มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 498
พวกเราหนีกลุ่มดาวของแอสการ์ดและวิ่งไปยังทางเดินอันสลับซับ
ซ้อน
[กลุ่มดาว ‘ผู้เสียแขนให้กับหมาป่าแห่งวันสิ้นโลก’ กำลังสูดกลิ่น
เลือด]
[โน๊ตดนตรีของกลุ่มดาว ‘เทพแห่งพิณและแตร’ อยู่ใกล้กับหูของ
คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ต้นฉบับแห่งผู้กลับชาติมาเกิด’ กำลังแกะรอยดวงวิญญาณ
ของคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘เจ้าแห่งอไบดอส’ ประกาศว่าคุณจะไม่โชคดีเป็นครั้งที่
สอง!]
ในขณะที่กลุ่มดาวบางคนส่งเสียงเชียร์พวกเราผ่านช่อง มันก็มีบางคน
ที่ไล่ตามพวกเรามาผ่านภาพในช่องด้วย ดวงดาวเหล่านี้ปลดปล่อยจิต
สังหารของพวกเขาออกมาจากเหนือกำแพงสูงของโลกของตนใน
ช่วงเวลาที่ตำแหน่งของพวกเราถูกเปิดเผยออกมา
มันมีเหตุผลที่พวกเรายังไม่ถูกจับได้ และนั่นก็คงเป็นเพราะกลุ่มของ
พวกเราประกอบไปด้วยคนทั้งสี่
“พวกเราไม่ควรไปทางขวา ฉันมีลางสังหรณ์ไม่ดีจากทางนั้น”
พวกเราไว้ใจคำแนะนำของแอนนาและเปลี่ยนทิศทางของพวกเรา
เธออาจจะเคยเป็นศัตรูของพวกเรา แต่ในเวลาแบบนี้ เธอเองก็เป็น
พันธมิตรที่ไว้วางใจได้ที่สุดเหมือนกัน
ทางแยกปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[เรื่องราว ‘การทำนายลอกเลียนแบบ’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
“ทางขวาเสี่ยง 92% ทางซ้าย 44% ไปข้างหน้าต่อ”
ฮันซูยองตะโกนออกมาในขณะที่อ่านความคิดจำนวนนับไม่ถ้วนในหัว
ของเธอ
“แล้วความเสี่ยงของการไปข้างหน้าต่อล่ะ?”
“ฉันก็ไม่รู้!”
เธอถลึงตาใส่ผมและวิ่งนำหน้าพวกเราไป
“กำลังมาจากด้านบน”
คำแนะนำนี้ไม่ใช่จากใครอื่นนอกจากตัวเอกของเรา ยูจงฮยอคสาดออ
ร่าดาบทลายนภาออกไปอย่างต่อเนื่อง กลุ่มดาวพากันกรีดร้องออกมา
ในขณะที่พวกเขาถูกโจมตีโดยการโจมตีล่วงหน้าและทรุดตัวลงกับ
พื้น ผมคิดว่าผมได้ยินเสียงของวิถีดาบทลายนภาตัดบางสิ่งอยู่เป็นระ
ยะๆ
“วิ่งต่อ”
ผมตระหนักขึ้นมาได้ในทันใดว่าทำไมพวกเราสี่คนถึงมารวมตัวกัน
แบบนี้
「สี่คนนี้น่าจะเคลียร์สถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย」
หนึ่งในพวกเราคือผู้เผยพระจวนะ อีกคนคือนักเขียน และอีกคนคือผู้
เสื่อมถอย ส่วนคนสุดท้าย…
“หยุดก่อน”
คำพูดของผมทำให้คนอื่นๆ หยุดลงในทันที่ ทั้งสามคนกำลังมองมาที่
ผม ผมมองกลับไปที่พวกเขาและค่อยๆ เดินเข้าไปหาห้องโดยสารที่
อยู่ตรงหน้าของพวกเรา
แอนนาคว้าไหล่ของผม “…นายไม่ได้คิดที่จะเข้าไปในห้องโดยสารนี้
ใช่ไหม?”
ยูจงฮยอคไม่ได้พูดอะไรออกมา
ผมมองกลับไปยังสหายของผมและพูดกับพวกเขา “การผ่านที่นี่ไป
คือทางเดียว”
“นายไม่เห็นเหรอว่าที่ประตูนั่นเขียนว่าไง??”
ไม่ ผมเห็นมันอย่างชัดเจน และในเวลาเดียวกัน ผมก็สามารถสัมผัสได้
ถึงสถานะอันยิ่งใหญ่ของกลุ่มดาวที่อยู่ด้านหลังของพวกเราด้วย
โอลิมปัส
「เพื่อที่จะไปถึงตำแหน่งที่ผมต้องการ พวกเราต้องข้ามโลกของโอ
ลิมปัสไป」
ตามเรื่องราวที่บีฮยองทิ้งไว้ พวกเราไม่มีทางเลือกแล้ว มันค่อนข้าง
ชัดเจนว่าซุสที่ได้ลิ้มรสความอับอายข้างนอกนั่นคงจะไม่ปล่อยให้
พวกเราผ่านไปได้
“โอดินอยู่ข้างหลัง ซุสอยู่ข้างหน้า” ยูจงฮยอคกล่าวในขณะที่เขา
ก้าวออกมาข้างหน้า “ถ้าพวกเราฝ่าที่นี่ไปได้ พวกเราก็จะมีวิธีต่อสู้กับ
พวกมันใช่ไหม?”
“ใช่ แน่นอน”
พวกเราสัมผัสได้ว่าสถานะของโอดินใกล้เข้ามาแล้ว
ฮันซูยองตะโกนออกมา “บ้าเอ้ย ถ้าอย่างนั้นก็รีบเปิดมันเร็ว! ไอ้พวก
บ้านั่นใกล้จะถึงแล้ว!”
พวกเราเตะประตูของโอลิมปัสและกระโจนเข้าไป มันให้ความรู้สึก
ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังดูดพวกเราเข้าไป และเมื่อผมได้สติ
กลับมา พวกเรากำลังเดินอยู่บนท้องฟ้าเหนือโอลิมปัสแล้ว
ปราสาทท้องฟ้าอันยิ่งใหญ่ของโอลิมปัสสามารถมองเห็นได้จากระยะ
ไกล
[กลุ่มดาวของเนบิวลา ‘โอลิมปัส’ ยืนยันตัวตนของผู้บุกรุก!]
บรรยากาศกดดันขึ้นมาในทันใด เมฆสายฟ้ามารวมตัวกันในพริบตา
และปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด
[กลุ่มดาว ‘บัลลังก์สายฟ้า’ ใช้อิทธิพลของเขากับโอลิมปัสทั้งหมด!]
ราชาแห่งโอลิมปัสกำลังรอพวกเราอยู่ รวมทั้งสิบสองเทพที่อยู่ข้าง
เขาด้วย
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันอันยิ่งใหญ่’ เรียกขานราชรถของเขา!]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามแห่งความป่าเถื่อน’ ชูดาบของเขาขึ้น!]
[กลุ่มดาว ‘นักล่าแห่งแสงจันทร์’ ง้างลูกศร!]
เบื้องล่างของพวกเราคือมหาสมุทร พวกเราสามารถเห็นมอนสเตอร์ใน
ตำนานรอพวกเราอยู่ด้วย
[กลุ่มดาว ‘สัตว์ประหลาดแห่งเขาวงกต’ คำรามมาทางทิศทางของ
คุณ!]
[กลุ่มดาว ‘ภูติลำนำแห่งความตาย’ กำลังขับขานความตายของคุณ!]
ทุกๆ สิ่งในโลกนี้คือศัตรูของพวกเรา
ครืน!
“ไป!!”
วิถีแห่งสายลมของผมและย่างก้าวนภาของยูจงฮยอคถูกเปิดใช้งาน
โดยพร้อมเพรียงกัน
เส้นทางแห่งวายุของแอนนาและเมฆทมิฬหมีใหญ่ของฮันซูยองเอง
ก็ตามหลังพวกเรามาด้วย พวกเราข้ามท้องฟ้าไปด้วยความเร็วที่สูง
ที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้
ในขณะเดียวกัน เมฆสายฟ้าก็แผ่บรรยากาศเป็นลางไม่ดีมากยิ่งขึ้น
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น!!]
สิบสองเทพตามพวกเรามาติดๆ
ดาบใหญ่ของอาเรสเฉือนผ่านอากาศเข้ามาหาพวกเรา ผมเหวี่ยง
ศรัทธาไม่แตกสลายและป้องกันการโจมตีนั้นเอาไว้ พร้อมกับเสียงดัง
‘ปัง’ มันรู้สึกราวกับว่าทุกๆ ข้อต่อภายในร่างของเขามันกำลังพัง
ทลายลง มันเหมือนกับการถูกรถถังชนเลยจริงๆ นี่คือพลังที่แท้จริง
ของสิบสองเทพที่มีพลังของโลกของตนหนุนหลัง
ผมปลดปล่อยสถานะออกมาจากทั่วทั้งร่างและพูดด้วยเสียงที่แท้จริง
[อย่าดูถูกพวกเราสิ อาเรส]
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ กู่ร้องออกมา!]
คนอื่นผมอาจจะไม่มั่นใจ แต่อย่างน้อย ผมก็ไม่แพ้อาเรส เพราะผม
ครอบครองเรื่องราวที่เอาชนะเขาได้อยู่
[เรื่องราว ‘ผู้เอาชนะเทพสงคราม’ เริ่มเล่าเรื่องราวของมัน!]
น่าเสียดาย สถานการณ์ของพวกเรากำลังเจอเข้ากับปัญหาใหญ่
‘นักล่าแห่งแสงจันทร์’ อาเทมิสกำลังกระโจนเข้าใส่ฮันซูยองที่โอบ
ล้อมไปด้วยเพลิงทมิฬ ในขณะที่ยูจงฮยอคที่ลอยอยู่ในอากาศก็เข้า
ปะทะกับ ‘โฆษกแห่งความยุติธรรมและปัญญา’ อธีน่าแล้ว
ส่วนแอนนาที่ตามหลังพวกเรามาก็ถูกล้อมไปด้วยกลุ่มดาวระดับล่าง
ของโอลิมปัส
[ข้าเคยเชียร์เจ้านะ คิมทกจา]
เสียงๆ หนึ่งดังมาจากด้านหลังของผม
นั่นมาจากกลุ่มดาวที่รวดเร็วที่สุดในท้องฟ้าแห่งนี้ ลวดลายบนปีก
สามารถมองเห็นได้จากบนรองเท้าของเขา
[น่าเสียดาย เจ้าไม่ควรมาที่นี่เลย]
มันคือเฮอร์เมส
เขามองมาที่ผมด้วยสีหน้าน่าสลดและพูดขึ้นมา [บิดา เขาโกรธจริงๆ
แล้ว]
และจากนั้น เมฆสายฟ้าก็ทอประกายเจิดจ้าจนในที่สุดก็ระเบิดออกมา
ทุกๆ สิ่งดูเชื่องช้าไปหมด มันราวกับว่าท้องฟ้าทั้งผืนกำลัง
หลอมละลายลงมาอย่างช้าๆ
สายฟ้าดูราวกับจะปกคลุมโลกทั้งใบ มันไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนภายในโลก
ใบนี้ที่จะสามารถหลบหนีไปจากความพิโรธของซุสได้
ฮันซูยองมองมาทางนี้และตะโกนบางสิ่งออกมา ส่วนผมก็ตอบกลับ
เธอไปอย่างเงียบๆ
‘ไม่เป็นไร’
ผมสูดลมหายใจเข้าอย่างช้าๆ และตั้งสมาธิ อาเรสยิ้มออกมาอย่างมี
ชัยราวกับว่าศึกนี้ถูกตัดสินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมไม่สนใจเขาและชู
ดาบขึ้นราวกับสายล่อฟ้า
ตู้ม!!
ฟ้าผ่ามารวมตัวกันที่ผม สถานะนี้แทบจะระเบิดร่างทั้งร่างของผมใน
คราวเดียว อย่างไรก็ตาม ผมก็ทนได้ หรือจะพูดให้ชัดๆ ความมืดที่
กำลังส่ายไปมาอยู่ใกล้ๆ ปลายมือของผมกำลังดูดสายฟ้าของซุส
เข้าไป
เสียงกรีดร้องสุดจะพรรณนาได้ระเบิดออกมาจากปากของผม
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ คำรามออกมา!]
วิสัยทัศน์ของผมถูกย้อมไปด้วยสีแดง และเรื่องราวก็เริ่มไหลออกมา
จากปากของผม
ครืน…!
จากนั้นซุสก็ปลดปล่อยสถานะที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิมออกมา
ผมไม่อาจทนต่อไปได้อีกแล้ว ร่างกายอันไร้เรี่ยวแรงของผมเริ่มตกลง
มาจากอากาศ
「และในตอนนี้เอง มันก็สำเร็จ」
[นี่คือจุดจบ ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น แม้ว่ามันจะเป็นเจ้า แต่ใน
โลกของพวกเรา เจ้ามันก็-!]
ร่างกายที่ตกลงมาอย่างไร้เรี่ยวแรงของผมซึ่งกำลังถูกดูดด้วยสายฟ้า
หยุดลงกลางอากาศในทันใด มือของผมเริ่มมีแรงกลับคืนมาบ้าง และ
จากนั้นเอง อาเรสก็เผยสีหน้าแข็งทื่อออกมา สีหน้าของเทพสงคราม
ที่ไม่เคยยอมจำนนต่อความหวาดกลัวกลับเต็มไปด้วยความพรั่นพรึง
「ใครบางบคนกำลังถือดาบของคิมทกจาไว้ด้วยกันกับเขา」
มันเป็นมือที่ใหญ่และมั่นคงมาก เสียงที่แท้จริงราวกับความมืดอัน
สูงส่งเสียงหนึ่งดังก้องออกมา
[ทำไมเจ้าถึงคิดว่าโลกนี้เป็นของเจ้าคนเดียวล่ะ?]
แต่ความมืดนั้นก็อ่อนโยนและโอบกอดร่างที่กำลังร่วงหล่นลงมาของ
ผมเอาไว้
[ช่างจองหองซะจริงนะ อาเรส]
ความมืดที่กำลังกลืนกินสายฟ้าเริ่มแผ่ขยายออกไป
[กลุ่มดาว ‘บิดาแห่งรัตติกาล’ กำลังจุติลงมายัง ‘เรือโนอาห์’!]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์อันมืดมิด’ กำลังจุติลงมายัง ‘เรือโน
อาห์’!]
อันที่จริง ระดับเทวะของโอลิมปัสนั้นไม่ได้มีแค่ซุสคนเดียว
[‘ยมโลก’ กำลังประกาศศักดาต่อผืนดินเบื้องบน!]
โลกที่หลับใหลอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของใต้ดินได้ตื่นขึ้นมาแล้ว
[ฮาเดส…!]
ราชาแห่งยมโลกวางผมลงบนพื้นและพูดต่อท้องฟ้าอย่างใจเย็น [มัน
ถึงเวลายุติเรื่องนี้แล้ว พี่ข้า]
เคียวของฮาเดสที่ชูขึ้นสู่ท้องฟ้ากู่ร้องออกมา ส่งผลให้ความมืดแห่ง
ยมโลกพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับกระแสนํ้าตก
มันคือกองทัพแห่งยมโลก เมื่อเหล่าตุลาการออกคำสั่งเดินทัพ ‘ผู้
พิทักษ์แห่งทาทาร์รัส’ เซอเบอร์รัส ก็คำรามออกมาอย่างดุร้าย
[เจ้าพวกสิ่งมีชีวิตชั้นตํ่าจากใต้ดิน พวกเจ้ากล้า-!]
วีรบุรุษแห่งโลกใบนี้ไขว้ดาบของพวกเขา มันมีวีรบุรุษแห่งกรีก
มากมายที่ได้เข้าร่วมในศึกนี้
กองทัพของซุสและสิบสองเทพนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ ตุลาการเข้า
ปะทะกับเฮฟเฟตัส ในขณะที่เซอเบอร์รัสและมิโนทอร์เริ่มกระโจนเข้า
ใส่กัน
ส่วนทหารจากป่าแห่งอาเทมิสก็กรูกันเข้ามา ฝ่าเท้าของเหล่าอาชา
ของไครอน ‘โหรแห่งปัญญา’ ได้เหยียบยํ่าลงบนกองทัพของยมโลก
[ไม่ว่ารัตติกาลของเจ้าจะมืดสักแค่ไหน-!]
ทันใดนั้นเอง หัวของไครอนก็ปลิวขึ้นไปในอากาศ
เหล่าสัตว์ประหลาดที่ปีนออกมาจากใต้ดินใช้กรงเล็บขนาดยักษ์ของ
พวกมันฉีกหัวของเขาออกเป็นชิ้นๆ และเริ่มเคี้ยวมัน
[ซุส!!!]
เสียงแห่งความแค้นและความโศกเศร้าที่ไม่อาจหยั่งรากถึงดังก้อง
ออกมา ผมรู้จักเจ้าของเสียงพวกนี้ดี
「และดังนั้นเอง กิแกนโทมาเคียสุดท้ายของโอลิมปัสจึงเริ่มต้นขึ้นใน
รูปแบบนี้」
‘ไททัน’ เหล่าไททันเริ่มเผยร่างออกมาหลังจากที่ต้องใช้ชีวิตด้วย
ความโศกเศร้าอยู่ใต้ดินมาเนิ่นนาน
ไม่ใช่แค่นั้น เหล่าสัตว์ประหลาดที่มีร่างกายใหญ่ซะยิ่งกว่าไททันก็
โผล่ขึ้นมาด้วย พวกมันคือสิ่งที่ผมเคยเจอในคุกแห่งยมโลก
[ไททันแห่งขุมนรกทั้งหมดกำลังเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแห่งโอ
ลิมปัส]
สามพี่น้องเฮกาตอนชีเรส – ‘ไททันร้อยหัตถ์’ เบรียรูส ที่เคยต่อสู้
เคียงข้างผมในกิแกนโทมาเคียพูดกับผม
[ในที่สุดพวกเราก็มาถึงตรงนี้ เด็กน้อย]
มือข้างหนึ่งของเบรียรูสลูบหัวของผมเบาๆ
[ศึกนี้เพื่อเจ้า]
เหล่าไททันที่กำลังท้าทายอำนาจแห่งสรวงสวรรค์ได้ยืนขึ้นพร้อมกับ
เหยียบย่างไปบนรัตติกาล เสียงคำรามของพวกเขาสั่นสะเทือนไปทั่ว
ท้องฟ้าแห่งโอลิมปัส สถานะอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาเพียงพอที่จะ
คุกคามบัลลังก์ของซุส
และ ณ ใจกลางของสมรภูมิ ซุสก็กำลังต่อสู้กับฮาเดสอย่างดุเดือด
การปะทะกันของกลุ่มดาวระดับเทวะทั้งสองคนนี้ทำให้รัตติกาลสีดำ
สนิทและห้วงเวลากลางวันผสานเข้าด้วยกัน และมิติเวลาของโลกก็
พังครืนลงมา
เพอร์เซโฟนีที่กำลังบัญชากองทัพยมโลกพูดกับผมโดยตรง
[เอาล่ะ ไปได้แล้ว อย่ามองย้อนกลับมา ไปดูตอนจบที่เจ้าอยากจะ
เห็นซะ]
ผมพยักหน้าและพยุงร่างที่จวนจะล้มของตัวเองขึ้น ผมกลืนยาเป็น
ตายที่ลีซอลฮวาให้ไว้ลงไป และพลังของผมก็เริ่มฟื้นกลับคืนมาทีละ
นิด ผมเดินไปข้างหน้าอย่างไม่มั่นคง ซึ่งที่ตรงหน้านั้นก็เป็นสมรภูมิที่
มีเลือดและเนื้อที่ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โปรยปรายลงมา
ฮันซูยองและยูจงฮยอค รวมทั้งแอนนากำลังยืนรอผมอยู่
ฮันซูยองวิ่งมาหาผมและช่วยพยุงร่างของผม ผมมองไปข้างหลังและ
เห็นซากศพของเหล่าวีรบุรุษ ดวงตาของพวกเขายังคงเบิกกว้างอยู่
ดวงดาวที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เรื่องราวที่ไม่สามารถบอกเล่าต่อไปได้
อีก พวกมันกำลังมองมาที่ผมด้วยสายตาอันไม่พอใจ
「นี่คือเส้นทางที่ผมเลือก」
ผมรู้ว่ามันคงจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก มันเห็นได้ชัดว่ายมโลกจะ
เคลื่อนไหวถ้าผมมาที่นี่
เพื่อ ■■ ที่ผมต้องการ ผมต้องใช้เรื่องราวทั้งหมดของพวกเขา
[มหาเรื่องราว ‘คบเพลิงที่กลืนกินตำนาน’ กู่ร้องออกมา!]
พวกเรามองเห็นทางออกของโอลิมปัสจากระยะไกล นั่นคือที่ๆ พวก
เราต้องมุ่งหน้าไป อย่างไรก็ตาม มันก็มีกลุ่มดาวคนหนึ่งขวางทางของ
พวกเราเอาไว้
ผมถามเขา “ไดโอไนซัส นายจะหยุดพวกเราเหรอ?”
ไดโอไนซัสที่มาพร้อมกับกลุ่มคนของเขามองตรงมาที่ผม เขาคงจะ
ดื่มไปหลายขวดแล้วเพราะแก้มของเขาแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาจ้องผมด้วยสายตาที่เมามายก่อนที่จะเปิดปากขึ้นพร้อมกับกระดก
ขวดไวน์ [พวกเจ้าทุกคน หลบไป]
คำสั่งของหัวหน้าทำให้เหล่าลูกน้องหลีกทาง และพวกเราก็เดินไปบน
เส้นทางนั้น บทเพลงของไซเร็นและดนตรีของออร์ฟิอัสขับขานมา
จากที่ไหนสักแห่ง นอกจากนี้ผมยังได้ยินเสียงของคนที่ผมรู้จักกำลัง
จะตายลงด้วย
「คิมทกจาไม่มองย้อนกลับไป」
วิสัยทัศน์ของผมสั่นไหวราวกับว่าเมาเหล้าไปด้วย
แต่พวกเราก็ยังคงเดิน เดินต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเราก็ไปถึง
ทางออกของโอลิมปัส
ไดโอไนซัสอยู่ข้างหลังพวกเรา ถ้าผมมองกลับไป ผมก็น่าจะเห็น
สีหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เขาคือกลุ่มดาวที่ชอบใน
เรื่องราวของพวกเราจริงๆ
[คิมทกจา โอลิมปัสของข้าไม่มีที่ยืนอยู่ในบทสรุปที่เจ้ามุ่งหน้าไปใช่
ไหม?]
ผมไม่อาจตอบได้
「“นั่นเป็นเพราะข้าชอบเรื่องราวของเจ้า”」
คนที่เฝ้ามองเรื่องราวของผมมาอย่างยาวนาน และช่วยผมไว้มากมาย
หลายครั้งในอดีต
「“หลายๆ กลุ่มดาวรวมทั้งตัวข้าเชื่อว่าเจ้าคือคนที่สามารถไปถึง ■■
ได้”」
ผมกำลังจะมองย้อนกลับไป แต่ไดโอไนซัสก็พูดขึ้นมาซะก่อน
[มันก็สนุกดีนะ โอ้ กลุ่มดาวผู้สูงส่งและยิ่งใหญ่]
ผมได้ยินเสียงของโลกที่ปิดตัวลงเบื้องหลังของผม
ฝ่าเท้าของผมไม่ต้องการจะเคลื่อนไหว ผมยืนนิ่งอยู่นานโดยไม่พูด
อะไร และในที่สุดก็มีใครบางคนพูดกับผม
“มันยังไม่จบ”
พวกเราเริ่มออกเดินทางไปยังความมืดของเรือโนอาห์
ปลายทางของพวกเราอยู่ตรงหน้าแล้ว
หลังจากออกจากโอลิมปัส พวกเราก็เงียบกันอยู่นาน พวกเราทั้งวิ่ง
และเดิน ยิ่งพวกเราเดินทางกันไปมากเท่าไร มันก็มีเพียงแต่เสียงกรีด
ร้องอันว่างเปล่าเท่านั้นที่ดังออกมาจากความเวิ้งว้างอันไร้แสงดาวนี้
เสียงกรีดร้องเหล่านั้นจะถูกบันทึกเป็นเรื่องราวด้วยไหม? และจะมีใคร
ได้ฟังมันในภายหลังไหม? มันจะมีกี่เรื่องราวกันที่ต้องวนเวียนอยู่แบบ
นั้นก่อนที่โลกนี้จะถึงจุดจบ?
“คิมทกจา”
“ฉันรู้”
เสียงดังมาจากฮันซูยองที่ยังประคองผมอยู่
ในที่สุด ประตูของห้องโดยสารที่ผมตามหาอยู่ก็มองเห็นได้จากระยะ
ไกล แม้ว่าจะอยู่ไกลขนาดนี้ แต่ประตูนั้นก็ดูเล็กและโทรมกว่าประตู
ของห้องโดยสารอื่นมาก
ทางเดินที่พวกเราเพิ่งผ่านมาเริ่มมีเสียงดัง กลุ่มดาวจากฝ่ายต่างๆ
กำลังตามมาแล้ว ผมไม่ลังเลและผลักประตูเปิด
[คุณเข้าสู่ ‘ที่เก็บพร็อพ’]