มู่หนานจือ - บทที่ 497 จัดการ
ฮูหยินเหอไม่เพียงแต่ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง ทว่ายังหูเบา ไม่ได้รับความเคารพจากหลี่ฉางชิงและพวกลูกที่บ้าน ก็แสวงหาความรู้สึกมีตัวตนจากคนที่ฐานะต่ำกว่าตนเอง จึงเห็นใจพวกคน นที่ด้อยกว่านางง่ายเป็นพิเศษ
เช่นเกาเมี่ยวหรง
เรียนหนังสือมาก หน้าตาดี ทว่าเทียบไม่ได้กับที่ชาติกำเนิดไม่ดี ไม่มีบิดามารดา ดูเป็นคุณหนูจากตระกูลบัณฑิต แต่กลับเป็นเด็กสาวที่มีสินสอดอย่างมากที่สุดเพียงแค่สองสามพันตำลึง
ฮูหยินเหอรู้สึกเห็นใจมากทันที จนแทบอยากจะมอบของดีของตนเองให้เป็นหน้าเป็นตาแก่เกาเมี่ยวหรง
ดังนั้นหลังจากหลี่เสว่รู้จุดประสงค์ที่เสี่ยวฮุ่ยมา จึงทิ้งเสี่ยวฮุ่ยไว้ข้างหนึ่ง และคิดบัญชีในมือให้เสร็จ หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง ถึงจะเงยหน้าขึ้นมาถามเสี่ยว ฮุ่ยว่า “เจ้าบอกว่า…ฮูหยินเหอให้ข้าไป เพราะอยากให้ข้าไปบอกคุณหนูเกาว่า ผ้านวมที่เดิมทีฮูหยินเหอสัญญาว่าจะให้คุณหนูเกาถูกท่านลุงเหอขอไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีแล้ว?”
เสี่ยวฮุ่ยได้ยินก็หน้าแดงแทนฮูหยินเหอ ทว่านางจำเป็นต้องฝืนพยักหน้า และเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “เดิมทีฮูหยินเหอตั้งใจว่าจะเก็บไว้ให้คุณหนูเกา แต่ใครจะรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบน นี้…”
หลี่เสว่หัวเราะเยาะในใจ
นางเคารพอาสะใภ้ของตนเอง ทว่าอาสะใภ้ในใจนางกลับเป็นแม่แท้ๆ ของหลี่เชียนที่ตอนนางเด็กๆ เคยป้อนอาหารและทำเสื้อผ้าให้นางเองกับมือ แม้นางจะไม่ถึงกับไม่เคารพฮูหยินเหอ แต่ ก็ไม่มีทางรักฮูหยินเหอได้เช่นกัน
หลี่เสว่รู้สึกว่าฮูหยินเหอทำตัวเอง ตามนิสัยของนาง…จะไม่ยุ่ง ทว่าเห็นแก่หลี่ฉางชิงผู้เป็นอา นางกลับไม่ยุ่งไม่ได้ และนางก็เข้าใจเล็กน้อยแล้วเช่นกันว่าทำไมหลี่เชียน ถึงให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วที่กลับมาอยู่บ้านถาวรอย่างนางช่วยดูแลบ้าน
หลี่ฉางชิงเป็นแม่ทัพระดับสาม ส่วนหลี่เชียนที่ยังอายุไม่ถึงยี่สิบปีก็เป็นผู้บัญชาการระดับสองแล้ว ตระกูลหลี่จะยิ่งเดินยิ่งไกล ยิ่งเดินยิ่งสูง แค่นางเห็นแก่บุญคุณที่เลี้ย ยงดูและอบรมสั่งสอนของตระกูลหลี่ก็ไม่สามารถปล่อยให้เรือนด้านหลังของตระกูลหลี่ถ่วงแข้งถ่วงขาหลี่ฉางชิงกับหลี่เชียนในเวลานี้ได้แล้ว
ดังนั้นเรื่องนี้…นางไม่ยุ่งก็ต้องยุ่งอยู่ดี
หลี่เสว่ลุกขึ้น และเอ่ยกับเสี่ยวฮุ่ยว่า “เจ้ากลับไปเถอะ! บอกฮูหยินว่า ข้าจะไปตระกูลเกาเดี๋ยวนี้ อีกไม่นานทั้งสองตระกูลก็จะมอบสินสอดแล้ว ช่วงนี้ให้ฮูหยินพักผ่อนให้มาก พักผ ผ่อนให้เพียงพอ และต้อนรับแขกก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นมอบให้ข้าแล้วกัน” เอ่ยจบก็คิดแล้วเอ่ยอีกว่า “ถึงฮูหยินจะอายุเกินยี่สิบสี่แล้ว แต่กลับดูเหมือนเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือน เ เจ้าต้องเตือนฮูหยินถึงจะถูก ในบ้านมีเรื่องมงคล ฮูหยินแต่งตัวอ่อนวัยและสวยงาม ทุกคนก็มีหน้ามีตาด้วยไม่ใช่หรือ?”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ ช่วงนี้ให้ฮูหยินเหอจดจ่ออยู่กับการแต่งตัว ไม่ต้องยุ่งเรื่องในบ้านแล้ว
เสี่ยวฮุ่ยเข้าใจ จึงรีบยิ้มและเอ่ยว่า “คุณหนูใหญ่พูดถูก เมื่อวานฮูหยินยังบอกว่าจะเชิญช่างจากร้านขายเครื่องประดับเงินทองมาทำเครื่องประดับชุดใหม่ เห็นว่าเมื่อก่อนตอนที่ท่านหญิ งอยู่บ้านเคยบอกว่า เครื่องประดับของท่านหญิงไม่เคยซ้ำกัน”
หลี่เสว่พอใจกับไหวพริบของเสี่ยวฮุ่ยมาก จึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าคอยอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินอย่างใส่ใจ นายท่านกับใต้เท้าก็จะไม่ปฏิบัติกับเจ้าอย่างขาดตกบกพร่อง”
หลี่เชียนเลื่อนตำแหน่งแล้ว หลี่ฉางชิงจึงกลายเป็น ‘นายท่าน’ และหลี่เชียนกลายเป็น ‘ใต้เท้า’
เสี่ยวฮุ่ยรีบย่อตัวคารวะ และถอยออกไป
หลี่เสว่ถอนหายใจ แล้วให้แม่นมหลี่แม่นมข้างกายตนเองไปพบเกาเมี่ยวหรง “ก็บอกว่าฮูหยินจำผิดแล้ว ผ้านวมนั้นตงจื้อเอาไปซีอานตั้งนานแล้ว ฮูหยินรู้สึกไม่สบายใจ จึงเอาเงินหนึ่ งร้อยตำลึงออกมาให้นาง ให้นางซื้อหน้าผ้าห่มด้านนอกที่ตนเองชอบหลายๆ ผืน”
แม่นมหลี่ลำบากมากับหลี่เสว่ไม่น้อย เวลาใบหน้าที่มีริ้วรอยเคร่งขรึมดูเย็นชาจนน่าตกใจเล็กน้อย นางเป็นคนที่แต่ก่อนแม่แท้ๆ ของหลี่เชียนหาให้หลี่เสว่ หลี่เสว่เคารพนาง มาก แม่นมหลี่ได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยว่า “เงินหนึ่งร้อยตำลึง? จ่ายจากไหน? หรือว่ายังต้องให้ท่านออกอีกอย่างนั้นหรือ?”
เพราะหลี่เสว่ทะเลาะกับครอบครัวสามีและกลับตระกูลหลี่ แม่นมหลี่จึงเริ่มเรียกหลี่เสว่ว่า ‘คุณหนูใหญ่’ ตามธรรมเนียมของตระกูลหลี่แล้วเช่นกัน
หลี่เสว่โกรธฮูหยินเหอ จึงเอ่ยว่า “จ่ายจากเงินเดือนของฮูหยินเหอ”
เงินเดือนของฮูหยินเหอเป็นเงินห้าสิบตำลึง
รอยยิ้มอันเบาบางฉายวาบผ่านไปบนหน้าอันเคร่งขรึมของแม่นมหลี่ นางขานว่า “เจ้าค่ะ” อย่างนอบน้อม และพาสาวใช้สองคนที่รับใช้นางไปตระกูลเกา
เกาเมี่ยวหรงมองสินเดิมหนึ่งร้อยยี่สิบหกหีบของตนเอง และรู้สึกไม่สบายใจมาก
หลี่ฉางชิงใจกว้างมาก หลายปีมานี้เกาฝูอวี้ติดตามหลี่ฉางชิงหาเงินได้ไม่น้อย แต่ท่านอากลับชอบซื้อพวกของโบราณ หยก และหิน เงินที่เก็บเอาไว้เป็นเพียงหนึ่งในสามของที่ได้มา แถ ถมยังต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้ให้เกาเมี่ยวหวาแต่งงานกับสอบขุนนาง และเก็บส่วนหนึ่งไว้พักผ่อนในบั้นปลายชีวิต เงินที่สามารถให้นางได้จึงมีไม่มากนัก นอกจากสินเดิมหนึ่งร้อยยี่สิบหก หีบนี้แล้ว ก็มีแค่เงินติดตัวสองพันตำลึง
สินเดิมแบบนี้ ว่ากันตามหลักก็จำนวนเยอะมากแล้ว
ทว่าเทียบไม่ได้กับที่ข้างหน้านางมีน้องสะใภ้อย่างท่านหญิง และข้างหลังมีเหอถงเหนียงที่ร่ำรวย
เกาเมี่ยวหรงถอนหายใจเบาๆ
สาวใช้วิ่งเข้ามาบอกว่าแม่นมหลี่ข้างกายหลี่เสว่ขอพบ
เกาเมี่ยวหรงประหลาดใจ
นางไม่เคยพบแม่นมหลี่มาก่อน และต่อให้แม่นมหลี่มาพบนางตามคำสั่งของหลี่เสว่ หลี่เสว่ก็ควรจะส่งเทียบขอพบให้นางล่วงหน้าและถามนางว่าอนุญาตหรือไม่ถึงจะถูก
ทำแบบนี้ ไม่เห็นนางอยู่ในสายตาอย่างสิ้นเชิง
เกาเมี่ยวหรงโกรธจนนิ้วสั่น ทว่าพอคิดว่าหลี่เสว่เป็นพี่สาวเพียงคนเดียวของหลี่หลิน และหลี่เสว่ก็ควบคุมอาหารการกินภายในจวนสกุลหลี่อยู่ นางก็ยังกดความโกรธในใจลงไป แล ละพบแม่นมหลี่
หลังจากรอแม่นมหลี่บอกจุดประสงค์ที่มาอย่างไร้ชีวิตชีวา นางก็แทบจะโกรธจนเป็นบ้า จึงหัวเราะเยาะและเสียดสีแม่นมหลี่อย่างอดทนไม่ไหวอีกแล้วว่า “ขอให้แม่นมกลับไปแล้วบอกคุณหนูให หญ่ว่า ถึงแม้ตระกูลเกาจะยากจนมาก แต่ก็เป็นตระกูลที่สืบทอดคัมภีร์ทั้งหมดและมารยาทเช่นกัน สิ่งที่ได้มาโดยไม่ได้ลงแรงนั้น คนของตระกูลเกาอย่างพวกเราทำไม่ได้ ขอให้คุณหนูใหญ่ว วางใจ ผ้านวมผืนเดียวเท่านั้น ข้าไม่ได้ใส่ใจเลย”
แม่นมหลี่ย่อมใจตรงกับหลี่เสว่
หลี่เสว่ไม่ชอบเกาเมี่ยวหรง นางก็ไม่ชอบตามไปด้วยเช่นกัน
เห็นสถานการณ์ก็ไม่พูดอะไรอีก คารวะอย่างเคารพนบนอบ และเดินออกไปอย่างตรงราวกับต้นสน
หญิงรับใช้คนหนึ่งมีสิทธิมาบอกนางตั้งแต่เมื่อไรกัน?!
เกาเมี่ยวหรงโกรธจนกวาดชุดชาบนโต๊ะชาทั้งหมดลงบนพื้น
แม่นมหลี่กลับไปยังฟ้องเรื่องเกาเมี่ยวหรง “ไม่มีมาดของตระกูลใหญ่สักนิด ใจแคบกว่าผู้หญิงที่เติบโตในตลาดเสียอีก ข้าเอ่ยเพียงประโยคเดียว นางก็เปลี่ยนหน้าแล้ว แถมยังให้ข้าม มาบอกคุณหนูใหญ่ด้วย ในบ้านก็ไม่มีผู้อาวุโสสักคน ท่านก็ต้องช่วยทางนี้คุมค่าใช้จ่ายอีก ต่อไปในบ้านจะจบอย่างไร! ท่านต้องกลับไปเยี่ยมบ่อยๆ ถึงจะถูก นึกถึงตอนนั้นที่ท่านเพิ่ง งออกเรือน ทำตาม ‘คัมภีร์กตัญญู’ กับ ‘บันทึกชีวประวัติสตรี’ แต่สุดท้ายเป็นอย่างไร? คนดีก็ยังถูกคนรังแกไม่ใช่หรือ ท่านต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต จะปล่อยให้ตระกูลของคุณชายใ ใหญ่เลวไม่ได้”
สมัยก่อนหลี่เสว่เคยเรียนหนังสือกับแม่แท้ๆ ของหลี่เชียนหลายวัน จึงรู้สึกว่าตนเองเป็นคนรู้หนังสือคนหนึ่ง หลายเรื่องไม่ถกเถียงกับครอบครัวสามี ทนได้ก็ทน ยอมได้ก็ยอม ปรากฏ ฏว่าคนของครอบครัวสามีกลับคิดว่านางอ่อนแอและรังแกได้ สุดท้ายนางไม่เพียงแต่สูญเสียสามีไป ทว่ายังสูญเสียลูกไปด้วย
“ข้ารู้ว่าควรจะทำอย่างไร!” พอนึกถึงเมื่อก่อน สายตาของนางก็มืดมน และเอ่ยเสียงเบาว่า “ฮูหยินเหอเป็นแบบนี้แล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ในเรือนของอาหลินวุ่นวายด้วย”
ไม่อย่างนั้นหลี่ฉางชิงกับหลี่เชียนเป็นขุนนางอยู่ในวงการราชการจะต้องเดือดร้อนไปด้วยอย่างแน่นอน
แม่นมหลี่พยักหน้าติดกันหลายครั้ง และเอ่ยว่า “คุณหนูใหญ่จะทำให้คุณชายหลี่เชียนผิดหวังไม่ได้”