มู่หนานจือ - บทที่ 506 อับอายและเคียดแค้น
นี่ก็เป็นการปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรกหลังจากเกาเมี่ยวหรงกลายเป็นสะใภ้ใหญ่ของสายลูกชายคนโตของตระกูลหลี่เช่นกัน
ไม่เพียงแต่เกาเมี่ยวหรงที่ให้ความสำคัญ แม้แต่เกาฝูอวี้ ก็ส่งคนมาคุยด้วย
เกาเมี่ยวหรงคิดว่า เรื่องนี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากตระกูลหลี่ จึงบอกหลี่หลินว่า อยากส่งเทียบเชิญให้ตระกูลขุนนางของเมืองไท่หยวนในนามของตระกูลหลี่
หลี่หลินกับเกาเมี่ยวหรงกำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน เกาเมี่ยวหรงก็อ่อนโยนและเอาใจใส่เขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลี่หลินยังพูดออกมาว่า ‘ไม่’ ได้ที่ไหนกัน จึงย่อมไปพบห หลี่ฉางชิงในคืนนั้น
หลี่ฉางชิงตกลงทันที
ในความคิดของเขา หลี่หลินไม่เพียงแต่เป็นหลานชายร่วมสายเลือดของเขา ทว่ายังเติบโตอยู่ข้างกายเขาด้วย คนที่ไม่รู้เรื่องมักจะคิดว่าหลี่หลินเป็นลูกชายคนโตของเขา จนตอนนี้ห ลี่หลินก็ยังติดตามทำงานอยู่ข้างกายเขา หลี่เชียนมีอนาคตของตนเองแล้ว หลี่จวีอายุยังน้อย จะใช้การได้อย่างน้อยก็ต้องสิบปีเช่นกัน กว่าจะถึงสิบปีข้างหน้า หลี่เชียนก็ดูแล ลหลี่จวีได้ตั้งนานแล้ว ส่วนหลี่จวี…เขาไม่อยากให้หลี่จวีออกหน้าแย่งกับหลี่เชียน ในอนาคตเขาอยากให้หลี่จวีใช้ชีวิตพึ่งพาหลี่เชียนด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจึงคิดจะมอบควา ามคุ้มครองของตนเองให้หลี่หลิน แบบนี้…ต่อให้หลี่หลินแยกออกไป ในสายตาของคนอื่น เขาก็มีบุญคุณต่อหลี่หลินมากเช่นกัน ทั้งสองครอบครัวไม่ว่าจากด้านความรู้สึกหรือเหตุผลก็ไม ม่สามารถตัดความสัมพันธ์ได้ ทว่าหากวันหนึ่งหลี่หลินทำสิ่งที่ผิดต่อหลี่เชียน เขาจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น แค่ไม่ให้คนในครอบครัวของตนเองไปที่บ้านของหลี่หลิน ชื่อเสียงไม่ดีที่ไ ไม่ซื่อสัตย์ อกตัญญู และเนรคุณ ก็สามารถทำให้หลี่หลินไม่มีที่ยืนในโลกนี้ตั้งแต่นี้ไปได้แล้ว
ตอนนี้เขาตกลงให้หลี่หลินส่งเทียบเชิญในนามของจวนสกุลหลี่ เกี่ยวอะไรกับการเสริมชื่อเสียงและบารมีให้หลี่หลินอีก!
หลี่หลินไม่ได้โง่
เขาอายุยังน้อย ถึงจะมองเจตนาของหลี่ฉางชิงไม่ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าหลี่ฉางชิงไม่ใกล้ชิดกับเขาเหมือนที่ปฏิบัติกับลูกชายอีกแล้ว ทว่าหากระยะห่างแบบนี้ต้อง งชดเชยด้วยการแต่งงานของเขากับเกาเมี่ยวหรง เขาก็ไม่ยอม ดังนั้นถึงเขาจะตกลงทันที แต่ตอนที่มาขอร้องหลี่ฉางชิงก็ยังรู้สึกกังวลและไม่สบายใจเล็กน้อย
ท่าทางที่สนิทสนมและตรงไปตรงมาของหลี่ฉางชิงอดที่จะทำให้เขารู้สึกดีใจมากไม่ได้
เขาขอบคุณหลี่ฉางชิงอย่างจริงใจ และยอมรับผิดอย่างอ้อมค้อม “ก่อนหน้านี้คนสกุลเกาก็เป็นห่วงเมี่ยวหวาเกินไปเช่นกัน นางรู้ว่าผิดแล้ว จึงอยากฉวยโอกาสนี้เชิญญาติกับเพื่อนมารวมตัว วกันที่บ้าน”
หลี่ฉางชิงขี้เกียจที่จะสนใจว่าอีกฝ่ายจริงใจหรือเสแสร้ง ถึงอย่างไรเขาก็ตัดสินใจแล้ว ขอเพียงไม่แตะขีดจำกัดของเขา เขาก็จะไม่สนใจว่าพวกผู้หญิงจากเรือนด้านในก่อความวุ่นวายอย่า างไร
“ได้สิ!” หลี่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถึงเวลานั้นอย่าลืมเชิญพี่สาวของเจ้ากับตงจื้อไปด้วย ตงจื้อฉลองเทศกาลฉงหยางแล้วก็เตรียมตัวกลับซีอานแล้ว”
หลี่หลินยิ้มพลางขานว่า “ขอรับ” และกลับถนนตะวันตก
หลังจากเกาเมี่ยวหรงรู้ผล ก็รู้สึกสบายใจ จึงลงครัวทำผัดมะเขือยาวให้หลี่หลินด้วยตนเอง
นี่ถึงจะเป็นบ้านในใจของหลี่หลิน
เขายิ้มตาหยี วันรุ่งขึ้นเลิกงานกลับมา ยังนำเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ไข่มุกเหอผู่คู่หนึ่งกลับมาให้เกาเมี่ยวหรงด้วย
ได้รับของขวัญ ไม่มีใครไม่ดีใจ
เกาเมี่ยวหรงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เสียบเครื่องประดับผมรูปดอกไม้ไข่มุกระหว่างผมไม่หยุด ดูว่าใส่อย่างไรสวยที่สุด เซียงมู่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสุข แล้วคารวะพ พลางตะโกนว่า “ยินดีด้วยเจ้าค่ะนายหญิงน้อย คุณชายใหญ่มาแจ้งข่าวให้คุณชายหลี่หลิน บอกว่าท่านเกาเป็นคนบอก บ่ายวันนี้นายท่านให้ผู้ช่วยหลิ่วเขียนสาส์นฉบับหนึ่งให้กรมพิธีกา าร จะมอบงานที่เมื่อก่อนให้ใต้เท้าหลี่ให้คุณชายหลี่หลินเจ้าค่ะ!”
“เจ้าว่าอะไรนะ?” เกาเมี่ยวหรงลุกขึ้นยืนทันทีอย่างตกใจมาก และเอ่ยว่า “เจ้าพูดอีกรอบหนึ่งสิ”
แต่หัวใจของนางกลับเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้
เซียงมู่รีบปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ และเอ่ยว่า “ท่านเกาบอกว่า บ่ายวันนี้นายท่านให้ผู้ช่วยหลิ่วเขียนสาส์นให้กรมพิธีการแล้ว ให้คุณชายหลี่หลินสืบทอดตำแหน่งแม่ทัพโหยวจีระดั บสี่ภายใต้ชื่อของเขาเจ้าค่ะ”
นี่ต้องขอบคุณฟ้าดินจริงๆ!
เกาเมี่ยวหรงอดไม่ได้ที่จะพนมมือ คารวะไปทางทิศตะวันตก
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลี่ฉางชิงจะดีกับหลานชายคนนี้ขนาดนี้
กลับมอบความคุ้มครองภายใต้ชื่อของเขาให้หลี่หลิน
สามารถคิดได้หรือไม่ว่า หลี่หลินยังคงมีสถานะเล็กน้อยในใจของหลี่ฉางชิง
แน่นอนว่า นี่ก็เกี่ยวกับที่หลี่เชียนมีความสามารถ ตระกูลหลี่จึงหาความคุ้มครองแค่นี้ไม่ยากอีกต่อไปเช่นกัน…ทว่านางคิดไม่ถึงว่า ตระกูลหลี่ยังมีหลี่จวี
หลี่ฉางชิงไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้
พอฮูหยินเหอรู้ ก็คิดจะกินหลี่หลินแล้ว
ของของหลี่เชียนนางไม่กล้าคิดลมๆ แล้งๆ แต่หลี่หลินมีสิทธิอะไรมาแย่งกับหลี่จวีของนาง?
นางบุกไปตรงหน้าหลี่ฉางชิงโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำ และทะเลาะกับหลี่ฉางชิง
หลี่ตงจื้อรีบไปแจ้งข่าวให้ลุงเหอ ลุงเหอจึงพาป้าเหอมาลากฮูหยินเหอออกไปทันเวลา และหลิ่วหลีก็เฝ้าอยู่หน้าประตูตลอด ไม่ให้คนของกองบัญชาการดูความคึกคัก ทว่าถึงจะเป็นเช่น นนั้น เกาฝูอวี้ก็ยังรู้เรื่องนี้
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ และนวดหน้าผากที่ปวดเป็นระยะ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
เรื่องครอบครัวซับซ้อน ถึงจะเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์สุจริตก็ยากที่จะตัดสินถูกผิดได้เช่นกัน หากบอกว่าหลี่ฉางชิงทำแบบนี้เพราะมีเจตนาร้าย เขาก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาคิดว่า าหลี่ฉางชิงไม่มีความคิดแบบนั้น ทว่าหากบอกว่าหลี่ฉางชิงไม่ผิดอย่างสิ้นเชิง ความจริงแล้วสิ่งที่เขาทำไม่เพียงแต่ทำร้ายแม่ลูกสกุลเหอ ทว่ายังทำให้หลี่หลินเกิดความบาดหมางที่ไ ไม่มีทางหายไปกับฮูหยินเหอและลูกชายด้วย
ครอบครัวรักใคร่ปรองดองกันถึงจะเจริญรุ่งเรือง เขาคิดว่าด้วยนิสัยของหลี่ฉางชิง นี่ต้องเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากเห็นอย่างแน่นอน
เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ทำโดยไม่ได้ตั้งใจ?
เกาฝูอวี้ขมวดคิ้ว
แต่หลี่ฉางชิงกลับออกไปดื่มเหล้าข้างนอกอย่างไม่ใส่ใจตั้งนานแล้ว
ลูกน้องคนหนึ่งของเขามีลูกชาย จึงเชิญเขาไปสนุก
ทว่าฮูหยินเหอกลับโกรธจนนอนอยู่บนเตียง หลี่ตงจื้อจึงดูแลอยู่ข้างเตียง
ส่วนหลี่จวีนั่งทำหน้าบึ้งอยู่บนม้านั่งข้างเตียงอย่างโมโห
บรรยากาศของห้องนอนทั้งอึดอัดและเศร้าโศก
ฮูหยินเหอร้องไห้พลางเอ่ยกับป้าเหอที่ปลอบใจนางว่า “วันนี้พวกเจ้าเตือนข้าอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์ ข้าตัดใจจากหลี่ฉางชิงแล้ว ข้าเป็นคนนอก แล้วอาจวีเป็นด้วยอย่างนั้นหรือ! ห ลี่เชียนเป็นลูกชายคนโต ให้เขาสืบทอดกิจการของตระกูล ข้าไม่แย่งกับเขา แล้วก็ไม่ควรแย่งกับเขาเช่นกัน แต่อาจวีของพวกเราล่ะ? เพียงเพราะเกิดในท้องของข้า จึงสู้แม้แต่หลานชาย ยคนหนึ่งไม่ได้หรือ…”
ป้าเหอถอนหายใจในใจอย่างจนใจ
บางสถานการณ์ลูกชายเจริญรุ่งเรืองและร่ำรวยเพราะมารดาเจริญรุ่งเรืองและร่ำรวย บางสถานการณ์มารดาเจริญรุ่งเรืองและร่ำรวยเพราะลูกชายเจริญรุ่งเรืองและร่ำรวย
หลี่จวีมาถึงขั้นนี้ ทำไมจะไม่เกี่ยวกับที่ฮูหยินเหอเจออะไรก็งุนงง ไม่มีแผนการ?
ทว่าฮูหยินเหอกำลังเสียใจ จึงไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนี้
หลี่ตงจื้อได้ยินแล้วก็เอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ ท่านพี่อยู่ตรงนี้ ท่านพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? พวกเราไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของท่านพ่อ ท่านพ่อจึงไม่คิดหวังดีกับพวกเราอย่างน นั้นหรือ? ท่านดูพี่ใหญ่สิ ไม่พึ่งพาท่านพ่อ ก็ทำงานของตนเองสำเร็จเหมือนกันไม่ใช่หรือ? สมัยโบราณมีมารดาของเยว่เฟยสักตัวอักษร มีมารดาของเมิ่งจื่อย้ายบ้านหลายครั้ง ทำไมท่านแม่ไม่ คิดเพื่อท่านพี่บ้าง เอาแต่ให้ท่านพี่ไปแย่งสิ่งที่ท่านพ่อทิ้งเอาไว้จะมีความหมายอะไร ข้าคิดว่าถึงท่านพ่อจะไม่ปรึกษาเรื่องนี้กับท่านก่อน ไม่ค่อยถูกต้อง แต่สิ่งที่ท่านพ่อทำ ำกลับหวังดีกับท่านพี่ กลัวว่าท่านพี่อายุน้อย มีความคุ้มครองแล้วก็ไม่แสวงหาความก้าวหน้า กลับเลี้ยงท่านพี่ให้เป็นลูกผู้ดีมีเงินที่กินดื่มเที่ยวเล่นทั้งวันและไม่ทำงาน กลายเป ป็นทำร้ายท่านพี่! ยิ่งกว่านั้นท่านพ่อกับพี่ใหญ่ต่างก็ยังหนุ่ม หากท่านพี่เป็นคนมีความสามารถที่น่าฝึกฝนและสร้างขึ้นมา ต่อให้ท่านพ่อมองข้าม ก็ยังมีพี่ใหญ่ไม่ใช่หรือ? พี่ใหญ่ คิดไม่ถึงในชั่วขณะ ก็ยังมีพี่สะใภ้! เกินครึ่งปีที่ข้าอยู่ซีอาน ก็โชคดีที่พี่สะใภ้ดูแลข้า…”
แต่ละคนต่างก็ไม่คิดอะไรมาก
ฮูหยินเหอลุกขึ้นอย่างโมโห และคว้าถ้วยชาบนโต๊ะชาข้างๆ ขว้างใส่หลี่ตงจื้อ