มู่หนานจือ - บทที่ 507 ความบาดหมาง
หลี่ตงจื้อบิดตัวหลบถ้วยชาที่ฮูหยินเหอขว้างมาโดยสัญชาตญาณ
ถ้วยชาแตกเหมือนดอกไม้อยู่บนพื้น ใบชาสีเขียวกระเด็นลงบนกระโปรงปักลายสีขาวของนาง
อย่าว่าแต่หลี่ตงจื้อเลย แม้แต่คนอื่นที่อยู่ในห้องก็ตกใจมากเช่นกัน หลี่จวีกระโดดลงมาจากบนเก้าอี้ทันที และวิ่งตรงมาหาหลี่ตงจื้อ ลากหลี่ตงจื้อไปข้างๆ และเอ่ยอย่างก กระวนกระวายว่า “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? โดนลวกหรือเปล่า?”
“ไม่!” หลี่ตงจื้อส่ายหน้า ทว่ากลับรู้สึกน้อยใจมาก
ตอนเด็กๆ ทั้งที่นางเป็นลูกคนเล็ก แต่สายตาของมารดากลับมักจะจับจ้องไปที่หลี่จวีพี่ชายของนาง เวลานี้มารดาของนางก็ขว้างของใส่นางเพราะคำพูดที่ไม่เข้าหูของนาง
นางด้อยกว่าพี่ชายตรงไหน?
น้ำตาของหลี่ตงจื้อก็พากันร่วงลงมาอย่างหยุดไม่ได้ “ข้าไม่เป็นไร ท่านแม่ขว้างไม่โดนข้า”
หลี่จวีเห็นหลี่ตงจื้อร้องไห้ออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะโมโห จึงตะคอกใส่ฮูหยินเหอ “นี่ท่านจะทำอะไร? สู้พี่ใหญ่ไม่ได้ สู้หลี่หลินไม่ได้ ก็ระบายอารมณ์ใส่น้องเล็ก! น้องเล็กพูด ผิดหรือ? ของเป็นของท่านพ่อ ท่านพ่ออยากให้ใครก็ให้คนนั้น ต่อให้ในอนาคตข้าไม่ได้แบ่งสักสตางค์ พี่ใหญ่ทำได้ ข้าก็ทำได้เหมือนกัน! หรือว่าในใจท่าน…ข้าไร้ความสามารถขนาดที่ เทียบแม้แต่ขนสักเส้นของพี่ใหญ่ไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ไม่มีความคุ้มครองจากท่านพ่อแล้ว ข้าก็ทำอะไรไม่สำเร็จหรือ?”
ลูกชายโตขนาดนี้เพิ่งเคยพูดกับนางเสียงดังแบบนี้เป็นครั้งแรก
ฮูหยินเหอร้องไห้ออกมาทันที “แล้วนี่ข้าทำเพื่อใคร? พวกเจ้าแต่ละคนต่างไม่รับความหวังดีของข้า ไม่กล้าไปพูดกับพ่อของเจ้า ก็ตะโกนใส่ข้า เห็นข้ารังแกง่ายใช่หรือไม่?”
หลี่ตงจื้อได้ยินแล้วก็ร้องไห้ตามไปด้วย “ท่านแม่ ข้ากับท่านพี่ต่างไม่เคยรังเกียจท่าน ความรักที่ท่านมีต่อพวกเราตั้งแต่เด็ก พวกเราต่างก็เห็นกับตาเช่นกัน เพียงแต่กิจการของ ตระกูลเป็นเรื่องใหญ่ หากไม่ระวังก็จะทำให้พี่ชายกับน้องชายทะเลาะกัน พี่สาวกับน้องสาวแตกหักกัน ถูกคนอื่นเห็นเป็นตัวตลก พวกเราเพียงแค่ไม่อยากให้ท่านทำผิด และถูกคนหัวเราะเยาะ เท่านั้น”
ทว่าหลี่จวีเห็นมารดาเป็นแบบนี้ กลับเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปเล็กน้อย
เสียงของเขาเบาลงทันที และพึมพำว่า “ท่านแม่ ข้า…ข้าไม่ควรพูดกับท่านแบบนั้น แต่เมื่อครู่ท่านก็ทำเกินไปเช่นกัน…”
ฮูหยินเหอได้ยินแล้วก็โมโหอีกพักหนึ่ง
ป้าเหอทำได้เพียงนั่งทำให้นางหายใจสะดวกอยู่ข้างๆ
มีสาวใช้เข้ามารายงานว่า “นายหญิงน้อยของทางถนนตะวันตกมาเจ้าค่ะ”
นายหญิงน้อยของทางถนนตะวันตก เป็นคำที่ตระกูลหลี่เรียกเกาเมี่ยวหรง
ฮูหยินเหอกำลังรู้สึกหงุดหงิด พอได้ยินว่าเกาเมี่ยวหรงมา และคิดว่าสามีของเกาเมี่ยวหรงเป็นคนแย่งของของลูกชายตนเองไป นางก็โกรธทันที และเอ่ยเสียงดังโดยไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่า “ “ไม่พบ!”
เมื่อวานยังมองเกาเมี่ยวหรงเหมือนลูกสาวแท้ๆ วันนี้กลับมองเกาเมี่ยวหรงเหมือนศัตรู นี่ก็เปลี่ยนหน้าเร็วเกินไปแล้วกระมัง!
คนที่อยู่ในห้องต่างมองฮูหยินเหอ
ฮูหยินเหออดไม่ได้ที่จะร้อนตัวเล็กน้อย จึงเอ่ยเสียงเบาว่า “ในเมื่อนางจะมา ทำไมไม่ส่งจดหมายมาล่วงหน้า เจ้าไปบอกนายหญิงน้อยของถนนตะวันตกว่า ข้ากำลังยุ่ง วันนี้ไม่ว่างพบนาง ห หากนางมีธุระเยี่ยมเยียน ก็ยื่นเทียบขอพบมาพรุ่งนี้ ให้คนจัดเวลา”
ต่อให้เป็นสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงของตระกูลขุนนางใหญ่ระดับหนึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็ยังคงเป็นการควบคุมอาหารการกินภายในบ้าน ทว่าคนที่มอบแม้แต่การควบคุมอาหารการกินภายในบ บ้านให้คนอื่นควบคุมอย่างฮูหยินเหอ จะยุ่งได้อย่างไร? มีอะไรให้ยุ่ง? แถมยังต้องส่งเทียบขอพบล่วงหน้าหนึ่งวัน…พวกนางเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จำเป็นต้องทำแบบนี้หรือ?
เกาเมี่ยวหรงยืนอยู่ในโรงเกี้ยวข้างประตูใหญ่ของตระกูลหลี่ อดทนกับสายตาที่แอบมองมาตอนที่ทุกคนผ่าน และอยากจะให้ตอนนี้จู่ๆ บนพื้นก็แตกออกเป็นร่องให้นางกระโดดเข้าไป…
นางกระทืบเท้าอย่างเกลียดมาก และขึ้นเกี้ยวด้วยสีหน้าหม่นหมอง
แม่บ้านที่ติดตามมารีบบอกคนหามเกี้ยวว่า “ไป” คนหามเกี้ยวยกเกี้ยวขึ้น และไปที่ถนนตะวันตกอย่างโคลงเคลง
—————————————————-
ฮูหยินเหอขังหลี่ฉางชิงไว้นอกห้องหลัก
หลี่ฉางชิงก็ไม่สนใจนางเช่นกัน และไปที่ห้องหนังสือทันที ตอนกลางคืนก็ชวนหลิ่วหลีมาดื่มเหล้า
ฮูหยินเหอรู้แล้วก็โกรธจนเจ็บหน้าอกเหลือทน
——————————————————
แต่เกาเมี่ยวหรงกลับทะเลาะกับหลี่หลิน “…เจ้าบอกว่าท่านอารับปากเจ้าเรื่องที่จะช่วยพวกเราเชิญแขกแล้วไม่ใช่หรือ แล้วทำไมท่านอาสะใภ้ถึงหลบหน้าข้า!”
หลี่หลินแปลกใจเล็กน้อย ทว่าไม่นานเขาก็รู้สาเหตุในนี้อย่างชัดเจน
เขาสืบทอดความคุ้มครองของหลี่ฉางชิง นั่นก็หมายความว่าไม่เกี่ยวข้องกับหลี่จวีแล้ว ฮูหยินเหอยังจะอ่อนโยนและเป็นมิตรกับเกาเมี่ยวหรงได้อย่างไร
หลี่หลินอดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้ม และเอ่ยว่า “เมี่ยวหรง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าไม่เคยคิดทบทวนอย่างละเอียดอย่างนั้นหรือ?”
เกาเมี่ยวหรงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย และก้มหน้าเงียบไปนานมาก ถึงจะเอ่ยเบาๆ ว่า “ข้าเพียงแค่คิดไม่ถึงว่า ฮูหยินเหอจะห่างเหินกับข้าเพราะเรื่องนี้…”
ต่อหน้าผลประโยชน์ คงมีคนน้อยมากที่รักษาเจตนาเดิมไว้ได้กระมัง?
หลี่หลินคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ต่อไปเจ้าทำอะไร คิดให้ดีก่อนทำดีกว่า?”
เกาเมี่ยวหรงพยักหน้า แล้วเข้าห้องนอน และไม่ได้ไปยื่นเทียบขอพบที่ตระกูลหลี่ในวันรุ่งขึ้นอย่างที่ฮูหยินเหอบอกก่อนหน้านี้ แต่ไปพบคุณหนูสามตระกูลซือ
บรรดาคนที่เดิมทีมักจะเล่นด้วยกัน คุณหนูสามตระกูลหยวนออกเรือนแล้ว คุณหนูทั้งสองของตระกูลลู่ไปซีอานแล้ว คุณหนูจวงตอนนี้ถูกมารดากักตัวไว้ในบ้านให้คัด ‘เตือนสตรี’ สี่ชั่วยาม มทุกวัน จึงไม่ออกมาเยี่ยมเยียนแล้ว คิดไปคิดมา ก็มีแต่คุณหนูสามตระกูลซือที่เหมือนเดิมแล้วเช่นกัน
“ซานเม่ยช่วยข้าส่งเทียบเชิญให้คุณหนูใหญ่ตระกูลติงกับคุณหนูสามตระกูลหยวนเถอะ?” เกาเมี่ยวหรงขอร้องคุณหนูสามตระกูลซือ “ข้าอยากจัดงานชมดอกไม้ นอกจากอยากเชิญพวกเจ้าแล้ว ยังคิดว ว่าจะเชิญพวกสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงของอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านอาด้วย ทุกคนเล่นด้วยกัน”
คุณหนูสามตระกูลซือยังให้ความสำคัญเกาเมี่ยวหรงมาก ไม่อย่างนั้นก็คงจะไม่ช่วยเกาเมี่ยวหรงทุกสิ่งทุกอย่างแล้วเช่นกัน
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ได้สิ! ท่านเอาเทียบเชิญให้ข้าได้เลย คุณหนูหยวนกับคุณหนูติงนั้น ข้าไปก็พอแล้ว ท่านแค่เชิญเพื่อนที่ปกติเข้ากับท่านได้ดีก็พอ”
เกาเมี่ยวหรงซาบซึ้งใจมาก
คุณหนูสามตระกูลหยวนก็กระซิบกับนาง “ได้ยินว่าลูกสาวของอู๋ซิ่วไฉทางทิศตะวันตกของเมือง พรุ่งนี้ก็อายุครบสิบห้าปีเต็มแล้ว จึงอยากหาตระกูลที่ดีหน่อย ท่านจะลองถามพี่ใหญ่ของท่ านหรือไม่?”
จู่ๆ เกาเมี่ยวหรงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ทว่าพอนึกถึงบทเรียนที่ได้รับก่อนหน้านี้ จิตใจของนางก็ค่อยๆ สงบลงอีก
“ช่างดีกว่า!” นางถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “ท่านอาน่าจะไม่ชอบให้ข้าเข้าไปแทรกแซงเรื่องของท่านพี่ ปล่อยให้พวกเขาเป็นห่วงเองเถอะ!”
“ก็ดี!” คุณหนูสามตระกูลซือเห็นสถานการณ์ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นท่านเอารายชื่อให้ข้า ข้าจะช่วยท่านส่งเทียบเชิญไป”
คนอย่างติงหวั่น หากไม่ใช่คุณหนูสามตระกูลซือช่วยส่งเทียบเชิญไป นางจะต้องไม่เข้าร่วมงานชมดอกไม้ของเกาเมี่ยวหรงอย่างแน่นอน
เกาเมี่ยวหรงขอบคุณคุณหนูสามตระกูลซืออย่างจริงใจ หลังจากกลับไปก็เริ่มเตรียมงานชมดอกไม้
จัดจุดชมทิวทัศน์ ยืนยันรายการอาหาร เปิดหีบเลือกถ้วย จานเล็กๆ และภาชนะชาที่ใช้ต้อนรับแขก นางยุ่งอยู่สองสามวันถึงจะมีวี่แววเล็กน้อย
ปรากฏว่าคุณหนูสามตระกูลซือส่งคนมาบอกนางว่า ‘ฮูหยินเฒ่าสกุลติงมาแล้ว คุณหนูใหญ่ตระกูลติงต้องอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินเฒ่า ปลายเดือนนี้ถึงจะสบายหน่อย’ ส่วนคำตอบของคุณหนูตระกูลหยวน นตรงไปตรงมามากกว่า ‘ที่บ้านไม่มีคน ข้าต้องดูร้าน!’ รวมถึงคุณหนูสามตระกูลซือก็ไม่สามารถเข้าร่วมงานชมดอกไม้ที่นางจัดได้แล้วเช่นกันเพราะ ‘เป็นหวัด ไร้เรี่ยวแรงทั้งร่าง’