มู่หนานจือ - บทที่ 503 ก่อนแต่งงาน
ฮูหยินเหอล้มเลิกความคิดทันที
นางคิดว่าในมือตนเองยังมีเงินส่วนตัวสามสี่พันตำลึง ต่อให้ลุงเหอไม่คืนเงินในชั่วขณะ นางก็ใช้พออยู่ดี จึงไม่ซักไซ้เรื่องเงินที่เก็บไว้ที่ลุงเหออีก
ทว่าป้าเหอกลับกลัวว่าตระกูลหลี่จะเข้าใจผิด หลังจากกลับบ้านก็เร่งให้ลุงเหอไปพบหลี่ฉางชิง โดยบอกเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กับหลี่ฉางชิง และเอ่ยว่า “ข้ามีถงเหนียงเป็นลู กสาวเพียงคนเดียว นางแต่งงานแล้ว ข้าก็ไม่มีที่ที่ต้องใช้เงินแล้วเช่นกัน ท่านวางใจ ข้าจะไม่แตะต้องเงินสินเดิมของน้องสาวข้าแม้แต่แดงเดียว เพียงแค่เก็บไว้ที่ข้าชั่วคราวเท่านั น หากท่านไม่วางใจ สามารถให้คนของฝ่ายบัญชีไปตรวจบัญชีที่บ้านของข้าได้ทุกเดือน”
“ข้าจะไม่เชื่อใจท่านได้อย่างไร!” หลี่ฉางชิงมองลุงเหอด้วยสายตาจริงใจ และเอ่ยอย่างจริงใจว่า “จะว่าไป…เรื่องนี้ทั้งหมดก็เป็นความผิดของข้า หากไม่ใช่เพราะข้าจัดการงานบ้านอย ย่างไม่มีทิศทางที่แน่นนอน ท่านก็คงจะไม่ต้องเป็นแพะรับบาปในเรื่องนี้ แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือกแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ปล่อยให้นางทำเรื่องน่าอายออกมาจนถ่วงอนาคตของจงเฉวียนไม่ได้ กระมัง? ตั้งแต่ฮูหยินแต่งมาตระกูลของพวกเรา ท่านพี่ก็ช่วยตระกูลหลี่เยอะมาก ข้าจดจำไว้ในใจหมด ครั้งนี้ก็จำเป็นต้องรบกวนท่านอีกครั้งเช่นกัน ไว้อาจวีแต่งงานแล้วก็ดีแล้ว”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ จะมอบงานควบคุมอาหารการกินภายในจวนสกุลหลี่ให้ภรรยาของหลี่จวี
ลุงเหอประหลาดใจ
หลี่ฉางชิงอธิบายว่า “ถึงอย่างไรท่านหญิงก็ไม่ใช่คนธรรมดา และถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กจนโต อย่างไรก็ให้นางไปควบคุมอาหารการกินภายในบ้านไม่ได้กระมัง?”
ลุงเหอนึกถึงที่เจียงเซี่ยนไม่กินเนื้อไก่กินแต่น้ำแกงไก่ แล้วรู้สึกว่าหลี่ฉางชิงพูดจามีเหตุผล และเมื่อได้รับคำพูดที่จริงใจจากหลี่ฉางชิง ก็ยิ่งรู้สึกว่าภาระบนบ่าตนเองหนั กมาก และต้องช่วยหลี่ฉางชิงจำกัดการใช้เงินของฮูหยินเหอ
“ท่านวางใจเถอะ” เขาเอ่ยพึมพำ “ข้าก็รู้เช่นกันว่าคนมีเงินก็กล้า หลายปีนี้น้องสาวข้าทำสิ่งที่ออกนอกกรอบเล็กน้อย แต่ท่านก็ปฏิบัติกับนางอย่างใจกว้าง ไม่เคยปฏิบัติกับนางอย ย่างขาดตกบกพร่องในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน นางมีสินเดิมก้อนใหญ่อยู่ในมือ ข้าจะจัดการสินเดิมของนางให้เรียบร้อย แล้วถึงเวลานั้นจะส่งของของนางถึงมือของอาจวีและตงจื้ออย่างสมบ บูรณ์อย่างแน่นอน”
หลี่ฉางชิงขอบคุณลุงเหอ และให้ลุงเหออยู่รับประทานอาหารกลางวัน
—————————————————–
ส่วนฮูหยินเหอก็หายโกรธเร็วเช่นกัน นางให้เสี่ยวฮุ่ยปิดประตู หลังจากตรวจนับห้องเก็บของของตนเอง ก็พบว่านอกจากเงินแล้ว ยังมีพวกกล่องผ้าดิ้นลงชาดสีแดงของฝูเจี้ยน ไหกับคนโท ทที่เผาจากเตาของจิ่งเต๋อเจิ้น และแพรต่วนของเจียงหนาน พอให้นางไล่คน และให้ของขวัญคน จิตใจจึงสงบลงอีกครั้ง และไปที่เรือนของตงจื้อด้วยตนเอง นางสั่งให้สาวใช้กับแม่บ้านทำ ำความสะอาดสถานที่ที่ตงจื้ออยู่ให้สะอาด จนไม่ว่าลูบตรงไหนก็ไม่มีฝุ่น นางถึงจะหยุด
ผ่านไปเช่นนี้สองสามวัน หลี่จี้กับตงจื้อก็มาถึงบ้าน
พอเห็นลูกสาว ฮูหยินเหอก็ยังดีใจมาก
นางต้อนรับตงจื้อหน้าประตูฉุยฮวา
ตงจื้อสูงกว่าตอนไปครึ่งศีรษะ เสื้อผ้าที่ทำก่อนหน้านี้ต่างใส่ไม่ได้แล้ว นางลงจากรถม้า เกล้ามวยติดเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ไข่มุกเคลือบทอง สวมเสื้อกั๊กยาวผ้าโปร่งสีแดงอ่อน กระโปรงจันทราทรงกลดลายภาพวาดหมึกจีนสีน้ำเงินอ่อน เอวตรง สีหน้าท่าทางสุขุมและไม่รีบร้อน จนทำให้ฮูหยินเหอเกือบจะจำไม่ได้
“ตงจื้อ!” นางเรียกลูกสาวอย่างลังเล
หลี่ตงจื้อยิ้มอย่างเขินอายเล็กน้อย
ถึงจะเผยให้เห็นเด็กสาวคนนั้นในอดีตอย่างเบาบาง
“ตงจื้อ!” น้ำตาของฮูหยินเหอร่วงลงมาทันที นางก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อยและกอดหลี่ตงจื้อ แล้วเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “เจ้าอยู่ซีอานเป็นอย่างไรบ้าง? คิดถึงแม่หรือไม่? กินดีหรือไม่? เรียนยากหรือไม่?”
หลี่ตงจื้อกอดเอวของมารดา และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าอยู่ที่นั่นดีมากทุกอย่าง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้า พี่สะใภ้ดูแลข้ากับพี่รองเป็นอย่างดี”
ฮูหยินเหอรู้ว่าเจียงเซี่ยนไม่มีทางที่จะปฏิบัติกับหลี่ตงจื้ออย่างขาดตกบกพร่อง ทว่าตอนที่ลูกสาวอยู่ตรงหน้า นางก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองหลี่ตงจื้อตั้งแต่ศีรษะจรดเท้านานมาก ก เมื่อไม่เห็นสิ่งที่ไม่ดีบนตัวของหลี่ตงจื้อแม้แต่นิดเดียวจริงๆ นางถึงจะวางใจ
หลี่จี้ที่ติดตามเกี้ยวมาถึงจะมีโอกาสเข้ามาคารวะฮูหยินเหอ
ฮูหยินเหอมองเขาด้วยรอยยิ้ม รู้สึกว่าไม่เจอกันเพียงแค่ไม่กี่เดือน หลี่จี้ก็สูงขึ้นเล็กน้อย และดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเช่นกัน
นางถามหลี่จี้สองสามคำอย่างลำบากใจ แล้วไล่หลี่จี้ “เจ้ารีบไปล้างหน้า บ้วนปาก และเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ! พ่อของเจ้าได้ยินว่าพวกเจ้าจะกลับมาสองวันนี้ ก็ไม่ไปศาลาว่าการแล้ว รอพวก กเจ้าอยู่ที่บ้านตลอด! ไว้พวกเจ้าเก็บของเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปคารวะพ่อของเจ้าด้วยกัน”
หลี่จี้ขานรับและถอยออกไป
ตอนอาหารเย็น เขาเจอหลี่หลินที่ถูกหลี่ฉางชิงเรียกกลับมา
หลี่จี้แอบหยอกหลี่หลินเล่น “พี่สะใภ้ยังไม่แต่งเข้าตระกูล ท่านก็ไปอยู่บ้านใหม่แล้ว ก็รีบเกินไปหน่อยแล้วกระมัง?”
หลี่หลินชกหลี่จี้หมัดหนึ่ง และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เด็กจะเข้าใจอะไร? ไว้ตอนที่เจ้าแต่งงานก็รู้แล้ว อย่าหัวเราะเยาะเร็วนักเลย!”
หลี่จี้หัวเราะ พอเห็นหลี่ฉางชิงนั่งลงข้างโต๊ะแล้ว ก็รีบทำหน้าขรึม และนั่งลงอย่างนอบน้อม
ทว่าหลังจากรับประทานอาหารเย็น หลี่จี้กับหลี่หลินก็แอบหนีออกไปกินอาหารมื้อดึก แถมยังเรียกหลี่เหลยที่ยังอยู่ไท่หยวนเพื่อร่วมงานแต่งงานของหลี่หลินออกมาด้วย
ทุกคนผลัดกันพูด และดื่มจนถึงเที่ยงคืนถึงจะไปพักที่บ้านของหลี่หลินตรงถนนตะวันตกที่ไม่มีผู้อาวุโสอยู่
วันรุ่งขึ้นตื่นมา ทั้งสามคนต่างปวดศีรษะมาก จนถึงตอนเที่ยงถึงจะไปจวนสกุลหลี่ตรงถนนหลังกองบัญชาการ
——————————————————
แม่สื่อส่งรายการสินเดิมของเกาเมี่ยวหรงมาแล้ว
ฮูหยินเหออ่านแล้วมีความสุขมาก
เฉวียนฝูเหรินที่ตระกูลหลี่เชิญมาในงานแต่งงานของหลี่หลินคือภรรยาของนายท่านห้าจูจูเฉินพี่น้องร่วมสาบานของหลี่ฉางชิง
นางชี้รายการสินเดิมของเกาเมี่ยวหรง พลางเอ่ยอย่างรู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีว่า “ฮูหยิน ท่านดูสิ ในสินเดิมของคุณหนูเกายังมีหนังสือสามร้อยเล่มด้วย?”
“นั่นสิ นั่นสิ!” ฮูหยินเหอเอ่ยอย่างดีใจจนออกนอกหน้า “เด็กคนนี้เป็นคนทะนงตนตั้งแต่เด็ก เรียนหนังสือ งานเย็บปักถักร้อย เชี่ยวชาญทุกอย่าง แม้แต่แต่งงาน ก็จัดการอย่างเหมาะสมเช่น นกัน”
นายหญิงจูยิ้มพลางประจบฮูหยินเหอ “ใครว่าไม่ใช่! ไม่อย่างนั้นท่านจะรักนางเหมือนลูกสาวได้อย่างไร!”
ฮูหยินเหอภูมิใจมาก
ทว่าหลี่ตงจื้อที่นั่งดื่มชาอยู่ข้างๆ ตลอดกลับเอ่ยอย่างกะทันหันว่า “รายการสินเดิมของพี่เกาหรือ? ให้ข้าดูหน่อย!”
ฮูหยินเหอเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “เด็กสาว จะดูของพวกนี้ทำไม?”
หากเป็นเมื่อก่อน หลี่ตงจื้อไม่รู้ว่าตนเองถูกหรือผิดกันแน่ จึงไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ทว่านางติดตามเจียงเซี่ยนมาระยะหนึ่งแล้ว เจียงเซี่ยนไม่เคยคุมเรื่องพวกนี้ ตรง ที่รู้สึกว่าไม่ถูกต้องจะถาม ถามแล้วก็ต้องเปลี่ยนตามนาง มีความตรงไปตรงมาที่เอาชนะคนที่มีวิทยายุทธสิบคนด้วยคนที่มีกำลังมากคนเดียว ดังนั้นหลี่ตงจื้อจึงไม่สนใจความไม่พอใจของ มารดา แต่ทำหน้าขรึมและเอ่ยว่า “ท่านแม่ให้ข้าดูดีกว่า ข้าฟังแล้วทำไมรู้สึกว่ารายการสินเดิมนี้ผิดปกติ!”
ฮูหยินเหอกับนายหญิงจูอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ถึงอย่างไรนายหญิงจูก็ยังกังวลว่าหลี่ตงจื้อเป็นคุณหนูใหญ่เพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ จึงยิ้มพลางยื่นรายการสินเดิมให้หลี่ตงจื้อ และเอ่ยกับฮูหยินเหอว่า “ตงจื้ออยากดู ก ก็ให้นางดูเถอะ! เด็กสาวอยากรู้ว่าในรายการสินเดิมเขียนอะไรบ้างก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน…”
หลี่ตงจื้อไม่สนใจฮูหยินเหอกับนายหญิงจู นางรับรายการสินเดิมของเกาเมี่ยวหรงมาอ่านรวดเดียวสิบบรรทัด ยังอ่านไม่จบก็ขมวดคิ้วแน่นแล้ว และชี้หนังสือสามร้อยเล่มนั้นพลางเอ่ยว่ า “นี่คือสิ่งที่ตระกูลของพวกเราขอหรือ?”