มู่หนานจือ - บทที่ 486 ร่วมงาน
เจียงเซี่ยนเสียดายเล็กน้อย
คิดว่าตู้ฮุ่ยจวินต้องกลายเป็นเสียงแหบเพราะเรื่องของซื่อจื่ออ๋องเจี่ยนอย่างแน่นอน
อ๋องเจี่ยนอยู่ข้างนอกเก่งมากขนาดนั้น ไม่รู้ว่ารู้ว่าลูกชายของตนเองเป็นคนอย่างไรหรือไม่? และทำอะไรบ้างกันแน่
แต่ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็ไม่เกี่ยวกับนางแล้ว
หานถงซินเป็นฮองเฮา สายของอ๋องเจี่ยนก็จะได้เปรียบแล้ว ต่อไปหากนางเจอหานถงซินอีก จะเดินทางอ้อม ส่วนอ๋องเจี่ยนนั้นก็ไม่ใช่คนที่นางสามารถยุ่งได้เช่นกัน…ชาติก่อนสาเหตุที นางสนิทกับอ๋องเจี่ยน เป็นเพราะนางเป็นไทเฮา เวลานี้นางเป็นเพียงท่านหญิงที่แต่งงาน อ๋องเจี่ยนก็จะไม่เห็นนางอยู่ในสายตาแล้วเช่นกัน
นางครุ่นคิดเรื่องพวกนี้อย่างละเอียด มือที่ถูครีมทาหน้าก็อดไม่ได้ที่จะช้าลง
จู่ๆ หลี่เชียนก็ลุกขึ้นมานั่งข้างกายนาง และถามนางด้วยรอยยิ้มว่า “คิดอะไรอยู่น่ะ? คุยกับเจ้าก็ไม่สนใจ!”
“อ้อ!” เจียงเซี่ยนได้สติกลับมา และบอกเรื่องของตู้ฮุ่ยจวินกับหลี่เชียน
หลี่เชียนอมยิ้มพลางฟัง และถูครีมทาหน้าบนมือให้นาง แล้วเอ่ยว่า “ในโลกนี้มีเรื่องที่ไม่ยุติธรรมมากมาย เขาได้เจอเจ้า และได้รับความคุ้มครองจากเจ้า นั่นเป็นวาสนาของเขา สิ งที่เจ้าสามารถช่วยเขาได้ก็ช่วยหมดแล้ว ต่อไปจะเป็นอย่างไร นั่นก็เป็นเรื่องของเขาเองแล้ว เขาขึ้นเหนือล่องใต้มาตั้งหลายปี แถมยังได้เข้าวังไปอวยพรวันเกิดให้ไทเฮา ก็ไม่ใช่เล่ นๆ เหมือนกัน เจ้าไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเขามากเกินไป”
“เป็นห่วงกลับไม่ได้เป็นห่วง” เจียงเซี่ยนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แต่ก่อนตอนที่เขาไม่ได้เจอข้าก็ยังออกจากเมืองหลวงไม่ใช่หรือ เพียงแค่รู้สึกปลงแทนอ๋องเจี่ยน เมื่อก่อนข้ามักจะรู้สึกว่ าอ๋องเจี่ยนสอนลูกดีมาก ถึงแม้หน้าตาและนิสัยของซื่อจื่ออ๋องเจี่ยนจะไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ดีที่ซื่อสัตย์ เวลานี้ดูเหมือนซื่อสัตย์ก็อาจจะไม่เช่นกัน ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสุ ดท้ายจวนอ๋องเจี่ยนจะเป็นอย่างไร?”
ตอนนี้หลี่เชียนยังไม่มีความคิดกลับมา พอได้ยินก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้านี่ช่างอ่านหนังสือแล้วร้องไห้แทนคนโบราณจริงๆ ต่อให้เขาเหลวไหลแค่ไหน นั่นก็เป็นซื่อจื่ออ๋องเจี่ยนเ เช่นกัน ขอเพียงเขาไม่วางแผนกบฏ ความเจริญรุ่งเรืองและความร่ำรวยที่ตกทอดสู่ลูกหลานนี้ก็ไม่หนีไปไหน เพียงแค่ไม่มีความดีความชอบอะไรเท่านั้น มีอะไรน่าเป็นห่วงแทนเขากัน?”
เจียงเซี่ยนเม้มปากยิ้ม โดยไม่พูดอะไร
หลี่เชียนช่วยนางทาครีมทาหน้าเสร็จ ก็จูงมือของนาง “ไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปช่วยเปลี่ยนดินกับตัดกิ่งให้พวกดอกไม้ในเรือนกระจกเป็นเพื่อนเจ้า”
เจียงเซี่ยนขานว่า “อื้ม” ด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และขึ้นเตียงกับหลี่เชียน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น รับประทานอาหารเช้าแล้ว หยางจวิ้นแม่ทัพส่านซีกลับส่งผู้ช่วยมาส่งเทียบเชิญ
บอกว่าดอกโบตั๋นในบ้านบานแล้ว จึงเชิญหลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนไปชมดอกไม้
หลังจากเรื่องที่อำเภอฮว่าอิน นี่ยังเป็นครั้งแรกที่หยางจวิ้นติดต่อกับหลี่เชียนโดยตรง
เจียงเซี่ยนเดาว่า “เวลานี้เฉินเฟยจะย้ายไปเป็นเจ้าเมืองที่เมืองจิงแล้ว เขาก็ถือว่าชนะเล็กน้อยแล้ว ก็ควรฉวยโอกาสนี้ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนแล้วเช่นกัน”
หลี่เชียนเอ่ยว่า “เขาไม่ถูกกับหลี่เหยาไม่ใช่หรือ? และล้มเฉินเฟยแล้ว ก็ไม่น่าจะโอ้อวดขนาดนี้กระมัง?”
“นี่ก็ขึ้นอยู่กับเป็นคนแบบไหนแล้ว!” เจียงเซี่ยนยิ้มพลางเดาต่อว่า “หากเขากลัวหลี่เหยาจริง ก็คงจะไม่ล้างมลทินให้ญาติของตนเองแล้ว”
หลี่เชียนก็ไม่โต้เถียงกับเจียงเซี่ยนเช่นกัน และเอ่ยว่า “แค่ดูว่าเขาเชิญแขกคนไหนมาบ้างก็รู้แล้ว”
หากเพียงเพื่อขอบคุณหลี่เชียน และตีสนิทกับหลี่เชียน ก็เชิญตระกูลที่สนิทสนมกันมากจนเหมือนเป็นคนในครอบครัวไม่กี่ตระกูลก็พอแล้ว ทว่าหากเพื่อจงใจเตือนขุนนางในวงการราชการ ซีอาน ก็จะเลี้ยงอาหารอย่างกำเริบเสิบสาน
เจียงเซี่ยนพยักหน้า
หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นพวกเรามาพนันกันดีกว่า หากข้าชนะ เจ้าต้องรับปากข้าเรื่องหนึ่งเหมือนเดิม เป็นอย่างไร?”
“ไม่อย่างไร?” เจียงเซี่ยนเบ้ปาก และเอ่ยว่า “ข้าติดเจ้าสิบแปดเรื่องแล้ว เจ้ายังจะพนันเรื่องนี้อีกหรือ?”
“โธ่!” หลี่เชียนอย่างไม่ใส่ใจ “ถึงอย่างไรก็สนุก! หากครั้งนี้ข้าแพ้ สามารถลดได้ครั้งหนึ่ง เจ้าดูสิว่าเจ้าคุ้มแค่ไหน ถึงอย่างไรก็ติดข้าสิบแปดเรื่องแล้ว เพิ่มอีกเรื่องก็ไม่ มาก ลดเรื่องหนึ่งก็ไม่น้อย…”
เจียงเซี่ยนจ้องตาและเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้ายังติดข้าห้าเรื่องนะ?”
“ดังนั้น…พนันกันอีกครั้งดีกว่า” หลี่เชียนยิ้ม
วันนั้นพวกเขาเล่นกันจนดึกดื่น ตั้งแต่รินชาให้อีกฝ่ายถ้วยหนึ่งจนเทน้ำล้างเท้าให้อีกฝ่ายครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทน้ำล้างเท้า เจียงเซี่ยนให้หลี่เชียนเทน้ำล้างเท้า มาสามวันติดแล้ว…เสียดายที่หลี่เชียนใช้ไปแค่ครั้งเดียว คือให้นางชงชาต้าหงเผาให้เขาถ้วยหนึ่ง เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าแบบนี้สนุกมาก คิดแล้วก็ยิ้มพลางตกลง
พอถึงวันนั้น หลี่เชียนกับเจียงเซี่ยนสวมชุดพิธีการและเครื่องประดับเต็มยศตามระดับตำแหน่ง และไปที่ตระกูลหยาง
ตระกูลหยางมีแขกมาเยอะมากอย่างที่เจียงเซี่ยนเอ่ยจริงๆ พวกซย่าเจ๋อกับโจวจ้าวผู้ว่าราชการมณฑลส่านซีต่างก็มาแล้ว แปลงดอกโบตั๋นเล็กๆ เต็มไปด้วยผู้คน
เจียงเซี่ยนส่งสายตาให้หลี่เชียนอย่างได้ใจ
หลี่เชียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ และทำมือเป็นเลขหก
เจียงเซี่ยนพยักหน้าอย่างพอใจ และขึ้นไปบนหอที่จัดไว้ให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงชมดอกไม้
พวกฮูหยินซย่ามาถึงแล้ว และกำลังยืนสังเกตคนข้างนอกผ่านม่านไผ่เซียงเฟยหน้าลูกกรงหน้าต่างกับฮูหยินหลิน พอเห็นเจียงเซี่ยนเข้ามา ก็รีบทักทายนางด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม กระ ะตือรือรืนมากกว่าตอนที่อยู่บ้านชุ่ยเวยเล็กน้อย ส่วนฮูหยินหลินเจอนางก็สนิทใจมากขึ้น ถึงอย่างไรทั้งสองคนก็เคยพุดคุยและนินทาเรื่องของตระกูลซย่าด้วยกัน แถมเจียงเซี่ยนยังรับ ฮูหยินหลินไว้ค้างคืนคืนหนึ่งด้วย
ฮูหยินหลินก็จูงหญิงงามที่อายุประมาณสามสิบปีมาตรงหน้าเจียงเซี่ยน และเอ่ยว่า “ท่านหญิงเจียหนาน ยังไม่รู้จักฮูหยินของใต้เท้าหยาง…ก็คือท่านนี้ ใต้เท้าหยางพักผ่อนรักษาร่างกาย ย ฮูหยินหยางก็ไม่มีเวลาว่างเช่นกัน นางจึงแทบจะไม่ออกไปงานเลี้ยงข้างนอก หายากที่วันนี้ใต้เท้าหยางจะอารมณ์ดี จัดงานเลี้ยงฤดูใบไม้ผลิในบ้าน ท่านก็ควรจะรู้จักฮูหยินหยางไว้หน่อย เช่นกัน”
หน้าตาของฮูหยินหยางดูอ่อนโยนมาก แต่ดวงตากลับเฉลียวฉลาดมาก แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถและมีประสบการณ์
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางคารวะฮูหยินหยาง ฮูหยินหยางไม่ยอมเอ่ยถึงเรื่องที่ตอนนั้นตระกูลหลี่ส่งคนมาแจ้งข่าวอย่างเด็ดขาด แค่เอาใจว่าเจียงเซี่ยนแต่งตัวสวย เครื่องประดับสวย ไม่ทราบว่ าซื้อที่ไหน และแนะนำช่างให้นางได้หรือไม่เป็นต้น
เป็นคนฉลาด รู้ว่าโอกาสไหนควรพูดอะไร
เจียงเซี่ยนชอบคนแบบนี้ จึงค่อนข้างอ่อนโยนและเป็นมิตรกับฮูหยินหยาง
ทั้งสองคนคุยกันครู่หนึ่ง ก็มีแขกมา ฮูหยินหยางจึงลาเจียงเซี่ยนอย่างรู้สึกเสียใจ และไปต้อนรับแขก
แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังมีคนดูออกว่าฮูหยินหยางปฏิบัติกับเจียงเซี่ยนต่างไป นางถามเจียงเซี่ยนว่า “ท่านหญิง รู้จักฮูหยินหยางมาก่อนหรือ?”
“ไม่รู้จัก!” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่สนใจไยดี และถามคนนั้นกลับ “ทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้ารู้จักฮูหยินหยาง?”
คนนั้นอ้ำๆ อึ้งๆ นานมากก็ไม่ได้บอกชัดเจนเช่นกันว่าทำไมกันแน่
เจียงเซี่ยนขี้เกียจที่สนใจนาง จึงคุยเล็กน้อยแล้วตามฮูหยินหลินไปตากลมที่ลูกกรงหน้าต่างข้างๆ
ฮูหยินหลินเอ่ยเสียงเบาว่า “ทุกคนต่างสงสัยว่าใต้เท้าหลี่เป็นคนช่วยให้นายอำเภอเฉินไปหูหนานกับหูเป่ย?”
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างประหลาดใจว่า “ใต้เท้าหลี่ของพวกเรายังไม่ได้เก่งมากขนาดนั้นกระมัง? และข้าก็ไม่ได้เป็นคนเปิดกรมขุนนางเสียหน่อย” แล้วเอ่ยอีกว่า “ท่านอย่าบอกว่าท่านเ เชื่อคำพูดโกหกนั้นเชียว? คนอื่นไม่รู้ แต่ฮูหยินหลินเป็นครอบครัวของขุนนาง จะไม่รู้ความร้ายกาจในนี้ได้อย่างไร!”
“ข้าไม่เชื่ออย่างแน่นอน!” ฮูหยินหลินรีบแก้ต่างว่า “นี่ข้าก็เห็นว่าทุกคนต่างพูดแบบนี้ กลัวว่าท่านจะไม่รู้ และถูกพวกเขาจับผิดคำพูดไม่ใช่หรือ?” ทว่าความจริงแล้วตอนนี้ในใจนา างกลับกำลังแขวะว่า ‘ท่านบอกจะแต่งตั้งเวินเผิงเป็นขุนนางท้องถิ่นก็แต่งตั้ง บอกจะหางานให้หลี่เชียนก็ส่งหลี่เชียนถึงตำแหน่งระดับสองเลย…เรื่องนี้ไม่ใช่ฝีมือของท่านจริงๆ อย่างนั้นหรือ?’