มู่หนานจือ - บทที่ 508 ไม่ไป
เกาเมี่ยวหรงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
ซานเม่ยก็ดูถูกนางเหมือนกันหรือ?
เช่นนั้นทำไมถึงรับปากว่าจะช่วยนางเชิญแขก?
เกาเมี่ยวหรงคิดว่าตนเองไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาสั่งให้เตรียมเกี้ยวไปตระกูลซือทันที ทว่าพอไปถึงกลางทาง นางก็ค่อยๆ ใจเย็นลง
ไปหาคุณหนูสามซือตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร?
ก็เหมือนที่นางไปหาฮูหยินเหอ คำพูดประโยคเดียวของฮูหยินเหอ ตระกูลหลี่ที่ปกติเหมือนเดินที่ราบสำหรับนางก็ปิดประตูใหญ่ใส่นาง
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปถกเถียงกับคุณหนูสามตระกูลซือ แต่ควรคิดให้ดีว่าต่อไปจะทำอย่างไรถึงจะถูก
นางสั่งแม่บ้านที่ติดตามเกี้ยวอย่างเฉยชาว่า “กลับหัว! พวกเรากลับไป!”
แม่บ้านที่ติดตามเกี้ยวลังเลอยู่ชั่วครู่ เห็นม่านเกี้ยวตกลงอย่างสงบ และในเกี้ยวไม่มีเสียงแม้แต่นิดเดียว ก็รีบสั่งให้คนหามเกี้ยวกลับหัว
เกาเมี่ยวหรงที่นั่งอยู่ในเกี้ยวเลิกม่านเกี้ยวขึ้น มองถนนที่ศีรษะของคนนอกเกี้ยวเคลื่อนที่อย่างเบียดเสียดอย่างเย็นชา และคิดถึงแผนการของตนเองอย่างเงียบๆ
คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่เป็นคนที่จัดการยากจริงๆ!
หากรู้ว่าเป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก นางน่าจะบังคับให้คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่แต่งงานกับพี่ชายของนาง ดูสิว่าคนพวกนี้ยังจะออกหน้าให้คุณหนูใหญ่ตระกูลลู่หรือไม่!
คุณหนูสามตระกูลซือนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปสักครั้ง ไม่เพียงแต่ต้องไป ทว่ายังต้องได้รับการสนับสนุนจากฮูหยินซือ ทำให้ฮูหยินซือช่วยพูดให้นางด้วย
ส่วนฮูหยินเหอนั้น…รอความคุ้มครองของหลี่ฉางชิงยืนยันแล้วค่อยว่ากันดีกว่า
หากทุกอย่างราบรื่น ถึงอย่างไรสิ่งที่ควรได้เมื่อได้แล้ว ก็ไม่สามารถคืนกลับไปได้ ฮูหยินเหอจะต้องไม่พอใจอย่างแน่นอน นางย่อมต้องอ่อนน้อมถ่อมตนและประจบประแจงต่อหน้าฮูหยินเหอ นางไม่ใช่พวกผู้หญิงที่ไม่มีความรู้ ได้รับผลประโยชน์จากหลี่ฉางชิงเล็กน้อยก็คิดว่าตนเองได้ใต้หล้า และไม่จำเป็นต้องขอร้องตระกูลหลี่อีกแล้ว
หากสุดท้ายความคุ้มครองของหลี่ฉางชิงไม่ตกเป็นของหลี่หลิน เช่นนั้นก็ยิ่งต้องไปพบฮูหยินเหอแล้ว อย่างไรก็ต้องร่ำไห้ร้องทุกข์ต่อหน้าฮูหยินเหอว่าหลี่หลินไม่ได้คิดจะแย่งชิงกั บหลี่จวี และขอผลประโยชน์มาจากฮูหยินเหอเล็กน้อย
คอยดูว่าสถานการณ์ดำเนินไปอย่างไร นางถึงจะตัดสินใจได้ว่าจะพูดอะไร
ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คืองานชมดอกไม้
ทุกคนต่างรู้ว่านางกำลังเตรียมการเรื่องนี้ หากจู่ๆ ก็ไม่จัดแล้ว และพวกคุณหนูติงก็ไม่คิดจะมาร่วมงานชมดอกไม้ ในสายตาของคนอื่น นางก็คงจะกลายเป็น ‘ปรารถนาเพียงฝ่ายเดียว’ ไม่ต ต้องถูกคนหัวเราะเยาะไปตลอดชีวิตหรือ
นางต้องคิดหาทางประนีประนอม
เกาเมี่ยวหรงขมวดคิ้ว
จำเป็นต้องให้พวกคุณหนูหนิวกับคุณหนูจูมาร่วมสนุกแล้ว และบอกคนนอกว่าเชิญเพียงตระกูลที่สนิทสนมกันมากจนเหมือนเป็นคนในครอบครัว…ทั้งรักษาหน้าและคบหากับพวกลูกน้องเก่าของหล ลี่ฉางชิง ก็ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเช่นกัน
เกาเมี่ยวหรงยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้วิธีนี้กู้หน้าของตนเองเล็กน้อยแล้ว
พอนางกลับถึงบ้านก็เขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้คุณหนูสามตระกูลซือก่อน ขอบคุณที่คุณหนูสามตระกูลซือช่วยนางส่งจดหมาย แล้วก็ถามถึงสุขภาพของคุณหนูสามตระกูลซืออย่างห่วงใย กำชับให้คุณห หนูสามตระกูลซือพักผ่อนมากๆ ไว้นางเสร็จงานชมดอกไม้แล้วค่อยไปเยี่ยมคุณหนูสามตระกูลซือ
หลังจากนั้นนางให้คนไปส่งเทียบเชิญที่จวนสกุลหลี่ และส่งเทียบเชิญไปให้พวกคุณหนูตระกูลหนิวกับคุณหนูตระกูลจู
ครอบครัวของลูกน้องเก่าของตระกูลหลี่ได้รับเทียบเชิญต่างก็ดีใจมาก จึงทำเครื่องประดับกับเสื้อผ้าใหม่ เตรียมปรากฏตัวในงานชมดอกไม้ของเกาเมี่ยวหรง
แต่ฮูหยินเหอกลับปฏิเสธคำเชิญของเกาเมี่ยวหรง
นางทะเลาะกับหลี่ฉางชิงมาสามวันติดแล้ว เพื่อขอให้หลี่ฉางชิงถอนคำสั่ง ทว่าหลี่ฉางชิงไม่เพียงแต่ไม่สนใจนาง ยังพูดประชดนางว่า ‘เห็นเกาเมี่ยวหรงเป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆ ไม่ใช่หรือ ? ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้ามอบความคุ้มครองให้ลูกเขย ก็ไม่ถือว่าเกินไปเช่นกันกระมัง’ ทำให้นางโกรธจนขว้างภาชนะบนโต๊ะชาตรงนั้น
หลี่ฉางชิงเปลี่ยนสีหน้า และเรียกหลี่ตงจื้อมา ให้นางส่งฮูหยินเหอกลับห้อง
ตั้งแต่วันนั้น…ฮูหยินเหอก็ ‘นอนป่วยอยู่บนเตียง’
ได้รับเทียบเชิญจากเกาเมี่ยวหรง ฮูหยินเหอรู้สึกเพียงว่าตนเองพลาด
นางถูกทรมานอยู่ที่นี่ เกาเมี่ยวหรงยังปิดบังสภาพสังคมอันวุ่นวายให้กลายเป็นสงบสุขอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ลูกของตนเองก็คือไม่ใช่ลูกของตนเอง ความกตัญญูและน้ำใจเหล่านั้นก็เป็นเพียง ของภายนอกเช่นกัน
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฮูหยินเหอเสียใจที่ดีกับเกาเมี่ยวหรงเกินไป
ดังนั้นนางจึงไม่เพียงแต่ไม่ไปงานชมดอกไม้วันนั้น วันที่เกาเมี่ยวหรงจัดงานชมดอกไม้ นางยังจัดงานเลี้ยงในบ้าน เพื่อเลี้ยงส่งให้เหอถงเหนียงที่กำลังจะไปเยี่ยมจินย่วนน้องสาวของสาม มีที่ตั้งครรภ์ที่เมืองหลวงกับแม่สามีด้วย
แม้จะเป็นการแต่งงานของลูกชายที่เกิดจากอนุภรรยา แต่ในเมื่อเหอถงเหนียงแต่งเข้าตระกูลจิน ตระกูลจินกับตระกูลหลี่ก็กลายเป็นญาติที่เกี่ยวดองกันแล้ว ฮูหยินจินไม่ไว้หน้าจินเฉิง งได้ ทว่าไม่ไว้หน้าฮูหยินเหอไม่ได้
วันที่ฮูหยินเหอเลี้ยงอาหาร จึงไม่เพียงแต่เหอถงเหนียงที่มา ฮูหยินจินก็มาเช่นกัน
เพื่อแสดงว่าให้ความสำคัญ ฮูหยินเหอพาหลี่ตงจื้อมาต้อนรับฮูหยินจินกับเหอถงเหนียงที่หน้าประตูด้วยตนเอง
ในเมื่อตัดสินใจคบหา พอฮูหยินจินอ่อนโยนขึ้นมาก็ทำให้คนรู้สึกสบายใจเช่นกัน ฮูหยินเหอกับป้าเหอก็ตั้งใจประจบ บวกกับหลี่ตงจื้ออยู่ข้างกายเจียงเซี่ยนและได้รับอิทธิพลที่ด ดีตามไปด้วยระยะหนึ่งแล้ว เหอถงเหนียงก็เป็นคนอ่อนโยนและว่านอนสอนง่าย อาหารมื้อหนึ่งจึงกินอย่างมีความสุขและกลมกลืน ทำให้ป้าเหอยิ้มไม่หุบ จนรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ตอนที่ท ทุกคนไปฟังนักเล่านิทานหญิงเล่านิทานที่โถงบุปผา ป้าเหอก็ยกชาและเทน้ำให้ฮูหยินจินด้วยตนเองอย่างกระตือรือร้นมาก โดยไม่คำนึงถึงฐานะ
ฮูหยินจินเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ
หลายปีมานี้ ตระกูลจินคิดแต่จะเกี่ยวดองกับตระกูลเซ่า นางจึงทำอะไรตามสีหน้าของตระกูลเซ่าเพราะเรื่องนี้ไม่น้อย
เวลานี้ถึงจะเป็นญาติที่เกี่ยวดองกับตระกูลพ่อค้า ก็รู้สึกสบายใจว่าจะไม่เพิ่มความกลัดกลุ้มให้นาง!
นางคิดถึงเรื่องแต่งงานของจินเซียว แล้วก็อดไม่ได้ที่จะคุยเรื่องส่วนตัวกับป้าเหอ “ถงเหนียงนิสัยดีจริงๆ แสดงว่าพวกท่านก็สอนลูกเป็นเหมือนกัน เสียดายก็แต่ก่อนหน้านี้การแต่งงา านของคุณชายใหญ่ตกลงไม่ได้ งานแต่งงานของพวกเขาจึงเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่าตามไปด้วย ดีที่ญาติที่เกี่ยวดองกันใจกว้าง หากเป็นคนอื่น เกรงว่าการแต่งงานของทั้งสองตระกูลจะเกิดความเ เปลี่ยนแปลงอีก”
‘คุณชายใหญ่’ ที่ฮูหยินจินเอ่ยหมายถึงจินเซียว
ป้าเหอเป็นคนพูดเก่งมาก พอได้ยินก็รีบยิ้มและเอ่ยว่า “นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เช่นกัน มีใครไม่เก็บข้าวบาร์เลย์ก่อนแล้วค่อยตัดข้าวสาลี? จะโทษก็ต้องโทษที่คุณชายใหญ่ของ พวกท่านรูปร่างหน้าตาดีเกินไป ผู้หญิงของตระกูลนั้นตระกูลนี้ต่างก็ตะโกนขอแต่งงาน เลือกดอกไม้ท่ามกลางดอกไม้ ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใครดี!”
ฮูหยินจินถูกหยอกจนยิ้มออกมา ทว่าในใจกลับเจ็บปวดรวดร้าวจนไม่รู้จะพูดอะไรดี
เพราะจินย่วน เซ่ารุ่ยจึงตำหนิตระกูลจิน สองแซ่เป็นทองแผ่นเดียวกัน ขอเพียงเป็นลูกชายกับลูกสาวของทั้งสองตระกูลก็พอแล้ว จินไห่เทาถึงกับเอาการแต่งงานของจินเซียวลูกชายคนโตออกมา า อยากแต่งงานกับผู้หญิงตระกูลเซ่า เพื่อความจริงใจ ปรากฏว่าเซ่ารุ่ยกลับปฏิเสธตระกูลจินอย่างแข็งกร้าว
เดิมทีเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาง
ถึงอย่างไรจินเซียวก็ไม่ใช่ลูกชายของนาง แม่เลี้ยงอย่างนางก้าวก่ายเรื่องพวกนี้มีแต่จะทำให้คนเอือมระอา แต่จินไห่เทากลับมอบเรื่องขอแต่งงานให้นาง นางอยู่ต่อหน้าคนของตระกูลเซ ซ่าระมัดระวังเป็นเท่าตัวและดูสีหน้า…เสียหน้ากว่าพวกแม่บ้านที่คุมงานเสียอีก คิดแล้วนางก็อยากวางมือ
ฮูหยินจินแอบถอนหายใจ
“แค่ไม่เป็นธรรมกับถงเหนียงของพวกเรา!” นางตบเหอถงเหนียงที่ยืนรับใช้อยู่ข้างกายนางเบาๆ และเอ่ยว่า “นานๆ ทีเจ้าจะกลับมาสักครั้ง ไปเล่นกับพวกน้องสาวของเจ้าเถอะ! อย่ารับใช้ต ต่อหน้าพวกเราเลย จะได้ไม่ต้องระมัดระวังมากเกินไป”
ป้าเหอก็คิดแบบนี้เหมือนกัน
ทว่าตอนนี้ลูกสาวแต่งงานแล้ว นางจึงไม่มีสิทธิพูดแล้ว ต่อให้นางรักมากแค่ไหน ก็ทำได้เพียงอดทนไว้ ฮูหยินจินเอาใจใส่ลูกสาวแบบนี้ ป้าเหอก็ซาบซึ้งกับฮูหยินจินมาก