มู่หนานจือ - บทที่ 484 เพื่อนเก่า
เจียงเซี่ยนเข้าใจความหมายของหลี่เชียน
เดิมทีเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันก็ไม่มาก หากยังมีอะไรไม่พอใจและเอาแต่เก็บไว้ในใจ นานๆ ไป ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะแค้นเคือง และเข้าใจผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนค่อยๆ ห่างกัน
นางยิ้มพลางพยักหน้า และเอ่ยอย่างยั่วเย้าข้างหูเขาว่า “ข้าชอบที่เจ้าบอกว่าจะแบกข้าขึ้นเขา แต่ข้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นจะทำอย่างไร?”
“เช่นนั้นข้าก็จะแบกเจ้าตอนที่ไม่มีคน!” หลี่เชียนดีใจมาก เขารู้ว่าเจียงเซี่ยนเข้าใจความหมายของเขาแล้ว เขาเอ่ยพลางมองไปรอบด้าน นอกจากพวกเขาสองคนแล้ว ก็ไม่มีใครอื่นจริงๆ จึงยื่นมือไปจับเจียงเซี่ยน ทว่าเจียงเซี่ยนกลับบิดตัวหลบไปตั้งนานแล้ว และวิ่งไปที่ป่าไผ่ข้างๆ อย่างรวดเร็ว
หลี่เชียนยิ้มพลางตามไป
ทั้งสองคนหยอกเล่นกันในป่าไผ่
จนกระทั่งหัวเราะจนเหนื่อย ทั้งสองคนจึงนั่งพักเคียงข้างกันในศาลาของป่าไผ่
หลี่เชียนกอดเจียงเซี่ยนพลางจูบหน้าผากของนางเบาๆ และกระซิบว่า “เป่าหนิง พอถึงหน้าร้อน อุณหภูมิของซีอานค่อยๆ สูงขึ้น เจ้าก็ไปเที่ยวที่เมืองกานสักสองสามวันเถอะ! ที่นั่นเย็นสบาย เจ้าแต่งตัวเป็นเด็กรับใช้และตามข้าไปขี่ม้า ไปทำการค้าที่ตลาด และเลี้ยงแพะเหมือนวันนี้ก็ได้…ดูทุ่งหญ้าใหญ่ของชนกลุ่มน้อยทางเหนือแล้วยังสามารถไปดูพวกเขาเล่นมวยปล้ำได้ด้วย…”
“อื้ม!” เจียงเซี่ยนพิงไหล่ของหลี่เชียน พลางฟังเขาพูด และรู้สึกสบายใจมาก ความเหนื่อยล้าที่ปีนเขาจู่โจมมา จึงหลับสนิทไปเช่นนั้น
หลี่เชียนอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กน้อย
เขาม้วนผมสีดำอันยุ่งเหยิงหลายปอยที่ตกลงมาข้างหูของเจียงเซี่ยนไว้หลังหูของเจียงเซี่ยนอย่างเอ็นดู แล้วทำสัญญาณมือเบาๆ ชีกูที่ติดตามพวกเขาตลอดก็เดินมาจากทางป่าไผ่
“ไปหยิบผ้าสักหลาดมาให้ท่านหญิงผืนหนึ่ง” เขาสั่งชีกู
ถึงอย่างไรก็ยังเป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิ นั่งอยู่นิ่งๆ ก็ยังรู้สึกหนาวเล็กน้อยได้อยู่ดี ยิ่งกว่านั้นวันนี้เจียงเซี่ยนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา จึงเหงื่อออกเล็กน้อย
ชีกูอมยิ้มพลางพยักหน้า และหยิบผ้าสักหลาดมา
หลี่เชียนห่อเจียงเซี่ยนอย่างแผ่วเบา แล้วก็อยู่ในศาลาเป็นเพื่อนนางตลอด จนกระทั่งท้องฟ้ายามราตรีค่อยๆ มาเยือน
ตอนกลางคืน หลังจากรับประทานอาหารมังสวิรัติแล้ว พวกเขาเล่นหมากเรียงห้าด้วยกัน
ระดับหมากล้อมของทั้งสองคนต่างไม่เลว แต่เจียงเซี่ยนชอบเล่นหมากเรียงห้า เพราะแพ้ชนะเร็วกว่าหมากล้อม แบบนี้ก็สามารถพนันเล็กน้อยได้หลายตา ปกติทุนการพนันไม่ ‘ทำเรื่องหนึ่งให้อีกฝ่าย’ ก็ ‘รับปากเงื่อนไขหนึ่งกับอีกฝ่าย’ สิ่งที่พนันล้วนเป็นอนาคต เหมือนพวกเขามีเวลาไม่สิ้นสุด นี่ทำให้เจียงเซี่ยนรู้สึกมีความสุขมาก เหมือนหลี่เชียนติดหนี้นาง แล้วต้องค่อยๆ คืนทีละเรื่อง และเพียงแค่หลี่เชียนเล่นหมากไม่กี่กระดานก็ค้นพบจุดประสงค์ของเจียงเซี่ยนแล้ว การทำให้เจียงเซี่ยนมีความสุข เป็นเรื่องหนึ่งที่หลี่เชียนชอบทำที่สุด เขาย่อมต้องให้ความร่วมมืออยู่แล้ว
เพียงแค่หนึ่งชั่วยาม หลี่เชียนก็ติด ‘หนี้’ มากมายแล้ว นี่ทำให้เจียงเซี่ยนอารมณ์ดีมาก จนวันรุ่งขึ้นตอนที่พวกเขาลงเขา เจียงเซี่ยนก็ยังคิดอยู่ว่าจะให้หลี่เชียน ‘คืนหนี้’ อย่างไรดี
ทว่าหลี่เชียนกลับสัญญาเรื่องที่ทำให้นางซาบซึ้งใจมากโดยไม่รอให้นางเอ่ยปาก “ครั้งหน้าที่ข้ากลับซีอาน น่าจะเป็นปลายฤดูใบไม้ร่วงต้นฤดูหนาวแล้ว ถึงเวลานั้นพวกเรามาแช่น้ำพุร้อนกัน!”
เจียงเซี่ยนพยักหน้าติดกันหลายครั้ง
หลี่เชียนนึกถึงบ้านที่ภูเขาเสี่ยวทังของเจียงเซี่ยน และรู้สึกว่าตนเองรู้ความชอบของเจียงเซี่ยนมากขึ้นอีกนิดแล้ว
ฤดูใบไม้ผลิไม่ใช่เวลาที่ดีสำหรับการแช่น้ำพุร้อน เขากลัวว่าร่างกายของเจียงเซี่ยนจะรับไม่ไหว จึงนัดครั้งหน้า
ทั้งสองคนกลับถึงบ้าน เพิ่งจะจัดการเรียบร้อย ปิงเหอก็เอ่ยว่า “ฮูหยินของอาจารย์ลู่อำเภอฉางอันกับคุณหนูทั้งสองยื่นเทียบขอพบ อยากมาคารวะท่านหญิงขอรับ”
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “พวกเขามาถึงเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?”
ปิงเหอเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ครอบครัวของใต้เท้าลู่มาถึงซีอานตั้งแต่สามวันก่อนแล้ว เวลานี้พักอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเถียนสุ่ยจิ่ง บอกว่าพบท่านหญิงแล้วค่อยไปรับราชการที่อำเภอฉางอัน หลายวันนี้ส่งคนมาถามทุกวันว่าท่านหญิงกลับมาหรือยัง พอรู้ว่าท่านหญิงกลับมาแล้ว ก็กลัวว่าท่านหญิงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงยื่นเทียบขอพบในอีกสองวันให้หลังขอรับ…”
หลี่เชียนอมยิ้มพลางมองเจียงเซี่ยนโดยไม่พูดอะไร
นี่เป็นเสรีภาพของเจียงเซี่ยน เขาไม่อยากจัดการเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็จัดไว้พรุ่งนี้เถอะ! หลังจากพบข้าแล้วพวกเขาจะได้ไปอำเภอฉางอันเร็วหน่อย”
ปิงเหอขานรับและถอยออกไป
เจียงเซี่ยนพึมพำกับหลี่เชียนว่า “พวกเขามาพบข้าทำไม? ข้าทำให้พวกเขาเลื่อนตำแหน่งและรวยไม่ได้เสียหน่อย!”
การสอบขุนนางของใต้เท้าลู่กำหนดแล้วว่าเขาไม่มีทางที่จะเลื่อนตำแหน่งอีก
หลี่เชียนยิ้ม และรู้สึกว่าเจียงเซี่ยนเป็นแบบนี้น่ารักมาก จึงลูบศีรษะของนาง และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเขามาที่นี่ก็ถือได้ว่ามายังสถานที่แห่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับทุกสิ่งทุกอย่างเช่นกัน และเจ้าก็ช่วยพวกเขามากมาย พวกเขาย่อมอยากมาพบเจ้า”
เจียงเซี่ยนก็จ้องหลี่เชียนทีหนึ่ง
หลี่เชียนประหลาดใจ พอถึงตอนกลางคืนถึงนึกได้ว่า เขาเคยเอ่ยว่า หากกลับมาจะอยู่เป็นเพื่อนนางตลอด และไม่พบใครทั้งนั้น
คิดว่าเจียงเซี่ยนก็อยากอยู่กับเขาเช่นกันอย่างแน่นอน จึงไม่อยากพบคนอื่น
เขาหัวเราะเสียงดัง หลังจากหัวเราะแล้วก็รู้สึกเศร้าใจ เวลานี้เขาให้เจียงเซี่ยนไม่ได้แม้แต่เวลาที่อยู่กับนาง
พอขึ้นเตียง เขาก็กอดเจียงเซี่ยนแน่น
เจียงเซี่ยนหน้าร้อนผะผ่าว
ทว่าหลี่เชียนกลับเพียงแค่จูบหน้าผากของนาง และเอ่ยว่า “รีบนอน” โดยไม่ก่อกวนนางเหมือนเมื่อก่อน นางกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ตอนที่ความคิดนี้ฉายวาบผ่านไป หน้าของนางก็ร้อนเป็นอย่างมาก
นอน!
นอน!
นางแอบเตือนตนเอง แล้วก็หลับไปจริงๆ
ทว่าตอนที่เจอฮูหยินลู่กับคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ นางก็ยังดีใจมาก
ฮูหยินลู่กับคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ต่างผ่ายผอมไปมาก หางตาแดง และตื้นตันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ที่จะคุกเข่าคำนับเจียงเซี่ยนให้ได้ เจียงเซี่ยนห้ามคนไว้อย่างยากลำบาก แล้วเชิญทั้งสามคนนั่งลง และเอ่ยว่า “พวกเราก็ถือว่าเป็นคนรู้จักเก่าแล้วเช่นกัน จะว่าไป เคราะห์ร้ายของใต้เท้าลู่ก็เกี่ยวข้องกับตระกูลหลี่เหมือนกัน ฮูหยินลู่เกรงใจเช่นนี้ กลับทำให้ข้ารู้สึกละอายใจและไม่สบายใจ”
ฮูหยินลู่คิดว่าเจียงเซี่ยนต้องไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบตระกูลลู่อย่างแน่นอน จึงไม่รู้ว่าช่วงนั้นตนเองถูกทรมานมาอย่างไร ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าการที่นางช่วยเหลือตระกูลลู่เหมือนเป็นการให้ความช่วยเหลือในช่วงเวลาคับขัน และช่วยชีวิตของพวกเขาทั้งครอบครัว นางก็ไม่พูดอะไรกับเจียงเซี่ยนอีกเช่นกัน และเอ่ยว่า “หากท่านหญิงไม่รังเกียจ ต่อไปช่วงปีใหม่หรือเทศกาลอื่นๆ ก็ให้ต้านานกับเสี่ยวนานมาคารวะท่านหญิงเถอะ!”
เจียงเซี่ยนคิดว่าแม้ใต้เท้าลู่จะไม่รู้วิธีลงมือปฏิบัติจริง แต่ก็ไม่ใช่คนที่ประจบประแจงเบื้องบนและกดขี่ข่มเหงเบื้องล่าง และถือดีมากเกินไป ไปมาหาสู่กับตระกูลแบบนี้ ไม่หวังว่าจะช่วยอะไรได้ ทว่าก็จะไม่เกิดเรื่องร้ายเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นนางยังชอบคุณหนูใหญ่ตระกูลลู่มาก ไม่เหมือนลูกสาวของตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจทั่วไปที่พอเจอเรื่องแบบนี้ก็รู้จักแต่ร้องไห้ไม่จบไม่สิ้นหรือยอมรับชะตากรรม
นางตกลงด้วยความยินดี
ฮูหยินลู่โล่งอกแล้วก็ปลื้มใจมาก
ใต้เท้าลู่ตำแหน่งไม่สูง แต่กลับเรียนรู้วิธีการของขุนนาง ปกติไม่ชอบสร้างพรรคพวกที่สุด จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องไปคบหากับผู้มีอำนาจหนุ่มอย่างหลี่เชียน ทว่าเจียงเซี่ยนกลับเป็นผู้มีพระคุณของพวกเขา นางอยากขอบคุณเจียงเซี่ยน และอยากสนิทกับเจียงเซี่ยน ส่วนการตอบแทน ก็ต้องค่อยหาโอกาสในอนาคตแล้ว เจียงเซี่ยนอนุญาตให้พวกนางไปมาหาสู่เป็นบางครั้ง นางก็พอใจแล้ว
คนหนึ่งยังชอบมาก อีกคนก็ตั้งใจประจบ หลีกเลี่ยงหลี่หลินกับเกาเมี่ยวหรงแล้ว ฮูหยินลู่เอ่ยถึงเรื่องราวหลังจากจากกันกับเจียงเซี่ยนก็ยังมีความสุขมาก “…ฮูหยินติงกับฮูหยินหลี่ต่างให้ข้าทักทายท่าน ส่วนฮูหยินหลู่แอบให้ข้ามาบอกท่านว่า ให้ท่านไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเขียนจดหมายเชิญให้นาง นางจะได้มีข้ออ้างมาเยี่ยมท่านที่ซีอาน”
นี่ช่างเป็นวิธีการของฮูหยินหลู่
เจียงเซี่ยนหัวเราะไม่หยุด
———————————–