มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 495
ในช่วงเวลาที่ความมืดและหมู่มวลอันไร้ระเบียบระเบิดขึ้นบนท้องฟ้า
ผมก็คว้าตัวเด็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เอาไว้และหมอบราบลงกับพื้น ลีฮุนซึง
แผ่กำแพงเหล็กของเขาออกไป และเสียงโลหะดังเสียดแก้วหูก็ดัง
ก้องออกมา
มันผ่านไปนานแค่ไหนกันนะ? ทั้งเสียงและสัมผัสต่างๆ จางหายไป
หมด
[การถ่ายทอดเสร็จสมบูรณ์]
และจากนั้น ข้อความอันงุนงงก็ดังขึ้นในหูของผม
กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างของผมเจ็บปวดราวกับผมถูกทุบตี บาเรียป้องกัน
ของลีฮุนซึงที่ปกคลุมท้องฟ้าเองก็หายไปด้วย
… เกิดอะไรขึ้นกัน?
ผมไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันได้เท่าไร
เมื่อกวาดสายตามองรอบๆ ผมก็พบว่าผมเหลืออยู่เพียงคนเดียว ไม่มี
เด็กๆ ที่ผมปกป้องเอาไว้ ลีฮุนซึงและจางฮีวอนที่กำลังคุ้มครองพวก
เรา ไม่มีแม้กระทั่งยูจงฮยอคที่ทะยานออกไปในอากาศเพื่อกวัดแกว่ง
ดาบของเขา – มันไม่เห็นพวกเขาเลย
สิ่งที่ผมเห็นคือที่ราบกว้าง ผมมองไปข้างหลังและเห็นป่าหนาทึบที่มี
ต้นไม้สูงเสียดฟ้า และตรงข้ามของมันก็คือพื้นดินที่เต็มไปด้วยกลิ่น
กำมะถัน
「มหาโดเกบิใช้พลังของสำนักงานและแทรกแซงสถานการณ์」
ผมจำมันได้อย่างชัดเจน สำนักงานได้เริ่มจำกัดการบริจาคของพวก
เรา และตระหนักได้ว่านั่นยังไม่พอ พวกเขาจึงได้อัญเชิญของที่
เหมือนกับขีปนาวุธแปลกๆ นั่นออกมาอีก
และจากนั้น หลังจากนั้น…
「[อ่า อ่า เจ้าได้ยินข้าไหม? อ่า ข้าต้องทำงานเพิ่มเลยเพราะแพทช์
เกาหลียังไม่ได้ติดตั้ง]」
ผมรู้สึกเย็นวาบขึ้นมาและรีบมองไปรอบๆ เรื่องราวหนึ่งส่งเสียงออกมา
จากที่ไหนสักแห่ง และมันก็เป็นสิ่งที่ผมคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
「[นี่ไม่ใช่การถ่ายหนัง]」
หลังจากนั้นก็มีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาจากอากาศ มันคือเงาเล็กๆ ที่ปกคลุม
ท้องฟ้าในช่วงเวลาที่ความมืดและหมู่มวลอันไร้ระเบียบระเบิดออกมา
ผมรีบมองไปรอบตัว
「[นี่ไม่ใช่ความฝัน มันไม่ใช่นิยาย และไม่ใช่ความเป็นจริงที่คนอย่าง
พวกเจ้าเคยรู้จัก เจ้าเข้าใจไหม? ดังนั้นทุกคนหุบปากซะและฟังข้า]」
เขาต้องอยู่ใกล้ๆ แถวนี้แน่ๆ ต้องใช่แน่ๆ
ผมเดินไปรอบๆ ที่ราบนี้นานแค่ไหนกันนะ?
ในที่สุดผมก็เห็นเขาทรุดตัวอยู่บนทุ่งกกใกล้ๆ
“บีฮยอง”
ผมอุ้มเขาขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เขาเคยตัวใหญ่พอๆ กับผู้ใหญ่หลัง
จากกลายเป็นมหาโดเกบิ แต่ในตอนนี้เขากลับมีขนาดพอๆ กับเด็ก
ทารก
เหมือนกับวันแรกที่ผมพบกับเขา
“บีฮยอง!”
จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดของผม
ถ้าผมไม่ได้พบกับหมอนี่ ผมอาจจะยังคงเป็นพนักงานอยู่ในบริษัทไม
โนซอฟท์อยู่
「[เดีѺยวก่อน เจ้าจะบอกว่าเจ้าต้องการทำสัญญากับข้างั้นเหรอ??]」
ถ้าผมไม่ได้ทำสัญญากับหมอนี่ ผมก็คงจะมาไกลไม่ได้ถึงขนาดนี้
เศษเรื่องราวร่วงหล่นลงมาจากร่างของบีฮยอง ความเร็วในการร่วง
หล่นลงมาของพวกมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ
「“เจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องราวของบริษัทของคิมทกจา?
ทำไมเจ้าถึงเข้าไปยุ่งกับเรื่องราวของพวกเขาอย่างไร้อย่างอายแบบ
นี้?”」
เรื่องราวของบีฮยองที่ผมไม่รู้กำลังร่วงหล่นลงมา
ผมเขย่าตัวเขาอีกครั้งและพยายามปลุกเขาให้ตื่นขึ้น ผมกระทั่งลอง
ตบแก้มของเขาดู นั่นทำให้เสียงอันอ่อนแรงดังขึ้น
“…มันเจ็บนะ”
บีฮยองลืมตาขึ้นและยิ้มอย่างขมขื่น
เขาไม่ได้พูดด้วยเสียงที่แท้จริง แต่เป็นเสียงธรรมดาที่กำลังสั่นและไม่
มั่นคง มันคือเสียงจริงๆ ของโดเกบิบีฮยองที่ดังขึ้นเป็นครั้งแรกหลัง
จากผ่านมาเนิ่นนาน
เสียงที่ผมเกลียด
หมอนี่รับผิดชอบในการเปลี่ยนผู้คนให้เป็นอวตารและเผยแพร่
สถานการณ์ออกไป เขาเปลี่ยนโลกนี้ให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งการ
ถํ้ามอง และนั่นก็คือเหตุผลที่ผมต้องถามเขา
“นายช่วนฉันไว้ทำไม?”
เหตุผลว่าทำไมบีฮยองถึงต้องอยู่ในสภาพนี้ก็เป็นเพราะเขาไปแตะ
ต้องความเป็นไปได้ที่เขาไม่ควรแตะ
เหมือนกับเหล่ามหาโดเกบิที่ดับสูญไปหลังจากฝืนแทรกแซง
สถานการณ์ บีฮยองเองก็ต้องลงเอยอยู่ในสภาพน่าสงสารแบบนี้
เพราะเขากระโดดเข้าใส่สิ่งที่เขาไม่ควรแตะต้อง
「บีฮยองคงจะต้องตายที่นี่」
เรื่องราวที่ผมครอบครองเริ่มสั่น
นี่ไม่ใช่แผนการของผม นี่ไม่ใช่เรื่องราวที่ผมต้องการ
[กำแพงที่สี่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!]
แทนที่จะตอบ บีฮยองได้กระอักเรื่องราวสีดำสนิทออกมา ร่างของเขา
มีขนาดเล็กลงไปอีก
“…ข้าอยากจะลุกขึ้นสักหน่อย”
ผมประคองบีฮยองขึ้น
ดวงดาวสามารถมองเห็นได้ผ่านท้องฟ้า
บีฮยองจ้องมองไปยังกระแสดวงดาว
“ข้าได้เคลื่อนย้ายสหายของเจ้าทุกคน และกลุ่มดาวส่วนใหญ่ รวมทั้ง
อวตารที่อยู่ใกล้ๆ เจ้าไปแล้ว พวกเขาน่าจะปลอดภัย สถานที่แห่งนี้
ปลอดภัย”
“นาย…”
“เจ้าคงจะคิดออกในไม่ช้า เจ้าฉลาดอยู่แล้วหนิ”
ดวงดาวหลายดวงตกลงมาจากฟากฟ้า ในขณะที่ผมหาคำมาพูด
จำนวนดวงดาวที่โปรยปรายลงมาก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น
บีฮยองควรที่จะมีชีวิตอยู่พร้อมกับฝันถึงความฝันของดวงดาวเหล่านั้น
“คิมทกจา เจ้าและข้าไม่ใช่สหายกัน”
เขาจะต้องสนุกไปกับเรื่องราวของดวงดาว และจะต้องเฝ้าดูเรื่องเศร้า
ของพวกเขาไปด้วย เขาคงจะได้เห็นความตายของดวงดาวมากมาย
และในทางกลับกัน…
“เจ้าคืออวตารในสถานการณ์ และข้าก็เป็นแค่นักเล่าเรื่อง”
…เขาคงจะคิดว่าความตายเหล่านั้นมันช่างดูงดงงาม
มันเป็นความจริงที่ผมเกลียดบีฮยอง ผมพยายามที่จะดับเพลิงแห่ง
อารมณ์นั้นอย่างเต็มที่
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ มองไปยังนักเล่าเรื่องของมัน]
[เรื่องราว ‘ผู้ต่อต้านปาฏิหาริย์’ เศร้าใจต่อนักเล่าเรื่องของมัน]
[เรื่องราว ‘ผู้ล่าราชาแห่งภัยพิบัติ’ อาลัยต่อนักเล่าเรื่องของมัน]
เรื่องราวของผมกระจัดกระจายออกมาราวกับเสียงกรีดร้องจางๆ และพู
ดกับบีฮยอง
ผมหัวเราะเบาๆ ด้วยสีหน้าถือดี
“อันที่จริงข้าก็อยากจะเห็นเรื่องราวของเจ้าไปจนจบเหมือนกัน”
เหนือท้องฟ้าที่เขากำลังมองคือกำแพงสุดท้าย ความฝันที่บีฮยองฝัน
ถึงมาตลอด สถานที่ที่ราชาแห่งทุกๆ สถานการณ์ ‘ราชาโดเกบิ’
พำนักอยู่
ผมอยากจะพูดบางสิ่ง ผมอยากจะถามว่าเขาจะยอมแพ้ตรงนี้จริงๆ
เหรอ ผมอยากจะถามเขาว่าเขาลืมสัญญาระหว่างเราไปแล้วเหรอ
「“โดเกบิบีฮยอง เซ็นสัญญากับฉัน ถ้านายทำ ฉันจะทำให้นายเป็น
ราชาแห่งโดเกบิทั้งมวลให้ได้”」
ผมยังทำตามสัญญานั้นไม่สำเร็จเลย
「เขาคือผู้อ่านเรื่องราวของคิมทกจาเป็นคนแรก」
มือของผมค่อยๆ เบาขึ้น ผมก้มหัวลงอย่างช้าๆ แต่บีฮยองก็ไม่อยู่ตรง
นั้นอีกต่อไป ในฐานะนักเล่าเรื่องที่คู่ควร เขาต้องมั่นใจว่าเขาจะทิ้ง
เรื่องราวของเขาไว้ข้างหลังแม้ว่าเขาจะตายไปแล้ว
ผมเซถอยไป
「เขาอยากจะสร้างเรื่องราวที่ไม่มีใครต้องเสียสละ」
[มหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของคุณเผชิญหน้ากับโอกาสแห่งการ
เปลี่ยนแปลง!!]
เลือดไหลออกมาจากหมัดที่กำแน่นของผม เรื่องราวทั้งหมดของผม
กำลังครํ่าครวญ พวกมันกรีดร้องเข้าใส่การถ่ายทอดสดดวงดาวและ
กำแพงสุดท้าย
「เรื่องราวนี้ยังไม่จบ คิมทกจา」
นั่นคือสิ่งที่เรื่องราวของบีฮยองผู้ล่วงลับกำลังพูด เรื่องราวที่เขาทิ้งไว้
เบื้องหลังในช่วงเวลาก่อนที่ความตายของเขาจะมาบรรจบ
บีฮยองตายแล้ว แต่เรื่องราวที่เขาทิ้งไว้ก็ยังคงอยู่
ผมพยายามจัดการกับตัวเอง บีฮยองพูดถูก ตอนจบที่ผมต้องการจะ
เห็นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ผมจำเป็นต้องหาว่าเขาส่งผมมาที่ไหน
และสหายของผมไปอยู่ที่ไหน และจากนั้น…
เปรี้ยง…!
ประกายแสงแห่งความเป็นไปได้โปรยปรายลงมาจากกลางท้องฟ้า
เหนือที่ราบกว้าง และภาพฉากของภายนอกก็เผยออกมาลางๆ เหนือ
พายุความเป็นไปได้นั้น
เวทีแห่งสถานการณ์สุดท้ายที่ย่อยยับ สมรภูมิที่ผมเคยอยู่เมื่อไม่กี่
นาทีก่อน มันเต็มไปด้วยซากศพของอวตารและกลุ่มดาวที่ไม่ไหวติง
ในช่วงเวลาที่ผมเห็นสิ่งนั้น ผมก็คิดออกว่าผมอยู่ที่ไหน
[ยินดีต้อนรับสู่ ‘เรือโนอาห์สุดท้าย’]
นี่คือภายในของเรือที่ผมควรจะทำลาย
[‘เรือโนอาห์สุดท้าย’ อยู่ในระหว่างกระบวนการออกตัว]
[สถานการณ์สุดท้ายได้รับการแก้ไข!]
+
<สถานการณ์หลัก #99 – ■■■■>
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: ทำลายแกนเรื่องราวที่เป็นพลังของเรือโนอาห์
และหยุดแผนการอพยพย้ายเส้นโลกของมหาโดเกบิและกลุ่มดาว
ระดับเทวะ
จำกัดเวลา: 24 ชั่วโมง
รางวัล: กำแพงสุดท้าย
ความล้มเหลว: การล่มสลายของเส้นโลก
+
…ได้ยังไงกัน
ถ้านี่คือภายในเรือที่ชื่อว่า ‘เรือโนอาห์สุดท้าย’ จริงๆ งั้นมันก็สมเหตุ
สมผลที่จะได้เห็นโลกเช่นนี้ซ่อนตัวอยู่ภายในเรือ
สถานที่ที่ผมกำลังยืนอยู่ มันคือดินแดนแห่งจุดเริ่มต้นของตำนาน
มากมาย ตำนานที่กำลังหลับใหลอยู่ภายในเรือโนอาห์ลำนี้
ครืน…
แรงสั่นสะเทือนบางๆ แผ่ออกมาจากอีกฟากของแผ่นดินแห่งนี้ บางสิ่ง
กำลังเคลื่อนตัวมาทางนี้
「วิ่ง คิมทกจา」
ตัวตนที่ฟื้นคืนพลังดั้งเดิมของตนในขณะที่แบกมุมมองของโลกของ
ตนไว้บนแผ่นหลัง – กลุ่มดาวระดับเทวะกำลังหลั่งไหลมาทางนี้
*
「เรือโนอาห์คือ ‘อาวุธมหาเรื่องราว’ เพื่อที่จะทำลายมันลงโดย
สมบูรณ์ เจ้าต้องทำลายแกนเรื่องราวที่อยู่ลึกภายในตัวมันที่ไหนสัก
แห่ง」
ผมอ่านเรื่องราวที่บีฮยองทิ้งไว้ในขณะที่วิ่งอยู่ภายในเรือโนอาห์
[คุณอยู่ภายในชั้นโดยสาร D-21]
[มีอิทธิพลของเทวะตนอื่นที่แข็งแกร่งมากอยู่ภายในพื้นที่ที่
เกี่ยวข้อง]
[สมาชิกเนบิวลาของคุณไม่สามารถติดต่อได้ในปัจจุบัน]
บางทีมันอาจจะเป็นเพราะอิทธิพลของมหาเรื่องราวอื่น เพราะผมไม่
อาจติดต่อกับสหายของผมได้เลย แต่ก็โชคดีอยู่ มันมีคนหนึ่งจาก
กลุ่มของผมที่ถูกส่งมายังห้องโดยสารเดียวกันกับผม
[อิทธิพลของเนบิวลาเดียวกันสามารถรู้สึกได้อย่างรุนแรง!]
“คิมทกจา!”
ก่อนที่ผมจะไปถึงและพูดอะไรออกมา ฮันซูยองก็ตะโกนออกมาก่อน
“หุบปาก วิ่ง! อย่ามาทางนี้!!”
พุ่มไม้ด้านหลังเธอถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ บางสิ่งกำลังไล่ตามเธอมา เธอ
รีบหยิบไอเท็มชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าและโยนมันไปข้างหลัง –
มันคือระเบิดควัน
[‘ระเบิดควันระดับ SSS รุ่นผลิตจำนวนมาก’ ถูกเปิดใช้งาน!]
[อีก 20 วินาที่ ทัศนวิสัยของบริเวณโดยรอบจะถูกปิด!]
ในขณะที่กลุ่มดาวกำลังพากันสับสน พวกเราก็รีบหนีไปจากแถวนี้ ฮัน
ซูยองดูเหมือนจะพอเข้าใจสถานการณ์แล้วในตอนนี้
“หมอนั่นตายแล้วเหรอ?”
ผมไม่ตอบ
ฮันซูยองหอบหายใจอยู่บนพื้น
“ไอ้โดเกบิบ้านั่น มันกล้าเรียกนี่ว่าเป็นของขวัญจากกันครั้งสุดท้ายเห
รอ?”
มันก็จริง จะมีใครเรียกของแบบนี้ว่าของขวัญได้?
ผมเงยหน้าขึ้นมองเพดานเรือ มันควรจะมีเจ้าของมหาเรื่องราวอีกนับ
ไม่ถ้วนนอกเหนือไปจากพวกเราที่ยังหลับใหลอยู่ภายในเรือนี้
“คิมทกจา”
“ตามเรื่องราวของบีฮยอง แกนเรื่องราวน่าจะอยู่ใจกลางเรือโนอาห์
พวกเราน่าจะอยู่ใกล้ส่วนหน้าของมันแล้ว”
ในช่วงเวลาที่ผมพูดจบ เสียงที่แท้จริงของกลุ่มดาวก็ดังก้องออกมา
จากกลุ่มควัน
[ตามพวกมันไป!!]
[พวกมันยังอยู่แถวนี้! พวกเราไม่อาจมุ่งหน้าไปยังเส้นโลกต่อไปได้ถ้า
พวกมันยังอยู่!]
ฮันซูยองใช้จุดนัดพบระหว่างวันพูดกับผม
– ฆ่าให้หมดเลยไหม?
นั่นคือตัวเลือกหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ค่อยเหมาะเท่าไร ห้อง
โดยสารส่วนนี้อันที่จริงแล้วคือโลกอีกใบของเนบิวลาอื่น ซึ่งก็
หมายความว่าการแปลงสภาพเวทีของพวกเขาจะถูกเปิดใช้งาน ณ
พื้นที่แห่งนี้
[ชั้นโดยสาร D-21 คือตำแหน่งของจักรวาลรากแห่ง อิกดราซิล]
ฮันซูยองขมวดคิ้วมุ่น
– บ้าเอ้ย ทำไมต้องเป็นแอสการ์ด?
[กลุ่มดาว ‘เทพแห่งพิณและแตร’ เริ่มพิธีสวดส่งคนตาย]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เสียแขนให้กับหมาป่าแห่งวันสิ้นโลก’ กำลังหาแขนที่
หายไปของเขา]
[กลุ่มดาว ‘สายฟ้าแห่งวันพฤหัสบดี’ เน้นยํ้าความแข็งแกร่งของเขา]
กลุ่มดาวกำลังบินว่อนไปบนท้องฟ้าเพื่อค้นหาพวกเรา ส่วนใหญ่พวก
เขาคือระดับเรื่องราว แต่…
-…ธอร์แข็งแกร่งขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?
สายฟ้าแห่งวันพฤหัสบดีควบแน่นสายฟ้าบนค้อนมยอลเนียร์และจ้อง
มองไปยังท้องฟ้า ดวงตาของเขาในตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยสีฟ้าอย่างน่า
ขนลุก ธอร์คือกลุ่มดาวระดับเรื่องราว อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เขาก็
สามารถปลดปล่อยสถานะที่ใกล้เคียงกับของซุสออกมาได้เลย
ผมพูดกับฮันซูยอง
– พวกเราต้องหาเวทีที่ได้เปรียบสำหรับพวกเรา
– ที่นี่จะมีของแบบนี้อยู่ได้ยังไง?
ไม่เหมือนกับพวกเขา บริษัทของคิมทกจาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับที่
นี่เลย
– มีอยู่ที่นึง
มันควรจะมีเวทีหนึ่งที่พวกเราสามารถต่อสู้บนรากฐานที่เท่าเทียมกัน
ได้ ถ้าผมคิดไม่ผิด ถ้ามันเป็นที่นั่น งั้นสหายของผมคนอื่นก็ควรจะใช้
พลังได้อย่างเต็มที่ด้วย
ปัญหาก็คือมันจะไปที่นั่นได้ยังไง
[เรื่องราว ‘ก้อนหินและข้าพเจ้า’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
แน่นอน มันยังมีวิธีนั้นอยู่ด้วย ดวงตาของฮันซูยองเบิกกว้างขึ้น
[เรื่องราว ‘ก้อนหินและข้าพเจ้า’ กำลังเล่าเรื่องราว ‘พวกเราเป็นแค่
ก้อนหิน’!]
– อะไรกันเนี่ย?
ผมคว้าเอวของเธอและก้าวผ่านหน้าของกลุ่มดาวไปอย่างระมัดระวัง
ราวกับก้อนหินเล็กๆ ที่กลิ้งไปบนพื้น ตามที่คาดไว้ พวกเขาไม่เห็น
พวกเราเลย
[กลุ่มดาว ‘เทพีแห่งความรักและแมว’ ทำสีหน้าหดหู่]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิทักษ์แห่งสะพานแตรยักษ์’ กำลังค้นหาใครบางคน]
ฮันซูยองเห็นกลุ่มดาวเหล่านั้นหาพวกเราไม่เจอแม้ว่าพวกเราจะเดิน
ผ่านหน้าของพวกเขาไป และขากรรไกรของเธอก็แทบจะเปิดอ้าลงถึง
พื้น
– นี่มันบ้าชัดๆ
แน่นอน มันบ้าจริงๆ
[กลุ่มดาวที่ชอบการเปลี่ยนเพศหัวเราะคิกคัก]
ทันใดนั้นเองผมก็บังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา กระทั่งฮันซูยองเองก็
ทำสีหน้าคล้ายกันกับผมด้วย
อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ใกล้แล้ว แม้ว่าโลกิจะค้นพบตัวตนของพวก
เรา แต่กองกำลังหลักของแอสการ์ดก็ยังอยู่ไกลอยู่ ดังนั้น…
“นายคิดจะใช้วิธีเดิมหนีไปอีกเหรอ?”
เรื่องราวก้อนหินและข้าพเจ้าจะไม่ได้พบกับคนที่เคยตรวจพบร่างจริง
ของเรื่องราวนี้มาก่อน และน่าเสียดายสำหรับพวกเรา ผมเคยใช้เรื่อง
ราวนี้กับคนๆ หนึ่งมาก่อน
ผมค่อยๆ หันไปและเห็นดวงตาที่มีแสงสีชาดโคจรอยู่กำลังจ้องมอง
มายังพวกเรา
[ปัจจุบัน การถ่ายทอดภาพของ BY-9158 ถูกระงับไว้ชั่วคราว]
บียูคงจะทำอย่างนั้นเพราะความสมัครใจ มันอาจจะเป็นเพราะความ
ตายของบีฮยอง หรืออาจจะมีปัญหาในการถ่ายทอดภาพจากภายใน
ตัวเรือโนอาห์ ไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหน มันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับพวกเรา
มันคงจะดีมากกว่านี้ถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราไม่อยู่ที่นี่
“แอนนา”
ผมมองไปยังเส้นผมของผู้เผยพระจวนะที่กำลังสยายไปในอากาศ
นอกจากนี้ผมยังสัมผัสได้ถึงตัวตนอื่นภายในป่าอีกด้วย พวกเขาน่าจะ
เป็นทีมที่อยู่ภายใต้การดูแลของเธอโดยตรง ‘ซาราทุสทรา’
– ทำไมก้อนหินนี่ถึงไม่ได้ผลกับเธอ?
ผมไม่ตอบฮันซูยอง มันไม่มีเวลาพอมาอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นใน
เกาะแห่งการกลับชาติมาเกิด
แทนที่จะอดทนรอคำตอบของผม ฮันซูยองได้หยิกเอวของผมอย่าง
แรง และจากนั้นเธอก็ชี้ไปที่แอนนาด้วยมือข้างที่ว่างอยู่ ริ้วของเพลิง
ทมิฬอันชั่วร้ายเต้นระบำอยู่บนปลายนิ้วที่กำลังชี้อยู่ของเธอ