มู่หนานจือ - บทที่ 496 ร่วมมือกัน
เกาฝูอวี้จับถ้วยชาแน่น
หลี่ฉางชิงไม่มีทางที่จะไม่รู้เหตุผลนี้
เขาจงใจหรือ?
เกาฝูอวี้กับหลี่ฉางชิงเป็นแขกกับเจ้าบ้านมาเกือบยี่สิบปี เขาไม่กล้าบอกว่าพอหลี่ฉางชิงกลอกตาก็สามารถเดาได้ว่าหลี่ฉางชิงอยากทำอะไร แต่เขารู้จักหลี่ฉางชิงเป็นอย่างดี เป็ นอันธพาลที่ไม่เคยเรียนหนังสือทว่ากลับโชคดี กิจการแค่นั้นของเขาไม่มีทางที่จะให้หลานชาย ต่อให้หลี่หลินเป็นคนที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่เด็กจนโตก็เหมือนกัน
นี่ก็คือสาเหตุที่ทำไมเขาถึงไม่อยากให้เกาเมี่ยวหรงแต่งงานกับหลี่หลินเช่นกัน
เสียดายที่หลานสาวคนนี้ดื้อรั้นเกินไป อนาคตดีๆ ถูกนางก่อกวนแล้ว ต่อให้เป็นมหาเทพก็ไม่มีทางช่วยนางได้เช่นกัน เขาจึงจำเป็นต้องตกลงให้นางแต่งงานกับหลี่หลิน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต่อไปนางจะเสียดายหรือไม่!
คิดถึงเรื่องพวกนี้ เกาฝูอวี้ก็รู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อย
เขาถอนหายใจเบาๆ และเอ่ยว่า “ในเมื่อใต้เท้าตัดสินใจไปขอพรให้ท่านหญิงที่ภูเขาอู่ไถ เช่นนั้นข้าจะสั่งให้พวกเขารีบเตรียมการแล้วกัน!”
“ไม่ต้องรีบขนาดนั้น!” ใครจะรู้ว่าหลี่ฉางชิงกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไว้ข้าช่วยอาหลินมอบสินสอดแล้วค่อยไป เมี่ยวหรงเป็นสะใภ้ใหญ่ของสายลูกชายคนโตของตระกูลหลี่ของพวกเรา ต่ อไปก็ต้องควบคุมอาหารการกินภายในบ้านของสายลูกชายคนโต ในอนาคตภรรยาของอาจี้ก็ต้องเรียนรู้กับนาง จะสะเพร่าไม่ได้”
เขาไม่เอ่ยถึงเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนไม่ใช่ลูกสะใภ้ธรรมดา
เขาคุมไม่ได้!
หลี่ฉางชิงยิ้มอย่างประจบประแจงและเอ่ยว่า “ฝูอวี้ เจ้ากับข้าก็สนิทสนมกันมาหลายสิบปีแล้วเช่นกัน หากทางข้ายังเตรียมอะไรไม่ครบถ้วน เจ้าต้องบอกนะ อย่าทำให้เด็กลำบากเชียว”
เกาฝูอวี้พยักหน้า และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ายังไม่รู้นิสัยของเจ้าหรือ ปฏิบัติกับจงเฉวียนอย่างขาดตกบกพร่องก็จะไม่ปฏิบัติกับอาหลินอย่างขาดตกบกพร่อง ตอนนี้ทั้งเมืองไท่หยวนมีใค ครไม่รู้บ้างว่าเจ้าปฏิบัติกับอาหลินอย่างดี ไม่เพียงเลี้ยงเขาจนโต แต่งภรรยาให้เขา ยังมอบทรัพย์สินในครอบครัวมากมายให้เขาด้วย”
หลี่ฉางชิงได้ยินแล้วก็ภูมิใจมาก ปากเอ่ยคำพูดเกรงใจ แต่สีหน้าท่าทางกลับเต็มไปด้วยความภูมิใจ “ไม่หรอก ไม่หรอก! นี่เป็นหน้าที่ของคนเป็นอาอย่างข้าไม่ใช่หรือ?”
เกาฝูอวี้แอบถอนหายใจในใจ ไม่อยากยุ่งเรื่องของเกาเมี่ยวหรงอีก
จนกระทั่งหลี่ฉางชิงออกมาจากห้องหนังสือ และเข้าไปในห้องหลัก เห็นฮูหยินเหอกำลังจัดหีบสัมภาระกับเสี่ยวฮุ่ยสาวใช้ประจำตัว เขาก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “นี่ไม่ใช่เทศกาลปีใหม่ ทำไมถึงย้ายของออกมาหมด? นี่เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
“นี่ข้าก็คิดถึงเรื่องแต่งงานของเมี่ยวหรงไม่ใช่หรือ?” ฮูหยินเหอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้าแต่งงาน ท่านพ่อหาผ้านวมจากถู่ฟานมาให้ข้า ข้าอยากมอบให้เป็นสินเดิมแก่ เมี่ยวหรง…”
นางยังเอ่ยไม่จบสักประโยค หลี่ฉางชิงก็เปลี่ยนหน้าแล้ว และเอ่ยเสียงทุ้มว่า “ตงจื้อไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วกระมัง? เจ้าไม่ได้ส่งจดหมายไปถามนางว่าขาดอะไรหรือ? ว่ากันว่าอากาศของ ซีอานหนาวกว่าไท่หยวนอีก!”
ฮูหยินเหอไม่เห็นด้วย นางก้มหน้าหาผ้านวมของนางต่อไป พลางเอ่ยว่า “เวลานี้ต้นฤดูใบไม้ผลิแล้ว หนาวก็หนาวไม่เท่าไร ยิ่งกว่านั้นยังมีท่านหญิงคอยดูแลนาง ข้าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ”
พูดจนหน้าของหลี่ฉางชิงดำหมดแล้ว
เขาออกไปและเรียกลุงเหอเข้ามา แล้วบอกเรื่องนี้ลุงเหออย่างตรงไปตรงมา และเอ่ยว่า “ข้าไม่ได้เสียดายผ้าห่มผืนนั้น แต่เจ้าว่านี่เป็นสิ่งที่คนทำหรือ? ลูกแท้ๆ ของตนเองไม่สน นใจ ไปสนใจคนของบ้านข้างๆ นางคิดจะไม่เหลือความคิดถึงไว้ให้ตงจื้อแม้แต่นิดเดียว และให้ตงจื้อแต่งงานแบบนี้ใช่หรือไม่”
ลุงเหอฟังจนเหงื่อโชก พอกลับถึงบ้านก็บอกเรื่องนี้กับป้าเหอ และเร่งให้นางไปเตือนฮูหยินเหอที่ตระกูลหลี่
อีกไม่นานลูกสาวก็จะมอบสินสอดอย่างเป็นทางการแล้ว สองสามวันนี้ป้าเหอกำลังอารมณ์ดี และยุ่งมากจนปลายเท้าไม่ได้แตะพื้น กลัวว่าวันที่มอบสินสอดจะมีตรงไหนผิดพลาด และทำให้ลูกสาวถู กคนหัวเราะเยาะ พอได้ยินก็โกรธจนกระทืบเท้าไม่หยุดทันที และด่าลุงเหอว่า “น้องสาวของเจ้าคนนี้เก็บมาจากที่ไหนใช่หรือไม่? ทำไมถึงไม่แยกแยะสักนิด ทำอะไรบุ่มบ่าม ข้าจะบอกให้นะ ะ ข้าไม่อยากยุ่งเรื่องของนางแล้ว ตระกูลจินส่งคนมาบอกแล้วว่า งานแต่งงานจะกำหนดไว้ช่วงครึ่งปีหลัง ข้ายังคิดว่าจะขอให้ท่านหมอฉางข้างกายท่านหญิงดูแลร่างกายให้ถงเหนียง ทำให้ พวกเราได้อุ้มหลานเร็วหน่อย พอมีหลานแล้ว ข้ายังต้องช่วยดูแลหลานบ่อยๆ ข้ามีเวลาว่างจับตามองน้องสาวที่สมองมีปัญหาของเจ้าทุกวันที่ไหนกัน ข้าว่านางมีเงินในมือเยอะแล้วว่างมา าก หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะปิดสินเดิมของนาง ไม่ให้เงินนางสักสตางค์ ให้นางไปขอเงินค่าขนมจากคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่ใช้ เจ้าว่านางยังจะรนหาที่ตายเหมือนตอนนี้หรือไม่!”
ลุงเหอไม่มีลูกชาย ลูกเขยอย่างจินเฉิงก็ไม่มีทางที่จะแต่งเข้าตระกูลฝ่ายหญิง พอเขาตายไป ก็ยังต้องมอบกิจการของตระกูลให้ทายาท ดังนั้นเขาจึงถือโอกาสที่เขายังหนุ่มและแข็งแรง และดูแลครอบครัวอยู่ มอบทรัพย์สินส่วนใหญ่ในตระกูลให้เป็นสินเดิมแก่ลูกสาว เขาก็ไม่อยากให้เงินน้องสาวอีกแล้วเช่นกัน
“ได้!” ลุงเหอกัดฟัน และจำเป็นต้องรับปากป้าเหอ “ข้าจะไปเก็บสินเดิมของนางมาเดี๋ยวนี้ ไว้อาจวีกับตงจื้อโตแล้วค่อยเอาออกมาแบ่งให้พวกเขาพี่น้อง”
ป้าเหอรีบเอ่ยว่า “เช่นนั้นเจ้าต้องอย่าลืมเขียนจดหมายไปหาท่านหญิง มีท่านหญิงเป็นพยาน ถึงเวลานั้นจะได้บอกได้ชัดเจน”
ลุงเหอพยักหน้า และไปที่จวนสกุลหลี่
ฮูหยินเหอรู้ว่าพี่ชายมา ก็รีบเก็บของและเชิญลุงเหอไปดื่มชาในโถงบุปผา
ลุงเหอก็ไม่เกรงใจเช่นกัน และเอ่ยเข้าประเด็นทันที “อีกไม่นานหลานสาวเจ้าก็จะแต่งไปตระกูลจินแล้ว รากฐานของตระกูลจินหนา พี่น้องก็มาก หากเจ้ารักนาง ก็ให้หลานสาวเจ้ายืมของใน สินเดิมของเจ้าสักสองสามชิ้นเก็บไว้ก้นหีบ ไว้ตอนที่ตงจื้อแต่งงาน ค่อยให้หลานสาวเจ้าคืนกลับมา”
ตอนนั้นที่ตระกูลเหอแต่งฮูหยินเหอ ก็กลัวเช่นกันว่านางจะถูกรังแกที่ตระกูลหลี่ สินเดิมจึงมากมาย
แต่ฮูหยินเหอฟังอย่างไรก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง ทว่าพี่ชายของนางบังคับขอของจากนางต่อหน้านาง แถมยังบอกว่าของพวกนี้ทั้งหมดจะทำหลักฐานการยืมให้นาง และให้หลี่ฉางชิ งเป็นพยาน นางก็ไม่กล้าจริงจังกับพี่ชายของตนเองเช่นกัน จึงจำเป็นต้องตกลงอย่างไม่เต็มใจ
ลุงเหอรู้นิสัยของน้องสาวตนเอง พอฮูหยินเหอตกลง เขาก็เรียกคนมารับของทันที
อย่าว่าแต่ผ้านวมเลย แม้แต่หรูอี้หยกที่ดีหน่อยก็ถูกลุงเหอ ‘ยืม’ ไปแล้ว
ฮูหยินเหอรู้สึกโกรธ จึงให้เสี่ยวฮุ่ยบอกเรื่องนี้กับหลี่ฉางชิง และเชิญหลี่ฉางชิงกลับมาดู
แม้ว่าหลี่ฉางชิงจะมา ทว่าสีหน้ากลับเต็มไปด้วยความไม่พอใจ และไม่เพียงแต่ไม่ตัดสินใจให้นาง ยังตวาดด่านางว่า “ทำไมเจ้าถึงขี้เหนียวขนาดนี้? นั่นคือพี่ชายพี่น้องท้องเดียวกันกับหล ลานสาวร่วมสายเลือดของเจ้านะ ยืมของเจ้านิดหน่อยจะเป็นไร? เจ้าจำเป็นต้องยึดติดขนาดนี้เชียวหรือ?”
ฮูหยินเหอโกรธจนตัวสั่น แต่ลุงเหอยืนอยู่ข้างๆ นางก็ไม่อาจพูดอะไรได้เช่นกัน พอหลี่ฉางชิงกับลุงเหอไปดื่มเหล้าด้วยกันแล้ว นางก็ซบอยู่บนเตียงและร้องไห้ไปรอบหนึ่ง ร้องไ ไห้เสร็จก็เช็ดน้ำตา และงุนงงไม่รู้ว่าจะอธิบายกับเกาเมี่ยวหรงอย่างไรดี…ก่อนหน้านี้นางเคยบอกว่า จะมอบผ้านวมให้เกาเมี่ยวหรงผืนหนึ่ง
เสี่ยวฮุ่ยเห็นแล้วก็แอบถอนหายใจในใจ และจำเป็นต้องช่วยนางออกความคิด “ไม่อย่างนั้น…ท่านเชิญคุณหนูใหญ่มาปรึกษาดีหรือไม่?”
ถึงอย่างไรหลี่เสว่ก็เป็นพี่สาวของหลี่หลิน
เพราะเป็นหม้าย หลี่เสว่จึงไม่สามารถจัดการงานแต่งงานของหลี่หลินได้ ทว่าทางหลี่หลินมีเรื่องอะไร สาวใช้ของทางนั้นก็ยังคงขอให้หลี่เสว่ตัดสินใจ
พอฮูหยินเหอได้ยินเหตุผล ก็เช็ดน้ำตาและให้เสี่ยวฮุ่ยเรียกหลี่เสว่มา
หลี่เสว่ไม่เคยติดต่อกับฮูหยินเหอมาก่อน
นางดูแลบ้านมาเกือบหนึ่งเดือน ถึงพบปัญหาของฮูหยินเหอ