มู่หนานจือ - บทที่ 511 ยืนกราน
“แน่นอน” เจียงเขียนเอ่ย
นางเป็นคนแบบนี้
ก่อนตัดสินใจจะคิดเยอะมาก แต่หากตัดสินใจแล้ว ก็จะเดินต่อไปอย่างแน่วแน่และไม่ถอย
เด็ดขาด
ในเมื่อพูดเรื่องกลับเมืองหลวงแล้ว จะเจอเรื่องแบบไหนก็ไม่อยู่ในขอบเขตความคิดของ
นางแล้วเช่นกัน สิ่งที่นางต้องคิดในเวลานี้คือ จะทำให้กรมพิธีการอนุญาตให้นางกลับเมืองหลวง
อย่างไร และจะเข้าวังไปปรนนิบัติไทยองไทเอาอย่างเปิดเผยอย่างไร
“กรมพิธีการคงจะไม่อนุญาตให้ข้าเข้าไปอยู่ในวังทันที” นางเอ่ยพึมพำ “ตอนที่เพิ่งกลับ
ไปอาจจะต้องอยู่จวนเจิ้นกั้วกง เวลานี้หานถงขินเป็นอองเอาแล้ว ในวังเปลี่ยนไปอย่างไร พวกเรา
ก็ไม่รู้เหมือนกัน เรื่องนี้ยังต้องขอให้ท่านป้าช่วยสืบข่าว และหากพวกเราเข้าวัง ก็ยังต้องขอให้ท่าน
ป้าช่วยจัดการเรื่องจุกจิกบางเรื่องด้วย”
คนในวังต่างประจบประแจงเบื้องบนและกดขี่ข่มเหงเบื้องล่าง ผู้หญิงก่อนแต่งงานดู
ครอบครัวภรรยา หลังแต่งงานดูครอบครัวสามี เจียงเขียนก่อนแต่งงานเป็นท่านหญิงที่ถูกไทยอง
ไทเอาประคบประหงม ทว่าหลังแต่งงานก็เป็นเพียงถูหยินของแม่ทัพระดับสองที่ไม่มีบรรดาศักดิ์
และได้เลื่อนตำแหน่งด้วยการจัดการของท่านหญิง หากว่าเมื่อก่อนคนอื่นกลัวว่าเจียงเขียนจะเป็น
อองเอา เจียงเขียนอยู่ในวังจึงได้รับการดอบรับจากผู้คนมากมาย ดอนนี้เจียงเขียนเหมือน
มีจุดจบแล้ว แถมคนที่เป็นอองเอายังเป็นหานถงขินที่ดอนเด็กไม่ค่อยรักใคร่กลมเกลียวกับนาง
ใครจะรู้ว่าพวกคนในวังจะเหยียบย่ำเจียงเขียนหรือไม่ และในวังย่อมมีกฎในการเอาตัวรอด คนที่
ไม่เข้าใจ … ขอน้ำชาสักอีกไม่ได้ด้วยซ้ำ
นี่ถึงเป็นสาเหตุหลักที่ฉิงเค่อลังเล
นางคิดว่าเจียงเขียนไม่ใช่คนที่สามารถกล้ำกลืนฝืนทนได้
และนางก็ไม่อยากให้เจียงเขี่ยนทำอะไรตามสีหน้าของคนอื่นเช่นกัน
“ข้าไปเขียนจดหมายให้ถูหยินฝางดีกว่า?” ฉิงเค่ออาสาอย่างเกินหน้าที่ นางหวังว่ายูหยิน
ฝางจะเกลี้ยกล่อมให้เจียงเขี่ยนล้มเลิกเรื่องกลับเมืองหลวงได้ “ท่านหญิงกำลังจะเข้าพิธีปักปิ่น
แล้ว สองวันก่อนใต้เท้ายังเขียนจดหมายกลับมาถามว่าท่านอยากให้ถูหยินหานเสียบปิ่นหรือให้
นายหญิงคังหรือนายหญิงเจิ้งช่วยเสียบปิ่น … ”
ตามข้อตกลงก่อนหน้านี้กับตระกูลเจียง หลังจากเข้าพิธีปักปิ่นเจียงเขียนกับหลีเซียนก็ควร
เข้าหอแล้ว
เข้าหอแล้วก็จะเกิดทายาท
มีลูกที่มีสายเลือดของตระกูลหลีกับตระกูลเจียง ทั้งสองตระกูลถึงจะเกี่ยวดองกันอย่างลูก
ต้องดามทำนองคลองธรรม
หลี่ฉางชิงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ตอนไปภูเขาอู่ไถยังขอให้เสี่ยงทายให้เจียงเขียนกับ
หลี่เซียนโดยเฉพาะด้วย ว่ากันว่าเป็นมงคลมากและราบรื่นสมปรารถนาทุกเรื่อง หลีฉางชิงดีใจ
มาก และส่งคนส่งคำเสี่ยงทายไปเมืองกานอย่างเร็วที่สุด
เรื่องพวกนี้ถูกหลีเขียนเล่าให้เจียงเขียนฟังเหมือนเป็นเรื่องดลก
ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า หลีเขียนหวังให้เจียงเขียนเข้าพิธีปักปิ่นเร็วหน่อยมาโดยตลอด
เจียงเขียนรู้สึกว้าวุ่นใจเล็กน้อย
นางทั้งคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับหลีเซียนอย่างไร และคิดว่าต้องเอาอะไรกลับเมืองหลวงบ้าง
ก่อนที่ไทยองไทเอาจะจากไปเกิดอะไรขึ้นบ้าง สามารถเลี่ยงได้หรือไม่ คิดหาทางทำให้ไทยอง
ไทเอามีชีวิตอยู่อีกสักระยะได้หรือไม่ แล้วยังไป๋ขู่ … นางไม่รู้ว่าจะปลอบใจไป๋ขู่อย่างไรดีด้วยช้ำ
ชาติก่อน … ไป๋ขู่ได้รับความทุกข์เรื่องลูกมากมาย จนสุดท้าย … ทุกครั้งที่ไป๋ขู่แท้งและนางไปเยี่ยม
ไป๋ขู่ ทั้งสองคนต่างก็ค่อนข้างพูดไม่ออก จนมีครั้งหนึ่งนางออกความคิดให้ไป๋ขู่ว่า อย่าคลอดเอง
เลย รับอนุภรรยาให้ไข่หยวนเจ็ดแปดคน คลอดลูกชายกับลูกสาวที่เกิดจากอนุภรรยากองใหญ่
และเลือกคนหนึ่งในนั้นแล้วกัน ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ร่วงลงมาจากท้องของตนเอง ใครเป็นชื่อจื่อก็ได้
ทั้งนั้น กระทั่งตั้งลูกชายของน้องชายของไข่หยวนเป็นชื่อจือก็ได้เหมือนกัน
เสียดายที่ทั้งสองคนก็เพียงแค่คิดตอนที่โกรธเช่นกัน ไป๋ขู่รู้สึกว่าการแต่งงานสิ้นหวัง ก็ยิ่ง
อยากมีลูกของตนเอง มีคนที่พึ่งพานางอย่างสุดหัวใจ
เวลานี้ไปขู่ชอบเฉาเขวียน แต่ลูกกลับตายไป จะเสียใจสักแค่ไหนกัน!
คิดแล้วน้ำตาของเจียงเขียนก็จะร่วงลงมาแล้ว
“เจ้าไปเขียนจดหมายให้ท่านป้าเถอะ!” นางเอ่ยอย่างเขื่องึม “ก็บอกว่าข้าฝันว่าไทยอง
ไทเอาอยากพบข้า และข้าก็คิดถึงไทยองไทเอาแล้วเหมือนกัน จึงอยากกลับไปเยี่ยมไทยองไทเอาที่
เมืองหลวง ให้ท่านป้าช่วยสืบเรื่องในวังหน่อย หากจำเป็น ยังต้องให้ท่านป้าบอกท่านลุง ให้กรม
พิธีการอนุญาตให้ข้าเข้าเมืองหลวงด้วย”
ฉิงเค่อขานรับและจากไป นอกจากเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้ยูหยินฝางตามคำสั่งของ
เจียงเขียนแล้ว นางยังแอบเขียนจดหมายอีกฉบับ บอกเรื่องที่หลี่ฉางชิงกับหลีเซียนเฝ้ารอพิธีปัก
ปิ่นของเจียงเขียนอย่างอ้อมค้อมด้วย แน่นอนว่า … ตอนที่ให้เจียงเขียนดู นางหยิบแค่จดหมาย
ฉบับแรกที่เขียนให้ยูหยินฝางออกมา ส่วนอีกฉบับเตรียมส่งไปให้ดูหยินฝางพร้อมกับจดหมาย
ฉบับนี้
เจียงเขี่ยนไม่ค่อยกังวลทางถูหยินฝาง เรื่องพวกนั้นต่อให้ถูหยินฝางไม่ยอมช่วยนาง นางก็
ให้ไป๋ขู่ช่วยได้เช่นกัน เพียงแต่ไป่ชู่กำลังอยู่ในช่วงเวลาหลังคลอดหนึ่งเดือน นางจึงไม่อยากให้ไป๋
ขู่เป็นห่วงเท่านั้น จุดสำคัญยังคงอยู่ที่สาส์นที่ให้กรมพิธีการ ดังนั้นนางจึงเขียนจดหมายให้เฉา
เขวียนกับหวังจ้านอีกคนละฉบับ ไปพร้อมกับสาส์นที่ให้กรมพิธีการ
หลังจากนั้นนางก็เริ่มเก็บหีบสัมภาระ
ฉิงเค่อเอ่ยอย่างลังเลว่า “ต้องบอกใต้เท้าหน่อยหรือไม่ ใด้เท้ายังบอกว่าจะเชิญท่านไปพักที่
เมืองกานลักสองสามวัน”
“ข้าเขียนจดหมายให้เขาแล้วกัน” เจียงเขียนเอ่ย แต่กลับใจลอยเล็กน้อย
วิธีที่ดีที่สุดย่อมเป็นรอหลี่เขียนกลับมา นางบอกลากับหลีเชียนแล้วค่อยไปเมืองหลวง ทว่า
เพียงแค่นางคิดว่าวันเกิดของนางใกล้เข้ามาทุกที นางก็รู้สึกกังวลและไม่สบายใจ จนไม่มีช่วงเวลา
ที่สงบสุขแม้แต่เต่อเดียว
ไม่ถึงสองวัน พวกคนที่ติดตามรับใช้ข้างกายอย่างฉิงเค่อกับไป๋เจี๋ยก็สังเกตเห็น
ความผิดปกติของเจียงเชียน
ฉิงเต่อเสียใจเล็กน้อยที่ตนเองแอบเขียนจดหมายให้ถูหยินฝาง
กลับเมืองหลวง ท่านหญิงก็น่าจะไม่สบายใจมากเช่นกันกระมัง?
นางไม่ได้ช่วยเจียงเขียนขจัดความกังวลและภัยอันตราย กลับไปขัดขวางเจียงเขียน … นาง
จึงเริ่มช่วยเจียงเขียนจัดการเรื่องจุกจิกต่างๆ อย่างเงียบๆ
บรรยากาศของจวนสกุลหลี่เถียนสุ่ยจิ่งเริ่มเปลี่ยนเป็นอึดอัดขึ้น
แต่เจียงเขียนกลับจากไปโดยไม่ลาไม่ได้
เมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่วันก็เป็นเทศกาลฉงหยางแล้ว นางจึงฝืนใจเขียนจดหมายให้หลีเซียน
มอบงานในบ้านให้นายหญิงเจิ้งช่วยดู และพาพวกฉิงเค่อกับชีกูออกเดินทางไปเมืองหลวงเอง
โดยมีพวกหลิวตงเยว่กับอวิ๋นหลินคอยคุ้มกัน
เพราะต้องกลับเมืองหลวงก่อนวันที่ยี่สิบสองเดือนเก้า พวกนางจึงเดินทางอย่างเร่งรีบ
เพียงไม่กี่วันก็ถึงอำเภออวิ้นเฉิงแล้ว
เจียงเขียนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงทั้งตัว ถึงจุดแวะพักระหว่างทางแล้วกือยากนอนเท่านั้น
ไป๋จี๋นายอำเภออวิ้นเฉิงสั่งให้คนส่งของพื้นเมืองเป็นเงินสองพันตำลึงมา
เจียงเขียนนึกผู้นำคนนี้ออกทันที
นางอดไม่ได้ที่จะไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เพียงแต่ครั้งนี้นางรีบเดินทาง ข้างกายไม่เพียงแต่ไม่มีของอะไรที่เหมาะสมเป็นของขวัญ
ตอบแทน ทว่าระหว่างทางก็ไม่ได้รบกวนหน่วยงานราชการท้องถิ่นเลย จึงย่อมไม่ได้รับของ
แล้ว
พื้นเมืองเช่นกัน
คิดไม่ถึงว่ากลับถูกไป๋จี๋พบแล้ว
นางไม่มีอารมณ์พบปะ จึงขอบคุณด้วยวาจา เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่สว่างก็ออกเดินทาง
ไปทางเมืองเป่าติ้ง
เข้าเมืองหลวง ไปเส้นทางนี้ค่อนข้างเร็ว!
แต่คิดไม่ถึงว่าตอนเที่ยงพวกเขาหยุดพักที่โรงน้ำชานอกเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง เว่ยสู่ก็ตามมา
เขาพาคนยี่สิบสามสิบคนขี่ม้ามาล้อมโรงน้ำชาไว้ทันที
ตอนแรกเจียงเขียนยังคิดว่าเจอโจรปล้นแล้ว จึงตกใจจนหน้าขีดไปหมด อวิ๋นหลินหาคน
ออกจากโรงน้ำชาทันที ส่วนหลิวตงเยว่ก็ดึงกริชออกมาจากในรองเท้าบูทสำหรับขีม้าวางขวางไว้ที่
หน้าอก และขวางอยู่หน้านาง จิตใจของนางถึงจะสงบลง
ปรากฏว่าไม่ถึงครึ่งถ้วยชา อวิ๋นหลินก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม บอกนางว่าเว่ย
สู่ได้รับคำสั่งจากหลีเขียนให้คุ้มกันนางกลับเมืองหลวง
เจียงเขียนโล่งอก
ทว่าอวิ๋นหลินกลับบ่นอย่างที่เห็นได้น้อยครั้งว่า “นึกจะมาก็มา ไม่มีระเบียบแม้แต่นิดเดียว
ไม่ว่าใครเห็นรูปแบบการจัดเรียงกองกำลังนี้ก็จะคิดว่าเจอโจรแล้วทั้งนั้น … ”
เจียงเขี่ยนอดไม่ได้ที่จะเม้มปากยิ้ม
อวิ๋นหลินคงเห็นนางตกใจกระมัง?