มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 77 – สถานการณ์ที่ห้า (2)
เมื่อมองดูใกล้ๆ หญิงสาวคนนี้ก็ดูแก่แล้ว
จากริ้วรอยของเธอ เธอไม่ได้อยู่ในช่วงวัย 40 ปี แต่อย่าง
น้อยเธอก็ต้องอายุ 30 ปลายๆ แล้ว
เธอรู้จักผมเหรอ? ได้ยังไง?
ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่ผมก็ยังรักษาความ
สงบไว้ในขณะที่ผมมองไปที่เธอ
“เธอต้องเข้าใจผิดแน่ๆ ฉันชื่อยูจงฮยอค คิมทกจาคือชื่อ
ของชายที่ฉันเกลียดที่สุด”
“…ยูจงฮยอค?”
“ใช่ ดังน้ันจงไปบอกหัวหน้าของเธอซะว่าอย่าพูดอะไรไร้
สาระ แค่บอกเธอ แม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจความหมายของ
ฉันก็ตาม”
ผมมองไปด้านข้างและเห็นฮันซูยองก าลังมองมาที่ผมด้วย
หน้าตาน่าหัวเราะ ผมขยิบตาให้เธอ ถ้ามันเป็นฮันซูยอง
เธอคงจะรู้ว่าต้องท าอะไรนับจากนี้ ผู้หญิงคนนั้นพูด
ขึ้นมา
“ฉันรู้แล้วว่านายคือคิมทกจา หยุดโกหกได้แล้ว”
[ตัวละครฮันซูยองยืนยันว่าค าพูดนั้นเป็นความจริง]
ฮันซูยองพยักหน้ามาทางผม ผู้หญิงคนนี้มาเพราะเธอรู้
แล้วว่าผมเป็นใคร
“ราชาบอกว่าเธอจะมอบอุกกาบาตก้อนนี้ให้กับนาย”
มันเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง เธอรู้จักผมและตอนนี้เธอก าลังจะ
มอบอุกกาบาตให้กับผม
“พวกเธอเป็นใครกัน?”
“พวกเราคือคนของราชาพเนจร”
“ผู้หญิงคนนั้นคือราชาของเธองั้นเหรอ?”
หญิงสาวพยักหน้า ผมมองไปยังหญิงสาวตัวสูงที่สวม
หน้ากากอยู่จากระยะไกล เมื่อมองดูใกล้ๆ ผมก็รู้สึกเดจาวู
ขึ้นมา แต่ก็มีบางสิ่งแปลกๆ
“ราชา… เธอดูเหมือนจะไม่มีธงนะ?”
“ราชาไม่ได้พึ่งพิงของแบบนั้น”
…ค าตอบนี้มันอะไรกัน? หญิงสาวพูดต่อ “ราชาบอกว่า
พวกเราจะจัดการกับภัยพิบัติทางตอนเหนือ แต่เธอจะทิ้ง
อีกสี่ภัยพิบัติไว้ให้นาย”
ก่อนที่ผมจะทันได้ถามอะไร หญิงสาวก็เดินกลับไปราว
กับว่าค าพูดของเธอจบลงแล้ว
ฮันซูยองตะโกนออกมา “เฮ้! จู่ๆ เธอมาพูดอะไรแบบนี้?
ไม่ใช่ว่าเธอควรอธิบายก่อนไปหน่อยเหรอ?”
แม้จะตะโกนออกไป แต่หญิงสาวก็ยังเดินต่อไป ฮันซูยอง
มองมาที่ผมแล้วถามว่า “นี่มันอะไร… นายรู้จักผู้หญิงคน
นั้นเหรอ?”
“จะเป็นไปได้ไง?”
ผมเปิดใช้งานลิสต์ตัวละครอย่างเงียบๆ
[บุคคลนี้ไม่ได้ลงทะเบียนใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
[คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลของคนๆ นี้ได้โดยการ
อัพเดตลิสต์ตัวละคร คุณต้องการอัพเดตหรือไม่?]
ดูเหมือนว่ารอบการอัพเดตจะกลับมาแล้ว ผมพยักหน้า
[การอัพเดตเสร็จสมบูรณ์]
[คนบางคนจะถูกเพิ่มลงไปในสารานุกรม]
จากนั้นหน้าต่างอันหนึ่งก็โผล่ขึ้นมา
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: โชยูนกาน
อายุ: 37 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: พ่อมดคนแรกแห่งโชซ็อน
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: นักโทษหลบหนี (ทั่วไป), ผู้ผดุง
ความยุติธรรม (หายาก)
สกิลเฉพาะตัว: แหกคุก LV.3, ความอดทน LV.6, เวลา
ปฏิบัติการ LV.3, ยิงปืน LV.4…
อักขระ: ศาสตร์การเปลี่ยนร่างลึกลับ LV.2
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.30, STR LV.34, AGI
LV.36, Magic P0wer LV.28
การประเมินโดยรวม: การประเมินที่ครอบคลุมใน
ปัจจุบันก าลังด าเนินการอยู่
* ‘แพ็คเริ่มต้น’ ก าลังถูกใช้งาน
* แพ็คเติบโตก าลังถูกใช้งาน
+
ดูนี่สิ พ่อมดคนแรกแห่งโชซ็อน
[กลุ่มดาว ‘พ่อมดคนแรกแห่งโชซ็อน’ ก าลังมองดูคุณด้วย
ความระมัดระวัง]
ผมไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงที่ได้จอนอูชิมาเป็นผู้สนับสนุน
แล้ว
นอกจากนี้ เธอยังมีแอตทริบิวต์ดีๆ อย่างผู้ผดุงความ
ยุติธรรม แม้ว่ามันจะด้อยกว่า ‘ผู้พิพากษา’ ก็ตาม
ถ้าลูกน้อยยังเยี่ยมขนาดนี้ แล้วราชาล่ะ? ผมมองไปยัง
ผู้หญิงตัวสูงในทันที่
[ข้อมูลของบุคคลนี้ไม่สามารถอ่านได้ใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
[บุคคลนี้ไม่ได้ลงทะเบียนใน ‘ลิสต์ตัวละคร’]
ในทันทีที่ผมสบตากับเธอ ความเจ็บปวดที่ก าลังกัดกินก็
เปล่งประกายผ่านหัวของผม
ผมเบนหน้าหนีจากเธอโดยอัตโนมัติ หัวใจผมเต้นอย่าง
รวดเร็ว
ก าแพงที่สี่สั่นไหวโดยสัญชาตญาณ
ผู้หญิงคนนี้ท าให้มันสั่นยิ่งกว่าซองมินวู แม้ว่าจะมีการหา
เหตุผลเข้าข้างตัวเอง แต่ผมก็ไม่ต้องการรับความเสี่ยง
เพราะผมไม่แน่ใจถึงประสิทธิภาพของอักขระ
ฮันซูยองถามผมอย่างใจจดใจจ่อ “เฮ้ อะไรน่ะ?”
“…ไม่มีอะไร”
ก าแพงที่สี่ตอบสนองต่อคนที่มีอิทธิพลส าคัญในชีวิตจริง
ของผม
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นจะต้องเป็นคนที่ผมรู้จัก แต่
มีแค่คนเดียวในโลกนี้ที่มอบแผลเก่าอันหนักหน่วงให้ผม
ได้มากกว่าซองมินวู
ผมเข้าใจแล้ว… อย่างที่คาดไว้ เธอรอดมาได้ อย่างไรก็
ตาม ผมก็ไม่คิดว่าเธอจะอยู่ที่โซล
มันเป็นเหตุผลว่าท าไมเธอถึงสามารถสร้างกองก าลัง
ขนาดใหญ่ และท าไมพวกเธอถึงใส่ชุดนักโทษ มัน
น่าเชื่อถือถ้ามันเป็นคนผู้นั้น
ในไม่ช้าเหล่าคนพเนจรก็เริ่มเคลื่อนไหว
พวกเขาจัดแถวและมุ่งหน้ากลับไปยังทางที่มา มันเป็น
การเดินทัพที่ไม่มีความลังเลอยู่เลย กลุ่มๆ นี้เต็มไปด้วย
ความภักดี
ผู้น าของกลุ่มก้าวขึ้นไปยังแถวหน้าของกลุ่ม
นางพญาที่เหมือนกับราชาทรราช ผู้หญิงคนนี้ต่างออกไป
จากราชาแห่งความงาม
ผมมองไปยังซากปรักหักพังที่พวกเขาเคลื่อนผ่าน มันมี
ฟาร์มเหรียญที่พังทลายลงและเหล่าผู้รอดชีวิตที่ถูกปล่อย
ตัว พวกเขาวางผ้าห่มและของจ าเป็นไว้ข้างๆ เหล่า
ผู้รอดชีวิต ผู้รอดชีวิตเฝ้ามองเหล่าคนพเนจรที่ก าลังจาก
ไปด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกรงกลัว
ผมลืมไปแล้ว
บุคคลที่ไม่ต้องการธงหรือนั่งลงบนบัลลังก์เพื่อขึ้นเป็น
ราชา ในโลกที่ไร้ราชาใบนี้ มันก็ยังคงมีราชาอยู่
***
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ผมก็เข้าไปตรวจสอบอุกกาบาตที่ถูก
ทิ้งไว้
อุกกาบาตสีเหลือง
อุกกาบาต หรือที่ถูกเรียกกันอีกชื่อว่าศิลาจันทรา มัน
มักจะเป็นเศษดวงดาวที่โคจรอยู่ในมิติอื่น
มันเหมือนกับที่ผมอ่านในนิยาย
เมื่อผมสัมผัสมันก็มีพลังเวทมนตร์อันร่าเริงปะทุออกมา
แสงสลัวจากภายในที่ทึบแสงและแถบสีขาวได้ปกคลุมตัว
อุกกาบาต อุกกาบาตสีเหลืองมีพลังในการรับมือกับภัย
พิบัติอย่างชัดเจน
จากนั้นข้อความของระบบก็ดังออกมา
[‘ศิลาจันทรา’ ต้องการมอบความแข็งแกร่งระดับที่สูงขึ้น
ให้กับคุณ]
ผมปฏิเสธข้อเสนอของอุกกาบาต และพลังก็กลับคืนไปสู่
ตัวอุกกาบาต
ศิลาจันทรานั้นมีพลังแห่งรัตติกาล และเผ่าพันธุ์ภายนอกก็
จะได้รับพลังนี้ไป บางทีมนุษย์ที่ได้รับพลังแห่งรัตติกาล
ไปก็คงจะสามารถวิวัฒนาการเป็นเผ่าพันธุ์ภายนอก
มนุษยหมาป่า ได้
[ศิลาจันทราแผ่ความรู้สึกอันคุ้นเคย]
อย่างไรก็ตาม การใช้งานจริงของอุกกาบาตก็ไม่ใช่การ
วิวัฒนาการเป็นเผ่าพันธุ์อื่น แม้แต่มนุษย์หมาป่าหลักร้อย
ตัวก็ยังไม่สามารถป้องกันภัยพิบัติได้
แน่นอนว่าถ้ามีหลักพันมันก็อาจจะช่วยได้ แต่ภัยพิบัติอีก
อย่างก็คงจะมาจากการมีจ านวนเผ่าพันธุ์ภายนอกและพลัง
ของราชาปีศาจสูงเกินไป
“ฉันรู้สึกเหมือนกับเป็นอาสาสมัครเลย… เฮ้ นายเจอ
อะไรเหรอ?”
ในขณะที่ผมก าลังตรวจสอบอุกกาบาตอยู่นั้น ฮันซูยองก็
จัดการกับผู้รอดชีวิตที่อยู่ใกล้ๆ มันเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง แต่
เธออาจจะท าเพื่อเหรียญก็ได้
[กลุ่มดาวของฝ่ายดีประทับใจกับความดีของฮันซูยอง]
ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยครัวเรือนของราชาปีศาจ การ
ครอบง าจะใหญ่กว่าปกติ
อันที่จริง การมีสองด้านของมนุษย์น้ันเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง
ในหมู่กลุ่มดาวฝ่ายดี มันอาจจะมีมังกรอเวจีเปลวเพลิง
ทมิฬอยู่ การเลือกผู้สนับสนุนที่ก าลังจะมาถึงนั้น ฮันซู
ยองคงต้องเลือกเขาแน่ๆ ผมมองไปรอบๆ และกล่าวว่า
“อวตารก็มีประโยชน์หนิ”
อวตารหลายสิบตัวได้จัดระเบียบรอบๆ อย่างรวดเร็ว ศพ
ของเผ่าพันธุ์ภายนอกถูกเผา ในขณะที่กรงอันน่ากลัวและ
ร้านขายเนื้อมนุษย์ก็พังยับเยิน เธอได้รับเหรียญพร้อมกับ
มีเลือดก าเดาไหลออกมา…
ฮันซูยองเช็ดเลือดและถามว่า “นายจะบอกฉันตอนไหน?”
“อะไร?”
“ฉันก าลังพูดถึงเรื่องนั้นอยู่”
ผมรู้ว่าค าถามของเธอไม่เกี่ยวกับอุกกาบาต “เธอยังกังวล
เรื่องนั้นอยู่อีกเหรอ?”
“ฉันจะไม่สนใจได้ยังไง?”
มี ‘ผู้อ่าน’ สองประเภทที่เธอไม่รู้ข้อมูล นอกจากนี้ ดู
เหมือนว่ามันจะมีการเชื่อมต่อกันระหว่างคนทั้งสอง มัน
เป็นธรรมดาที่ฮันซูยองที่เป็น ‘คนสุดท้ายที่ออกมา’ จะให้
ความสนใจ
“ใครจะรู้?”
“นายไม่รู้เหรอ?”
“ฉันรู้จักแค่ผู้หญิงคนนั้น คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม”
“ราชาพเนจร?”
ผมพยักหน้าแล้วพูดว่า “คนๆ นั้นไม่ใช่คนที่ออกมา พูด
ให้ชัดๆ เธอไม่เคยอ่านต้นฉบับ”
“อะไรนะ? งั้นเธอรู้เนื้อหาได้ยังไง?”
“ด้วยการพูดคุยกับฉันโดยตรง”
ฮันซูยองดูเหมือนกับเธอถูกทุบเข้าที่หัวด้วยค้อน “นายเล่า
เรื่องให้คนอื่นฟัง? ท าไมกัน?”
“ฉันต้องการเล่าอะไรบางอย่างให้เธอฟังเมื่อฉันเจอเธอ”
ผมเว้นช่วงไปสักพักก่อนที่จะพูดต่อ “เพราะฉันไม่มีอะไร
จะพูดกับเธอ”
บางทีเธออาจจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์อันด ามืดของผม ท า
ให้ฮันซูยองลังเลในขณะที่เธอก าลังจะถามผม เธออาจจะ
มีหลายสิ่งที่เธอต้องการจะถาม อย่างเช่น ผู้หญิงคนนั้นคือ
ใคร และเธอมีความสัมพันธ์ยังไงกับผม
ฮันซูยองเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะพูดออกมาอีกครั้ง “ฉัน
ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของนายกับผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไร
แต่ก็มันไม่เป็นไรเหรอที่จะทิ้งเธอไว้คนเดียว? ถ้ามีคนที่รู้
อนาคตนอกจากพวกเรา…”
ผมเข้าใจความกังวลของเธอ แต่มันก็ไม่น่าจะเป็นอะไร
อย่างน้อยที่สุด ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นคนที่มีหลักการ และเธอ
จะไม่ใช้ข้อมูลของอนาคตอย่างประมาทแน่ๆ
ผมเคาะศิลาจันทราและพูดขึ้นมา
“เอาเถอะ มันมีเรื่องที่ส าคัญกว่าอยู่ นับจากนี้ไป พวกเรา
จะปลุกสิ่งนี้ขึ้นมา”
“อะไรนะ? สิ่งนี้?” ฮันซูยองมองมาที่ผมราวกับว่าผมเป็น
คนบ้า “นายต้องการปลุกภัยพิบัติขึ้นมางั้นเหรอ?”
“ท าไมเธอถึงตกใจแบบนั้น ไม่ใช่ว่าเธอก็เคยท ามันมา
ก่อนเหรอ?”
ฮันซูยองได้เข้าไปแทรกแซงรัตติกาลแห่งผู้เผยพระวจนะ
และปลุกมังกรไฟขึ้นมา
“เฮ้! ฉันเลือกภัยพิบัติอันเล็กๆ แต่อันนี้…”
“มันไม่ใช่ภัยพิบัติ”
“…แล้วมันคืออะไร?”
“ดูเหมือนว่าเธอจะละเลยการขโมยความคิดของเธอนะ จ า
ไม่ได้เหรอ? เธอไม่รู้จริงๆ เหรอว่าอะไรจะปรากฏขึ้นที่นี่
เมื่อสถานการณ์เริ่มต้นขึ้น?”
ฮันซูยองจ้องมาที่ผมสักพัก ก่อนที่จะเปิดโทรศัพท์ของ
เธอขึ้นมาและอ่านนิยายของเธอ
“อ่า… นี่มัน หรือว่า…”
“เธอรู้ยังทีนี้? เธอลอกมันไปได้ดี”
“หุบปาก แต่สถานการณ์หลักยังไม่เริ่มขึ้นเลย ท าแบบนี้
จะไม่เป็นอะไรเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าค า
ร้องความเป็นไปได้เกิดขึ้น?”
“มันจะไม่เกิดขึ้น”
“โดเกบิระดับกลางเกลียดนาย…”
“งั้นฉันก็จะจัดการกับมัน” ในตอนนี้ มันคงก าลังยุ่งอยู่กับ
การถูกต าหนิโดยส านักงาน “พวกเราจะเริ่มการฉีดมานา
จากการค านวณของฉัน มันจะฟักตัวในเวลา 10 ชั่วโมง
ฉันจะรับผิดชอบ 4 ชั่วโมง ส่วนเธอก็ 6 ชั่วโมง”
“ท าไมฉันต้องฉีดมานาตั้งหกชั่วโมง?”
“ระดับพลังเวทมนตร์ของเธอสูงกว่าไม่ใช่เหรอ?” ในเวลา
นั้นเอง จ านวนของอวตารก็ลดลงเรื่อยๆ ผมสังเกตเห็น
บางสิ่ง “บอกฉันมาตามตรง พลังเวทมนตร์ของเธออยู่
ระดับไหน?”
“ท าไมฉันต้องบอกนายด้วย?”
“มันเป็นข้อมูลที่จ าเป็นต่อการเคลียร์สถานการณ์”
[ข้อก าหนดของสัญญาชั่วคราวแสดงผล]
การแสดงออกของฮันซูยองบิดเบี้ยวไป
“…เลเวล 55”
ผมรู้สึกประหลาดใจจริงๆ ผมคิดว่ามันน่าจะเหนือกว่า
เลเวล 40 เพราะเธอสามารถควบคุมอวตารได้หลายสิบตัว
แต่เลเวล 55… นี่เกือบจะถึงขีดจ ากัดของสถานการณ์แล้ว
STA และ STR ของเธอน่าจะค่อนข้างต ่า ดังนั้นเธอ
จะต้องเทเหรียญทั้งหมดของเธอไปยังพลังเวทมนตร์แน่ๆ
“ฉันขอเปลี่ยนละกัน ฉันรับผิดชอบ 2 ชั่วโมง ส่วนเธอ 8
ชั่วโมง”
“เฮ้! ไม่ยุติธรรมเลย! และตอนนี้พลังเวทมนตร์ของฉันก็
หมดแล้วด้วย”
ผมเปิดกระเป๋าโดเกบิและซื้อโพชั่นฟื้นพลังเวทมนตร์
ระดับกลางมาหลายขวด
“งั้นก็ดื่มนี่ซะ”
“นี่มันอะไรกัน?”
“ไอเท็มเหรียญ”
“…ผู้สนับสนุนของนายรวยเหรอ? นายถึงกล้าซื้ออะไร
แบบนี้ให้กับฉัน”
“ฉันต่างหากที่รวย”
ฮันซูยองถลึงตาใส่ผม “นายใส่อะไรแปลกๆ ลงไปป่าว
เนี่ย?”
“งั้นฉันจะเริ่มก่อนละกัน”
ผมแตะศิลาจันทราและเริ่มฉีดพลังเวทมนตร์เข้าไป ซึ่ง 10
ชั่วโมงต่อมา สิ่งที่อยู่ภายในอุกกาบาตนี้ก็คงจะตื่นขึ้นมา
***
ผมหลับไปนานแค่ไหนกัน? ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยิน
เสียงปลุก
“เฮ้ ตื่นเร็วเข้า! มันเริ่มขยับแล้ว!”
ฮันซูยองตะโกนด้วยใบหน้าเป็นกังวลพร้อมกับแตะ
อุกกาบาตไว้
อุกกาบาตเริ่มแตก
มันเป็นปรากฏการณ์ที่คล้ายกันกับเมื่อมังกรไฟทะลวง
ออกมาจากอุกกาบาต มันไม่ใช่ปฏิกิริยาที่รุนแรง แต่ถ้าผม
พูดอะไรผิดไปสักหน่อย… พวกเราทั้งคู่ก็อาจจะตายอยู่
ที่นี่ได้
แสงสว่างเจิดจ้าที่เปล่งประกายออกมาจากศิลาจันทราได้
ขับไล่ความมืดมิดบางส่วนออกไป
มันเป็นการตื่นของสิ่งมีชีวิตอันทรงพลังที่แผ่แรงกดดัน
อันหนักอึ้งเพียงแค่จ้องมองไปที่มัน
(จบตอน)