มู่หนานจือ - บทที่ 485 ต้อนรับแขก
บรรยากาศอันชื่นมื่นดำเนินไปจนใกล้เที่ยง
เจียงเซี่ยนให้แม่ลูกสกุลลู่อยู่รับประทานอาหารกลางวัน และเชิญหลี่ตงจื้อ นายหญิงคัง คุณหนูใหญ่ตระกูลคัง และนายหญิงเจิ้งมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย
ทุกคนเป็นสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงของตระกูลบัณฑิต นายหญิงคัง คุณหนูใหญ่ตระกูลคัง นายหญิงเจิ้ง และแม่ลูกสกุลลู่จึงนิสัยเข้ากันได้ และไม่นานก็สนิทกัน ส่วนหลี่ตงจื้อ เป็นคนคุ้นเคยกับตระกูลลู่ ช่วงนี้นางเรียนหนังสือกับนายหญิงคัง และได้รับอิทธิพลจากคุณหนูใหญ่ตระกูลคัง จึงร่าเริงมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่เพียงแต่ยินดีคบหาคน คำพูด การกระทำ และ กิริยาท่าทางก็มั่นใจในตนเองขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน คุยกับคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ท่าทางเหมาะสม ค่อนข้างมีมาดของคุณหนูตระกูลขุนนางแล้ว สถานการณ์ก็ย่อมคึกคักและอบอุ่นเช่นกัน ทำ ำให้คนรู้สึกมีความสุข
เจียงเซี่ยนจึงส่งเทียบเชิญไปที่คณะเหลียนจู ให้พวกเขาส่งคนสองคนมาแสดงในบ้าน
เทียบเชิญที่กะทันหันแบบนี้ ต่อให้คณะเหลียนจูไม่ได้เข้าเมืองหลวงไปอวยพรวันเกิดให้เฉาไทเฮา ตอนที่ยังไม่มีชื่อเสียงดังขนาดนี้ก็ไม่สามารถจัดได้เช่นกัน ต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตา หากค คณะเหลียนจูไม่มีแสดง นั่นย่อมดี อาศัยระดับของหลี่เชียนก็ต้องส่งนักแสดงที่มีชื่อเสียงมาเช่นกัน หากคณะเหลียนจูมีแสดง นักแสดงที่มีชื่อเสียงต่างขึ้นเวทีแล้ว อย่างไรก็ไม่อาจรื อเวทีตรงนี้ไปเพิ่มตรงนั้นได้ จึงทำได้เพียงมีใครอยู่ล่างเวทีก็ส่งคนนั้นมา
เหตุผลนี้เจียงเซี่ยนไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ
ดังนั้นตอนที่เห็นว่าคนที่มาแสดงในบ้านให้พวกนางกลับเป็นตู้ฮุ่ยจวิน นางยังค่อนข้างประหลาดใจ จนอดไม่ได้ที่จะถามเขาอย่างห่วงใยว่า “ช่วงนี้คณะเหลียนจูมีแสดงไม่มากหรือ?”
เวลานี้ต้นฤดูใบไม้ผลิ คนที่หลบอยู่ในบ้านต่างรู้สึกเย็นสบายและสดชื่นจึงออกมาเดินเล่นแล้ว งานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิและการชมดอกไม้ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามหลักน่าจะเป็นช่วงเว วลาที่ดีที่สุดสำหรับธุรกิจคณะงิ้ว แถมมีเรื่องที่บ้านชุ่ยเวยอีก ตู้ฮุ่ยจวินน่าจะยุ่งจนหัวหมุน และไม่ว่างมาแสดงในบ้านให้นางด้วยตนเองถึงจะถูก
เพราะเชิญนักแสดงเข้ามาแสดงในบ้าน จึงเลือกเพียงหนึ่งหรือสององก์จากในงิ้วทั้งเรื่องมาแสดง ไม่จำเป็นต้องต่อเวที ตู้ฮุ่ยจวินก็พาแค่นักดนตรีกับนักแสดงประกอบที่เล่นกับเขาประ ะจำมาเช่นกัน จึงมีแค่เจ็ดแปดคน
พอได้ยินเขาก็พาคนมาคุกเข่าคำนับเจียงเซี่ยนอย่างนอบน้อม และเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “อาศัยบารมีของท่านหญิง คนที่เชิญคณะเหลียนจูไปแสดงงิ้วต่างต่อแถวไม่ไหวแล้ว นอกจากเสี่ยวเ เฟิ่งเซียน พวกลูกศิษย์คนอื่นของข้าล้วนถูกบังคับให้สำเร็จการฝึกแล้ว พวกอาจารย์ยังกังวลว่าพวกเขาจะทำลายชื่อเสียง จึงพากันตามไปด้วยแล้ว ทุกคนต่างขอบคุณท่านหญิงมาก คิดว่าไว้ เสร็จงานช่วงนี้แล้ว จะจัดงิ้วใหม่มาให้ท่านหญิงดู!”
ทีนี้เจียงเซี่ยนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย จึงเอ่ยว่า “ตอนนี้เจ้าไม่แสดงงิ้วแล้วหรือ?”
“ยังแสดงงิ้วขอรับ” ตู้ฮุ่ยจวินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เพียงแต่ของท่านหญิงไม่เหมือนกัน หากท่านหญิงอยากดูงิ้ว ย่อมต้องให้ข้าขึ้นเวทีด้วยตนเอง”
พูดไปพูดมา ก็ยังขอบคุณที่นางปกป้องเขา
เจียงเซี่ยนพยักหน้า และไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักเช่นกัน
ชาติก่อนคนที่ทุ่มเทความคิดอยากประจบนางมีมากมาย!
นางทำอะไรล้วนเป็นคนแรก!
ใครยังสามารถข้ามไทเฮาที่สำเร็จราชการแทนไปได้?
อย่าว่าแต่คณะงิ้วเลย แม้แต่พวกราชเลขาธิการจากสำนักราชเลขาธิการ หากนางมีธุระ ก็ต้องรออย่างนอบน้อม และกลืนคำบ่นเข้าไปในท้องเช่นกัน
เจียงเซี่ยนเชิญฮูหยินลู่เลือกงิ้ว “ท่านตู้ไม่เพียงแต่แสดงบทผู้หญิงได้ดี อู่เซิงก็แสดงได้ไม่เลวเช่นกัน เพียงแต่แสดงงิ้วมาหลายปีขนาดนี้ ขาก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีแผลเก่าบ้าง น น่าเสียดายเล็กน้อย”
ถึงนางจะเอ่ยเช่นนั้น ทว่าทุกคนกลับฟังออกแล้ว เจียงเซี่ยนกำลังเตือนพวกนางอย่างอ้อมค้อม ให้พวกนางอย่าทำให้ตู้ฮุ่ยจวินลำบาก อย่าเลือกงิ้วบู๊
ฮูหยินลู่ไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด พอได้ยินก็ยิ้มพลางล้อตู้ฮุ่ยจวินเล่นว่า “ท่านตู้ได้รับคำชมจากท่านหญิง วันนี้ต้องเอาจิตวิญญาณทั้งหมดออกมา ตั้งใจแสดงงิ้วให้ท่านหญิงถึงจะถูก ก”
“ขอรับ!” ตู้ฮุ่ยจวินนอบน้อมมาก และขานรับอย่างเชื่อฟัง เหมือนเด็กรับใช้ของเจียงเซี่ยน ทำให้ฮูหยินลู่แอบรู้สึกแปลกใจ
ดีที่ไม่นานตู้ฮุ่ยจวินก็ยื่นรายชื่อของงิ้วมา ฮูหยินลู่เป็นแขก จึงบอกปัดเล็กน้อยอย่างเกรงใจ และเลือกงิ้วองก์ที่จ้าวเยี่ยนหรงแกล้งเป็นบ้าใน ‘คมจักรวาล’
หลี่ตงจื้อรู้สึกว่างิ้วนี้ถูกใจนางพอดี จึงเอ่ยถึงเรื่องที่บ้านชุ่ยเวยในวันนั้นกับคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่เสียงเบาอย่างมีความสุข “เห็นว่าเป็นงิ้วที่คณะเหลียนจูถ่ายทอด ดมาหลายรุ่น เพราะไม่เหมาะที่จะแสดงตอนที่อวยพรวันเกิดให้ไทเฮา ทุกคนจึงกลายเป็นคุ้นเคยกับ ‘เฉินเซียงช่วยแม่’ มากกว่า ข้าได้ยินคนที่ติดตามพี่สะใภ้ไปบ้านชุ่ยเวยบอกว่า ท่านตู้แ แสดงได้ดีทีเดียว พี่สะใภ้บอกว่า…จะซื้อบ้านสำหรับพักร้อนที่ภูเขาหลี ไว้ถึงหน้าร้อน จะเชิญคนของคณะเหลียนจูมาแสดงงิ้ว โดยไม่กำจัดว่าเป็นงิ้วเรื่องอะไร ขอเพียงคนของคณะเหลีย ยนจูสามารถแสดงได้ ก็ดูสักหน่อย แบบนี้ถึงจะได้ดูงิ้วดี”
ไม่ว่าจะตระกูลลู่หรือตระกูลคัง ต่างก็ถือว่าการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน จึงย่อมไม่ชอบพวกงิ้วที่บันเทิง และกำลังทรัพย์กับกำลังสิ่งของก็ไม่อนุญาตให้พวกเขามีความชอบ แบบนี้เช่นกัน
คุณหนูใหญ่ลู่กับคุณหนูใหญ่คังยังดี คุณหนูรองตระกูลลู่อายุยังน้อย เห็นภาพลักษณ์หลังจากแต่งตัวเป็นตัวละครในงิ้วของตู้ฮุ่ยจวินก็ละสายตาไม่ค่อยได้แล้ว จึงปรึกษากับหลี่ตง จื้อเสียงเบาว่า “น้องหญิงคนดี หากตระกูลของพวกเจ้าแสดงงิ้วอีก เจ้าต้องเชิญข้ามานะ ข้าชอบท่านตู้มาก เขาร้องได้เพราะจริงๆ!”
หลี่ตงจื้อรู้สึกว่าเจียงเซี่ยนใจกว้างและอ่อนโยนกับนางมาก เรื่องแบบนี้หากนางรับปากแล้ว เจียงเซี่ยนจะต้องไม่คัดค้านอย่างแน่นอน จึงใจกล้าตอบตกลง และเอ่ยว่า “หากเจ้าอยู่อำเ เภอฉางอันไม่สนุก ก็สามารถมาเล่นกับข้าได้ คุณหนูรองตระกูลคังก็อายุพอๆ กับพวกเราเช่นกัน นิสัยดีมาก เรียนหนังสือ งานเย็บปักถักร้อย ทุกอย่างล้วนโดดเด่น เสียดายที่นางมีน้องชายหลาย ยคน ทุกครั้งที่นายหญิงคังต้องออกมางานเลี้ยง นางกลัวว่าน้องชายที่บ้านจะไม่มีคนดูแล จึงต้องอยู่ดูแลน้องชาย ไม่อย่างนั้นวันนี้พวกเราก็ได้เล่นด้วยกันแล้ว”
ตระกูลลู่ครอบครัวยากจน นั่นก็เทียบกับตระกูลของพ่อค้าเช่นกัน ตั้งแต่เด็กจนโต ข้างกายคุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ไม่เคยขาดคนรับใช้เลย
คุณหนูรองลู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยอย่างแปลกใจว่า “พวกน้องชายของนางไม่มีแม่นมหรือ?”
“เห็นว่ากลัวพวกน้องชายเด็กเกินไปก่อเรื่องแล้วพวกแม่นมไม่รู้จะจัดการอย่างไร” หลี่ตงจื้อเอ่ยอย่างกลัดกลุ้ม “นางจึงต้องคอยดูอยู่ที่บ้านหน่อย”
คุณหนูทั้งสองของตระกูลคังต่างดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหนูใหญ่ตระกูลคัง อายุมากกว่านางเพียงแค่ไม่กี่ปี แต่วิชาความรู้กลับเหนือกว่านางหลายขั้น นางเคารพคุณหนูใหญ่ตระกูลคังเห หมือนอาจารย์ ทว่ากลับยินดีเล่นกับคุณหนูรองตระกูลคังที่อายุไล่เลี่ยกันมากกว่า และทั้งสองคนก็มีเรื่องคุยกันมากกว่าด้วย
คุณหนูรองตระกูลลู่ฟังหลี่ตงจื้อเอ่ยเช่นนี้ก็อยากรู้เรื่องคุณหนูรองตระกูลคังที่ไม่เคยพบหน้ามากเช่นกัน จึงนัดหลี่ตงจื้อว่าหากมีโอกาส ต้องแนะนำคุณหนูรองตระกูลคังให้นาง งรู้จัก
หลี่ตงจื้อพยักหน้า ทั้งสองคนคุยกันอีกเล็กน้อยอย่างรวบรัด และเริ่มตั้งใจดูงิ้ว
หลังจากงิ้วเลิก เจียงเซี่ยนให้อั่งเปาสองชุดแก่ตู้ฮุ่ยจวิน และจัดงานเลี้ยงตอนเย็นต้อนรับในบ้าน จนกระทั่งม่านราตรีเริ่มเยื้องกรายมาถึงเมือง ทุกคนถึงแยกย้าย
ตอนกลับถึงห้อง หลี่เชียนล้างหน้าบ้วนปากเสร็จแล้ว และกำลังพิงอ่านหนังสืออยู่บนเตียง พอเห็นเจียงเซี่ยนเข้ามาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “งานเลี้ยงจบแล้วหรือ!”
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “อืม ตู้ฮุ่ยจวินร้องได้ไม่เลวจริงๆ”
นางนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วให้พวกไป่เจี๋ยช่วยล้างเครื่องสำอาง พลางคุยเรื่องตู้ฮุ่ยจวินกับหลี่เชียน “ข้าได้ยินคนบอกว่า อายุที่ดีที่สุดสำหรับนักแสดงชื่อดังที่แสดง บทผู้หญิงคือสิบสองสิบสามปีถึงสิบหกสิบเจ็ดปี บางคนมีพรสวรรค์มาก ดูแลอย่างดี สามารถแสดงได้ถึงยี่สิบปี ตู้ฮุ่ยจวินนี้…หากข้าจำไม่ผิด ปีนี้น่าจะยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองแล้วกระมั ง? แต่ดูภาพลักษณ์หลังจากแต่งตัวเป็นตัวละครในงิ้ว เหมือนสิบสี่สิบห้าปี ก็เก่งเกินไปแล้วเช่นกัน แถมเสียงก็ยังไม่เลวด้วย ทว่าถึงอย่างไรก็ไม่ดีเท่าที่ร้องที่ภูเขาวั่นโซ่วปีนั นแล้ว…”