้ดินในวันนั้นมาจนถึงสถานการณ์สุดท้าย ในขณะที่คิม
ทกจาได้กลายเป็นราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น จากนั้นก็กลายเป็นผู้
เฝ้ามองแห่งแสงสว่างและความมืด บีฮยองเองก็ได้กลายเป็นโดเกบิ
ระดับสูง ก่อนที่ในที่สุดจะได้กลายเป็นมหาโดเกบิ
[ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักเล่าเรื่องคือการเข้าไป
แทรกแซงสถานการณ์มากเกินไป ]
ภารกิจของโดเกบิคือการดึงดูดความสนใจของกลุ่มดาวให้ได้มาก
ที่สุดและสร้างเรื่องราวที่จะถูกบันทึกลงไปบนกำแพงสุดท้าย
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมโดเกบิถึงไม่ควรเข้าไปวุ่นวายกับตัวสถานการณ์
พวกเขาต้องห้ามถูกล่อลวงโดยเรื่องราวที่กำลังเบ่งบานขึ้นภายใน
สถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พวกเขาไม่ควรที่จะเห็นใจต่อความ
เจ็บปวดของอวตาร
แต่บีฮยองกลับทำพลาดมหันต์
ในขณะที่มองไปยังเรื่องราวของพวกเขา หลายๆ ความรู้สึกที่เขาลืม
ไปแล้วในอดีตก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง – หัวใจที่กระเพื่อมเมื่อสถานการณ์
หนึ่งจบลงและอีกสถานการณ์เริ่มขึ้น ความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มหลังจาก
เห็นกลุ่มดาวดีใจหรือหลงไปกับสถานการณ์ที่เขาปรุงขึ้น
บีฮยองเรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์จากคิมทกจา
[พวกเขาไม่ได้ดำเนินสถานการณ์ไปอย่างไม่ถูกต้อง ตั้งแต่ต้น
สถานการณ์ไหลเวียนกลับด้านและพลิกไปมาได้ ซึ่งก็หมายความว่า
มันได้ไหลไปยังทิศทางที่ดวงดาวจำนวนมากต้องการเห็น ส่วนกลุ่ม
ดาวอื่นๆ นั้น…]
[ดูเหมือนว่าเจ้าจะสนใจเรื่องราวนี้ที่เจ้าช่วยส่งเสริมมาเป็นอย่างมาก
แต่ฟังให้ดี มันมีบางสิ่งที่เรียกว่ากระแสของเรื่องราวที่ใหญ่กว่าอยู่]
บีฮยองกำลังจะเพิ่มระดับเสียงขึ้นแต่ก็ต้องอดไว้ เขาต้องทำแบบนี้
เนื่องจากมหาโดเกบิคนอื่นทุกคนกำลังจดจ้องอยู่ที่เขา แม้ว่าจะน่า
รำคาญ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากเขาอาวุโสน้อยที่สุดใน
กลุ่มนี้
ในที่สุดมหาโดเกบิ ‘การัง’ ก็ทำลายความเงียบลง [มหาโดเกบิหนุ่ม
เช่นเจ้าอาจจะพบว่าบทสรุปเช่นนั้นสดใหม่มาก อย่างไรก็ตาม ข้าได้
เห็นเรื่องราวเช่นนั้นมาหลายครั้งแล้ว เจ้าคิดจริงๆ เหรอว่ามันเยี่ยม
ยอดขนาดนั้น?]
มหาโดเกบิการัง หนึ่งในโดเกบิที่เก่าแก่ที่สุดที่มีตัวตนอยู่ และยังเป็น
ผู้ช่วยใกล้ชิดที่สุดของราชาโดเกบิอีกด้วย
[มันเคยมีการทำลายล้างมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว]
[ไม่ใช่ทุกการทำลายล้างจะเหมือนกัน] บีฮยองตอบ
มหาโดเกบิหลายคนจ้องมาที่เขาราวกับว่าจะเตือน อย่างไรก็ตาม เขา
ก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่สั่นและจ้องตาการังไว้ การังจ้องมองด้วย
สายตาอันลึกลับและลึกก่อนที่ในที่สุดจะเปิดปากออกมา [อันที่จริง
■■ ที่พวกเขาเฝ้าฝันนั้นก็แตกต่างไปจากเรื่องราวอื่นเล็กน้อย]
บางทีคำพูดนั้นอาจจะทำให้เกิดความตื่นตระหนกขึ้นมา มหาโดเกบิ
ออนเซได้หยุดสังเกตการณ์และพยายามจะเข้ามาแทรกแซง แต่การัง
ก็ยกมือขึ้นมาก่อนและหยุดออนเซไว้ในขณะที่เขาพูดต่อ
[แต่ความแตกต่างนั้นก็เป็นภัยคุกคาม ไม่ใช่ทุกเรื่องราวที่จะกลายเป็น
รากฐานให้กับเรื่องราวต่อไปได้]
[หมายความว่ายังไง?]
[มันมีเรื่องราวบางเรื่องที่จะทำลายสถานการณ์ไปโดยสิ้นเชิง]
ก๊าซซซ!
เสียงกรีดร้องจากเหล่าผู้ไร้นาม
ครั้งหนึ่ง พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่มีส่วนร่วมในสถานการณ์ต่างๆ พวกมัน
กู่ร้องออกมาด้วยความสิ้นหวังและโจมตีกลุ่มดาว และ ณ ใจกลางของ
พวกมันก็คือราชาเทพเจ้าภายนอกคิมทกจาที่กำลังนำพาสิ่งมีชีวิต
เหล่านี้มาจากต่างโลก
ศัตรูแห่งเรื่องราว
ด้วยภูมิความรู้ของบีฮยอง มันไม่มีหายนะไหนที่จะได้รับมอบชื่อนั้น
เขาไม่เคยได้ยินด้วยซํ้าว่าจะมีการมอบชื่อนั้นให้ใครมาก่อน
การังพูดต่อในขณะที่เฝ้ามองการต่อต้านของคิมทกจา
[ณ จุดเริ่มต้นของทุกๆ สถานการณ์ ตัวเอกมักจะได้เจอกับการเบี่ยง
เบนจากโลกปกติ พวกเขาจะต่อสู้กับศัตรูที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า สัมผัส
กับวิกฤต และเสียสละบางอย่างเพื่อให้ได้รับชัยชนะก่อนที่จะกลับคืน
สู่โลกเดิมเพื่อรับรางวัลที่ควรค่า]
บีฮยองรู้จักทฤษฎีนั้น สิ่งแรกที่โดเกบิระดับตํ่าจะได้ยินก็คือกฎอันเก่า
แก่ของสถานการณ์
[แม้ว่ามันจะล้าสมัย แต่นั่นก็ยังเป็นแกนหลักของสถานการณ์ วัฏจักรนี้
จะต้องได้รับการปกป้องเพื่อให้สถานการณ์ต่อไปบังเกิดขึ้น และเส้น
โลกต่อไปก็จะเปิดออก ความขัดแย้งจะได้รับการแก้ไข บาดแผลจะ
ถูกบรรเทา โลกจะคงอยู่ต่อไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับมัน]
จำนวนของกลุ่มดาวที่มารวมตัวกันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
บีฮยองรู้ความจริงดี นี่คือสถานการณ์สุดท้ายที่ถูกวางแผนไว้แล้ว
「ตอนจบของโลกกำลังจะมาถึง และจากนั้นมันก็จะปราชัย」
ศัตรูในจินตนาการที่มีนามว่า ‘ราชาเทพเจ้าภายนอก’ มีตัวตนอยู่เพื่อ
จุดประสงค์เดียวเท่านั้น ดวงดาวที่เคยขัดแย้งกันจะรวมพลังกันเมื่อมี
ศัตรูอันทรงพลังบังเกิดขึ้น บ้างอาจจะตาย บ้างอาจจะรอดไปได้ แต่
พวกเขาก็จะแก้ไขความขัดแย้งทั้งหมดได้ โลกจะกลับคืนสู่สันติ ผู้คน
จะขับขานประวัติศาสตร์นี้และส่งต่อมันสู่รุ่นต่อไป
「และจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง การถ่ายทอดสดดวงดาวจะดำเนินต่อ
ไป」
และนั่นคือคามจริงของสถานการณ์ที่โดเกบิต้องการ
สถานการณ์ต้องวนกลับและเริ่มต้นใหม่
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่ตื่นเต้นไปกับ ‘สถานการณ์สุดท้าย’!]
เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครตระหนักได้ว่าการถ่ายทอดสดดวงดาวคืออะไร
และทำไมสถานการณ์ถึงต้องเกิดขึ้นซํ้าๆ เรื่องราวโฉมใหม่จะถูกส่งให้
กลุ่มดาว อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางส่วนที่ขัดขืนต่อเรื่องนี้
[มหาเรื่องราว ‘วสันต์แห่งโลกปีศาจ’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อ
ไป!]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ ปฏิเสธพัฒนาการที่ถูก
กำหนดไว้]
เหล่าผู้ที่ขัดขืนต่อสถานการณ์ที่ถูกกำหนดไว้สำหรับพวกเขา และ
เหล่าผู้ที่ต้องการลากการดำรงอยู่ของการถ่ายทอดสดดวงดาวลงมา
[■■ ของอวตารฮันซูยองคือ ‘เรื่องราวไร้จุดจบ’]
‘เรื่องราวไร้จุดจบ’
■■ แห่งความขัดแย้งที่ไม่ยอมรับตอนจบในฐานะตอนจบกำลังเปล่ง
แสงเจิดจ้า นั่นคือบทสรุปที่นักเขียนซึ่งไม่ใช่นักเล่าเรื่องแห่งจักรวาล
นี้ตัดสินใจ
พวกมันคือตัวตนที่ปฏิเสธวัฏจักรของการถ่ายทอดสดดวงดาวและ
เลือกต่อสู้ไปตลอดกาล
ครืน!
ในขณะที่เสียงระเบิดดังก้องออกมา ในที่สุดมหาโดเกบิการังก็ประกาศ
ออกมา [ปิดผนึกเส้นโลกนี้ไว้ตรงนี้ซะ]
เหล่ามหาโดเกบินิ่งเงียบ และเหล่าคนที่เฝ้ารอการตอบสนองของพวก
เขาก็พากันพยักหน้าออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน
แต่ก่อนที่บีฮยองจะทันได้พูดอะไร บารัมที่อยู่ข้างๆ เขาก็พูดขึ้นมา
ก่อน [บีฮยอง ข้าขอโทษ แต่สิ่งต่างๆ ได้กลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว ดู
เหมือนว่าเจ้าจะต้องมองข้ามมันไปในคราวนี้]
ในช่วงเวลาที่บีฮยองได้เห็นสีหน้าของบารัม เขาก็ตระหนักได้ถึงความ
จริง มหาโดเกบิทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่คือนักเล่าเรื่องที่เยี่ยมยอด
ที่สุดในจักรวาล พวกเขาต่างก็เป็นผู้ปกครองที่ควบคุมสถานการณ์
และจัดการกับดวงดาวในขณะที่ควบคุมเส้นโลกนี้
ถึงกระนั้น มันก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาหวาดกลัวต่อ ‘เรื่องราว’ ที่พวก
เขาสร้างขึ้น
[พวกเราจะใช้ความเป็นไปได้ที่เหลืออยู่เพื่อบังคับยุติสถานการณ์
หลัก]
การบังคับยุติสถานการณ์คือไพ่ตายใบสุดท้ายที่โดเกบิสามารถทำได้
ซึ่งราคาที่ต้องจ่ายนั้นก็คือความเป็นไปได้จำนวนมหาศาล
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพยายามจะใช้มันในช่วงสถานการณ์สุดท้าย –
จำนวนความเป็นไปได้ที่ต้องใช้จึงมากเกินจินตนาการ
เปรี้ยง!
เมื่อความเป็นไปได้ของสำนักงานเริ่มเคลื่อนไหว ท้องฟ้าเบื้องบนก็ถูก
ปกคลุมไปด้วยประกายแสงเจิดจ้า มันดูราวกับจะไม่มีช่องว่างเหลือให้
ความมืดมิดได้ซ่อนตัวอยู่ภายในเส้นโลกนี้เลย
[พวกมันต้องลงเอยในฐานะ ‘ความชั่วร้าย’]
ราวกับว่าจะเห็นด้วยกับเจตจำนงของเหล่ามหาโดเกบิ มหาเรื่องราว
เริ่มสนับสนุนพวกเขา
[มหาเรื่องราว ‘วิหารแห่งเทวะที่ถูกทำลาย’ ยินยอมต่อเจตจำนงของ
สำนักงาน!]
[มหาเรื่องราว ‘การจุติแห่งรุ่งอรุณใหม่’ เห็นด้วยกับกระแส!]
[มหาเรื่องราว ‘โอลิมปัสนิรันดร์’ เคารพในเจตจำนงของสำนักงาน!]
บีฮยองเฝ้าดูหน้าสุดท้ายที่ถูกเขียนโดยเหล่ามหาโดเกบิ
[มหาโดเกบิคนอื่นกระตุ้นให้คุณตัดสินใจ!]
เขาไม่เห็นด้วยกับบทสรุปนี้
[บีฮยอง!]
ถึงแม้ว่าบารัมจะตะโกนเรียกเขา แต่เขาก็ไม่ตอบ
[การถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังต่อต้านต่อการแทรกแซงของมหาโด
เกบิ!]
ประกายแสงบนท้องฟ้ามาถึงตัวมหาโดเกบิในไม่ช้า พายุความเป็นไป
ได้ที่ตามมากำลังพุ่งเข้าใส่ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นมหาโดเกบิ แต่การ
พยายามแทรกแซงสถานการณ์ก็ยังมีราคาที่ต้องจ่ายเป็นจำนวนมาก
อยู่ดี
[ข้า ‘มหาโดเกบิการัง’ ขอประกาศเจตจำนงของข้าเพื่อเข้าร่วมใน
สถานการณ์อย่างเป็นทางการ!]
การประกาศของการังทำให้มหาโดเกบิคนอื่นลงมือด้วย
[ข้า ‘มหาโดเกบินกซู’ ขอประกาศเจตจำนงของข้าเพื่อ…]
[ข้า ‘มหาโดเกบิฮารัม’ …]
มหาโดเกบินับสิบคนกำลังรับมืออย่างหนักหน่วง ความหมายของการ
เข้าร่วมในสถานการณ์อย่างเป็นทางการคือการที่พวกเขาละทิ้ง
ตำแหน่งของผู้เฝ้าดูที่เป็นกลาง
ไม่นานหลังจากนั้น ข้อความก็โผล่ขึ้นมาในอากาศ
[ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างกะทันหัน!]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวยอมรับการแทรกแซง]
[จากนี้เป็นต้นไป ‘นักเล่าเรื่อง’ จะไม่ใช่ผู้เฝ้าดูของสถานการณ์อีกต่อ
ไป]
[กลุ่มดาวจำนวนมากตกตะลึงกับการตัดสินใจของมหาโดเกบิ!]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งประณามการกระทำที่โหดเหี้ยมของมหาโดเก
บิ…!]
บีฮยองจ้องมองไปยังเหล่ามหาโดเกบิ เขามองไปยังความปรารถนา
ของพวกเขาที่จะยุติโลกนี้ แม้ว่าจะต้องเพิกเฉยต่อกลุ่มดาวก็ตาม
มันอาจจะเป็นไปได้ว่าพวกเขาได้เขียนสถานการณ์มานานเกินไปแล้ว
มันมีสายตาอีกคู่ที่กำลังจ้องมองมายังมหาโดเกบิเหล่านี้ และบีฮยอง
ก็ได้สบสายตาคู่นั้น
มันมาจากคิมทกจาผู้ที่ได้กลายเป็นเทพเจ้าภายนอกและกลายเป็น
ศัตรูแห่งเรื่องราว หลังจากเขากลายเป็นตัวตนนอกสถานการณ์ แม้แต่
บีฮยองก็ไม่อาจเข้าใจเขาได้อีก
งั้นทำไม? บีฮยองคิดว่าในช่วงเวลานี้ คิมทกจาดูเหมือนกับกำลังยิ้ม
อยู่ มันเป็นไปได้มากว่ามหาโดเกบิเหล่านี้จะยังไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับ
หมอนั่น พวกเขายังไม่เข้าใจว่าคิมทกจาเป็นคนแบบไหน
พวกเขาไม่อาจตระหนักได้ถึงความหมายของการเข้าร่วมใน
สถานการณ์อย่างเป็นทางการ และการกลายเป็นตัวละคร
บีฮยองจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้นอย่างเงียบๆ และก้าวออกไปข้าง
หน้า
[■■ ของคุณกำลังเรียกหาคุณ]
และตอนนั้นเอง มันก็เป็นคราวของบีฮยองที่จะเลือก ■■ ของเขา
*
การแทรกแซงจากมหาโดเกบิทำให้สมดุลของสถานการณ์เอนเอียง
ไปยังอีกฝั่ง
[เป้าหมายที่คุณต้องการปกป้องคือ ‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’]
[การกระทำของคุณขัดต่อความเป็นไปได้ของสำนักงาน!]
ไม่ใช่แค่ฮันซูยอง และคนที่เหลือก็ถูกดูดเข้าไปในพายุความเป็นไป
ได้ด้วย ประกายแสงสีครามพันรัดร่างของพวกเขาไว้แน่นดุจเชือกหนา
“ซูยอง นี่มัน!”
“ไอ้พวกบ้าเอ้ย… พวกมันคิดที่จะยุติสถานการณ์ลงแบบนี้”
[มหาเรื่องราว ‘ฤดูกาลแห่งแสงสว่างและความมืด’ เงียบลงด้วยความ
โกรธ]
[มหาเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งผู้ที่ถูกหลงลืม’ เริ่มเล่าเรื่องราว
ของมัน!]
มหาเรื่องราวของบริษัทของคิมทกจาได้ทำทุกๆ อย่างเพื่อต้านทาน
สำนักงาน อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่พอ ศัตรูของพวกเขาในคราวนี้คือ
มหาเรื่องราวที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
[โจมตีไปที่หัวของมัน!!]
กลุ่มดาวพยายามเปิดช่องว่างในหมู่ผู้ไร้นามและรุกคืบเข้ามา ก่อนที่
ในที่สุดจะสาดการโจมตีเข้าใส่คิมทกจา
“คิมทกจา!”
ฮันซูยองตะโกนออกมา แต่เสียงของเธอก็ส่งไปไม่ถึงเขา
[คุณไม่สามารถปกป้องเป้าหมายได้]
[เป้าหมายที่คุณต้องการปกป้องคือตัวตนที่คุณไม่รู้จัก]
“…บ้าเอ้ย อย่ามาพูดบ้าๆ นะ”
เธอนึกถึงสิ่งที่มหาโดเกบิกล่าวไว้ราวกับว่ามันเป็นคำสาปบางอย่าง
มนุษย์ไม่อาจเข้าใจอีกฝ่ายได้แม้ว่าจะต้องอุทิศชีวิตทั้งชีวิต
「อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่ใช่แค่คนๆ เดียว」
ฮันซูยองมองไปรอบๆ ตัวเธอ ลีฮุนซึง จางฮีวอน ลีจีฮเย และจากนั้นก็
ชินยูซอง และลีกิลยัง สุดท้ายสหายของเธอที่อยู่บนเรือรบก็มองกลับ
มาที่เธอ
บางทีมันอาจจะไม่มีใครคือคิมทกจา ทุกๆ คนที่อยู่ที่นี่ อย่างน้อยพวก
เขาก็มีส่วนแบ่งในชีวิตของคิมทกจา
อย่างไรก็ตาม มันก็มีหนึ่งคนที่หายไปจากภาพนี้
‘หมอนั่นหายไปไหนกัน??’
ฮันซูยองเม้มปากของเธอ น่าเสียดาย เธอไม่อาจรอได้อีกแล้ว
“อ๊ากกก!”
จางฮีวอนกรีดร้องออกมาราวกับว่าร่างของเธอถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ในขณะ
ที่เธอเคลื่อนไหวไปข้างหน้า พายุความเป็นไปได้ได้ฉีกกล้ามเนื้อของ
เธอและทำให้เส้นเลือดของเธอปูดขึ้นมา ถึงกระนั้น เธอก็ยังมุ่งหน้า
ต่อไปแม้ว่าจะมีสภาพยํ่าแย่ เธอก้าวเข้าไปหาคิมทกจาในขณะที่จับ
ดาบแห่งการพิพากษาไว้แน่น
เคร้ง!
จางฮีวอนปัดดาบของกลุ่มดาวที่พุ่งเข้ามาและกระอักเลือดออกมา
ครืน!
เทพเจ้าภายนอกคิมทกจากำลังต่อสู้กับกลุ่มดาวจากภายในพายุความ
เป็นไปได้ และสหายของเขาก็กำลังปกป้องเขาแม้ว่าจะมีสภาพยํ่าแย่
ก็ตาม
“…มีกันตั้งหลายคน แต่พวกเขากลับปกป้องคิมทกจาไม่ได้เหรอ?”
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
[เรื่องราว ‘ผู้กอบกู้แห่งดวงดาว’ กำลังค้นหา ‘ราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้น’]
[เรื่องราว ‘ราชาแมลง’ กำลังค้นหา ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’]
[เรื่องราว ‘ผู้พิพากษาแห่งวันสิ้นโลก’ กำลังค้นหา ‘ราชาปีศาจแห่ง
การหลุดพ้น’]
ทุกๆ มหาเรื่องราวที่พวกเขาเป็นเจ้าของกำลังค้นหาคิมทกจา พวกเขา
พากันร้องตะโกนใส่ชายที่พวกเขารู้จัก
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อ
ไป!]
ถ้าพวกเขาไม่สามารถต่อสู้ด้วยกันเพราะพวกเขาไม่สามารถเข้าใจเขา
ได้ และถ้านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาไม่อาจปกป้องเขาได้ล่ะก็…
[กลุ่มดาวจำนวนมากถอนหายใจด้วยความโศกเศร้าให้กับ
โศกนาฏกรรมของบริษัทของคิมทกจา]
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งประท้วงต่อการทรยศของสำนักงานและ…!]
เลือดไหลลงมาจากริมฝีปากของฮันซูยอง อาการเวียนหัวเข้าจู่โจม
ศีรษะของเธอ และสติของเธอก็เริ่มเลือนราง จากนั้นเองก็มีใครบางคน
จับไหล่ของเธอเอาไว้
จากนั้นบางสิ่งบางอย่างก็เริ่มปกป้องเธอและสหายเอาไว้ มันให้ความ
รู้สึกเหมือนกับมีกำแพงโปร่งใสเข้าโอบล้อมพวกเธอ
[‘กำแพงแห่งการสื่อสารที่เป็นไปไม่ได้’ กำลังปกป้องบริษัทของคิม
ทกจา!]
จางฮายังก่อร่างกำแพงของเธอ และในขณะที่ประคองฮันซูยองไว้
เธอก็เริ่มเดินเข้าหาคิมทกจา
“มีใครที่ชอบราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้นมากไปกว่าฉันอีกไหม?”
เปรี้ยง!
「ทกจา ฉันจะหยุดเล่าก็ได้ มันรู้สึกเหมือนกับว่านายกำลังเบื่อเลย」
「พี่ ผมอยู่ตรงนี้ ผมมีบางอย่างอยากจะบอกพี่」
「ไม่ต้องห่วง หนูจะไม่ไปไหนถ้าไม่มีคุณลุง」
ประโยคต่างๆ กระจัดกระจายออกมา
เรื่องราวที่บริษัทของคิมทกจารวบรวมมาจนถึงตอนนี้กำลังรวมเป็นธีม
เดียว
[ชิ้นส่วนของ ‘กำแพงสุดท้าย’ เผยตัวต่อโลก!]
[มหาโดเกบิประหลาดใจมาก!]
[‘กำแพงแห่งการสื่อสารที่เป็นไปไม่ได้’ กลับคืนสู่ร่างของมัน]
ในขณะที่ได้รับการสนับสนุนจากจางฮายัง ฮันซูยองก็เอื้อมมือออกไป
หาราชาเทพเจ้าภายนอกคิมทกจา เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสของการแตะ
กำแพง กำแพงที่เย็นและนิ่งเฉย
[‘ธีม’ แรกของเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ เปิดตัวอย่างเป็น
ทางการ!]
กำแพงนี้มีตัวตนอยู่เพื่อทำให้คนอื่นรู้ว่ามีคนอีกคนอยู่หลังกำแพง
เพื่อทำให้พวกเขารู้ว่ามีคนที่ต้องการกำแพงอยู่ในโลกใบนี้
เพื่อทำให้พวกเขารู้ว่าคนเราสามารถสนทนากันได้โดยไม่ต้องทำร้าย
กัน
ฮันซูยองได้เขียนคำแรกของเธอลงไปบนกำแพงที่เป็นไปไม่ได้นั้น
「ไอ้โง่」
เธอไม่อยากจะเชื่อว่าเธอเขียนอะไรโง่ๆ แบบนั้นลงไป อย่างไรก็ตาม
เธอก็ไม่มีแรงเหลือพอจะเขียนอะไรต่อแล้ว
จากนั้นเอง กำแพงก็เริ่มสั่น
พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ ประโยคใหม่ที่เธอไม่ได้เขียนลงไปก็ปรากฏ
ขึ้นบนกำแพง
「■■■… ฮันซูยอง」
นั่นคือคิมทกจา ประโยคนั้นมันต้องมาจากเขาแน่ๆ เธอไม่จำเป็นต้อง
ได้ยินเสียงของเขาก็รู้ได้
ฮันซูยองเขียนประโยคต่อไป
「ไง นายโอเคนะ?」
การเป็นนักเขียนไม่ได้หมายความว่าคุณจะควบคุมทุกๆ อย่างที่คุณ
เขียนลงไปได้ และนอกจากนั้น เธอยังเป็นคนที่เขียนเป็นแต่แบบนั้น
ด้วย อย่างไรก็ตาม คิมทกจาก็น่าจะสามารถอ่านมันได้ เพราะเขาคือ
นักอ่านที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เธอรู้จัก
ก๊อก
พร้อมกับเสียงเคาะเบาๆ เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเขา เสียงอาวุธ
ปะทะกันดังก้องมาจากทั่วทุกทิศจนทำให้เธอเจ็บหู สหายของเธอ
กำลังต่อสู้อย่างดุเดือด ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่ง มันก็ไม่มีเวลามา
เอ้อระเหยแล้ว
「นายรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?」
「…..■■■■■」