มู่หนานจือ - บทที่ 505 ขัดแย้ง
เรื่องแปลกประหลาด
หลิ่วหลีเป็นบัณฑิต ย่อมไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ ได้ยินหลี่ฉางชิงเอ่ยเช่นนี้ เขาก็เพียงแค่ยิ้มอยู่ข้างๆ
หลี่ฉางชิงก็เร่งเขา “เช่นนั้นก็รบกวนท่านไปคุยเรื่องนี้กับท่านฝูอวี้แล้ว”
หลิ่วหลีทำได้เพียงฝืนใจไปตระกูลเกา
เกาฝูอวี้เป็นคนฉลาด หลิ่วหลีเริ่มต้น เขาก็รู้จุดประสงค์ที่หลิ่วหลีมาแล้ว เกาฝูอวี้รู้สึกเครียดมากทันที และโกรธจนพูดอะไรไม่ออกนานมาก ทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะตำหนิที่เกา าเมี่ยวหรงไม่รู้ความดี หรือตำหนิที่หลี่ฉางชิงไม่ยอมเสียเปรียบแม้แต่นิดเดียว ทำไมถึงต้องจริงจังกับคนรุ่นหลังขนาดนี้?
มีใครไม่รู้ชาติกำเนิดของตระกูลหลี่บ้าง ไม่ว่าอย่างไรบรรพบุรุษของตระกูลเกาก็เคยมีซิ่วไฉ และตระกูลเกาก็ไม่มีทางที่จะไปตะโกนทุกที่ ตระกูลหลี่รับหนังสือสามร้อยเล่มนี้ไว้ ไว ว้หน้าตระกูลเกาสักครั้งไม่ดีตรงไหน?
ทำให้เกาเมี่ยวหวามีหน้ามีตาในแวดวงปัญญาชนเล็กน้อยด้วย แล้วทำไมจะไม่ทำเล่า?
เกาฝูอวี้หลับตาพักผ่อนครู่หนึ่งถึงจะกลืนความโกรธนั้นลงไป แล้วเหลือบตาขึ้นพลางเอ่ยกับหลิ่วหลีว่า “เช่นนั้นก็อย่างที่ใต้เท้าหลี่เอ่ย ถือว่าหนังสือสามร้อยเล่มนี้เป็นความชอบข ของเมี่ยวหรง ลงบันทึกไว้ในสมุดรายชื่อ ไม่ใส่ไว้ในรายการสินเดิม”
ตอนที่เขาเอ่ยเรื่องนี้ น้ำเสียงเย็นชามาก ไม่ต้องพูดถึงคนที่คาดเดาความคิดของคนอื่นจากการสังเกตสีหน้าอย่างหลิ่วหลี แม้แต่สาวใช้ที่ยกน้ำชาอยู่ข้างๆ ก็ดูความไม่พอใจของเขาอ ออกเช่นกัน
หลิ่วหลีคิดแล้วก็ไม่ได้กลับไปทันที ทว่าจิบชาอย่างเชื่องช้า และเอ่ยเสียงเบาว่า “พี่ฝูอวี้ ตอนที่ใต้เท้าหลี่เริ่มต้นจากน้อยนิด ท่านก็ช่วยใต้เท้าหลี่ออกความคิด และเป็นผู้อ อาวุโสของข้า ด้วยการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ของพี่ฝูอวี้ เรื่องบางเรื่องเดิมทีไม่ควรให้ข้ามาพูด แต่ข้าเห็นว่าช่วงนี้พี่ฝูอวี้ยุ่งอยู่กับเรื่องแต่งงานของหลานสาวตลอด อาจจะไม่มีกะจิตกะใจสนใจสถานการณ์ทางฝั่งตระกูลหลี่ ในความคิดของข้า…ตระกูลหลี่ฉายแววประสบความสำเร็จแล้ว ใต้เท้าหลี่กบดานหลายปี คงจะรอโอกาสนี้อยู่ตลอด”
“เขาไม่มีทางยอมแพ้อย่างแน่นอน”
“เช่นนั้นตระกูลหลี่จัดระเบียบงานภายในและก่อตั้งตระกูลก็เป็นเรื่องด่วนที่หลบเลี่ยงไม่ได้แล้ว”
“พี่ฝูอวี้กับใต้เท้าหลี่เป็นเพื่อนที่รู้ใจกันมาหลายปี พี่ฝูอวี้น่าจะเข้าใจความคิดของใต้เท้าหลี่มากถึงจะถูก”
“แต่ฮูหยินเหอก็ดันเป็นคนไม่คุมงาน”
“เวลานี้…เขาจึงต้องหนักแน่นขึ้น”
“คิดว่าพี่ฝูอวี้จะต้องเข้าใจความตั้งใจของใต้เท้าหลี่ได้อย่างแน่นอน”
ความตั้งใจอะไรกัน ก็แค่ถีบหัวส่งเมื่อหมดประโยชน์ไม่ใช่หรือ?
เกาฝูอวี้หัวเราะเยาะในใจ ทว่ากลับไม่แสดงออกมาทางสีหน้า และเอ่ยว่า “ใต้เท้าหลี่ให้เจ้ามาเตือนข้าหรือ?”
“เปล่า” หลิ่วหลีตอบโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ “ใต้เท้าหลี่เป็นคนอย่างไร พี่ฝูอวี้ยังไม่รู้หรือ? ข้าเห็นพี่ฝูอวี้ไม่พอใจ จึงบังอาจเตือนพี่ฝูอวี้เล็กน้อย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพูดถู กหรือไม่ ขอให้ท่านฝูอวี้อย่าตำหนิ!”
“ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดี” เกาฝูอวี้คุยกับหลิ่วหลี แต่ถึงอย่างไรก็สุภาพมากเกินไป จนทำให้คนรู้สึกว่าไม่ได้พูดออกมาจากใจจริง
หลิ่วหลีแอบส่ายหน้าในใจ
ตระกูลหลี่ยังไม่ร่ำรวยเลย เกาฝูอวี้ก็มีความบาดหมางกับหลี่ฉางชิงแล้ว นี่หากตระกูลหลี่มีอำนาจมาก...
เขาส่ายหน้า และไปจากตระกูลเกา
—————————————————–
แม่สื่อของตระกูลหลี่ถือของขวัญชิ้นใหญ่ไปหาแม่สื่อของตระกูลเกาและปรึกษาเรื่องรายการสินเดิม
หลังจากเกาเมี่ยวหรงรู้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ จนบุกเข้าไปในห้องหนังสือของเกาฝูอวี้ทันที และเอ่ยทั้งที่ตาแดงว่า “ท่านอา จะช่วยตระกูลหลี่แบบนี้ไม่ได้…”
ทว่าเกาฝูอวี้กลับหลับตาอย่างอ่อนเพลีย และเอ่ยเสียงเบาว่า “เมี่ยวหรง ตระกูลหลี่ไม่ใช่ตระกูลหลี่อย่างเมื่อก่อนแล้ว หลี่หลินก็ไม่ใช่หลี่เชียนเช่นกัน และข้ายิ่งไม่สามารถปก กป้องเจ้าได้ตลอดชีวิต ตอนนี้เจ้าทำอะไร…ต้องใช้สมองมากหน่อย”
เกาเมี่ยวหรงอึ้งไป
เกาฝูอวี้โบกมือให้นาง และเอ่ยว่า “เรื่องนี้ก็สิ้นสุดลงตรงนี้ เจ้าตั้งใจรอแต่งงานแล้วกัน เรื่องอื่น…มีข้ากับพี่ชายของเจ้า เจ้าต้องจำคำเตือนที่ข้าให้เจ้าไว้”
เพราะหลี่หลินไม่ใช่หลี่เชียน หลี่ฉางชิงจึงไม่เมตตานางแล้วหรือ?
เกาเมี่ยวหรงเม้มปากแน่น และออกจากหนังสือของเกาฝูอวี้
เกาฝูอวี้ถอนหายใจ และถามผู้ติดตามที่รับใช้เขามาสิบกว่าปีแล้ว “เจ้าว่า…ข้าควรกลับไปพักผ่อนในบั้นปลายชีวิตที่บ้านเกิดแล้วหรือไม่?”
ผู้ติดตามเงียบไปและเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า “ข้าเชื่อฟังท่าน และจะติดตามท่านตลอดไปขอรับ”
เกาฝูอวี้ได้ยินก็ฝืนยิ้ม และเอ่ยว่า “เรื่องบางเรื่อง พูดง่าย แต่ทำยาก”
ผู้ติดตามไม่เอ่ยสิ่งใด พลางคิดในใจว่า หากอยากจากไปจริงๆ ยังสนใจเรื่องพวกนั้นทำไม แสดงว่ายังเป็นห่วงเกาเมี่ยวหวากับเกาเมี่ยวหรงอยู่
เกาฝูอวี้ก็เหมือนรู้สึกถึงสภาพจิตใจที่แท้จริงของตนเองเช่นกัน จึงนั่งเหม่ออยู่ตรงนั้น และไม่ได้สติกลับมานานมาก
—————————————————
ถึงตอนที่ตระกูลหลี่มารับสินเดิม หนังสือสามร้อยเล่มนั้นก็ติดตามสาวใช้ที่เป็นสินเดิมเข้าจวนสกุลหลี่ตรงถนนตะวันตกในฐานะของรักของเกาเมี่ยวหรง
คนของตระกูลหลี่ที่มาดูความคึกคักอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบนางกับเหอถงเหนียงที่เพิ่งจะออกเรือนไม่กี่วันก่อน
“แม้จะต่างก็มีหนึ่งร้อยยี่สิบหกหีบ แต่สินเดิมของคุณหนูเหอถงเหนียงมากกว่าสินเดิมของคุณหนูเกาเมี่ยวหรงจริงๆ ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่แพรต่วนนี้…กล่องของคุณหนูเหอถงเหนีย ยงยัดมาเต็ม จนสอดมือเข้าไปไม่ได้ด้วยซ้ำ ทว่าของคุณหนูเกาเมี่ยวหรงกลับซ้อนกันสองสามพับ อันไหนมากกว่าล่ะ!”
“แล้วยังของตกแต่งนั่น สวนหยกของคุณหนูเหอถงเหนียงต่างเป็นพวกส้มมือ ทับทิม และลูกท้อ ทั้งหมดแกะสลักจากหยกทั้งก้อน แถมบางอันยังมีสีด้วย มองไปไกลๆ สีพวกนั้นก็เหมือนเกิดขึ นโดยธรรมชาติ ทำให้สวนหยกนั้นกลายเป็นเหมือนจริงมากราวกับมีชีวิต แต่พวกเจ้าดูของคุณหนูเกาเมี่ยวหรงสิ มีแต่พวกดอกไม้ใบหญ้า ดูเหมือนกองภาพทิวทัศน์ที่หลากสีสันสดใสและสวยงาม มาก ทว่าความจริงแล้วต่างก็แกะสลักจากพวกเศษหยก หากพูดถึงมูลค่า ก็ห่างกันไกลเลย”
คนที่มาดูสินเดิมของเกาเมี่ยวหรงโดยรอบ มีคนหัวเราะเยาะที่ผู้หญิงคนนี้จุ้นจ้าน “เจ้ารู้ทุกอย่างหรือ? กล่องของตระกูลเหอ...เจ้าใช้มือสอดเข้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ? แถมยังสอดเข้าไ ไปไม่ได้ ข้าว่าเจ้าพูดออกมาโดยไม่ได้คิดกระมัง? ส่วนหยก...ควรจะดูที่สีไม่ใช่ดูที่ขนาดกระมัง?”
แล้วก็มีคนที่มีความสุขกับความทุกข์ของคนอื่น เอ่ยว่า “พี่สะใภ้เก่งที่สุดแล้ว พูดแบบนี้ก็ค่อนข้างมีเหตุผลเช่นกัน”
ทุกคนหัวเราะคิกคัก ทว่าก็ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้เช่นกันว่าสินเดิมของเหอถงเหนียงไม่เพียงแต่มากกว่าเกาเมี่ยวหรง ทว่าตระกูลเหอเตรียมแม้กระทั่งไม้กวาดขนม้าที่ใช้กวาดเตียงกับจ่ าวโต้วที่ใช้ล้างมือแล้ว แต่ตระกูลเกากลับเตรียมแค่อุปกรณ์รับประทานอาหารสองร้อยแปดสิบหัวสองชุดอย่างพอเป็นพิธี
แม้ทุกคนจะหัวเราะคิกคัก ทว่าในใจกลับคิดว่าตระกูลเกาไม่ซื่อสัตย์ และทำอะไรผิวเผิน
หลี่เหลยได้ยินคำวิจารณ์เหล่านั้น ก็อดไม่ได้ที่จะแอบส่ายหน้า
ภรรยาคนที่หลี่หลินเลือกนี้ เป็นอย่างที่หลี่ฉางชิงกังวล ไม่เพียงแต่ไม่สามารถนำผลพวงที่ดีมาให้เขาได้ ยังทำลายความประทับใจที่คนตระกูลหลี่มีต่อเขาด้วย
หากหลี่เชียนไม่อยากรับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลของตระกูลหลี่ หลี่หลินก็เป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียว
ทว่าตอนนี้…ต่อให้หลี่ฉางชิงสนับสนุนให้หลี่หลินเป็นหัวหน้าตระกูล เช่นนั้นก็ต้องดูว่าคนในตระกูลของตระกูลหลี่จะยอมเขาหรือไม่แล้ว
ภรรยาคนที่เขาแต่งนี้ ทำให้คนไม่รู้จะพูดอะไรดีจริงๆ
หลี่เหลยส่ายหน้าและกลับเฝินหยาง
เพียงไม่กี่วันเรื่องสินเดิมก็ไปถึงหูของเกาเมี่ยวหรง
นางโกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจวางหนังสือสามร้อยเล่มที่ตนเองนำมาจากตระกูลเกาแยกไว้ในห้องอุ่นห้องหนึ่ง และไม่ว่าจะมีธุระหรือไม่ก็เชิญพวกญาติมากมายของตระก กูลหลี่มาเป็นแขกที่บ้าน แล้วก็เชิญคุณหนูใหญ่ตระกูลจูหรือคุณหนูใหญ่ตระกูลหนิวมาดื่มชากับอ่านหนังสือบ่อยๆ ทำให้พวกคนที่วิจารณ์คนอื่นลับหลังมั่วซั่วมีความรู้มากขึ้น
บังเอิญดอกหอมหมื่นลี้หลายต้นที่ปลูกในบ้านบานล่วงหน้า เกาเมี่ยวหรงจึงอยากฉวยโอกาสจัดงานเลี้ยงน้ำชาหรืองานชมดอกไม้