มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 78 – สถานการณ์ที่ห้า (3)
ชิ้นส่วนของศิลาจันทราตกลงมาบนพื้น แผงคอสีเงินอัน
ยุ่งเหยิงก าลังฟักตัว ถ้ามันเป็นทารกอยู่ ผมคงจะสามารถ
ควบคุมมันได้โดยการใช้ตราประทับ แต่สิ่งนี้ไม่น่าจะใช่
สิ่งมีชีวิตที่ไร้เดียงสาเลย
[คุณได้พบกับสิ่งมีชีวิตจากโลกใบอื่นเป็นครั้งแรกใน
สถานการณ์นี้]
[ความสัมพันธ์กับเผ่าพันธุ์จากต่างโลกเพิ่มขึ้น]
[ได้รับ 2,000 เหรียญเป็นรางวัล]
[คุณได้รับสกิลโบนัสเพื่อการสื่อสารอย่างราบรื่นกับ
เผ่าพันธุ์ต่างโลก]
[ได้รับ ‘ล่ามต่างโลก LV.1’]
ผมได้ยินเสียงของฮันซูยองกลืนน ้าลายอยู่ข้างหลังของผม
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกังวลเนื่องจากการเผชิญหน้ากับ
เผ่าพันธุ์ต่างโลกนั้นคือโหมโรงไปสู่สถานการณ์ที่ห้า
มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ความ
ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยในสถานการณ์ที่ห้าอาจท าให้กรุง
โซลทั้งหมดหายไปได้
[สกิลเฉพาะตัว ‘ล่ามต่างโลก LV.1’ ถูกเปิดใช้งาน]
[ผลของไอเท็มสัญลักษณ์แห่งอิมยันตาร์ช่วยเพิ่มความ
เข้าใจในภาษาเฉพาะ]
ไอเท็มที่ผมได้รับมาจากมังกรไฟจะมีประโยชน์นับตั้งแต่
นี้ไป
[การตีความอัตโนมัติเริ่มขึ้น]
ผมได้ยินเสียงมาจากศิลาจันทราที่ก าลังเปล่งแสง
“”#%#$… บัดซบ เรียบร้อยแล้วเหรอ?”
สิ่งมีชีวิตที่ขดตัวอยู่ภายในศิลาจันทราพึมพ าและยก
ร่างกายของมันขึ้น แผงคอสีเงินท าให้ผมนึกถึงหมาป่าใน
ตอนแรก แต่ผมก็รู้ว่ามันแตกต่างไปจากหมาป่า เหนือสิ่ง
อื่นใด ผมรู้จักเผ่าพันธุ์ของคนผู้นี้
「พวกมันสูงสามเมตร เผ่าพันธุ์อันโดดเด่นแห่งโลก
‘โครโนส’ ที่สามารถเปลี่ยนร่างได้โดยการใช้ศิลาจันทรา
ในยามราตรี พวกมันคือนักสู้ที่มีความแข็งแกร่งทาง
กายภาพอันมหาศาลและใช้พลังแห่งสายลม」
หนึ่งในห้าเผ่าพันธุ์ชั้นยอดแห่งโครโนส
“ฉันคือสุดยอดหมาป่าตัวแรก”
「ในโครโนส พวกมันมีชื่อว่าหมาป่าตัวแรกแห่ง ‘อิม
ยันตาร์’」
“ข้าคือไลคาออนแห่งอิมยันตาร์”
มันมีเสียงลมหายใจที่น่าขนลุกอยู่ในความมืดแห่งยาม
รัตติกาล ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบหยุดนิ่ง ผมสบตา
กับมันในขณะที่ฮันซูยองซ่อนตัวอยู่ข้างหลังผม แน่นอน
ผมไม่ได้ถอยไป
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: ไลคาออน อีสปารัง
อายุ: 371 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: เงาแห่งโลกที่ถูกท าลาย
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: อิมยันตาร์ชั้นสูง (วีรบุรุษ),
ผู้รอดชีวิตที่ถูกหยามเกียรติ (หายาก)
สกิลเฉพาะตัว: วิถีแห่งสายลม LV.9, การฝึกอาวุธขั้นสูง
LV.9, ค ารามศึก LV.8, ญาณแห่งปราชญ์ LV.4, ผิวเหล็ก
LV.8, การแสดง LV.4…
อักขระ: ส่งมอบการท าลายล้าง LV.1
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.75, STR LV.75, AGI
LV75, Magic P0wer LV.75
การประเมินโดยรวม: หนึ่งในห้าสายพันธุ์ชั้นยอดแห่งโค
รโนสที่ถูกท าลาย หลังจากสูญเสียโลกของตัวเองไป เขา
ได้ลงทุนในการถ่ายทอดสดดวงดาวและกลายเป็นผู้ชี้น า
ในสถานการณ์ เขามักจะมองโลกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
ความส านึกผิดอยู่เสมอ
+
ตามที่คาดไว้ วีรบุรุษจากต่างโลกมีสกิลและค่าสถานะที่
ยอดเยี่ยม ค่าสถานะโดยรวมเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เลเวล 75 ความ
แข็งแกร่งของเขาเกินกว่าขีดจ ากัดในปัจจุบันของ
สถานการณ์ไปแล้ว เขาเป็นเป้าหมายของตัวแทนหลาย
คน
ดวงตาสีฟ้าของไลคาออนมองลงมาที่ผมราวกับผม
น่าสนใจ
“เจ้าคือคนที่ปลุกข้าขึ้นมาเหรอ?”
ผมพยักหน้า
“เข้าใจแล้ว… มันได้เวลาแล้วเหรอ? ขอแสดงความยินดี
ด้วยส าหรับการเคลียร์สถานการณ์ฝึกสอนมาได้ นักรบ
แห่งโลกใบนี้”
มันฟังดูเหมือนกับการสอน มันตลกดีที่เขาเลียนแบบโดเก
บิแบบนี้
มันไม่มีการฝึกสอนอยู่ในโลกใบนี้ ทุกสถานการณ์เป็น
เหตุการณ์จริงๆ และคนตายก็ไม่สามารถฟื้นกลับคืนมาได้
อีก แล้วอย่างนั้นมันจะไปมีการฝึกสอนอยู่ได้ยังไง?
“เหล่าคนที่ก าลังเผชิญหน้าอยู่กับการสูญพันธุ์ ก่อนอื่น
เลย ข้ารู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ ‘ภัยพิบัติ’ ได้มาถึงยังโลก
ของเจ้า”
ไลคาออนพูดในขณะที่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
เขาก าลังมองไปยังโถงเอกเหนือกรุงโซล ประเทศเกาหลี
กระแสน ้าวนขนาดยักษ์ที่ชวนให้นึกถึงหลุมด าค่อยๆ เพิ่ม
ระดับของมันขึ้นทุกๆ ชั่วขณะ ไลคาออนเองก็เคยเห็นโถง
เอกในวันที่โลกของเขาถูกท าลาย
ผู้ชี้น าทุกคนในสถานการณ์คือเหล่าคนที่สูญเสียบ้านไป
จากสถานการณ์
“เนื่องจากข้าอยู่ที่นี่แล้ว เจ้าก็สามารถวางใจได้ ข้าคือ ‘ผู้
ชี้น า’ เพื่อหยุดการท าลายล้างโลกใบนี้ ข้าจะฝึกฝนเจ้าเพื่อ
เตรียมพร้อมส าหรับภัยพิบัติและให้ค าแนะน าที่จ าเป็นกับ
เจ้า และ…”
เขาพูดออกมาค่อนข้างลุกลี้ลุกลนแต่เขาก็ยังถือว่าท่องจ า
มาได้ดี เขาอาจจะได้คู่มือมาจากโดเกบิ
ไลคาออนหยุดพูดในทันใด
“…ยังไงก็เถอะ เจ้าเป็นแค่คนเดียวที่ปลุกข้าขึ้นมาเหรอ?”
“มันมีแค่พวกเรา”
“แปลก สถานการณ์ที่สี่ยังไม่ถูกเคลียร์งั้นเหรอ? ถ้ามันถูก
เคลียร์ไปแล้ว ผู้ชี้น าทั้งห้า รวมทั้งตัวข้าเอง ก็คงจะถูกฟัก
ตัวออกมาในที่เดียวกัน… แล้วเจ้าของบัลลังก์หนึ่งเดียวอยู่
ไหนกัน?”
เขาพูดถูก เดิมทีผู้ชี้น าทั้งห้า รวมทั้งไลคาออน จะมา
รวมตัวกันในทันทีที่เจ้าของบัลลังก์หนึ่งเดียวก าเนิดขึ้น
ผมพูดกับไลคาออน “พวกเราไม่มีราชา”
“ไม่มีราชา… เจ้านายแห่งบัลลังก์หนึ่งเดียวตายแล้วเหรอ?
ไม่มีทาง ในปัจจุบัน มันไม่มีทางที่จะสังหารเจ้าของ
บัลลังก์หนึ่งเดียวได้”
ไลคาออนแสดงความไม่เชื่อออกมาในลักษณะที่คุกคาม
“มันไม่มีเจ้าของบัลลังก์หนึ่งเดียวมาตั้งแต่แรกแล้ว”
“เจ้าหมายความว่ายังไง?”
“พวกเราเคลียร์สถานที่สี่โดยไม่ได้รับบัลลังก์หนึ่งเดียว
มา”
เปลวเพลิงปรากฏขึ้นในดวงตาของไลคาออน
“เจ้าก าลังหลอกข้าอยู่เหรอ? เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้!
สถานการณ์ที่สี่จะไม่สิ้นสุดลงจนกระทั่งจะมีคนได้
บัลลังก์ไป”
“มันยังมีวิธีที่จะท าลายบัลลังก์หนึ่งเดียวอยู่”
สีหน้าของไลคาออนแข็งที่อไป ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจ
ค าพูดของผม และดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น
“…หรือว่า?”
ความล าบากใจของวีรบุรุษชั้นสูงแบบนี้มันคุ้มค่าที่ได้เห็น
จริงๆ แผงคอสีเงินของเขาสั่นในขณะที่เขามองมาที่ผม
ใกล้ๆ
“กลุ่มดาวทั้งหลาย… แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้ท าลาย
บัลลังก์…?”
“ถูกต้อง”
“เจ้าท าสิ่งที่น่ากลัวแบบนั้นได้ยังไง?”
ไลคาออนก่นด่าออกมาหลายค าจนผมฟังแทบไม่ทัน
ฮันซูยองมองมายังไลคาออนที่ก าลังร้องตะโกนออกมา
และกระซิบกับผม “เฮ้ มันร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?
ส าหรับนาย…?”
ฮันซูยองเองก็ได้รับสกิลล่ามต่างโลกและได้ยินบท
สนทนา ไลคาออนโวยวายออกมาก่อนที่ผมจะทันได้ตอบ
“ท าไมเจ้าถึงท าแบบนั้น? ในตอนนี้มันไม่มีใครในโลกใบ
นี้ที่อยู่ภายใต้ร่มธงของมหาเทพนั่นแล้วสิ?”
“ไม่มี”
“อ่า! การถ่ายทอดสดดวงดาวไม่ได้สนใจเรื่องโครโนส
เลย! ในตอนนี้โลกใบนี้ก็ล่มสลายลงแล้ว! สิ่งมีชีวิตที่มี
สติปัญญาต ่ากว่าโคโบลด์ก็ควรจะท าหน้าที่ของพวกมัน!”
ผมรู้สึกรังเกียจเมื่อเห็นไลคาออนที่ก าลังหมดอาลัยตาย
อยาก
ใช่ นี่คือแก่นแท้ของคนพวกนี้ บนพื้นผิว พวกเขาถูกส่ง
มาเพื่อช่วยโลกใบนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มีจุดประสงค์
ซ่อนเร้นที่ผมจะไม่ปล่อยให้เกิดขึ้นอยู่
“เจ้าชายแห่งอิมยันตาร์ ไลคาออน อีสปารัง มันเร็วเกินไป
หน่อยมั้งที่จะหงุดหงิด”
เจ้าชายผู้หยิ่งยโสแห่งอิมยันตาร์ตอบสนองต่อการ
เปลี่ยนแปลงของทัศนคติของผมในทันที่
เขาค ารามออกมาด้วยความโกรธ “เจ้ามนุษย์ต ่าต้อย แสดง
ความเคารพต่อหน้าเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ซะ! เจ้าไม่รู้หรอกว่า
บาปของเจ้ามันหนักแค่ไหน!”
“ไลคาออน นายไม่เห็นอะไรเหรอเมื่อโลกของนายสูญ
สิ้นไป? อิมยันตาร์เป็นเผ่าพันธุ์ของโครโนส ไม่ใช่ของ
โลกใบนี้”
สีหน้าของไลคาออนแข็งที่อไป ผมไม่พลาดช่องว่างนี้
และพูดต่อ “มันมีภัยพิบัติห้าอย่างที่ท าลายโลกของนาย”
“อะไรนะ…”
“ทวีปทางใต้ของโครโนสที่เจ้าอาศัยอยู่ถูกท าลายโดย
มังกรใช่ไหม?”
ดวงตาของไลคาออนเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือ “เจ้ารู้
เรื่องนี้ได้ยังไง?”
“มังกรไฟ อิกนีล ภัยพิบัติแห่งขุมนรกแผดเผา มันคือชื่อ
ของภัยพิบัติที่ท าลายโลกของนาย”
ภัยพิบัติเล็กๆ ที่ผมสังหารไป เดิมทีแล้วอิกนีลคือ ‘ภัย
พิบัติ’
เปลวเพลิงเพียงครั้งเดียวสามารถเปลี่ยนเมืองเล็กๆให้เป็น
ทะเลเปลวเพลิงได้ และการกระพือปีกของมันเพียงครั้ง
เดียวก็สามารถท าลายเผ่าพันธุ์ระดับต ่าได้
ทวีปทางใต้ของโครโนสถูกท าลายโดยมัน มังกรไฟที่ตื่น
ขึ้นมาจากอุกกาบาต
ไลคาออนกัดฟันของเขา “เจ้าพูดเหมือนกับว่ามันคือ
เรื่องราวของคนอื่น เจ้าจะต้องเสียใจ ในไม่ช้า โลกของเจ้า
เองก็ต้องเผชิญหน้าก าลังเปลวเพลิงนรกอันร้อนแรงแบบ
นั้น”
“ไม่ต้องห่วง อิกนีลจะไม่มาที่โลกใบนี้
“อะไรนะ?”
“ฉันฆ่ามันไปแล้ว มันจะไม่มีภัยพิบัติ ‘ขุมนรกแผดเผา’
ในโลกใบนี้อีก”
ไลคาออนท าหน้างง ราวกับว่าเขาได้ยินว่าบ้านของตัวเอง
ถูกพากลับมา
“นั่นเป็นเรื่องตลกที่ดีที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมา มันมีเรื่องตลก
แบบนี้อยู่ในโลกใบนี้งั้นเหรอ? มันสนุกไหมที่จะล้อเล่น
กับโลกที่ก าลังจะสูญสิ้นไปในไม่ช้า?”
อืม… แน่นอนว่าไม่ ผมดึงเหรียญสีฟ้าออกมา จากนั้นก็
ราวกับมีเวทมนตร์ เสียงหัวเราะของไลคาออนหยุดลง
สัญลักษณ์การปกป้องแห่งอิมยันตาร์ ไลคาออนเอื้อมมือที่
ก าลังสั่นออกมาหาเหรียญตรา
“ท-ท าไมกัน… เจ้ามีสิ่งนี้ได้ยังไง…?”
สัญลักษณ์การปกป้องแห่งอิมยันตาร์คือเครื่องพิสูจน์ว่า
คนผู้นั้นได้สังหารมังกรภัยพิบัติไปแล้ว
“ไลคาออนแห่งอิมยันตาร์ ช่วยเคารพผู้พิทักษ์ด้วย”
ร่างกายของไลคาออนก้มลงอย่างช้าๆ เข่าของเขาคุกลง
กับพื้น จากนั้นก็ตามด้วยหัวของเขา ดวงตาของเขาสั่น
อย่างรุนแรงราวกับว่าเขาไม่อาจยอมรับมันได้
“ท าดีๆ”
หลังจากนั้นไม่นาน หัวของเขาก็สัมผัสเข้ากับพื้น จากนั้น
ผมก็มองลงไปยังไลคาออน
นี่คือส่วนที่มีประโยชน์ส าหรับการจัดการกับมังกรไฟ
ฮันซูยองยังไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ได้และมองไป
ยังไลคาออนด้วยสายตาที่สับสน ผมเกือบถูกความ
โหดร้ายของฮันซูยองสังหารแล้ว แต่เธอก็ได้ท าให้สิ่ง
ต่างๆ ง่ายขึ้น
ไลคาออนพูดด้วยน ้าเสียงสั่นๆ “นักล่ามังกรผู้ยิ่งใหญ่…
ด้วยประโยชน์จากประสบการณ์ที่ข้ามีมา ข้าหวังว่าท่าน
จะยกโทษให้กับความหยาบคายของข้า”
“ฉันชื่อคิมทกจา”
เป็นอีกครั้งที่ผมคิดว่าชื่อของผมไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย นี่
คงจะเป็นฉากที่ยิ่งใหญ่ถ้าชื่อของผมคือยูจงฮยอค ผมรีบ
พูดต่อเพื่อจัดการกับบรรยากาศที่น่าอึดอัด
“ไลคาออน มีบางสิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าท า”
ไลคาออนเงยหน้าขึ้นมองอย่างระมัดระวัง
“สอนวิถีแห่งสายลม ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาลับของพวกเจ้า
ให้กับข้า”
ดวงตาของไลคาออนค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น นี่คือจุดประสงค์
ของผมที่อยู่เบื้องหลังการฟักตัวไลคาออน
ภัยพิบัติทางทิศใต้ของมังกรไฟได้หายไปแล้ว ดังนั้นภัย
พิบัติแรกในสถานการณ์ที่ห้าก็ต้องเป็น ‘ภัยพิบัติทางทิศ
ตะวันออก’ แน่ๆ
เพื่อป้องกันภัยพิบัติในทิศตะวันออก ผมจ าเป็นต้องมี
เคล็ดวิชาลับแห่งอิมยันตาร์
วิถีแห่งสายลม มันเป็นค าตอบเดียวส าหรับภัยพิบัติทาง
ทิศตะวันออก ‘ภัยพิบัติแห่งค าถาม’
***
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ผมก็อธิบายสถานการณ์ให้กับฮันซูยอง
ที่หลุดจากการสนทนาไป
“งั้นเหรียญตราที่นายได้รับมาจากการสังหารมังกรไฟก็
เป็นสิ่งที่ส าคัญกับพวกเขาสินะ?”
“ใช่”
“ฉันก็ยังไม่เข้าใจ… มังกรไฟที่นายฆ่าไปในตอนนั้นเป็น
หนึ่งในภัยพิบัติงั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง”
“…งั้นในสถานการณ์ที่ห้า พวกเราก็ต้องป้องกันภัยพิบัติ
4 อย่าง แทนที่จะเป็น 5 อย่างงั้นสิ?”
“เธอดูเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?”
ฮันซูยองขมวดคิ้ว
“ฉันยังไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่านายฆ่าอิกนีลไปแล้วเหรอ? มัน
ไม่ใช่มังกรกระจอกนั่น ดังนั้นท าไมมันจึงเป็นภัยพิบัติ? นี่
ยังเป็นเหมือนกับการด าเนินเรื่องของหนทางเอาชีวิตรอด
อยู่ไหม?”
“…ทุกๆ สิ่งที่ฟักตัวออกมาจากอุกกาบาตภัยพิบัติล้วน
แล้วแต่เป็นภัยพิบัติ ผู้ชายคนนี้ได้ออกมาแทนอิกนีล
ดังนั้นอิกนีลจะไม่ปรากฏตัวขึ้นในภัยพิบัตินี้ นอกจากนี้
อิกนีลยังไม่ปรากฏอยู่ในต้นฉบับ การฟักตัวอิกนีลออกมา
มันมีแค่ในสถานการณ์ที่ห้าเท่านั้น ดังนั้นมันจะมีอะไร
แบบนั้นตื่นขึ้นมาแล้วได้ยังไง?”
“…นายพูดได้ดี นายเป็นโฆษกของหนทางเอาชีวิตรอด
ป่าวเนี่ย? หรือว่านายคือนักเขียนตัวจริง?”
ความยากของสถานการณ์นั้นไร้สาระสิ้นดี แต่มันก็ถูก
ปรับเพื่อให้สามารถเคลียร์ได้หากผู้คนเสี่ยงชีวิต
…แน่นอนว่าการปรับนั้นก็ถูกควบคุมอย่างระมัดระวัง
อิกนีลขนาดเล็ก เวอร์ชั่นลดพลังลงจากการฟักตัวได้
ท าลายล้างเหล่าผู้เผยพระวจนะ ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็น
ทหารชั้นยอดในเวลานั้น นั่นคือทั้งหมดเหรอ? ผมถูก
มังกรนั่นฆ่าไปครั้งหนึ่ง ถ้าไม่ใช่เพราะราชาผู้ไม่สังหาร
ผมคงจะไม่มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว
ถ้าอิกนีลถูกปลดปล่อยมายังกรุงโซลและเลื่อนระดับขึ้น
เรื่อยๆ โซลก็คงจะต้องพินาศลงเหมือนกับบ้านเกิดของไล
คาออน
แน่นอนว่าฮันซูยองนั้นไม่รู้เรื่องดังกล่าวและยุ่งอยู่กับการ
บ่น
“ยังไงก็เถอะ ไม่ใช่ว่าภัยพิบัติคือเรื่องใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้
เหรอ? ฉันมีปัญหาหลายอย่างเลยเกี่ยวกับการท าความ
เข้าใจสเกลเพราะเส้นทางต่างๆ ที่ถูกแสดงอยู่ในหนทาง
เอาชีวิตรอด…”
“พวกเราโชคดีเรื่องมังกรไฟ ภัยพิบัติอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นจะ
อยู่ในสภาพดั้งเดิม สิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวจะปรากฏตัวขึ้น”
มันเป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้เห็นสีหน้าของนักลอกเลียนแบบ
กับค าว่า ‘ดั้งเดิม’
“แล้วพวกเราควรท ายังไงดี?”
“พวกเราต้องใช้ชายคนนี้”
ผมมองไปยังไลคาออนที่ก าลังเตรียมการฝึกอยู่ในสถานที่
อันห่างไกล
ฮันซูยองถาม “เขาดูแข็งแกร่ง นายต้องการให้เขาต่อสู้งั้น
เหรอ?”
“ผู้ชายคนนี้เป็นคนขี้ขลาด นอกจากนี้ ผู้ชี้น ายังถูกห้าม
ไม่ให้ต่อสู้กับภัยพิบัติของต่างโลก พวกเราต้องจัดการ
เรื่องนี้ด้วยตัวเอง”
ผมได้ยินไลคาออนก าลังเรียกผม
“ผู้พิทักษ์ ข้าพร้อมแล้ว”
ผู้พิทักษ์คือฉายาของเจ้าของเหรียญตรา ผมบอกให้เขา
เรียกชื่อของผมอยู่สองสามครั้ง แต่ไลคาออนก็ไม่ยอมแพ้
“จากนี้ไป ข้าจะสอนเคล็ดวิชาลับของเผ่าข้าให้กับท่าน
วิถีแห่งสายลม”
วิถีแห่งสายลม มันเป็นสกิลลับที่ท าให้ผู้ใช้สามารถใช้ลม
ได้เหมือนกับแขนขาของตัวเอง
ในบรรดาเผ่าพันธุ์ต่างๆ มีเพียงแค่ผู้ที่มีสัญลักษณ์การ
ปกป้องแห่งอิมยันตาร์เท่านั้นที่สามารถเรียนสกิลนี้ได้
เดิมทียูจงฮยอคได้ถูกก าหนดไว้ให้ได้รับสิ่งนี้ แต่ก็ไม่ใช่
กับครั้งนี้ ผมไม่อาจยอมให้คนที่แข็งแกร่งได้สกิลดีๆ ไป
ทั้งหมด
“งั้นข้าจะเริ่มเลยนะ”
ส าหรับสามชั่วโมงถัดไป ผมก็คงต้องเหงื่อโทรมกายเพื่อ
เรียนสกิล
มันคงจะดีถ้าระบบมีข้อความอย่างเช่น ‘คุณต้องการที่จะ
เรียนสกิลหรือไม่?’ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ มันต้องเรียนรู้ส
กิลนี้ตรงๆ เพื่อให้ได้สกิลมาเท่านั้น
ผมได้อ่านนิยายมาแล้ว ดังนั้นผมจึงสามารถติดตามการ
เคลื่อนไหวของไลคาออนได้เล็กน้อย ถ้าจะพูดให้ชัดขึ้น
ผมคิดว่าผมก าลังติดตามมันอยู่
ผ่านไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง ไลคาออนก็ลังเล ก่อนที่
จะพูดขึ้นมา “ผู้พิทักษ์ ข้าขอโทษนะที่ต้องพูดแบบนี้
แต่…”
(จบตอน)