มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 497
ยูจงฮยอคกำลังวิ่งมาทางสะพาน ในขณะที่กลุ่มดาวของแอสการ์ดไล่
ตามเขามา
แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้นตะโกนออกมา [ทำให้เต็มที่ ลูกหลาน!]
นั่นทำให้อริยเมตตรัยตาเดียวตอบกลับมา [หัวล้านของเจ้าเหงื่อออก
แล้ว]
[กังวลเรื่องหัวของเจ้าก่อนเถอะ]
[เจ้าจะไม่ช่วยพวกเขาหน่อยเหรอ?]
[ข้าไม่มีอวตาร ดังนั้นข้าจะช่วยได้ยังไง?]
[เจ้าก็จุติลงไปตรงๆ ก็ได้]
[เจ้าคงจะเสียสติไปแล้วหลังจากติดอยู่ที่นี่อยู่นาน ด้วยเหรียญที่เหลือ
อยู่ แม้แต่ส่งร่างสัญลักษณ์ลงไปยังเป็นไปไม่ได้เลย]
แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้นบ่นด้วยความไม่พอใจ และในขณะที่กำลัง
เช็ดหัวของเขาและมองไปข้างหลัง เขาก็เห็นห้องฝึกซ้อมสีโมโนโทน
รออยู่
ตำแหน่งสถานการณ์ชั้นที่ 92 ‘ถํ้าอนันต์’
คนที่อยู่ที่นี่จะสามารถหลบหนีไปจากที่นี่ได้หลังจากเคลียร์การ
ทดสอบทั้งสิบลงก่อน และกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่หลายๆ คน รวมทั้ง
แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้นก็ติดอยู่ที่นี่มาหลายสิบทศวรรษแล้ว
อริยเมตตรัยตาเดียวบ่นด้วยความขมขื่น [ไอ้ตระกูลบัดซบนั่น ความ
ยากลำบากบ้าๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะหมอนั่นเหรอ]
คนแรกที่ออกไปจากที่นี่ได้ก็คือดาบเล่มแรกแห่งโครยอ
「ถ้าเจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์จริงๆ งั้นเจ้าก็ควรต้องไปที่นั่น ความท้าทายนั้น
ง่ายดายมาก ดังนั้นเจ้าอาจจะบอกได้เลยว่าที่นั่นเป็นเหมือนกับขนม
หวานที่ยังไม่มีใครพบเจอ」
คนต่อไปที่เคลียร์สถานการณ์นี้ได้หลังจากชองจุงยองคือเทพ
สงครามทะเล และเขาได้กล่าวเช่นนี้เอาไว้
「อันที่จริงมันก็สุดยอดไปเลยนะ เจ้าจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง
ใหญ่จากการเคลียร์มัน」
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ที่ปรารถนาจะไปถึงระดับของคนทั้งสองได้พา
กันมุ่งหน้ามายัง ‘ถํ้าอนันต์’ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้
และจากนั้น นี่ก็กลายเป็นความโศกเศร้าของพวกเขาหลังจากต้องล้ม
เหลวมาหลายสิบปี
[พวกเราลืมไปรึเปล่าว่าพวกเราไม่เหมือนกับคนพวกนั้น]
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ พรสวรรค์ก็มักจะก่อปัญหาเสมอ
แม่ทัพหัวโล้นถอนหายใจออกมาอีกครา
เสียงการปะทะกันของอาวุธดังขึ้นซํ้าๆ จากศูนย์กลางของห้องฝึก
[ไอ้พวกโง่นั่นยังสู้อยู่อีกเหรอ?]
ดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวของอริยเมตตรัยตาเดียวได้เบนไปยัง
ตำแหน่งที่ชายชราสองคนกำลังสู้กันอยู่ คนหนึ่งคือชายที่เหมือนกับ
เสือซึ่งมีมวลกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ยักษ์ ในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามของเขา
คือชายที่เหมือนกับจิ้งจอกที่มีกล้ามเนื้ออันสมส่วน
ประกายแสงเจิดจ้าระเบิดออกมาในขณะที่ดาบสองเล่มปะทะกันใน
อากาศ
[คิมยูชิน! วันนี้ข้าจะจัดการเจ้าให้ได้!]
[คเยเบ็ค เจ้ามันไม่คู่ควรกับข้า]
การแปลงสภาพเวทีถูกเปิดใช้งานอย่างฉับพลันรอบตัวพวกเขา และ
สมรภูมิฮวังซันบ็อลก็แผ่ออกมา
กองกำลังบุปผามังกรของคิมยูชินเข้าโจมตีคเยเบ็ค และอีกฝ่ายก็ปลด
ปล่อยสถานะออกมาเพื่อเข้าประจันหน้า
มันเป็นการต่อสู้ที่น่าทึ่งจริงๆ แต่กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ก็ดูจะมี
สีหน้าเบื่อหน่าย
อริยเมตตรัยตาเดียวหัวเราะ [แม้ว่าพวกเขาจะทำซะขนาดนี้ แต่พวก
เขาต่างก็รู้ความจริง พวกเขารู้ว่านี่ไม่ใช่ฮวังซันบ็อล]
มันมีช่วงเวลาที่พวกเขาได้ต่อสู้กันจริงๆ มันมีความแค้นฝังลึกระหว่าง
พวกเขาที่แม้จะตายไปก็ไม่อาจลบเลือน
ทั้งสองคนนี้ได้เดิมพันทุกๆ อย่างและต่อสู้กันในฮวังซันบ็อล
[เรื่องราว ‘ตะวันตกแห่งฮวังซันบ็อล’ ยังคงเล่าเรื่องราวของมันต่อ
ไป]
สิ่งที่จะถูกกำจัดออกไปเร็วที่สุดหลังจากกลายเป็นกลุ่มดาวก็คือเรื่อง
ราวของพวกเขา ยิ่งกลุ่มดาวมีเรื่องราวน้อยเท่าไร พลังของพวกเขาก็
จะยิ่งอ่อนแอลงไปเท่านั้น
กลุ่มดาวจะต้องออกค้นหาเรื่องราวอื่นๆ เพื่อหลบหนีจากหลุมพรางดัง
กล่าว กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเขาต้องค้นหาโศกนาฏกรรมใหม่ๆ เพื่อ
หลบหนีจากวัฏจักรอันเป็นนิรันดร์ที่น่าสะพรึงกลัวนี้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่
ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม
เคร้ง!
[ถึงกระนั้น ไม่ใช่ว่าพวกเขาต่อสู้กันดุเดือดกว่าเดิมเหรอ?]
[ดูเหมือนว่าไฟจะถูกจุดติดขึ้นอีกครั้งหลังจากราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้นอัญเชิญพวกมันกลับมานะ]
สิ่งที่ ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ กล่าวทำให้กลุ่มดาวเบนสายตาของ
พวกเขาไปยังช่องสถานการณ์โดยพร้อมเพรียงกัน พวกเขาอยู่ตรงนั้น
คิมทกจาและยูจงฮยอคที่กำลังข้ามสะพาน
ฮันซูยองไปถึง ณ อีกฝากและตะโกนกลับมา
– คิมทกจา!! เร็วขึ้นอีก!
เสียงอาวุธปะทะกันหยุดลงด้วย ทั้งคิมยูชินและคเยเบ็คต่างก็หยุดศึก
ก่อนที่จะมีใครสังเกตเห็นมันและเริ่มกลั้นลมหายใจ มันเริ่มมีคนมารวม
ตัวกันรอบๆ หน้าจอด้วยความอยากรู้อยากเห็นทีละคน
หลายๆ คนมองไปยังสะพานที่คิมทกจากำลังสร้างและแสร้งทำเป็นรู้
ว่ามันคืออะไร
[เดีѺยวก่อน ไม่ใช่ว่านั่นคือสะพานเลขคู่เหรอ? คิดถึงจริงๆ]
[เจ้าพูดบ้าอะไร? ตอนนั้นเจ้ายังไม่ทันได้ติดตามเลยด้วยซํ้า]
[ฮึ่ม…]
โอดินกำลังไล่ตามคิมทกจาและยูจงฮยอค หอกเทพกุงนีร์ที่โด่งดัง
จากการไม่เคยพลาดเป้ากำลังเล็งไปยังแผ่นหลังของพวกเขา ไม่ใช่
แค่นั้น พายุเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ ลดความเร็วในการหลบหนี
ของทั้งคู่
อริยเมตตรัยตาเดียวตะโกนออกมา [อะไรเนี่ย?! โอดิน หมอนี่คือกลุ่ม
ดาวระดับเทวะ ดังนั้นทำไมไม่รักษาหน้าของตนซะหน่อย…]
[ทกจาเองก็เป็นกลุ่มดาวระดับเทวะเหมือนกันนะ]
[ระดับเทวะจะเหมือนกันหมดเหรอ?? ทกจาของพวกเรายังเป็นระดับ
เทวะที่อ่อนแออยู่เลย!]
ราวกับว่าการต่อสู้ของพวกเขาเมื่อครู่นี้เป็นเพียงเรื่องโกหก คิมยูชิน
และคเยเบ็คต่างก็นั่งลงข้างกันและตะโกนออกมาในเวลาเดียวกัน
[ดูเหมือนว่าลูกหลานจะละเลยการฝึกซ้อมนะ]
[เขาอาจจะอัญเชิญข้าออกไปอีกครั้ง ข้าควรจะเตรียมตัว…]
[เจ้าคิดว่าเขาจะเรียกเจ้าเหรอ คเยเบ็ค?? เห็นได้ชัดว่าเขาต้องเรียก
ข้าถ้ามันเป็นสถานการณ์แบบนี้]
เมื่อร่องรอยของฮวังซันบ็อลปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง อริยเมตตรัยตาเดียว
ก็รีบเตือน [พวกเจ้าทั้งคู่ หุบปากไปซะ ดูหน้าจอ]
[ยังไงก็เถอะ หมอนั่นจะไม่โยนคิมทกจาลงไปอีกใช่ไหม?]
ประกายแสงเต้นระบำรอบๆ แขนขวาของยูจงฮยอคในขณะที่เขาวิ่งไป
บนสะพาน ในขณะที่กลุ่มดาวเริ่มเป็นกังวล เขาก็คว้าคอเสื้อของคิม
ทกจาในทันใดด้วยแขนข้างนั้น
[ข้ารู้!! ข้ารู้แล้ว…!!]
จากนั้นยูจงฮยอคก็เหวี่ยงคิมทกจาไปข้างหน้าอย่างแรง และเหยียบ
ลงไปบนแผ่นหลังของคิมทกจา – และพวกเขาก็ทะยานผ่านพายุไป
ราวกับว่าเขากำลังโต้คลื่นอยู่
อึดใจต่อมา กุงนีร์ที่ถูกขว้างออกมาโดยโอดินก็ทำให้เกิดการระเบิด
ครั้งใหญ่พร้อมกับกำแพงแสงเจิดจ้า
ครืน!!
เมื่อแสงสว่างหายไป สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงแต่เศษซากของสะพานที่
ถูกทำลายเท่านั้น
[…เกิดอะไรขึ้น? พวกเขาทำสำเร็จไหม?]
หน้าจอเปลี่ยนไปแสดงภาพของกลุ่มคิมทกจาที่เข้าสู่ชั้นต่อไปได้
อย่างปลอดภัย
[…โอ้ โอ้ พวกเขาทำสำเร็จ!]
ราวกับว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย กลุ่มดาวแห่ง
คาบสมุทรเกาหลีพากันมองหน้ากันและเฉลิมฉลอง แม้แต่คเยเบ็ค
และคิมยูชินก็ยังลอบสบตากันและเอากำปั้นชนกันเบาๆ น่าเสียดาย
ความสุขของพวกเขากลับคงอยู่ได้ไม่นาน
– ตามพวกมันไป
เพราะกลุ่มดาวแห่งแอสการ์ดได้เริ่มเคลื่อนไหวหลังจากโอดินออกคำ
สั่ง
「บริษัทของคิมทกจาไม่อาจหลบหนีไปได้นาน」
ทุกคนเข้าใจความจริงในข้อนี้ แม้ว่านี่จะเป็นคิมทกจาที่พวกเขากำลัง
พูดถึง แต่เขาก็คงจะไม่สามารถหลบหนีจากเนบิวลาใหญ่ไปได้นานใน
สถานการณ์ที่เสียเปรียบเช่นนี้
ไม่ใช่แค่นั้น ช่องยังถูกเปิดขึ้นอย่างเป็นสาธารณะอีกครั้ง ดังนั้น
เนบิวลาอื่นๆ ในเรือโนอาห์ก็น่าจะเริ่มเล็งเป้ามาที่บริษัทของคิมทกจา
ด้วย
ในขณะที่ทั้งกลุ่มบังเกิดความเงียบขึ้นมา ใครบางคนก็พึมพำออกมา
[ข้าเดาว่าครั้งนี้มันคงยากนะ…]
[พูดตามตรง สหายคนนั้นควรจะตายไปตั้งนาน นานมากแล้ว]
นั่นทำให้กลุ่มดาวหลายๆ คนพยักหน้าออกมา
คิมทกจามีชีวิตอยู่มาได้นานขนาดนี้ก็ปาฏิหาริย์มากแล้ว ย้อนกลับไป
เมื่อเขาตกลงไปจากสะพานดงโฮ ย้อนกลับไปเมื่อตอนเขาทำลาย
บัลลังก์หนึ่งเดียว ย้อนกลับไปเมื่อเขากลายเป็นราชาปีศาจแห่งการ
หลุดพ้น หรือกระทั่งเมื่อเขาไปยังรอบที่ 1863 – เขาน่าจะตายไป
หลายรอบแล้ว
เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นในฐานะ ‘ราชาเทพเจ้าภายนอก’ กลุ่มดาวทุกคน
ก็คิดว่าคราวนี้เขาต้องตายแน่ๆ
「อวตารที่ติดอยู่ในสถานการณ์ที่ตํ่ากว่าพวกเขามากเมื่อไม่กี่ปี
ก่อน」
และในตอนนี้ กลุ่มดาวก็กำลังเฝ้าดูแผ่นหลังของคิมทกจาที่กำลังมุ่ง
ตรงไปข้างหน้าในสถานการณ์ที่ลํ้าหน้ากว่าพวกเขา บ้างก็เฝ้าดูด้วย
สายตาแห่งความอิจฉา ในขณะที่บางคนก็ย้อนกลับเอามาดูถูกตัวเอง
ทุกๆ คนอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่มันก็ไม่มีใครกล้าเปิด
ปาก
คนแรกที่พูดออกมาคือคเยเบ็ค [ข้าเคยได้ยินคำพยากรณ์ของชินเด็น
ซูในอดีต เส้นโลกนี้อาจจะกลายเป็นเส้นโลกสุดท้ายได้]
ไม่มีใครสามารถทำนายได้ว่าบริษัทของคิมทกจาจะไปได้ไกลแค่ไหน
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะไปลงเอยที่ไหน หรือ ■■ แบบไหนที่พวกเขา
ต้องการจะเห็น บางทีพวกเขาอาจจะไม่สามารถไปถึงตอนจบของโลก
นี้ได้ดังหลายๆ คำทำนาย และอาจจะต้องตายลงตรงนี้
คเยเบ็คคว้าดาบใหญ่ของเขาและค่อยๆ ลุกขึ้น สายตาของเขากำลัง
จดจ้องไปยังประตูมิติกลางโถงฝึก นั่นคือตำแหน่งของการทำบท
ทดสอบสุดท้ายแห่ง ‘ถํ้าอนันต์’
คิมยูชินถามเขา [เจ้าคิดที่จะท้าทายมันเหรอ? คราวนี้เจ้าอาจจะตาย
ได้จริงๆ นะ]
[ถ้าข้าตาย งั้นที่นี่ก็จะเป็น ■■ ของข้า]
คำตอบของคเยเบ็คทำให้คิมยูชินยิ้มออกมา [■■ ของพวกเราคือฮวัง
ซันบ็อล]
ในขณะที่ขยับกล้ามเนื้อคอของเขา คิมยูชินเองก็ยืนขึ้นด้วย
คนที่สามที่ลุกขึ้นมาคือแม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น [ข้าจะท้าทายมันอีก
ครั้งด้วย]
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ดูราวกับแสงสว่างเจิดจ้า
นั่นทำให้กลุ่มดาวอีกหลายคนลุกขึ้นมาด้วย
[ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่ลืมว่าพวกเราเกือบถูกฆ่าตายแล้วในขณะที่
พยายามกันเป็นกลุ่ม]
คำพูดของอริยเมตตรัยตาเดียวทำให้สีหน้าของทุกคนหมองลง พวก
เขายังไม่สามารถฝ่าประตูบานสุดท้ายของสถานการณ์นี้ได้จนถึงตอน
นี้
[อย่างไรก็ตาม พวกเราก็ไม่สามารถไปช่วยพวกเขาได้ถ้าพวกเราไม่
ผ่านการทดสอบนั้นไป]
นี่คือการทดสอบสุดท้ายของถํ้าอนันต์ที่ไม่สามารถผ่านไปได้ด้วย
จำนวนคนเพียงน้อยนิด มันมีแค่หนึ่งคนหนึ่งกองทัพอย่างชองจุงยอง
และผู้นำกองทัพเรืออย่างอี้ซุนชินเท่านั้นที่สามารถผ่านมันไปได้ ถ้า
มันเป็นกลุ่มดาวเพียงแค่หยิบมือที่อยู่ที่นี่…
ทันใดนั้นเอง มันก็มีประกายแสงระเบิดออกมา ณ มุมหนึ่งของถํ้า
[ใครบางคนกำลังเข้าสู่ชั้นที่สิบของ ‘ถํ้าอนันต์’!]
สีหน้าของอริยเมตตรัยตาเดียวสว่างขึ้นในขณะที่เขาตะโกนออกมา
[โอ้?! มีหน้าใหม่กำลังมา?]
สองสิ่งมีชีวิตเผยตัวออกมาจากประกายแสงที่กำลังเลือนหายไป
หลังจากนั้นไม่นาน ขากรรไกรของอริยเมตตรัยตาเดียวก็เปิดอ้าออก
ด้วยความตกตะลึงหลังจากตระหนักได้ว่าทั้งสองคนนั้นเป็นใคร คน
หนึ่งมีรูปร่างใหญ่มาก ในขณะที่อีกคนก็มีรูปร่างเล็กมาก
คนแรกที่พูดขึ้นมาคือร่างที่เล็กกว่า
[เหมือนอย่างที่ชองจุงยองกล่าว พวกเจ้าทุกคนยังติดอยู่ที่นี่? ช่าง
เป็นพวกที่น่าสงสารซะจริง] เคียร์อีออสถ่มนํ้าลายออกมาในขณะที่จิต
วิญญาณแห่งการต่อสู้อันเกรี้ยวกราดของเขาปะทุออกมาจากร่าง
[ศิษย์ของข้าอาจจะต้องตายเพราะพวกเจ้าไปไหนไม่ได้]
*
ในขณะที่ลำแสงกระจัดกระจายออกไปโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งยูจงฮ
ยอคและผมก็ถูกดูดเข้าไปยังทางออก เมื่อผมได้สติกลับมา ผมก็พบ
ว่าตัวเองถูกเขาเหยียบไว้อยู่
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าโยนฉัน!!”
เขาคงจะพบว่าการเหยียบอยู่บนแผ่นหลังของผมมันอาจจะสกปรกไป
สักหน่อย เพราะเขาเริ่มปัดรองเท้าของเขาเบาๆ
ฮันซูยองที่กำลังรอพวกเราอยู่เริ่มเดินเข้ามา เมื่อดูจากสีหน้าของเธอ
เธอคงเตรียมที่จะเฉ่งผมอีกคราว แต่ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะโชคดีหรือ
ไม่ก็ตาม แอนนาก็ได้พูดขึ้นมาก่อน
“ฉันไม่คิดเลยว่านายจะใช้การแปลงสภาพเวทีแบบนั้น พูดตามตรง
ฉันประทับใจจริงๆ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”
ฮันซูยองเบนสายตาของเธอไปหาแอนนา “ไม่ใช่ว่าเธอเห็นทั้งหมด
ผ่านการพยากรณ์ของเธอเหรอ?”
“ฉันเห็นคนข้ามสะพาน แต่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนั้น”
“ให้มันจริงเถอะ”
ผมไม่สนใจการโต้เถียงของคนทั้งสองและกวาดตามองรอบๆ มันคือ
ทางเดินที่ชวนให้นึกถึงกิ่งก้านของต้นไม้ทอดยาวออกไปทุกทาง
ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทางเดินในเรือโนอาห์ แต่ผมก็ไม่เห็นซาราทุสทรา
ที่เข้ามาที่นี่ก่อนพวกเราเลย
แอนนาหลับตาลงและสัมผัสกับบางสิ่งก่อนที่จะพูดออกมา “เหมือน
ว่าทุกคนจะกระจัดกระจายกันออกไป โชคดีที่ไม่มีใครตาย”
“คนของพวกเราดูเหมือนจะปลอดภัยด้วย” ยูจงฮยอคกล่าว และผมก็
พยักหน้า
[อิทธิพลของตำนานอื่นจะอ่อนแอลงในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง]
[การเชื่อมต่อของเนบิวลา ‘บริษัทของคิมทกจา’ ถูกสร้างขึ้นใหม่อีก
ครั้ง!]
ในตอนนี้ที่พวกเราอยู่ภายนอกโลกของแอสการ์ด ผมก็สามารถสัมผัส
ได้ถึงเรื่องราวของสหายของผมขึ้นมานิดหน่อย ผมสัมผัสได้ว่าพวก
เขากระจัดกระจายกันไปทั่ว
[เรื่องราว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ แผ่ตัวตนของมันออกมา!]
ผมแผ่เรื่องราวของผมออกมาอย่างรุนแรงเพื่อรวบรวมสหายของผมมา
ไว้ ณ จุดเดียวกัน ถ้ามันเป็นพวกเขา พวกเขาก็น่าจะสามารถระบุ
ตำแหน่งของผมได้ไม่ยาก
ตู้ม!!
ในขณะเดียวกัน การระเบิดที่เป็นลูกโซ่ก็พุ่งออกมาจากทางออกของ
แอสการ์ดด้านหลังพวกเรา มันมีใครบางคนพยายามจะเปิดประตูและ
ออกมา มันชัดเจนว่าพวกเขาเป็นใคร
“ไปกันต่อเถอะ”
พวกเราหนีกลุ่มดาวของแอสการ์ดและวิ่งไปยังทางเดินอันสลับซับ
ซ้อน
[กลุ่มดาว ‘ผู้เสียแขนให้กับหมาป่าแห่งวันสิ้นโลก’ กำลังสูดกลิ่น
เลือด]
[โน๊ตดนตรีของกลุ่มดาว ‘เทพแห่งพิณและแตร’ อยู่ใกล้กับหูของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ต้นฉบับแห่งผู้กลับชาติมาเกิด’ กำลังแกะรอยดวงวิญญาณ
ของคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘เจ้าแห่งอไบดอส’ ประกาศว่าคุณจะไม่โชคดีเป็นครั้งที่
สอง!]
ในขณะที่กลุ่มดาวบางคนส่งเสียงเชียร์พวกเราผ่านช่อง มันก็มีบางคน
ที่ไล่ตามพวกเรามาผ่านภาพในช่องด้วย ดวงดาวเหล่านี้ปลดปล่อยจิต
สังหารของพวกเขาออกมาจากเหนือกำแพงสูงของโลกของตนใน
ช่วงเวลาที่ตำแหน่งของพวกเราถูกเปิดเผยออกมา
มันมีเหตุผลที่พวกเรายังไม่ถูกจับได้ และนั่นก็คงเป็นเพราะกลุ่มของ
พวกเราประกอบไปด้วยคนทั้งสี่