มู่หนานจือ - บทที่ 480 ถูกผิด
เจียงเซี่ยนสนใจแค่การเดินทางกับความปลอดภัยของหลี่เชียน นางยังคงเชื่อมั่นในความสามารถในการจัดการงานของหลี่เชียนมาก ในเมื่อหลี่เชียนคิดว่าสามารถไกล่เกลี่ยให้คืนดีกัน นได้ ก็คิดว่าจะต้องตัดสินใจว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรแล้วอย่างแน่นอน นางจึงไม่ถามอีกแล้วเช่นกัน
นางยกชาส่งแขก
เซี่ยหยวนซีลุกขึ้น และคารวะเจียงเซี่ยนอย่างนอบน้อม ถึงจะถอยออกไป
เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะถามฉิงเค่อที่รับใช้อยู่ข้างกายว่า “เจ้ารู้สึกว่าช่วงนี้เซี่ยหยวนซีมีบางอย่างผิดปกติหรือไม่?”
“ผิดปกติตรงไหนหรือเจ้าคะ?” ฉิงเค่อสั่งให้สาวใช้จัดการชุดชา และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าดูไม่ออก!”
เจียงเซี่ยนคิดแล้วเอ่ยว่า “ข้ารู้สึกว่าตอนที่ข้าพูด เขาตั้งใจฟังมาก ขอเพียงเป็นความเห็นของข้า เขาก็จะคิดทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าถึงจะตอบ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่คิดอย่างไรก็พ พูดอย่างนั้น แลดูค่อนข้างระมัดระวัง”
และเคารพนางมาก จนแทบจะคารวะเหมือนคนรับใช้
ตามหลัก เซี่ยหยวนซีมาจากตระกูลจวี่เหริน และเป็นบัณฑิตที่แท้จริง คนแบบนี้นิสัยเย่อหยิ่งที่สุดแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่นางเป็นเพียงผู้หญิงจากเรือนด้านใน ต่อให้เป็นผู ที่มีความสามารถโดดเด่นที่มีความรู้มาก ก็อาจจะไม่สามารถทำให้เขาเคารพแบบนี้ได้เช่นกัน
ฉิงเค่อยิ้มพลางเอ่ยว่า “อาจจะเป็นเพราะใต้เท้าให้ความสำคัญกับท่านหญิง คนที่อยู่ข้างกายใต้เท้าจึงพากันเคารพท่านหญิง”
เจียงเซี่ยนคิดว่าอาจจะไม่
เพียงแต่ถกเถียงแบบนี้ต่อไปก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี
นางจึงยิ้มพลางคุยเรื่องอื่นกับฉิงเค่อ
ผ่านไปเช่นนี้สองวัน ก็ถึงวันที่หลี่หลินกับหลี่เสว่ออกเดินทางกลับไท่หยวนแล้ว
เจียงเซี่ยน นายหญิงคัง และนายหญิงเจิ้งส่งหลี่เสว่ถึงนอกประตูเมือง ส่วนพวกหลี่จี้ เจิ้งฉง หลี่เหลย และจงเทียนอวี่ส่งหลี่หลินออกไปสิบลี้
เพียงแต่พอพวกเขากลับมา เจียงเซี่ยนก็ได้รับจดหมายจากเฉาเซวียน บอกว่าผู้ตรวจการการศึกษาต้องมาจากตระกูลจิ้นซื่อ เขาเห็นแล้วลองหยั่งเชิงสำนักราชเลขาธิการหลายครั้ง พวกขุนนางที่ช ช่วยฮ่องเต้บริหารราชการแผ่นดินต่างก็ไม่ยอมเอ่ยปากเรื่องนี้ จึงจำเป็นต้องถอยและขออันดับรองลงมา โดยช่วยหาตำแหน่งอาจารย์ที่อำเภอฉางอันให้ใต้เท้าลู่ เพราะอำเภอฉางอันเป็นเมือง ที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของซีอาน และอยู่ใกล้ซีอานมาก พวกศาลาว่าการผู้ว่าราชการมณฑลส่านซีกับศาลาว่าการสำนักข้าหลวงยุติธรรมมณฑลส่านซีต่างก็อยู่ซีอาน มีใต้เท้ามากมาย จนอาจจะเจอ อคนที่ระดับสูงกว่าตนเองเรื่อยเปื่อย คนมากมายล้วนไม่อยากไปรับราชการที่นี่ แต่เรื่องของคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่นั้นเวลาไม่คอยท่า จึงให้ใต้เท้าลู่ไปรับราชการที่อำเภอฉางอันก่อน แล้ว วในอนาคตค่อยคิดหาทางค่อยๆ โยกย้าย
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับคิดว่าไม่เลว
อำเภอฉางอันอยู่ใกล้ซีอาน ก็หมายความว่าใช้ชีวิตสะดวกเช่นกัน ใต้เท้าลู่อายุปูนนี้แล้ว แถมนิสัยโอหังและถือดีอีก ยังหวังว่าเขาจะได้เลื่อนตำแหน่งอีกอย่างนั้นหรือ!
นางเขียนจดหมายหาคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่
จดหมายไปถึงก่อนหลี่หลินเจ็ดแปดวัน ประกาศจากกรมขุนนางก็ไปถึงก่อนหลี่หลินสองสามวัน
ตอนที่หลี่หลินกลับถึงเมืองไท่หยวน ทุกคนต่างก็รู้ข่าวที่ใต้เท้าลู่จะย้ายไปแล้ว
ใต้เท้าลู่ยังคิดจะโอ้อวดว่า ‘ที่นี่อยู่ไม่ได้ย่อมมีที่ที่อยู่ได้’ ฮูหยินลู่จึงแย่งหนังสือรับราชการของใต้เท้าลู่ไป และเอ่ยอย่างเกลียดที่ไม่เข้าใจพวกเรื่องมารยาทธรรมดาว่า “ “ท่านได้ไปอำเภอฉางอัน เพราะท่านหญิงเป็นคนช่วยเหลือ เวลานี้ตระกูลหลี่กำลังจะแต่งงานกับตระกูลเกา เกาเมี่ยวหรงก็จะเป็นพี่สะใภ้ของท่านหญิงแล้ว ท่านเปิดโปงเรื่องนี้ออกไปตอนนี้ จะไม่หาเรื่องให้ท่านหญิงหรือ? คนอื่นช่วยพวกเราแล้ว พวกเราจะทำร้ายคนอื่นไม่ได้!”
ใต้เท้าลู่โกรธจัดทันที และเอ่ยว่า “ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลี่ฉางชิงคิดอย่างไร สะใภ้ที่ดีขนาดนี้ไม่ปกป้อง กลับเชื่อฟังหลานชายของตนเอง รับผู้หญิงที่จิตใจโหดเหี้ยมเข้าตระกูลเป ป็นหลานสะใภ้ นี่ไม่ได้คิดจะทำลายตระกูลหรือ? ข้าว่าหลี่ฉางชิงก็ไม่ใช่คนที่เปิดเผยอะไรเหมือนกัน!”
ฮูหยินลู่ได้ยินแล้วก็ถอนหายใจไม่หยุด และเอ่ยอย่างค่อนข้างเห็นใจว่า “นี่ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเลือกเช่นกัน! ถึงอย่างไรหลานชายก็ไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ตั้งใจเลี้ยงดูจนโตขนาดนี้ ยัง งไม่รู้ว่าได้รับความเป็นไม่ธรรมมาแค่ไหน เวลานี้หลี่หลินจะแต่งเกาเมี่ยวหรงเข้าตระกูลให้ได้ คนเป็นอาอย่างใต้เท้าหลี่ คัดค้านหนึ่งครั้ง คัดค้านสองครั้ง ยังสามารถคัดค้านสาม มครั้งได้อย่างนั้นหรือ ยังสามารถไล่ออกจากบ้านเหมือนลูกชายของตนเองได้อย่างนั้นหรือ? ตอนนี้คนทั้งเมืองไท่หยวนมีใครไม่พูดว่าหลี่ฉางชิงกับภรรยาใจกว้างบ้าง ไม่เพียงแต่ช่วยหลานชา ายแต่งงานตามความต้องการของหลานชาย ยังให้บ้านให้ที่นาช่วยหลานชายก่อตั้งตระกูลเอง แม้แต่พระโพธิสัตว์ ก็ทำได้เพียงขั้นนี้แล้วเช่นกัน ข้าว่า…หลี่ฉางชิงไม่ใช่ว่าไม่รู้ เพียงแต ต่เป็นคนใจกว้าง คำบางคำพูดไม่ได้ และเรื่องบางเรื่องทำไม่ได้เท่านั้น”
“เรื่องครอบครัวซับซ้อน ถึงจะเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริตก็ยากที่จะตัดสินถูกผิดได้เช่นกัน!” ใต้เท้าลู่ได้ยินแล้วก็ถอนหายใจตามไปด้วย และเอ่ยว่า “พ่อลูกตระกูลหลี่ต่างดีมาก โ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านหญิง เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตพวกเรา ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ต้องให้ลูกสาวแต่งงานกับเจ้าเกาเมี่ยวหวา ชื่อเสียงของพวกเราทั้งตระกูลก็จบแล้ว ชีวิตนี้ของต้าน นานก็ถือว่าจบแล้วเช่นกัน”
ฮูหยินลู่อดไม่ได้ที่จะปลอบใจใต้เท้าลู่ว่า “ให้ต้านานแต่งงานกับเกาเมี่ยวหวาเป็นความคิดของข้า ตอนนั้นท่านบอกว่ายอมลาออกไม่ใช่หรือ?”
ถึงอย่างไรพวกเขาสามีภรรยาต่างก็ลังเลเรื่องนี้มาก สุดท้ายในใจยังคิดจะสละลูกสาวคนโตเพื่อช่วยให้ทั้งครอบครัวบรรลุความปรารถนา พอลองคิดดูหลังจากเรื่องราวผ่านไปแล้ว สองสามีภรรยา าต่างก็รู้สึกเสียใจมาก
“ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องนี้อีกแล้ว” ใต้เท้าลู่หน้าแดง และเอ่ยว่า “ไปอำเภอฉางอันแล้ว เจ้าจำไว้ว่าต้องพาลูกสาวทั้งสองคนไปคุกเข่าคำนับขอบพระคุณท่านหญิง และต่อไปก็ต้องไปคารวะท่านห หญิงบ่อยๆ เช่นกัน ครอบครัวของพวกเรามีวันนี้ได้ ต้องขอบคุณท่านหญิง”
ฮูหยินลู่พยักหน้าติดกันหลายครั้ง
ใต้เท้าลู่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก็เอ่ยอีกว่า “เรื่องแต่งงานของต้านาน ก็ไม่ต้องทำให้ลูกลำบากใจแล้ว มีคนดีก็แต่งเลย หากไม่มีคนดี ก็เลี้ยงไว้ในบ้าน ข้ามีกิน นางก็มีกิน ไม ม่ต้องทำให้ลูกลำบากใจอีกแล้ว”
ฮูหยินลู่พยักหน้าน้ำตาคลอ
ทว่าถึงอย่างไรใต้เท้าลู่ก็ยังยอมไม่ได้ จึงเอ่ยว่า “ไม่อย่างนั้น…พวกเราก็ออกเดินทางสองวันนี้แล้วกัน! เจ้าวางใจ ข้าจะไม่บอกใครว่าเกิดอะไรขึ้นกับงานของข้าเด็ดขาด”
หลอกพวกเพื่อนขุนนางอย่างใต้เท้าจวงที่เมื่อก่อนเคยรังแกเขาได้พอดี
ฮูหยินลู่นึกถึงข่าวที่ตนเองได้มา ตระกูลหลี่กำหนดว่าจะมอบสินสอดปลายเดือนสาม หากพวกเขาไปจากไท่หยวนก่อนที่ตระกูลหลี่จะไปมอบสินสอด ก็สามารถทำให้พวกคนที่วิจารณ์คนอื่นลับหลัง งมั่วซั่ววิพากษ์วิจารณ์ได้พอดี และถือว่าระบายความแค้นให้ลูกสาวเช่นกัน
“ได้!” ฮูหยินลู่ตัดสินใจทันที และเอ่ยว่า “ข้าจะสั่งให้คนเก็บหีบสัมภาระเดี๋ยวนี้ คืนค่าเช่าบ้าน และจัดคนไปเตรียมที่พักที่อำเภอฉางอันล่วงหน้า”
ใต้เท้าลู่รู้สึกว่าในที่สุดฮูหยินของตนเองก็ใจตรงกับตนเองแล้ว จึงตื่นเต้นมาก จึงลุกขึ้นยืนและเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรหนังสือราชการก็ส่งมาแล้ว ข้าจะไปคุยกับใต้เท้าหลี่เดี๋ยวนี้ ส ส่งมอบงานในมือ และตั้งใจช่วยเจ้าย้ายบ้าน!”
ฮูหยินลู่เห็นด้วยมาก จึงส่งใต้เท้าลู่ออกไปข้างนอกด้วยตนเอง
——————————————————
ส่วนหลี่หลินได้ข่าวก็เพราะเกาเมี่ยวหวามาหาเขา
“ทำไมเจ้าถึงกลับมาช้าขนาดนี้!” เกาเมี่ยวหวาเอ่ยอย่างค่อนข้างตำหนิ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าใต้เท้าลู่ย้ายไปเป็นอาจารย์ที่อำเภอฉางอัน สองวันนี้ก็จะออกเดินทางไปอำเภอฉางอันแล้ว”
หลี่หลินส่ายหน้าอย่างตกใจ และสังหรณ์ใจว่าหลี่เชียนเป็นคนช่วยใต้เท้าลู่
เขาทำแบบนี้ได้อย่างไร?
นี่มันช่วยคนนอกตบหน้าคนในครอบครัวไม่ใช่หรือ?
สีหน้าของหลี่หลินดูแย่มาก และคิดแต่จะไล่เกาเมี่ยวหวาไปจะได้เขียนจดหมายไปซักถามหลี่เชียน ทว่าเกาเมี่ยวหวาดันไม่มีไหวพริบแม้แต่นิดเดียว และบ่นอยู่ตรงนั้นว่า “อาหลิน เจ้ าต้องตรวจสอบเรื่องนี้ จู่ๆ ตระกูลลู่ก็ถูกย้ายไป ต้องมีคนจงใจทำอย่างแน่นอน นี่มันกำลังตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้าไม่ใช่หรือ? น้องสาวข้าโกรธเรื่องนี้จนร้องไห้ และไม่กินข้าวหลาย วันแล้ว…”