มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 493
ผมคิดว่าสุดท้าย ‘มัน’ จะเกิดขึ้นเมื่อผมกลายเป็นราชาเทพเจ้า
ภายนอก
[คุณกลายเป็น ‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’]
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับความรู้สึกของการที่เรื่องราวใน
ร่างกายของผมแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เรื่องคล้ายๆ กันนี้เคยเกิดขึ้น
เมื่อผมถูกขับออกจากสถานการณ์และตกอยู่ใน ‘ขอบฟ้าเรื่องราว’
ถ้ามันจะมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างไประหว่างตอนนั้นและตอนนี้ มันก็คงจะ
เป็นผมที่ไม่ถูกขับออกจากสถานการณ์หลังจากกลายเป็นตัวตนที่
เปลี่ยนแปลงไป ไม่ มันตรงกันข้ามกันเลย
[คุณกลายเป็นบอสมอนสเตอร์ของสถานการณ์สุดท้าย]
[คุณจะเดียวดายไปตลอดกาล]
[ไม่มีใครสามารถเข้าใจคุณได้]
ผมจดจำความเดียวดายที่ผมรู้สึกในเวลานั้นได้ชัดเจน ความรู้สึกของ
การถูกผลักไสออกไปเพียงลำพังในจักรวาลนี้ ความรู้สึกของการก
ลายเป็นสัตว์ประหลาดที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้เลย
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมรู้สึกเช่นนี้เหมือนกัน
「”ฉันเป็นนักข่าว นายพอจะมีเวลาคุยกับฉันไหม?”」
「”มันเป็นเขา ลูกชายของฆาตกร“」
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงต้องรับบทบาทนี้ มีแค่ผมเท่านั้นที่
สามารถแสดงมันได้อย่างเต็มที่ นั่นคือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการอ่าน
เรื่องราวที่ชื่อว่า ‘หนทางเอาชีวิตรอด’ ไปจนถึงบทสรุปของมัน
「[[สหายของเจ้าจะไม่มีทางเข้าใจการตัดสินใจของเจ้า]]」
นักเขียนลับบอกผมราวกับว่าเขารู้อยู่แล้วว่าแผนการของผมเป็นยังไง
และผมก็เข้าใจว่าทำไมเขาถึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพูดคำ
เหล่านั้นออกมา
「”เดีѺยวก็รู้“」
ทั้งเขาและผมต่างก็พูดถูก เพียงแค่เรื่องราวที่พวกเรารวบรวมมามัน
ต่างกันก็เท่านั้น
ครืน!!
คลื่นสึนามิแห่งเรื่องราวแผ่ออกมาตรงหน้าของผม และประกายแสง
แห่งความเป็นไปได้อันเจิดจ้าก็ทอดยาวออกไปเหนือคลื่นนั้น และ
ด้านบนของทั้งหมด สายตาของกลุ่มดาวก็กำลังมองลงมา
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์อันมืดมิด’ กำลังเฝ้ามองเรื่องราวของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ กำลังเฝ้ามองเรื่องราวของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจำนวนมาก’ กำลังเฝ้ามองเรื่องราวของคุณ]
….
นี่ไม่ใช่การเดิมพันของผมคนเดียว ผมที่ได้กลายเป็นราชาเทพเจ้า
ภายนอกเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหน้าสุดท้าย
ยูจงฮยอคกำลังต่อสู้อย่างหนัก สหายของผมต่างก็กล้าหาญ และฮันซู
ยองก็กำลังดึงดูดกลุ่มดาวอยู่
และกลุ่มดาวที่เชื่อในตัวพวกเราก็ตัดสินใจ
「แผนการสำเร็จ」
‘เปลวเพลิงแห่งชีวิต‘ ที่ลุกโชนขึ้นมาจากทิศตะวันออก
‘เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย‘ หายนะแห่งโลกทางทิศตะวันตก
‘ราชันมหาอเวจี‘ ผู้ปกครองแห่งจักรวาลตอนเหนือ
‘ราชาดวงใจสีเงิน‘ ผู้ปกครองมิติดวงดาวในทิศใต้
และสุดท้าย ‘นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่‘ ผู้คืบคลานออกมาจากความว่าง
เปล่า
ขนาดของสถานการณ์ขยายตัวออกอย่างรวดเร็วด้วยการรวมตัวกัน
ของราชาทั้งห้า กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ไม่อาจรับมือกับการประสาน
สถานะกันของพวกเขาและเริ่มกระอักเรื่องราวออกมาพร้อมกับคุกเข่า
ลง
ราชาเหล่านี้ได้ถูกกีดกันออกไปจากสถานการณ์จนกระทั่งบัดนี้ หลัง
จากหลบหนีออกมาจาก ‘หมาในล่าอเวจี’ ได้ผ่านความเป็นไปได้
จำนวนมหาศาล พวกเขาก็ได้จุติลงมายังสถานการณ์
นักเขียนลับมองมายังทิศทางของผม และผมก็พยักหน้าให้กับเขา
「และในตอนนี้ มันก็เป็นเวลาเปิดเวทีของพวกเขาแล้ว」
[อัѹค-!]
กลุ่มดาวที่พากันหวาดกลัวหลายคนพากันวิ่งหนีไป ราชันมหาอเวจี
คว้าคอของกลุ่มดาวคนหนึ่งเอาไว้ คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 เริ่ม
หัวเราะออกมา
[[เอาล่ะ เอาล่ะ การที่พวกเจ้าจะรีบหนีไปแบบนี้มันออกจะน่ารำคาญ
ไปหน่อย มันเพียงเริ่มเอง]]
เขาคงพื้นพลังมาบางส่วนผ่านความเป็นไปได้จำนวนมาก เขาเหลือบ
มองมาทางผมและพึมพำออกมา
[[และเจ้า อย่าทะเล่อทะล่าทำอะไร พวกเราไม่ได้มาเพื่อช่วยเจ้า]]
แต่จากนั้น ราชาดวงใจสีเงินที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมก็พูดออกมา
[[พวกเรามาเพื่อช่วยเจ้า]]
“ฉันรู้ ขอบคุณนะ”
ตามที่คาดไว้ ลีฮุนซึงยังคงเป็นคนที่ไว้ใจได้แม้ว่าจะผ่านการเสื่อม
ถอยไปกี่รอบก็ตาม
เจ้าแห่งเกาะที่ล่มสลาย ลีจีฮเยแห่งรอบที่ 999 เองก็เคลื่อนไหว กลุ่ม
ดาวระดับเรื่องเล่ารีบพุ่งเข้าใส่จากทั้งสองข้างและพยายามขวางพวก
เขาเอาไว้ แต่มันก็เสียเวลาเปล่า
[ก-เกาะนั่น มันกำลังเคลื่อนไหว-!]
จากตรงหน้าของเกาะที่ถูกปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียว ปืนใหญ่สีเงิน
ได้เปล่งแสงเจิดจ้า เรือรบที่ใหญ่ที่สุดในเส้นโลก มังกรเต่าที่สมบูรณ์
แบบได้สาดพระเพลิงออกมา
ครืน!!
ภาพตรงหน้าทำให้ผม ฮันซูยอง และกระทั่งยูจงฮยอคตกตะลึง
และ ณ แนวหน้าสุดของสมรภูมิ สอง ‘ราชา’ กำลังเผชิญหน้ากับกลุ่ม
ดาวระดับเทวะ
「สองคนที่ต่อสู้ด้วยกันมาเนิ่นนานได้อยู่ที่นี่แล้ว」
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 โอบล้อมไปด้วยเพลิงอเวจี และอีกฝั่ง ยูจงฮ
ยอคที่ได้ใช้ชีวิตผ่านขุมนรกทั้ง 1863 ขุม ก่อนที่ในที่สุดจะกลายเป็น
เทพเจ้าภายนอก
「ในเวลานั้น คิมทกจาก็นึกถึงสมรภูมิเก่าๆ แห่งหนึ่ง」
มันคือจากรอบที่ 999 ของยูจงฮยอค
ยูจงฮยอคและอูรีเอลเอาหลังชนกันและต่อสู้ด้วยกันในมหาสงคราม
กับกลุ่มดาว ยูจงฮยอคที่ดวงตามืดบอดทั้งสองข้างได้คำรามออกมา
และอูรีเอลก็กำลังปกป้องเขา – มันคือหนึ่งในฉากที่ผมรักที่สุดจาก
ทั้งเรื่อง และฉากนั้นก็ปรากฏขึ้นใหม่อีกครั้งตรงหน้าของผม
[เรื่องราว ‘สมรภูมิแห่งวีรบุรุษและเปลวเพลิง’ กำลังตื่นขึ้นจากห้วง
นิทรา!]
เรื่องราวที่หายไปเนิ่นนานกำลังเชื่อมต่อสองราชา
[[…ข้าฝากโอลิมปัสด้วย]]
อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 สยายปีกของเธอออกมาก่อน ในขณะที่เธอ
กำลังปลดปล่อยสถานะของเธอออกมา กลุ่มดาวก็กระหนํ่าเข้าหาเธอ
ราวกับว่าพวกเขากำลังรอช่วงเวลานี้อยู่
พวกเขาคือกลุ่มดาวระดับสูงจากพาไพรัสและพระเวท รวมทั้งกลุ่มดาว
ระดับตํ่าอีกบางส่วนที่เคยต่อสู้กับพวกเราในการคัดเลือกราชาปีศาจ
อย่างฟาโรห์องค์สุดท้ายและปักษากินสายฟ้า
[เรื่องราว ‘เพลิงแห่งการทำลายล้าง’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
ในช่วงเวลาที่อูรีเอลแห่งรอบที่ 999 กวัดแกว่งดาบของเธอ กลุ่มดาว
ระดับยิ่งใหญ่ในแถวแรกที่กำลังพุ่งเข้าใส่เธอก็กลายเป็นฝุ่นผงและ
สลายหายไป ส่วนเหล่าอวตารก็พากันวิ่งหนีพร้อมกับใบหน้าอัน
ซีดเซียว ในขณะที่กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่านั้นต่างก็พากันตะโกนออก
มา
[หยุดดาบนั่น! อย่าให้เธอได้เหวี่ยงมันเด็ดขาด!!]
ดาบของอูรีเอลสร้างเส้นทางที่กำลังลุกโชนขึ้นมา และนักเขียนลับก็
ทะยานออกไป มันราวกับว่าประวัติศาสตร์แห่งจักรวาลได้ไหลเวียนอยู่
ภายในทุกๆ ก้าวของเขา ย่างก้าวของเขาไม่เร็วหรือช้าเกินไป แต่มันก็
ไม่มีใครกล้าหยุดเขา
[เรื่องราว ‘อเวจีนิรันดร์’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน]
เรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดจากทุกเส้นโลกเริ่มเล่าเรื่องราวของมัน
[มหาเรื่องราว ‘นักแสวงบุญแห่งวันสิ้นโลกอันเดียวดาย’ เริ่มเล่าเรื่อง
ราวของมัน]
ทุกๆ ฝีเท้าที่เขาเหยียบยํ่าลงไปจะก้องกังวานไปด้วยเสียงกู่ร้องของ
โลกที่ถูกทำลาย บาปต้นกำเนิดแห่งโลกหล้าได้ติดตามเขาราวกับเงา
และไล่ตามเขาไปโดยตลอด
「ไม่มีกลุ่มดาวไหนสามารถยืนขวางทางเขาได้ และไม่มีเรื่องราวไหน
สามารถช่วยเหลือเขาได้」
ไม่ว่ามันจะเป็นมิตรหรือศัตรู ตราบใดที่เป็นกลุ่มดาว มันผู้นั้นย่อมทำ
อะไรไม่ได้อีกนอกจากต้องถูกล่อลวงไปโดยเรื่องราวของเขา
เมื่อผมได้สติมาอย่างฉับพลันจากความเศร้าอันเวิ้งว้างที่อาบย้อมไป
ด้วยความพิศวง เขาก็คว้าลำคอของโพไซดอนเอาไว้แล้ว
อีกฝ่ายเองก็ตอบสนองได้ทันเวลา และรีบปัดมือของนักเขียนลับออก
ไปพร้อมกับปลดปล่อยสถานะของตนออกมา
[กลุ่มดาว ‘หอกแยกโพ้นทะเล’ โกรธเกรี้ยว!]
มหาเรื่องราวแห่งโอลิมปัสเริ่มเคลื่อนไหว ตรีศูลของโพไซดอนแยก
คมเขี้ยวของมันในขณะที่มันอาบย้อมไปด้วยเรื่องราวอันทรงพลัง นี่
คือพลังของกลุ่มดาวระดับเทวะที่ทุกๆ คนควรสั่นกลัว
อย่างไรก็ตาม ผมเองก็อยู่ในระดับเทวะแล้ว และผมก็มองการกระทำ
ของเขาต่างออกไป
「โพไซดอนกำลังกลัว」
หอกของเขาตัดผ่านอากาศอย่างไร้ประโยชน์ และมันก็ไม่เฉียบคม
เฉกเช่นเคย มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่สมกับกลุ่มดาวผู้อหังการเลย
และซุสที่อยู่ข้างๆ เขาก็คำรามร้องเตือนออกมา
อย่างไรก็ตาม มันก็สายเกินไปแล้ว
ฉัѹว!
บางสิ่งได้สะบั้นร่างของโพไซดอน และบนหน้าอกที่ปกคลุมไปด้วย
เกล็ดสีนํ้าเงินก็มีรอยแผลยาวสีดำอยู่ จากบาดแผลนี้ มหาเรื่องราวได้
เริ่มไหลออกมาไม่หยุด
[อัѹค…!]
โพไซดอนพยายามจะกดหน้าอกของเขาไว้พร้อมกับเหวี่ยงตรีศูลไป
ทั่ว
หอกแยกโพ้นทะเล – ไม่ว่าตรีศูลของเขาจะวาดไปทางไหน ที่แห่ง
นั้นก็จะกลายเป็นมหาสมุทร อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนั้นก็ไม่เกิดขึ้นใน
คราวนี้ นับเป็นครั้งแรก คมหอกที่สร้างความหวาดกลัวให้กับทุกคน
กลับต้องสั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้
「ที่ๆ มหาสมุทรของเขาเอื้อมออกไปไม่ถึง」
ดวงตาทั้งสองข้างของโพไซดอนถูกย้อมไปด้วยขุมนรกสีดำสนิทใน
เวลาไม่นาน
เป็นไปได้ว่าเขากำลังเฝ้าดูเรื่องราวที่มืดมิดที่สุดในโลกนี้อยู่ เรื่องราว
อันมืดมิดนอกมิติจักรวาลที่พื้นดินและท้องฟ้าไม่มีความหมายอะไรอีก
เพราะมันไม่อาจเอื้อมถึง การทำลายล้างอันเด็ดขาดที่ไม่มีสิ่งใดหลง
เหลืออยู่หลังจากทุกๆ สิ่งถูกทำลายหายไป
และเจ้าแห่งการทำลายล้างนั้นก็กำลังจ้องมองกลุ่มดาวแห่งโอลิมปัส
อยู่
[[ไม่ว่าจะเป็นเส้นโลกไหน เจ้าก็ดูไม่เปลี่ยนไปเลย]]
เสียงของเขาไม่ได้ฟังดูเศร้าเลย มันกลับดูโล่งใจซะมากกว่า
พร้อมกับเสียงโลหะเย็น ดาบเขย่านภาได้ยื่นออกไปหาท้องฟ้าอันมืด
มิด
[หุบปาก-!!]
โพไซดอนสลัดจากความกลัวและรีบเหวี่ยงตรีศูลของเขาอีกครั้ง แต่
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ดาบเขย่านภาก็เคลื่อนไหวด้วย
ผมจำได้ว่าเคยเห็นยูจงฮยอคใช้สกิลที่คล้ายกันนั้นมาก่อน
อย่างไรก็ตาม มันก็มีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป การโจมตีนั้น
ราวกับว่า…
「ราวกับว่ามันเป็นเคล็ดวิชาดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ชายคนหนึ่ง
สามารถเผชิญหน้ากับโลกทั้งใบได้」
วิถีดาบทลายนภา
ความลึกลํ้าภายใน
สะบั้นจักรวาล
พลังที่นักเขียนลับแสดงออกมาในศึกบันทึกการเดินทางสู่ตะวันตกนั้น
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เขาสามารถทำได้เท่านั้น
วิถีดาบนี้งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย
ดาบของเขาทำให้โลกแยกออกจากกัน
ครืน!
ดาบสะบั้นเนบิวลาจนยับเยินและสลายหายไปกลายเป็นฝุ่นละออง
ดารา และปลายทางของลำแสงนั้นก็คือโพไซดอน พร้อมกับเสียงดัง
สนั่น แขนขาของเขาถูกตัดออกไปโดยพร้อมเพรียงกัน
[โพไซดอน!!]
ซุสตื่นตระหนกและตะโกนออกมาเสียงดัง
เรื่องราวที่ระเบิดออกมาจากนักเขียนลับกำลังกลืนกินสมรภูมิ ความ
ว่างเปล่าที่เขารู้สึกในขณะที่มีชีวิตผ่านสถานการณ์กำลังคืบคลานออก
ไป
เปรี้ยง!
โพไซดอนกระอักเรื่องราวออกมาและคุกเข่าลงจนทำให้สิบสองเทพ
แห่งโอลิมปัสต้องวิ่งเข้ามา อาเรสและฮิฟีสตัสคำรามออกมาและ
เหวี่ยงอาวุธของพวกเขา น่าเสียดาย พวกมันถูกปัดออกไปโดยดาบ
เขย่านภา
ซุสตะโกนออกมาด้วยความโมโห
[โอ้ นักเขียนลับ! อย่าให้มันมากไปนัก! เจ้ายังไม่เคยเห็นเศษเสี้ยว
ตำนานที่โอลิมปัสสร้างขึ้นมาด้วยซํ้า!]
แม้ว่าเขาจะกล่าวออกไปเช่นนั้น แต่ร่างของซุสก็ยังล่าถอยออกไป
มันชัดเจนมาก – เรือโนอาห์กำลังรออยู่ในทิศทางที่มุ่งหน้าไป
[ท่านพ่อ!]
กลุ่มดาวแห่งโอลิมปัสที่ถูกเขาทอดทิ้งพ่นเรื่องราวออกมาจากร่างทั้ง
ร่างในขณะที่เหล่าผู้ไร้นามกัดกินร่างของพวกเขา ไดโอไนซัสเต็มไป
ด้วยความไม่พอใจในขณะที่เขาคำรามออกมาด้วยความโกรธไปยัง
พ่อของตน
ผมมองไปยังกลุ่มดาวเหล่านั้นอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะพูดกับฮันซูยอง
และยูจงฮยอค “พวกเราจำเป็นต้องหยุดซุส”
ภายในเรือโนอาห์ที่ซุสมุ่งหน้าไปนั้นเต็มไปด้วยมหาเรื่องราวที่กำลัง
หลับใหลอยู่ซึ่งก็ไม่ใช่แค่ของโอลิมปัสเท่านั้น แต่ยังเป็นของระดับเท
วะอื่นๆ อีกมายมาย สถานการณ์นี้จะทำให้พวกเราเสียเปรียบขึ้นไปอีก
พวกเรารีบวิ่งออกไป
ในขณะเดียวกัน ฮันซูยองก็พึมพำออกมาด้วยนํ้าเสียงฉงน
“ยังไงก็เถอะ หมอนั่น…”
หลังจากล้มโพไซดอนลง นักเขียนลับก็ยืนอยู่กับที่และมองไปยัง
ทิศทางหนึ่ง ผมหันหน้าไปมองยังที่ๆ เขากำลังจ้องมองอยู่
เหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่ไล่ตามซุสไปนั้นก็ง่ายมาก ตั้งแต่ต้น จุด
ประสงค์ของเขาไม่ใช่การทำลายล้างโอลิมปัสหรือทำลายล้างเรือโน
อาห์
ไม่ สิ่งที่เขากำลังมองอยู่นั้นคือบางสิ่งที่อยู่ห่างออกไปไกลมากๆ
กำแพงสุดท้าย
หน้ากระดาบไร้จุดจบกำลังพลิกอยู่ภายในดวงตาของเขาราวกับว่าเขา
ได้ตั้งมั่นที่จะเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังมันในคราวนี้
[ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังประสบกับการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!]
มหาโดเกบิเริ่มตะโกนออกมาให้กับความผิดพลาดที่ไม่คาดคิดของ
ความเป็นไปได้
[เดีѺยวก่อน! นี่ นี่มัน…!]
[โอ้ ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด นี่…!]
[เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของการถ่ายทอดสดดวงดาว
เนื้อหาของสถานการณ์ถูกแก้ไข!]
[เงื่อนไขการเคลียร์ของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องจะเปลี่ยนไปขึ้นอยู่กับ
ฝ่ายที่คุณเลือก]
ผมยืนยันรายละเอียดของสถานการณ์ที่ถูกแก้ไข
+
สถานการณ์หลัก #99 – ■■■
+
นับเป็นครั้งแรก ชื่อของสถานการณ์หลักได้หายไป
สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สถานการณ์ที่แม้แต่มหาโดเกบิก็ยังไม่เคยได้ยินได้เริ่มต้นขึ้น
+
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: จงทำลายเรือโนอาห์และหยุดแผนการของมหา
โดเกบิ
+
ผมได้ยินเสียงของมหาโดเกบิที่กำลังตื่นตระหนก ด้วยสิ่งนี้ พวกเขา
ได้จ่ายราคาด้วยการยอมแพ้ต่อการเป็นผู้เล่าเรื่องเพื่อกลายเป็นตัว
ละครในโลกนี้
นอกจากนี้ ใบหน้าที่อยู่รอบๆ พวกเราก็เริ่มเปลี่ยนไปด้วย ราวกับว่าใน
ที่สุดโลกก็ยอมรับตัวตนของพวกเรา
“นาย…!”
เร็นมองมาที่ผมด้วยความตกใจ ดูเหมือนว่าในที่สุดตอนนี้เธอก็มอง
เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของผมแล้ว
ในขณะที่ประกายแสงกระหนํ่าไปอย่างบ้าคลั่ง สิ่งมีชีวิตแห่งความ
หวาดกลัวและความน่ารังเกียจ เหล่าเทพเจ้าภายนอกก็เริ่มเผยรูป
ลักษณ์ที่แท้จริงออกมา พวกเขาไม่ใช่ตัวตนจากภายนอกสถานการณ์
อีกต่อไป
[กลุ่มดาวส่วนใหญ่กำลังเฝ้ามองเรื่องราวของคุณ]
สถานการณ์ที่พวกเราสร้างขึ้นได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อโลกนี้
แล้ว
[‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’ กำลังมองมายังคุณ]
มันเป็นไปได้ว่านักเขียนลับก็คงจะได้ยินข้อความเหล่านี้เหมือนกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อความที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้าของผม
+
รางวัล: กำแพงสุดท้าย
“…พี่ มันบอกว่ารางวัลคือ ‘กำแพงสุดท้าย’”
ลีกิลยังที่ไล่ตามพวกเรามาพูดขึ้นด้วยนํ้าเสียงงุนงง อย่างไรก็ตาม ผม
เองก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน
รางวัลคือกำแพงสุดท้าย…?
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำอธิบายที่คลุมเครือนี้มันหมายถึงอะไร –
พวกเราจะไปถึงกำแพงสุดท้ายที่เป็นตัวรางวัล หรือหลังจาก
สถานการณ์จบลง พวกเราจะได้รับสิทธิѻในตัวกำแพง?
นอกจากนี้ มันยังมีคนครอบครองสิทธิѻในตัวกำแพงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เหรอ?
ในตอนนี้มันยังไม่มีอะไรแน่นอนเลย แต่มันก็มั่นใจได้เลยว่าพวกเราจะ
ไปถึงความจริงของโลกใบนี้เมื่อสถานการณ์สิ้นสุดลง
[[ไปซะ]]
ภายใต้การป้องกันของลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 เหล่าสหายต่างก็วิ่งไป
ข้างหน้า ส่วนกลุ่มดาวที่พยายามจะไล่ตามพวกเรามาก็ถูกนักเขียนลับ
และเทพเจ้าภายนอกตนอื่นขวางเอาไว้