มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 494
” … พี่ มันบอกว่ารางวัลคือ ‘กำแพงสุดท้าย”
ลีกิลยังที่ไล่ตามพวกเรามาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงุนงง อย่างไรก็ตาม ผม
เองก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน
รางวัลคือกำแพงสุดท้าย …?
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำอธิบายที่คลุมเครือนี้มันหมายถึงอะไร –
พวกเราจะไปถึงกำแพงสุดท้ายที่เป็นตัวรางวัล หรือหลังจาก
สถานการณ์จบลง พวกเราจะได้รับสิทธิ์ในตัวกำแพง?
นอกจากนี้ มันยังมีคนครอบครองสิทธิ์ในตัวกำแพงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
เหรอ?
ในตอนนี้มันยังไม่มีอะไรแน่นอนเลย แต่มันก็มั่นใจได้เลยว่าพวกเราจะ
ไปถึงความจริงของโลกใบนี้เมื่อสถานการณ์สิ้นสุดลง
[[ไปซะ]]
ภายใต้การป้องกันของลีฮุนซึงแห่งรอบที่ 999 เหล่าสหายต่างก็วิ่งไป
ข้างหน้า ส่วนกลุ่มดาวที่พยายามจะไล่ตามพวกเรามาก็ถูกนักเขียนลับ
และเทพเจ้าภายนอกตนอื่นขวางเอาไว้
เรือโนอาห์อยู่ตรงหน้าของพวกเราแล้ว การทำลายมันจะทำให้พวก
เรายุติสถานการณ์ทั้งหมดลงได้
[หยุดพวกมัน-!!]
แสงดาวจุติลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง มันน่าตกใจที่ได้เห็นว่ายังมีดวง
ดาวเหลืออีกมากมายขนาดนี้ และมันยังยากที่จะบอกว่ากลุ่มดาวเหล่า
นั้นพากันไปซ่อนอยู่ที่ไหนมาตลอด
[มันคือราชาเทพเจ้าภายนอก! ฆ่ามันซะ!]
กลุ่มดาวพากันชี้อาวุธเข้าใส่ผมและกระโจนเข้ามา แม้ว่าพวกเขาจะ
เป็นเหมือนกับหุ่นเชิดของเนบิวลาใหญ่ๆ และไม่เคยเคลียร์สถานกา
รณ์จริงๆ มาก่อนเลย แต่พวกเขาก็ยังได้รับคุณสมบัติในการเข้าสู่
สถานการณ์สุดท้าย
น่าแปลก บางคนก็เคยเป็นผู้สนับสนุนหรือกำลังสนับสนุนช่องของผม
อยู่
และในตอนนี้ พวกเขาก็กำลังประจันหน้ากับผม
[ฆ่ามัน!]
สหายของผมบางคนดูประหลาดใจกับความเป็นปรปักษ์ของพวกเขา
ฮันซูยองทนไม่ไหวและพูดขึ้นมา “พวกนายยังไม่ไปอีกเหรอ?”
สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของผมในตอนนี้คือคำพูดที่ ‘ผู้พิทักษ์แห่งแมนดา
ลา’ เคยกล่าวกับผมไว้ในเกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด
「ไม่ว่าเรื่องราวจะตํ่าต้อยสักแค่ไหน คนที่ได้ฟังและเฝ้าดูมันมาอย่าง
เนิ่นนานก็จะยังรักมันอยู่」
ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น ผมไม่อาจเข้าใจได้ว่าเขาหมายถึงอะไร ตอน
นั้นผมแค่คิดว่าเขาอาจจะกำลังพูดถึงสงครามระหว่างกลุ่มดาวและ
ปีศาจอยู่
อย่างไรก็ตาม หลังจากผมคิดทบทวนดู ผมก็ตระหนักได้ว่าคำพูดนั้น
อาจจะไม่ได้หมายถึงกับแค่สงครามนั้นเท่านั้น
กลุ่มดาวจากญี่ปุ่นที่เคยต่อสู้กับพวกเขาในดินแดนแห่งสันติกำลังจุติ
ลงมาต่อหน้าพวกเราทีละคน ผมกระทั่งเห็น ‘เพลิงแปดริ้ว’ คางุสึจิ
และ ‘ผู้ควบคุมกระแสนํ้า’ มังกรวารีริวจิน อยู่ด้วย
คนที่กำลังเผชิญหน้ากับพวกเขาจากสหายของพวกเราคือผู้ปกป้อง
แห่งท้องฟ้า
[อวตาร ‘ลีจีฮเย’ ปลดปล่อยสถานะของเธอออกมา!]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ปลดปล่อยสถานะของเขาออกมา!]
พร้อมกับสัมผัสแห่งมหาสมุทรอันไร้ขอบเขตที่ทอดยาวออกมา
บริเวณโดยรอบได้จมอยู่ในสถานะอันมหาศาล ฝ่ายตรงข้ามอาจจะ
เป็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่า แต่ลีจีฮเยในปัจจุบันก็ไม่ได้เสียเปรียบเลย
อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังไม่โจมตีและมองมาทางผมแทน
“ลุง”
ผมรู้ว่าทำไมเธอถึงลังเลแบบนี้
[ไป! ถ้าเจ้าทำอะไรที่มีประโยชน์ไม่ได้ งั้นก็ไปพลีชีพซะ!]
กลุ่มดาวกำลังผลักแผ่นหลังของเหล่าอวตารไปข้างหน้า อวตารเหล่า
นี้มาจากฝ่ายญี่ปุ่น ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่าและเซมาหาพวกเรา
แต่ก่อนที่พวกเราจะชักอาวุธออกมา มันก็มีบางคนตะโกนออกมาจาก
ตำแหน่งใกล้ๆ
“ทุกคน ตื่นสิ! ได้โปรด พวกนายต้องดูให้ดีๆ ว่ากำลังจะต่อสู้กับใคร
อยู่!”
นั่นคือเสียงที่ผมจำได้แม่น
“อิซูมิตายแล้ว ฮิโรชิก็ด้วย มันต้องมีคนตายอีกมากมายแค่ไหนกัน
ก่อนที่พวกนายจะตื่นขึ้นมาได้? พวกนายลืมโศกนาฏกรรมในดินแดน
แห่งสันติไปหมดแล้วเหรอ”
มันคือเร็น
[อวตาร ‘อาซูกะ เร็น’ กลายเป็น ‘ศัตรูแห่งเรื่องราว’]
น่าแปลก เธอได้เลือกฝ่ายพวกเรา
[แอตทริบิวต์ ‘มังงะ’ ของอวตาร ‘อาซูกะ เร็น’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ดาบของเธอเคลื่อนไหวราวกับปากกา
ในช่วงเวลาที่แอตทริบิวต์ของเธอมีชีวิต เรื่องราวที่ไม่ใช่แค่ของผมแต่
เป็นของเหล่าผู้ไร้นามที่อยู่รอบๆ ก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วย เรื่องราวที่ไม่
สมบูรณ์ของพวกเรา วลีที่กระจัดกระจาย พวกมันถูกถักทอขึ้นเป็นภาพ
ชิ้นเดียว
เมื่อมาคิดดูแล้ว มันก็ไม่ใช่แค่ฮันซูยองเท่านั้นที่ครอบครอง
แอตทริบิวต์ประเภทนักเขียน แม้ว่ามันจะอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน
แต่แอตทริบิวต์ของเร็นก็ยังมีส่วนคล้ายกันกับเธอ
“ได้โปรดหยุดเถอะ พวกนายก็รู้หนิว่าคนพวกนี้เป็นใคร พวกนายเองก็
อยากจะเป็นเหมือนคนพวกนี้หนิ?”
「นั่นคือจุดเริ่มต้น」
เหล่าอวตารที่ถูกควบคุมไปครึ่งหนึ่งจากผู้สนับสนุนของพวกเขากำลัง
จะโจมตีพวกเรา แต่ทันใดนั้นเอง พวกเขาก็เริ่มทิ้งอาวุธลงทีละคน
พร้อมกับสีหน้าเสียใจ พวกเขาพากันทรุดตัวลงไปบนพื้นและร้องไห้
ออกมาด้วยความโศกเศร้า
“ทำไม่… ได้… ฉัน ฉันทำแบบนี้อีกไม่ได้แล้ว…”
เหล่าอวตารคุกเข่าลงและพึมพำออกมาในขณะที่กุมหัวของพวกเขา
เอาไว้ ในขณะเดียวกัน กลุ่มดาวก็เผยความอันตรายออกมาในทันที
หลังจากที่หุ่นเชิดของพวกเขาหยุดฟังคำสั่งของตน พวกเขารีบ
ตะโกนออกมา
[ล-ลุกขึ้น! เร็วเข้า!]
อวตารต่างก็เข้าใจความเจ็บปวดของกันและกันเป็นอย่างดี ซึ่งมันก็
หมายความว่าพวกเขาแตกต่างจากกลุ่มดาวทั้งหลาย
“จีฮเย”
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ เรือรบก็ยิงปืนใหญ่ออกไป
ครืน!
กลุ่มอวตารถูกกวาดออกไปในขณะที่มีเสียงดังก้องกังวานออกมา บ้าง
ก็พอทนได้และเข้าปะทะกับสหายของผมในไม่ช้า
[อ๊ากกก!!]
ประกายแสงจางๆ รั่วไหลออกมาจากเรือโนอาห์
พวกเราไม่อาจปล่อยให้มีกลุ่มดาวระดับเทวะตื่นขึ้นมาจากการหลับ
ใหลได้อีก
โชคดี ความเร็วในการรุกคืบของพวกเราก็ไม่ได้ช้าเหมือนกัน วิถีดาบ
ทลายนภาของยูจงฮยอคและเพลิงทมิฬของฮันซูยองสนับสนุนผม
จากด้านข้างอย่างต่อเนื่อง และพวกเราก็มุ่งหน้าไปได้อย่างราบรื่น
ถ้ามันจะมีสักสิ่งที่คอยกวนใจผม ผมก็คงจะเป็นความเป็นไปได้
เปรี้ยง…
ความเป็นไปได้ที่สร้างขึ้นจากเหรียญที่ถูกบริจาคโดยกลุ่มดาว…
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นบียูกำลังควบคุมช่องด้วยใบหน้าอันแสนเจ็บ
ปวด มันเป็นเวลาไม่นานนักนับตั้งแต่เธอฟักตัวออกมาในฐานะโดเกบิ
ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องหนักสำหรับเธอในการแลกเปลี่ยนเหรียญ
มากมายขนาดนั้นเป็นความเป็นไปได้ เรื่องราวเริ่มหยดลงมาจากริม
ฝีปากของเธอแล้ว
“ใกล้แล้ว!”
เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกับที่เสียงของฮันซูยอง
ดังก้องออกมา
[สำนักงานกำลังใช้อำนาจเพื่อยับยั้งช่อง BY-9158!]
เปรี้ยง!
ในเวลานั้น หัวใจของผมก็เย็นวาบขึ้นมา
เดิมที่ ช่องแต่ละช่องจะเป็นของโดเกบิแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ระบบ
ที่เรียกว่าช่องก็ยังเป็นพลังที่มีรากฐานมาจาก ‘มหาเรื่องราว’ ในการ
ครอบครองของสำนักงาน
[สำนักงานกำลังยับยั้งเหรียญที่บริจาคมายังช่อง BY-9158!]
ทันใดนั้นเอง การเคลื่อนไหวของผมก็เริ่มเชื่องช้าลง และสหายของ
ผมก็เหมือนกัน สายลมที่ผลักดันพวกเราจากทางด้านหลังเปลี่ยนมา
ผลักพวกเราจะทางด้านหน้าแทน
ในระยะไกล ผมเห็นมหาโดเกบิสิบคนกำลังชูมือขึ้นสู่ท้องฟ้าอยู่
“ไอ้พวกบ้านั่น…!”
ดูเหมือนว่าฮันซูยองจะตระหนักได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
[ป๊าาาาาา!]
บียูร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดในขณะที่เธอถูกไฟช็อตและตกลงมา
จากท้องฟ้า ยูซานอาถลาออกไปก่อนผมและรับร่างเล็กๆ ที่กำลัง
ตกลงมาไว้อย่างระมัดระวัง
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ ประณามต่อการกระทำอันขี้ขลาดของ
สำนักงานและ…+]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์อันมืดมิด’ โมโหมากกับความไม่เป็นธรรม
ของสำนักงานและ…+]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ตะโกนออกมาว่า ‘ไอ้พวกโด
เกบิบัด■…!!’]
……
ช่องของพวกเรากำลังจะพัง
มหาโดเกบิการังพูดขึ้นมา [เรื่องราวของพวกเจ้าไม่ได้รับอนุญาต
พวกเราไม่อาจนำเสนอเรื่องราวเช่นนี้ต่อ ‘ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด’ ได้]
ผมไม่อาจเข้าใจมันได้ พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์
ไปแล้ว ดังนั้นพวกเขาก็ควรจะพบกับพายุความเป็นไปได้อันรุนแรง
จากการพยายามใช้มหาเรื่องราวของสำนักงานสิ
[โฮรอง นกซู พวกเราจะจดจำการเสียสละของพวกเจ้า]
สองมหาโดเกบิดับสูญไป ณ ใจกลางท้องฟ้า เศษซากของเรื่องราว
โปรยปรายลงมาจากร่างของการังด้วย
ผมหนาวสั่นไปทั่วร่าง ในตอนนี้เองผมก็ตระหนักได้แล้วว่าไอ้พวกมหา
โดเกบิบ้านี่แน่วแน่มากเพียงใด
[ความเป็นไปได้ของการถ่ายทอดสดดวงดาวกำลังเกิดการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!]
จำนวนของเหล่าผู้ไร้นามที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาลดลงอย่างรวดเร็ว
[[…หมาในกำลังมา]]
พร้อมกับคำประกาศของนักเขียนลับ ราชาจากรอบที่ 999 ทุกคนมา
รวมตัวกัน ณ ตรงกลาง
หมาในล่าอเวจีปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางพายุความเป็นไปได้และเริ่มกัด
เข้าไปยังแขนขาของเหล่าราชา
[[เฮ้ มันเจ็บนะ ไอ้พวกบ้าเอ้ย!]]
คิมนัมอุนแห่งรอบที่ 999 คำรามออกมา
ในขณะเดียวกัน ยูจงฮยอคที่ล้มกลุ่มดาวลงไปได้ก็กำลังพุ่งเข้ามาหา
พวกเราและตะโกนออกมา “คิมทกจา!”
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า บรรยากาศที่นั่นช่างน่าสงสัย การ
เปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างการที่มีกลุ่มดาวระดับเทวะกำลัง
ควบคุมสภาพอากาศ บางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวสุดขีดซึ่งผมไม่เคย
พบพานมาก่อนกำลังจะอุบัติขึ้น
[ออนเซ ฮอเช ขอบคุณในความพยายามของพวกเจ้า]
มหาโดเกบิอีกสองคนดับสูญไป
「มหาโดเกบิพยายามที่จะยุติเรื่องราวของพวกเขา ณ สถานที่แห่ง
นี้」
ขนแขนของผมลุกชันขึ้นมา ผมไม่เคยรู้สึกกลัวเท่านี้มาก่อนเลย
[โอ้ ความฝันที่เก่าแก่ที่สุด!]
ท้องฟ้าเปิดออก ผมมองเข้าไปใกล้ๆ ก่อนที่จะตระหนักได้ว่ามันไม่ใช่
ท้องฟ้าจริงๆ แต่มันคือกำแพง – กำแพงสุดท้ายที่ล้อมจักรวาล
ทั้งหมดเอาไว้
และในตอนนี้ มันก็มีบางสิ่งกำลังข้ามช่องว่างในกำแพงที่ชวนให้
นึกถึงหน้ากระดาษที่ถูกฉีก
「ในเวลานั้น คิมทกจาก็สังหรณ์ใจถึงการล่มสลายของโลกนี้」
ผมไม่อาจนึกหาคำไหนมาอธิบายสิ่งนั้นได้เลย มันคืออะไรกัน?
มันเหมือนกับการได้เห็นเด็กน้อยวาดเส้นขยุกขยิกด้วยดินสอของเขา
สิ่งนั้นอาจจะเป็นดาบยักษ์ หรืออาจจะเป็นหอก หรืออาจจะเป็น
ขีปนาวุธก็ได้
แต่มันก็มีอยู่อย่างที่ผมมั่นใจก็คือสิ่งนั้นกำลังตกลงมายังทิศทางนี้
เปรี้ยง!
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ผมคิดว่าผมเห็นบางสิ่งที่เหมือนกับมือของใคร
บางคนอยู่ภายในช่องว่างนั้น
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ …!]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ …!]
และในตอนนี้ มันก็มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน – การโดนโจมตีโดยสิ่งนั้น
คงจะฆ่าพวกเราได้ทั้งหมด
「คิมทกจาปลดปล่อยสถานะทั้งหมดของเขาออกมา」
ทุกๆ มหาเรื่องราวในการครอบครองของผมเริ่มเล่าเรื่องราวของพวก
มันออกมาโดยพร้อมเพรียงกัน ผมรีบมองกลับไปยังสหายของผม
“ทุกคน พวกเรา…!”
และในอึดใจต่อมา สายตาของผมก็ถูกย้อมไปด้วยสีขาวบริสุทธิѻใน
ขณะที่การระเบิดของความเป็นไปได้ครั้งใหญ่บังเกิดขึ้นตรงหน้าของ
พวกเรา
*
เปรี้ยง!
บีฮยองมองไปยังมหาโดเกบิที่กำลังหลอมละลายเข้าสู่สถานการณ์ที
ละคนอย่างเงียบๆ
นักเล่าเรื่องกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์สุดท้าย ในขณะ
ที่เขายืนดู ทั้งโดเกบิระดับตํ่าน้อยใหญ่ก็กรูกันเข้ามา
[บีฮยอง! นี่มันหมายความว่ายังไง…?]
สำนักงานที่คงไว้ซึ่งความเป็นกลางมาจนถึงตอนนี้เริ่มฝืนเปลี่ยนมุม
มองต่อสถานการณ์
ส่วนผลที่ตามมานั้นก็ทำให้ตัวสำนักงานเริ่มเปลี่ยนไป คลังเก็บเรื่อง
ราวต่างพากันพังครืนลงมาในเวลาเดียวกัน และเหล่ากลุ่มดาวอันเน่า
เหม็นที่ถูกกักขังไว้โดยสำนักงานก็เริ่มเป็นอิสระอีกครั้ง
บีฮยองมองไปยังกลุ่มดาวคนหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางความสับสนนี้
「คนโง่ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองคือตัวเอก」
มันเหมือนกันกับตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก แม้ว่าค่าสถานะโดย
รวมจะมีไม่ถึงสิบ แต่หมอนี่ก็ไม่เกรงกลัวโดเกบิเช่นเขา หมอนี่ เขายิ้ม
ออกมาได้ทุกสถานการณ์ และบ่อยครั้งก็มักจะถูกฆ่าตายไปด้วยความ
ประมาทด้วย
[คนโง่ที่รู้ส่วนต่อไปของเรื่องราวดีซะยิ่งกว่าตัวเขาที่เป็นนักเล่า
เรื่อง ]
ต้องขอบคุณเรื่องราวของหมอนี่ ช่องของบีฮยองเติบโตเร็วยิ่งกว่าใคร
และทำให้เขาได้เพลิดเพลินไปกับผลการประเมินที่ยอดเยี่ยมทุกครั้ง
ที่มีการจัดอันดับ
[เรื่องราวของเขากำลังเผชิญหน้ากับตอนจบ ]
ครืน!
ในฐานะมหาโดเกบิ บีฮยองสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่กำลังแยกสวรรค์
อยู่นั้นคืออะไร สิ่งนั้นมาจากอีกฟากของกำแพง นั่นคือชิ้นส่วนแห่ง
มายาคติอันไร้ขอบเขตที่ลอยมาจากนอกกำแพงเพื่อแบ่งแยกโลกนี้
– กำแพงที่เป็นทั้งสิ่งแรกและสิ่งสุดท้าย
เรือโนอาห์เตรียมพร้อมทะยานออกไปแล้ว ดูเหมือนว่ามหาโดเกบิที่
เหลืออยู่จะวางแผนที่จะแล่นเรือโนอาห์หนีไปจากที่นี่
ในขณะเดียวกัน เวทีแห่งนี้ก็จะถูกทำลายล้างโดยชิ้นส่วนนั้นที่กำลัง
จุติลงมา
[ในเวลานั้นเอง โดเกบิบีฮยองก็ตัดสินใจ ]
มหาโดเกบิที่เหลืออยู่มารวมตัวกันเพื่อทำพิธี พวกเขาตระหนักได้ถึง
ความตั้งใจของบีฮยองและตะโกนออกมา คนแรกที่คว้าตัวเขาไว้คือ
บารัม
[บีฮยอง! เจ้าคิดจะทำอะไร ?! ]
บีฮยองไม่ตอบและจ้องมองไปยังพื้นเบื้องล่าง คนที่เขาเฝ้าดูมาตลอด
อยู่เบื้องล่างนั้น
บีฮยองมองไปยังมือของเขา ฝ่ามือของเขาที่เคยเล็กจิ๋ว ในตอนนี้มัน
เติบใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่ากับฝ่ามือของผู้ใหญ่แล้ว
[ข้าเฝ้ามองเรื่องราวนั้นมาเนิ่นนานแล้ว]
การพบกันครั้งแรกของพวกเขาไม่ได้ดีไปซะทั้งหมด ฝ่ายหนึ่งคือ
ผู้ร้ายที่ขายโศกนาฏกรรมที่มีนามว่าสถานการณ์ ในขณะที่อีกฝ่ายก็
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดำเนินไปตามสถานการณ์เหล่านั้น
พร้อมกับต้องเสี่ยงชีวิต
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบีฮยองถึงเคลื่อนไหวในตอนนี้
เขาต้องทำสิ่งนี้เพราะเขาคือคนเปิดเวทีอันน่าเศร้านี้ด้วยมือของเขา
เอง การกระทำนี้มันคือสิ่งจำเป็นถ้าเขายังต้องการที่จะเป็น ‘นักเล่า
เรื่อง’ ไปจนจบ
[บารัม เจ้าบอกข้าว่ามันจะมีช่วงเวลาที่โดเกบิทุกคนต้องเลือกเรื่อง
ราวหนึ่งเดียวของตน]
[เจ้าต้องฟังข้า บีฮยอง! คราวนี้เจ้าคิดผิด! เรื่องราวนั้นไม่ถูกต้อง!
เรื่องราวนั้น … ]
บีฮยองผละจากบารัมและยิ้มออกมา
เขารู้ดีว่าหมอนี่คือคนที่มักจะฉีกยิ้มออกมาก่อนที่จะตาย เขาไม่อาจ
เข้าใจมันได้มาก่อน แต่ในตอนนี้ เขาก็คิดว่าเขาพอจะเข้าใจแล้ว หมอ
นั่นคงจะรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน
[ดูเหมือนว่าข้าจะรักเรื่องราวนั้นมากขึ้นไปอีกแล้ว]
จากนั้นบีฮยองก็ปลดปล่อยสถานะของตนเข้าใส่มหาโดเกบิของ
สำนักงาน
ปัง!
เขาของการังที่เป็นตัวแทนของเหล่ามหาโดเกบิและกำลังใช้พลังของ
สำนักงานในทางที่ไม่เหมาะสมหักลง
ความเป็นไปได้ที่ถูกควบคุมโดยสำนักงานกระจัดกระจายออกไปใน
พริบตาและมีระลอกคลื่นอุบัติขึ้น
พายุความเป็นไปได้ย้อนกลับมาหาบีฮยองเต็มกำลัง เขาเบือนหน้าหนี
ไปในขณะที่กระอักเรื่องราวออกมา
[บีฮยอง !! เจ้ากล้า …!! ]
บีฮยองยืนขวางทางชิ้นส่วนของมายาคติที่กำลังตกลงมาสู่พื้น
เรื่องราวทั้งหมดที่เขาบันทึกไว้จนถึงตอนนี้กำลังกู่ร้องออกมา กลุ่ม
ดาวทุกคนที่กำลังเฝ้ามองนักเล่าเรื่องผู้นี้ได้เสริมความเป็นไปได้ของ
ตนให้กับการกระทำของเขา
บีฮยองเริ่มคิดในขณะที่ความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัวจากพายุความ
เป็นไปได้ฉีกร่างของเขา ตัวเอกของเรื่องราวที่เขาอ่านคงจะไม่ยินดี
กับการกระทำของเขาเลย เพราะหมอนั่นอยากจะช่วยชีวิตของทุกคน
ถึงกระนั้นมันก็มีกฎข้อหนึ่งที่ไม่อาจขัดขืนได้
[มันไม่มีเรื่องราวไหนที่ไม่มีคนต้องเสียสละ ]
เพื่อปกป้องเรื่องราว เพื่อปกป้องความเป็นไปได้ และเพื่อกลายเป็น
เรื่องราวหนึ่งเดียวที่ไปถึงกำแพงสุดท้าย การกระทำนี้คือสิ่งจำเป็น
[ในที่สุดโดเกบิบีฮยองก็ตัดสินตอนจบของตน ]
เสียงของบางสิ่งที่ถูกเจาะทะลวงดังออกมาในอึดใจต่อมา
เขามองย้อนกลับไป และในช่วงเลาสั้นๆ เขาก็คิดว่าเขาเห็นใบหน้า
ของคิมทกจา
[๓ ของคุณคือ ‘การเสียสละ’ ]