มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 492
เมื่อเห็นเขายิ้มออกมาแบบนั้น เธอก็รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมาในทันใด
เธออยากจะพูดออกไปว่าเธอจะฆ่าเขาให้ได้ถ้าเขายังจะทำแบบนี้อีก
เฉกเช่นที่เคยเป็นมา เธออยากจะทำแบบนั้นจริงๆ แต่ …
“ฮันซูยอง”
… เธอก็ไม่สามารถ
เมื่อเธอกัมหน้าลง เธอก็เห็นข้อเท้าของคิมทกจา ชุดออกรบที่ถูกสร้าง
ขึ้นโดยผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากอยู่ในสภาพขาดรุ่งริ่ง
ร่างทั้งร่างของเขาที่ได้เข้าต่อสู้กับกลุ่มดาวในฐานะราชาเทพเจ้า
ภายนอกเมื่อครู่ได้เต็มไปด้วยบาดแผลมากมายจนไม่แปลกถ้าเขาจะ
ตายในตอนนี้
” … เธอไม่เป็นไรนะ?”
และความกังวลของเขาที่มีให้ต่อเธอแทนที่จะเป็นตัวเองก็ทำให้ฮันซู
ยองไม่อาจแยกแยะอารมณ์ในตอนนี้ของเธอได้
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ กำลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์อันมืดมิด’ พึงพอใจกับคำตอบของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ พยักหน้า]
…….
สายตาของดาวดาวเปล่งประกายจากบนฟากฟ้า แม้ว่าจะมีข้อความ
โปรยปรายลงมา แต่แผ่นหลังของฮันซูยองก็ยังเย็นเฉียบอยู่ ช่องที่มืด
ดับลงไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนยังคงชัดเจนอยู่ในใจของเธอ
「ถ้าเธอทำอะไรผิดพลาดไปแม้เพียงเล็กน้อย…」
กลุ่มดาวอาจจะไม่หยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับพวกเขา ความเป็นไป
ได้อาจจะไม่ไหลไปในทางที่เธอวางแผนไว้ สหายของเธออาจจะทน
ต่อไปไม่ได้
สิ่งที่ถูกมอบหมายให้กับเธอจนกระทั่งถึงเมื่อครู่ไม่ใช่ต้นฉบับง่ายๆ ที่
สามารถแก้ไขได้ตามต้องการ
ภาระนี้คือการรู้ว่าการผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะทำให้ทุกๆ สิ่งที่พวก
เขาร่วมสร้างกันมาพังลง – คิมทกจาผ่านสถานการณ์มาพร้อมกับ
ความรู้สึกแบบนี้
เขาประคองฮันซูยองที่กำลังโซเซ เธอกำลังจะปัดมือของเขาออก แต่
ก็เลือกที่จะถอนหายใจและพูดออกมาแทน “อย่าให้ฉันทำแบบนั้นอีก
นะ”
“มีแค่เธอเท่านั้นที่ทำแบบนี้ได้”
เธอเม้มปากทันทีที่ได้ยิน
“เธอรู้ดีกว่าใครว่าผู้อ่านต้องการอะไรใช่ไหม?”
「ตอนจบที่คิมทกจาต้องการคืออะไร?」
สิ่งที่ฮันซูยองคิดแม้แต่ในสถานการณ์อันสิ้นหวังที่โลกทั้งใบเป็นศัตรู
กับเธอก็คือคำถามนั้น
และบางทีตัวเธอในตอนนี้ก็น่าจะไปถึงคำตอบแล้ว
“นี่คือตอนจบที่นายคิดถึงเหรอ?”
“อืม มันคือจุดเริ่มต้นของตอนจบนั้น”
มันมีสิ่งมีชีวิตมากมายผ่านพวกเขาเข้าไปยังสมรภูมิ เมื่อไม่นานมานี้
พวกเขาเคยเป็นเทพเจ้าภายนอกมาก่อน แต่ในตอนนี้ พวกเขาต่างก็
เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีใบหน้าและชื่อเป็นของตัวเองแล้ว
[[โจมตีพวกมัน!!]]
[[ไอ้พวกกลุ่มดาวบัดซบ!!]]
บางใบหน้าพวกเขาก็จำได้ บางใบหน้าพวกเขาก็จำไม่ได้ บางคนก็
ชวนให้นึกถึงคิมนัมอุน ในขณะที่บางคนก็ชวนให้นึกถึงลีจีฮเย อย่างไร
ก็ตาม พวกเขาก็ไม่ใช่คิมนัมอุน ไม่ใช่ลีจีฮเย ไม่ พวกเขาต่างก็เป็น
ตัวประกอบจากเรื่องราวที่จบลงไปเมื่อไม่นานมานี้
「และทุกๆ คนก็กำลังต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงบทสรุปของเส้นโลกนี้」
ทุกๆ คนจากเส้นโลกที่ถูกทอดทิ้ง จากรอบที่ 0 ไปจนถึงรอบที่ 1863
ต่างก็มารวมตัวกันที่นี่
[[ไป!! ทุกคน!!]]
ฮันซูยองรู้สึกถึงอารมณ์ที่เอ่อล้นออกมาจากหน้าอกของเธอหลังจาก
เฝ้ามองฉากนี้ เหล่าคนที่มารวมตัวกันที่นี่ได้ต่อต้านบทสรุปที่ถูก
กำหนดไว้ล่วงหน้าและเป็นพันธมิตรของบริษัทของคิมทกจา
[สมาชิกของเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ทั้งหมดได้กลายเป็น
‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’!]
เหล่าสหายเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยย่างก้าวที่ไม่มั่นคง ในที่สุดพวก
เขาเองก็ได้เห็นโลกของคิมทกจาด้วย
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ กำลังแบ่งปันความเข้าใจของ
มันกับสมาชิกของบริษัทของคิมทกจาที่เหลือ!]
[เรื่องราว ‘ผู้กอบกู้แห่งดวงดาว’ กำลังแบ่งปันความคิดของมันกับ
สมาชิกของบริษัทของคิมทกจาที่เหลือ]
เรื่องราวทั้งหมดกำลังพูดคุยกัน
เหล่าสหายมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าตะลึงงัน พวกเขาเองก็กำลังได้
เห็นหน้ากากอันน่าสะพรึงกลัวของเทพเจ้าภายนอกที่กำลังหลุดลอย
ออกไป
ฮันซูยองมองไปยังสหายของเธอแต่ละคน ก่อนที่จะตระหนักได้ถึง
บางสิ่งบางอย่างในทันใด
หนึ่งในพวกเขาหายไป
“หมอนั่นหายไปไหน?”
เมื่อเธอคิดเกี่ยวกับมัน เธอก็พบว่ามันแปลกจริงๆ
ชายคนนั้นเกลียดกลุ่มดาวมากกว่าใครอื่น หมอนั่นต่อสู้มาอย่างหนัก
ที่สุดจากทุกคน และเธอก็ไม่เห็นเขาอยู่ภายในสมรภูมิมาสักพักแล้ว
คิมทกจาตอบเธอ
“ทางนั้น”
“ฮะ?”
ฮันซูยองรีบมองไปรอบๆ
ตู้ม!
ระเบิดปะทุขึ้นมาจากแถวหน้าพร้อมกันฝุ่นคลุ้ง กลุ่มดาวจากแอสการ์
ดกำลังวุ่นอยู่กับการบดขยี้เทพเจ้าภายนอก
[…ไอ้เจ้าพวกน่ารังเกียจ]
เหล่าผู้ไร้นามนับสิบตายลงทุกๆ ครั้งที่กลุ่มดาวเคลื่อนไหว
ถ้ามันเป็นเมื่อก่อน ฉากนี้คงจะเป็นฉากที่มอนสเตอร์ตัวหนึ่งกำลังจะ
ตาย แต่ในตอนนี้ มันคือภาพของคนๆ หนึ่งที่กำลังจะตาย ผู้ไร้นามได้
สูญเสียแขนไป ขาของพวกเขาถูกฉีกออก และไส้ของพวกเขาก็ทะลัก
ออกมา
พวกเขาไม่อาจต่อต้านได้เลย เทพเจ้าภายนอกส่วนใหญ่ที่มาตาม
เสียงเรียกของคิมทกจาและปรากฏตัวขึ้นที่นี่ต่างก็เป็นเทพเจ้า
ภายนอกระดับตํ่า แม้ว่ามันจะมีระดับสูงปนอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ไม่อาจ
ต้านทานการโจมตีของกลุ่มดาวระดับเทวะได้ ส่วนการป้องกันต่อการ
โจมตีประสานของกลุ่มดาวด้วยกองกำลังที่เหลืออยู่นั้นก็เป็นไปไม่ได้
เลย
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ
「แม้ว่าจะมีกำลังรบที่แตกต่างกันเช่นนี้ แต่พวกเขาก็ยังสามารถต้าน
ไว้ได้」
เมื่อตรวจสอบดูใกล้ๆ เธอก็ตระหนักได้ถึง ‘บางสิ่ง’ ที่อยู่ ณ แถวหน้า
ของเทพเจ้าภายนอก
เปรี้ยง!
ลำแสงดาบสีนํ้าเงินกวาดผ่านสมรภูมิ
[อ๊ากกก!!]
หัวของกลุ่มดาวที่กำลังเหยียบยํ่าเทพเจ้าภายนอกกระเด็นออกไปโดย
ไม่มีการกล่าวเตือน และร่างๆ หนึ่งก็กำลังกวัดแกว่งดาบของเขาอย่าง
ต่อเนื่อง
“นั่นมัน…?!”
เธอตระหนักได้ว่ามีคนที่ทรงพลังมากในหมู่เทพเจ้าภายนอกกำลัง
ต่อสู้อยู่ในแนวหน้าสุด เดิมทีเธอคิดว่าเนื่องจากนี่เป็นสถานการณ์
สุดท้าย คนที่แข็งแกร่งจริงๆ ก็ย่อมจะปรากฏตัวขึ้น
เทพเจ้าภายนอกคนนี้บดขยี้กลุ่มดาวราวกับเศษกระดาษ หางอัน
คมกริบของมันกำลังกระดิกไปมาทางนี้
แต่ในตอนนี้ที่เธอได้มองดูใกล้ๆ นั่นก็ไม่ใช่หางเลย แต่เป็นดาบสีดำ
สนิท
[แอตทริบิวต์ ‘ราชาสูงสุด’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ซากศพของกลุ่มดาวกองเป็นภูเขา และบนยอดเขานั้นก็มีบัลลังก์
โลหิตอยู่ เจ้าของบัลลังก์นี้กำลังมองลงมายังดวงดาวทุกดวงในโลก
อย่างอหังการ
“วิถีดาบนี้… นาย นายคือยูจงฮยอค”
แอนนากัดฟันของเธอและปลดปล่อยออร่าดาบของเธอออกมา
อวตารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกา แอนนา เธอแข็งแกร่งพอที่จะไม่มี
ทางพ่ายแพ้ในการต่อสู้ทางยุทธวิธี
“ฉันแข็งแกร่งที่สุดในทวีป!”
ไม่นานหลังจากนั้น หอกยาวของเฟยหูก็แหวกผ่านอากาศและพุ่งเข้า
มา
อวตารหมายเลขหนึ่งของจีน เฟยหู – ปรมาจารย์ของการต่อสู้แบบ
หนึ่งต่อหนึ่ง
“นี่จะเป็นครั้งแรกของฉันที่ได้ต่อสู้กับนาย อย่างไรก็ตาม ฉันจะต้อง
ชนะแน่ๆ”
และสุดท้าย ฝ่ามือของข่านก็เคลื่อนไหว ฝ่ามือของเขาทิ้งเงาชัดเจน
ไว้ด้านหลังราวกับมือของพระแม่กาลีที่มีนับร้อย
ครืน!!
สมรภูมิสั่นสะเทือนไปด้วยเสียงระเบิดดังอีกครั้ง เรื่องราวยังคงบอก
เล่าเรื่องราวของมันอยู่เหนือการระเบิดนั้น
[เรื่องราว ‘สหายร่วมเป็นร่วมตาย’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อไป]
[เรื่องราวส่วนหนึ่งถูกแบ่งปันเนื่องจากผลพิเศษของ ‘สหายร่วมเป็น
ร่วมตาย’]
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อไป]
ฮันซูยองนึกถึงคำถามเก่าๆ อันหนึ่งขึ้นมาในทันใด
ใครคืออวตารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก?
[ทุกคน ฆ่าหมอนั่น! พวกเราจะตีฝ่าไปได้ตราบใดที่มันตาย!]
ในตอนนี้เธอสามารถตอบมันได้แล้วโดยไม่ลังเล มันไม่มีความเห็นที่
แตกต่างเหลืออยู่อีกแล้ว
「อวตารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกคือยูจงฮยอค」
กลุ่มดาวที่ละทิ้งความเย่อหยิ่งไปนานแล้วได้กระโจนเข้าใส่เขา แม้ว่า
ไหล่ของเขาจะถูกแยกออกและต้นขาของเขาจะถูกฉีก แต่สีหน้าของยู
จงฮยอคก็ยังคงนิ่งเฉยในขณะที่เขาขวางกองทัพของกลุ่มดาวที่กำลัง
โรมรันเข้าใส่ ณ แนวหน้า
การต่อสู้เช่นนี้เป็นไปได้เพียงเพราะเขาฟื้นความทรงจำในอดีตบาง
ส่วนกลับคืนมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีหนึ่งสิ่งที่เธอยังคิดไม่ออก
[อวตารยูจงฮยอคในปัจจุบันคือ ‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’]
“หมอนั่นเป็นคนแรกได้ยังไง…??”
ยูจงฮยอคเข้าร่วมกับคิมทกจากระทั่งก่อนที่ฮันซูยองหรือสหายคนที่
เหลือได้ยังไง?
สมรภูมิของยูจงฮยอคถูกกดดันอย่างต่อเนื่องหลังจากกลุ่มดาวระดับ
เทวะยื่นมือเข้ามา ยิ่งเข้าใกล้เขามากเท่าไร ออร่าอันขุ่นมัวแห่งความ
โกลาหลที่รายล้อมเขาอยู่ก็จะยิ่งชัดเจนขึ้น มันคือพลังแห่งความ
โกลาหลที่มักจะเห็นได้จากเทพเจ้าภายนอก
「ยูจงฮยอคเคยเป็นหนึ่งเดียวกับนักเขียนลับอยู่ครั้งหนึ่ง」
หลังจากนั้นเธอจึงเข้าใจมัน – เหตุผลว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นพันธ
มิตรของคิมทกจาเร็วยิ่งกว่าใคร
ฮันซูยองพึมพำออกมาในทันที่ “ไอ้บ้าเอ้ย ไม่พูดอะไรกับฉันสักอย่าง
เลยนะ…!”
「ยูจงฮยอครู้ดีถึงความตั้งใจของคิมทกจา」
บางครั้ง ความโกรธก็มาพร้อมกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
「โศกนาฏกรรมนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวละครหลอกลวงกัน」
ยูจงฮยอคเกลียดกลุ่มดาวมากกว่าใคร เขาสามารถอ่านความคิดของ
คิมทกจาได้ และนั่นทำให้เขาเคลื่อนไหวโดยไม่ลังเล
「นั่นคือวิธีเดียวที่จะซ่อนความจริงว่านี่เป็นเพราะเรื่องราวจากกลุ่ม
ดาวที่กำลังเฝ้าดูอยู่」
เปรี้ยง!
ยูจงฮยอคกลับมาหาพวกเธอ เขาเก็บดาบและพูดขึ้นมา
“มันยากที่จะป้องกันแบบนี้ต่อไป”
เขามองกลับมาด้วยสายตาอันเมินเฉย และสบตากับฮันซูยอง
เขาชิงพูดขึ้นมาก่อน “เธอมาสายนะ”
“หุบปากไปเลย”
พวกเขาสามคนเรียงแถวกัน
ดาบปีศาจทมิฬของยูจงฮยอคกู่ร้องออกมา ในขณะที่ปีกสีดำของคิม
ทกจาสยายออกราวกับจะปกป้องทั้งสองคนที่อยู่ข้างๆ เขา
ฮันซูยองกำหมัดและคลายกำปั้นที่โอบล้อมไปด้วยเพลิงทมิฬพร้อม
กับพูดขึ้นมา “…ฉันคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเคยรู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหน
แล้ว”
ในที่สุดสหายของพวกเขาก็ตามมาสบทบ
“ทกจา! ซูยอง!”
“พี่-!!”
ลีฮุนซึงคุกเข่าลงและปกป้องทุกคนไว้ด้วยโล่ของเขา ในขณะที่จางฮี
วอนยืนอยู่ข้างๆ เขาและชูดาบขึ้น
มังกรคิเมร่าที่นำพาชินยูซองและลีกิลยังมาคำรามออกมา ส่วนฐาน
ดอกบัวของยูซานอาก็หมุนวนและโอบล้อมสหายเอาไว้ และสุดท้าย
เรือรบของลีจีฮเยได้ปกป้องท้องฟ้าเบื้องบนทุกคนเอาไว้
“บรรจุกระสุน!”
ปืนใหญ่ถูกเตรียมพร้อมไว้ในแนวหลัง
กงพิลดูได้สร้างปราการของเขาขึ้นมาบนเรือและเล็งปืนใหญ่ของเขา
ไปบนพื้นราวกับจะบอกเป็นนัยว่าเขาสามารถดูแลทุกๆ อย่างได้
[ดวงดาวทุกดวงในเนบิวลาบริษัทของคิมทกจากำลังเปล่งแสงเจิด
จ้า!]
บียูส่งแสงออกมาดุจดวงตะวันสีครามท่ามกลางประกายแสงเจิดจ้า
เธอเหงื่อท่วมตัวในขณะที่กำลังรับเงินที่หลั่งไหลมายังทิศทางของ
บริษัทของคิมทกจา
ความเป็นไปได้ที่เปล่งแสงอย่างมั่งคั่งกำลังอวยพรให้กับพวกเขา
จากนั้นคิมทกจาก็พูดกับสหายที่กำลังนิ่งเงียบของเขา
“ทุกคน ขอบคุณนะ”
สีหน้าของทุกคนสั่นสะท้านเบาๆ เมื่อเขาพูดแบบนั้นออกมา
จางฮีวอนเม้มปากของเธอ ในขณะที่ลีฮุนซึงเช็ดนํ้าตาที่เอ่อล้นขึ้นมา
ฮันซูยองรู้สึกถึงมันได้
「ตั้งแต่ต้น คิมทกจาไม่ได้คิดที่จะเสียสละตัวเอง」
บางทีเขาอาจจะคิดถึงมันซํ้าแล้วซํ้าเล่า – วิธีที่จะทำให้ทุกคนมีความ
สุขกับตอนจบของโลกนี้
เขาน่าจะรู้ดีถึงบาดแผลของสหายเมื่อเขาต้องเสียสละตัวเอง และเขา
คงจะเล็งเห็นถึงความพินาศที่พวกเขาต้องพบเจอในฐานะราคาที่พวก
เขาต่อสู้ด้วยกัน
และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเลือกสถานการณ์นี้
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ สถานการณ์ที่ไม่ยึดติดกับบท
สรุปที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า สถานการณ์ที่ทุกคนสามารถไปถึงตอน
จบร่วมกันได้
ฮันซูยองคิดว่ามันคงจะดีถ้าเรื่องราวนี้จบลงตรงนี้
ทุกๆ อารมณ์ที่แทรกซึมอยู่ภายในคำพูดถูกถ่ายทอดออกมาอย่าง
ชัดเจน เธอรู้สึกราวกับว่าเธอรู้สิ่งที่คิมทกจากำลังคิดอยู่ในตอนนี้ และ
สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ
หลังจากมาถึงตอนจบของทุกๆ สิ่ง ในที่สุดเขาก็เปิดใจของเขา
「และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ฮันซูยองคิดว่าสิ่งต่างๆ จะต้องไม่จบลง
ตรงนี้」
“ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”
จางฮายังเปิดปากขึ้นมาก่อนและ…
“ทุกคน สู้ให้เต็มที่นะ ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครต้องตาย”
…ลีซอลฮวาได้จบการสนทนา
“พวกมันมาแล้ว!”
กลุ่มดาวได้บุกเข้ามาอีกครั้ง
[อย่าไปกลัว! จำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นแค่นิดหน่อยเท่านั้น!]
[พวกมันไม่มีอะไรมากไปกว่าเนบิวลาเล็กๆ!]
เรื่องราวที่ไม่สามารถหาทิศทางของมันได้กำลังไหลเวียนอยู่ภายใน
สถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
ฮันซูยองเหวี่ยงหมัดของเธอ เพลิงทมิฬพุ่งออกไปจากสนับมือของ
เธอและทะลวงผ่านหัวของเหล่าอวตาร วิถีดาบทลายนภาของยูจงฮ
ยอคปัดการโจมตีของแอนนาและเฟยหู ในขณะที่หมัดพลังทลายนภา
ของจางฮายังได้ผลักกลุ่มดาวที่กำลังพยายามพุ่งเข้ามาออกไป
[‘เวลาพิพากษา’ ถูกเปิดใช้งาน!]
เพลิงอเวจีของจางฮีวอนแผดเผาดวงดาวที่พุ่งเข้ามาจากตรงหน้า
และโล่เหล็กของลีฮุนซึงก็ป้องกันการโจมตีที่พุ่งเข้ามา
“ทุกคน หมอบลง!”
เรือรบของลีจีฮเยบรรจุกระสุนจนเสร็จและเริ่มสาดพระเพลิงออกมา
พร้อมกับประกายแสงการระเบิดอันเจิดจ้า ศัตรูที่อยู่ในแนวหน้าได้ถูก
กวาดออกไป
“จัดการเรือนั่นก่อน!”
เหล่าอวตารที่กำลังรอโอกาสอยู่กระโจนขึ้นไปบนท้องฟ้า นั่นทำให้
ป้อมปราการของกงพิลดูสาดการโจมตีออกมา
“อ๊ากกกก!”
[ไอ้พวกโง่!]
กลุ่มดาวจำนวนหนึ่งใช้อวตารที่กำลังร่วงหล่นลงมาเป็นฐานเพื่อ
ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พวกเขาลอยขึ้นไปสูงกว่าเรือรบและเริ่มสาดการ
โจมตีออกมา
[ตาย…?!]
แต่ก่อนที่กลุ่มดาวจะทันได้พูดจบ ร่างของมันก็ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ มังกรคิ
เมร่าคำรามออกมาและฉีกร่างของกลุ่มดาวด้วยกรงเล็บของมัน
“พี่! ข้างหลัง!”
ตัѹกแตนของลีกิลยังหยุดกลุ่มดาวที่กำลังพยายามพุ่งเข้ามา
เหล่าสหายรุกคืบไปข้างหน้าทีละนิด พวกเขาเหยียบย่างไปข้างหน้า
บนถนนที่แสงดาวไม่อาจสาดถึง
ฮันซูยองเริ่มคิด
ในสายตาของกลุ่มดาวคนอื่น พวกเขาคงดูเหมือนกับมอนสเตอร์ที่
กำลังพยายามทำลายโลกนี้ อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่สำคัญ – เพราะนั่น
เป็นทางเลือกที่น่าตื่นเต้นกว่า
“คิมทกจา! ทำลายเรือโนอาห์!”
พวกเขามองเห็นเรือโนอาห์อยู่เหนือกลุ่มดาว และแม้กระทั่งในตอนนี้
มันก็ยังมีกลุ่มดาวอีกมากมายกรูกันออกมาจากเรือลำนั้น
พวกเขาคงเป็นดวงดาวที่หลับใหลอยู่ภายในเรือโนอาห์เพื่อรอการไป
จากเส้นโลกนี้
[‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’ กำลังเข้าใกล้เรือโนอาห์]
[‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’ จะทำลายทุกเรื่องราวในโลกนี้!]
เรือโนอาห์ลำนั้นต้องถูกทำลายเพื่อหยุดการบุกเข้ามาของกลุ่มดาว
“เร็วเข้า!”
[การปะทะกันของความเป็นไปได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็วในสถานการณ์!]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวเริ่มแก้ไขเงื่อนไขของสถานการณ์สุดท้าย!]
แต่จากนั้น มันก็มีกลุ่มดาวบางคนยืนอยู่ตรงหน้าของเรือโนอาห์
[กลุ่มดาว ‘ผู้รับผิดชอบวัฏจักรแห่งจักรวาล’ กำลังแทรกแซง
สถานการณ์!]
[กลุ่มดาว ‘กระจกปล่อยควัน’ กำลังแทรกแซงสถานการณ์!]
[กลุ่มดาว ‘เจ้าแห่งสายฟ้าและสงคราม’ กำลังแทรกแซง
สถานการณ์!]
กลุ่มดาวระดับเทวะเหล่านี้ได้สังเกตสถานการณ์มาโดยตลอด ถ้าผ่าน
พวกเขาไปได้ เรือโนอาห์ก็จะอยู่ใกล้แค่เอื้อม
พลังรบของแต่ละคนนั้นมีมากเกินพอ แต่พวกเขาก็ยังพ่ายแพ้ในการ
ต่อสู้โดยรวม
[กลุ่มดาว ‘หอกแยกโพ้นทะเล’ โมโหมาก!]
โพไซดอนและซุสที่กำลังวุ่นอยู่กับการเข่นฆ่าเหล่าผู้ไร้นามในแนว
หน้าได้กระโจนเข้ามาร่วม
ครืน!
ยูจงฮยอคมองไปยังหอกที่แยกผ่านมหาสมุทรแห่งซากศพและกลับ
คืนสู่ผู้กวัดแกว่งมัน และพูดออกมา “…โพไซดอน”
แม้ว่านี่จะเป็นบริษัทของคิมทกจา แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถรับมือกับ
ศัตรูเหล่านี้ได้ในคราวเดียว นอกจากนี้ห่างออกไปนั้นยังมีมหาโดเกบิ
อยู่อีก
ฮันซูยองโกรธมาก พวกเขาครอบครองความเป็นไปได้มากมายขนาด
นี้ แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถสยบคนพวกนี้ไว้ได้อีกเหรอ?
เธอตะโกนออกมา “เฮ้!! เมื่อไหร่ที่กลุ่มดาวของพวกเราจะปรากฏตัว
บ้าง?!”
สิ่งที่ควรจะมายังไม่ปรากฏ อูรีเอล ผู้สนับสนุนของเธอ คู่ครองแห่ง
ยมโลก และ…
แต่จากนั้นเอง คิมทกจาก็ถามกลับ “มันจะต้องเป็นกลุ่มดาวเท่านั้นเห
รอ?”
“อะไร?”
คิมทกจายิ้มออกมา ฮันซูยองเกลียดรอยยิ้มนั้นจริงๆ
“มันไม่ใช่แค่กลุ่มดาวที่สามารถเข้าร่วมในศึกนี้ได้เท่านั้น เพราะมันมี
ความเป็นไปได้มากพอด้วยใครบางคนแล้ว”
ในเวลานั้นเอง ฮันซูยองก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง ความเป็นไปได้
จำนวนมหาศาลถูกอัดฉีดให้กับบริษัทของคิมทกจาได้ว่างเปล่าใน
ทันใด บางสิ่งที่ถูกอัญเชิญมาด้วยการใช้ความเป็นไปได้จำนวน
มหาศาลขนาดนี้กำลังมาที่นี่
「ตัวตนที่กลุ่มดาวทั้งหมดหวาดกลัว」
ริ้วเพลิงปรากฏขึ้นบนพื้น ดวงตะวันที่เผาไหม้เรื่องราวอันเป็นนิรันดร์
สาดส่องขึ้นจากทิศตะวันออก
「ไม่มีดวงดาวดวงไหนกล้าเทียบเคียงความเจิดจ้ากับเธอ – เปลว
เพลิงแห่งชีวิต」
และอีกฝากหนึ่ง คลื่นสึนามิก็สาดเข้ามาจากทิศตะวันตกในขณะที่
เกาะที่ล่มสลายลอยขึ้นมา
「หายนะแห่งโลกตะวันตก ‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย’」
[อ๊ากกกก!!]
กลุ่มดาวถูกกวาดออกไปโดยคลื่นและสลายหายไป
หลังจากนั้นไม่นาน ท้องฟ้าตอนเหนือก็เริ่มมืดดับลง และกลุ่มดาวก็
เริ่มกระแทกเข้าใส่พื้นราวกับเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมา
「ผู้ปกครองแห่งจักรวาลตอนเหนือ ‘ราชันย์มหาอเวจี’」
ราชาเทพเจ้าภายนอกยิ้มออกมาในขณะที่เขาเริ่มระเบิดหัวของกลุ่ม
ดาวราวกับนักเลงที่กำลังอาละวาด
และตัวตนที่จุติลงมายังลีฮุนซึงก็ได้ป้องกันพายุความเป็นไปได้ที่พวก
เขาสร้างขึ้นมาเอาไว้
「 ‘ราชาดวงใจสีเงิน’ ผู้ปกครองดวงดาวในตอนใต้」
และจากนั้น ตัวตนหนึ่งก็ขยับเข้าหาพวกเขาจากความว่างเปล่า
ในแต่ละย่างก้าวของเขา ดาบเขย่าสวรรค์ยักษ์ได้ฉีกท้องฟ้าและลาก
ดวงดาวจำนวนมากมายลงมา
[[ไม่เจอกันนานนะ โพไซดอน]]
มันคือชายที่มีใบหน้าเหมือนกันกับยูจงฮยอคพร้อมกับมีรอยแผลเป็น
ยาวบนแก้ม
นักเขียนลับเดินเข้าไปหาอย่างเมินเฉยและคว้าคอของโพไซดอนไว้
ก่อนที่จะฉีกยิ้มออกมา
[[นี่จะเป็นครั้งที่ 26 ของข้าที่ได้สังหารเจ้า]]
ผมคิดว่าสุดท้าย ‘มัน’ จะเกิดขึ้นเมื่อผมกลายเป็นราชาเทพเจ้า
ภายนอก
[คุณกลายเป็น ‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’]
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับความรู้สึกของการที่เรื่องราวใน
ร่างกายของผมแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เรื่องคล้ายๆ กันนี้เคยเกิดขึ้น
เมื่อผมถูกขับออกจากสถานการณ์และตกอยู่ใน ‘ขอบฟ้าเรื่องราว’
ถ้ามันจะมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไประหว่างตอนนั้นและตอนนี้ มันก็คงจะ
เป็นผมที่ไม่ถูกขับออกจากสถานการณ์หลังจากกลายเป็นตัวตนที่
เปลี่ยนแปลงไป ไม่ มันตรงกันข้ามกันเลย
[คุณกลายเป็นบอสมอนสเตอร์ของสถานการณ์สุดท้าย]
[คุณจะเดียวดายไปตลอดกาล]
[ไม่มีใครสามารถเข้าใจคุณได้]
ผมจดจำความเดียวดายที่ผมรู้สึกในเวลานั้นได้ชัดเจน ความรู้สึกของ
การถูกผลักไสออกไปเพียงลำพังในจักรวาลนี้ ความรู้สึกของการก
ลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้เลย