มู่หนานจือ - บทที่ 481 ปฏิเสธสิ่งที่ควรปฏิเสธ
ก่อนหน้านี้หลี่หลินก็รู้ว่าคนที่เกาเมี่ยวหรงชอบคือหลี่เชียน เขาก็ไม่ได้คิดว่าจะแย่งคนกับหลี่เชียนเช่นกัน ทว่าหลังจากนั้นหลี่เชียนกลับทำให้เกาเมี่ยวหรงเสียใจ ด้วย การแต่งงานกับท่านหญิงเจียหนานเพื่ออนาคตของตนเอง เขาคิดว่าเกาเมี่ยวหรงไม่ใช่ผู้หญิงที่จิตใจรวนเร หลี่เชียนทำแบบนี้ นางจะต้องเสียใจนานมากอย่างแน่นอน เขาก็คิดว่าจะรออีก กสองสามปีค่อยเอ่ยถึงเรื่องแต่งงานกับเกาเมี่ยวหรง แต่คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนแปลงเร็วขนาดนี้ ไม่นานเขาก็มีโอกาสแต่งงานกับเกาเมี่ยวหรงแล้ว เขาจึงให้ความสำคัญมาก และหวัง เช่นกันว่าเกาเมี่ยวหรงจะปล่อยวางหลี่เชียนได้ แล้วตั้งใจใช้ชีวิตกับเขา เขาถึงกับเคยคิดว่าทำไมเกาเมี่ยวหรงถึงชอบหลี่เชียน พูดไปพูดมา ก็เพียงเพราะหลี่เชียนเป็นผู้สืบทอ อดตระกูลหลี่ มีความสามารถ และสามารถรับใช้ตระกูลได้ บางครั้งเขาอดที่จะคิดไม่ได้ว่า หากเขาสามารถแบกรับภาระอันหนักอึ้งของตระกูลได้เหมือนหลี่เชียน เกาเมี่ยวหรงก็จะไม่ชอบห ลี่เชียนขนาดนั้นแล้วหรือไม่?
ดังนั้นเขาจึงจริงใจกับการแต่งงานนี้มาก ไม่อยากให้เกาเมี่ยวหรงได้รับความไม่เป็นธรรม และไม่อยากให้เกาเมี่ยวหรงแต่งงานอย่างกล้ำกลืนฝืนทน
พอได้ยินเกาเมี่ยวหวาเอ่ยเช่นนี้ หลี่หลินก็รู้สึกไม่สบายใจมาก
เขาเอ่ยว่า “ข้าไปพบเมี่ยวหรงกับท่านพี่ดีกว่า? ข้าอยากเตือนนางสักหน่อย”
นัยน์ตาของเกาเมี่ยวหวาเคร่งขรึม และอดไม่ได้ที่จะฉายแววดูหมิ่น
เขาไม่เห็นด้วยที่เกาเมี่ยวหรงแต่งงานกับหลี่หลินอย่างสิ้นเชิง
หลี่หลินไม่เคยเรียนหนังสือ ชีวิตนี้ก็ทำได้เพียงใช้ชีวิตพึ่งพาอาศัยหลี่ฉางชิงแล้วเช่นกัน
เขากับน้องสาวใช้ชีวิตพึ่งพาอาศัยคนอื่นมาตั้งแต่เด็ก ความปรารถนาที่ใหญ่ที่สุดก็คือก่อตั้งตระกูลเอง
เกาเมี่ยวหวาคิดว่าเกาเมี่ยวหรงแต่งงานกับพ่อหม้ายที่ภรรยาตายแล้วยังสามารถช่วยเหลือตนเองได้มากกว่าแต่งงานกับหลี่หลินที่ไม่มีความคิดเป็นของตนเองและทำตามความคิดเห็นของคนอื่ นตลอดต่อหน้าหลี่ฉางชิง
คำตอบของหลี่หลินในเวลานี้ทำให้ความรู้สึกแบบนี้ของเขารุนแรงขึ้นแล้ว
หากหลี่เชียนอยู่ตรงนี้ จะต้องไม่ตอบแบบนี้อย่างแน่นอน
ต่อให้เขาไม่ระบายความแค้นให้เกาเมี่ยวหรง ก็จะไม่ปล่อยให้คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ไปจากเมืองไท่หยวนอย่างง่ายดายแบบนี้เช่นกัน
หลี่หลินเป็นคนไม่ได้เรื่องได้ราวที่อ่อนแอ ขี้ขลาด และไร้ความสามารถจริงๆ!
เกาเมี่ยวหวาคิด และอดไม่ได้ที่จะดึงแขนเสื้อของตนเอง แล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าก็ไปกับข้าเถอะ!”
เขาอยากดูมากว่าหลี่หลินเจอเกาเมี่ยวหรงแล้วจะพูดอะไรบ้าง
ทั้งสองคนไปที่เรือนของเกาเมี่ยวหรงด้วยกัน
——————————————————
ทั้งสองตระกูลกำลังจะหมั้นแล้ว ในครอบครัวของเกาเมี่ยวหรงไม่มีผู้อาวุโสที่เป็นผู้หญิง จึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องสะสมสินเดิมทีละเล็กทีละน้อยแล้วเช่นกัน ของมากมายล้วนต้องซื้อใหม่ ตาม หลัก เกาเมี่ยวหรงควรจะรีบซื้อสินเดิมถึงจะถูก ทว่าทั้งๆ ที่นางรู้ดีอยู่แก่ใจกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
แต่งงานกับหลี่หลินแล้ว ก็ไม่มีทางถอยแล้ว
นางก็ทำได้เพียงเดินตามหลี่หลินไปจนสุดทางแล้ว
มีลูกให้หลี่หลิน จัดการงานบ้านให้เขา แบ่งปันความทุกข์กับเขา กระทั่งตายแล้ว ก็ต้องฝังอยู่กับเขาเช่นกัน
แค่นางคิด ก็รู้สึกหวาดกลัวเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ
หากเวลาสามารถหยุดได้ก็ดี!
หรือ…จู่ๆ ก็มีคนก้าวออกมาช่วยนางไป…
ในสมองของนางคล้ายจะปรากฏใบหน้าอันหล่อเหลาของหลี่เชียน
ทำไมไม่ใช่นาง?
เพราะชาติกำเนิดขางนางไม่ดีพอหรือ?
เพราะนางไม่สามารถนำเกียรติยศและผลประโยชน์มาให้เขาได้เหมือนเจียงเซี่ยนหรือ?
นางก้มตัวลงอย่างเจ็บปวด รู้สึกว่าตนเองใกล้จะตายแล้ว!
เซียงมู่ที่ไปยกข้าวต้มมาให้นางเข้าห้องมาเห็นเกาเมี่ยวหรงกุมหน้าอกและขดตัวอยู่บนเตียงอุ่น ก็ตกใจ แล้วรีบวางถาดที่ยกข้าวต้มลงและวิ่งไปหา
“คุณหนู คุณหนู!” นางร้อนใจจนน้ำตาใกล้จะร่วงลงมาแล้ว “ท่านเป็นอะไรไป? เด็กๆ! รีบไปเชิญหมอมา!”
“เกิดอะไรขึ้น!” หลี่หลินกับเกาเมี่ยวหวาที่เพิ่งจะก้าวเข้ามาในเรือนของเกาเมี่ยวหรงบุกเข้ามาอย่างตกใจมากจนหน้าถอดสี
“ข้าไม่เป็นไร!” เกาเมี่ยวหรงไม่สามารถอธิบายความกลัดกลุ้มของตนเองกับหลี่หลินได้ จึงจำเป็นต้องกดความเจ็บปวดรวดร้าวในใจลงไป
เกาเมี่ยวหวาคล้ายจะเข้าใจความคิดของเกาเมี่ยวหรงเล็กน้อย ทว่ากลับพูดไม่ได้…คำบางคำพูดออกมาแล้ว มีแต่จะทำให้หลี่หลินไม่พอใจ กระทั่งสงสัยความบริสุทธิ์ของเกาเมี่ยวหรง แบบนี้ ตระกูลเกาก็ถูกกกระทำเกินไปแล้ว ในเมื่อเกาเมี่ยวหรงจะแต่งงานกับหลี่หลินแล้ว ทำไมจะต้องทำลายผลประโยชน์ของตระกูลเกาเพื่อเรื่องแบบนี้ล่ะ!
เขาเอ่ยทันทีว่า “น่าจะเป็นเพราะโกรธจนไม่ได้กินข้าวหลายวัน!”
ใบหน้าของหลี่หลินฉายแววรู้สึกผิด และเอ่ยอย่างรู้สึกเสียใจว่า “น้องเกา ตระกูลลู่ไปแล้วก็ดีเหมือนกัน ตาไม่เห็นถือว่าสะอาด ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ฝูเจี้ยนหรือไท่หยวน ต่างก็มีช ชื่อเสียงดีมาตลอด ทำไมจะต้องทำลายชื่อเสียงของตนเองเพื่อตระกูลแบบนี้”
เกาเมี่ยวหรงโกรธจนปวดตับ
ฮูหยินจวงล่วงเกินเจียงเซี่ยน เจียงเซี่ยนก็มีความสามารถรั้งใต้เท้าจวงไว้ที่ไท่หยวน ทำให้ตระกูลจวงมีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ จนตอนนี้ฮูหยินจวงไม่ยอมอ ออกแม้แต่ประตูใหญ่
ทว่านางนั้น ไม่เพียงแต่สูญเสียเรื่องแต่งงานซึ่งเป็นที่แน่นอนแล้วของคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่ ยังปล่อยให้ตระกูลลู่ไปส่านซีจากไท่หยวนอย่างปลอดภัย แม้ทั้งสองที่จะติดกัน แต่ไปเที่ยว หนึ่งก็หลายร้อยลี้เช่นกัน ทางซีอานก็ไม่มีคนรู้เบื้องหลังของตระกูลลู่ นานๆ ไป เรื่องของคุณหนูใหญ่ลู่จะทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้อย่างนั้นหรือ!
กระทั่งยังสามารถแต่งงานกับลูกหลานตระกูลขุนนางที่ไม่รู้เบื้องหลังของนางได้
หากคนที่นางแต่งงานคือหลี่เชียน จะถูกคนดูถูกและเมินเฉยแบบนี้หรือไม่?
เกาเมี่ยวหรงกัดริมฝีปาก จนตอนที่ความเจ็บปวดซึ่งส่งมาจากมุมปากทำให้นางจำเป็นต้องมองตรงไปยังผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าตนเอง นางถึงจะฝืนอดกลั้นความโกรธในใจและเผยรอยยิ้มออกมาอย่างเบาบ บาง แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “เดิมทีเรื่องนี้ข้าก็ทำไม่ถูก! ข้ารีบร้อนเกินไป ข้าชอบคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่มาก และอยากให้นางเป็นพี่สะใภ้ของข้าจริงๆ จึงอยากเป็นแม่สื่อ ให้นาง งดูว่าพี่ชายของข้าเป็นคนอย่างไร…”
ข้างกายตระกูลหลี่ล้วนเป็นคนที่ชาตินี้เพิ่งจะรุ่งเรืองเหมือนกับตระกูลหลี่ ยังมีคนมากมายที่เดิมทีก็สู้ตระกูลหลี่ไม่ได้ สำหรับพวกเขา ถึงแม้การแต่งงานของลูกๆ จะต้องให้ฐานะ ะครอบครัวของทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกัน และเหมาะสมที่จะแต่งงานกัน ตามคำพูดของแม่สื่อ แต่ก็หวังเช่นกันว่าการแต่งงานของพวกลูกๆ จะมีความสุข จึงไม่ถือสาที่ก่อนแต่งงานทุกคนจะมองกัน เล็กน้อย และสบตากันแล้วค่อยแต่งงาน
ดังนั้นหลี่หลินถึงได้รู้สึกว่าเกาเมี่ยวหรงไม่มีอะไรผิด
หากจะบอกว่ามีอะไรผิดจริงๆ ก็น่าจะเป็นทำอะไรไม่เชี่ยวชาญพอ จึงถูกคนพบเข้า
เขาปลอบใจเกาเมี่ยวหรง “ข้ารู้ ข้ารู้ แต่ข้าคิดว่าตระกูลลู่อยู่นี่ไม่ค่อยดีจริงๆ ในอนาคตท่านพี่ยังต้องคุยเรื่องแต่งงาน หากฝ่ายหญิงให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้จะทำอย่างไ ไร? เจ้าอยากหาลูกของตระกูลบัณฑิตให้ท่านพี่มาโดยตลอดไม่ใช่หรือ? พวกตระกูลบัณฑิตให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ที่สุดไม่ใช่หรือ?”
ก็เพราะพวกตระกูลบัณฑิตให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ นางถึงโกรธที่ตระกูลลู่ถูกย้ายไป
ข่าวที่เกาเมี่ยวหวาถูกตระกูลลู่ปฏิเสธแพร่ออกไปแล้ว หากเป็นตระกูลอย่างตระกูลลู่ก็จะรู้สึกว่าเกาเมี่ยวหวาเป็นคนที่ตระกูลลู่ไม่ต้องการแล้ว กระทั่งนิสัยมีปัญหา นอกเสียจากว ว่าเกาเมี่ยวหวามีตรงไหนโดดเด่นเป็นพิเศษ และสามารถทำให้คนอื่นคิดว่าตระกูลลู่ปฏิเสธการแต่งงานเพราะตระกูลลู่ไม่ถูกใจได้…
เกาเมี่ยวหรงเห็นหลี่หลินทำเหมือนว่าตามหลักก็ควรจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ก็ไม่อยากคุยกับเขาแม้แต่คำเดียว จึงหลับตาและตั้งสติ ถึงจะกดความเกลียดชังในใจลงไปได้ และเอ่ยว่า “ข้า รู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอพักก่อนสักครู่! พี่ใหญ่ ช่วยข้าต้อนรับท่านพี่หลี่หลินเถอะ! มีอะไร พวกเราค่อยว่ากันครั้งหน้า”
เกาเมี่ยวหวาเชิญหลี่หลินไปดื่มชาที่ห้องอุ่น
หลี่หลินถอนหายใจยาวเหยียดในใจ และตามเกาเมี่ยวหวาไปที่ห้องอุ่น
หากหลี่เชียนเป็นคนทำเรื่องนี้จริงๆ เขาจะมีจุดยืนและมีความสามารถอะไรกักตระกูลลู่ไว้ที่ไท่หยวน?
เพื่อแต่งงานกับเกาเมี่ยวหรง หลี่เสว่จะตำหนิเขาเล็กน้อยแล้ว หากเขาก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก พี่สาวคงจะลากเขาไปขอโทษต่อหน้าท่านอาด้วยตนเอง…
การยอมถอยสักก้าวไม่เพียงไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความอดทนเป็นอย่างมากแบบนี้ ไม่ดีหรือ?