มู่หนานจือ - บทที่ 528 เข้าพิธีปักปิ่น
ไทฮองไทเฮาเห็นจ้าวอี้ก็รังเกียจเล็กน้อยเช่นกัน
พิธีปักปิ่นของเจียงเซี่ยน นางไม่ได้จัดใหญ่
เป็นผู้หญิงที่สูงศักดิ์ที่สุดในวังทั้งหกกระทั่งราชสำนักมานานขนาดนี้ นางผ่านความหรูหราแต่เพียงภายนอกมามากมายแล้ว ความกระตือรือร้นและเสียงดังเอะอะนั้นง่าย ทว่าความจริงใจกลับยาก เจียงเซี่ยนแต่งงานแล้ว ในสายตาของคนอื่น…นางเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะจัดพิธีปักปิ่นหรือไม่ล้วนไม่สำคัญแล้ว แต่ไทฮองไทเฮาก็ยังจัดพิธีปักปิ่นนี้ให้นาง ประการแรกหลังจากเจียงเซี่ยนเข้าพิธีปักปิ่นก็จะเข้าหอกับหลี่เชียน และกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง ประการที่สองนางไม่รู้ว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปี และยังฉลองวันเกิดให้เจียงเซี่ยนได้อีกกี่ครั้ง จึงอยากอาศัยโอกาสครั้งนี้ฉลองวันเกิดให้เจียงเซี่ยนอย่างดี ดังนั้นทุกคนที่เชิญต่างก็เป็นญาติในครอบครัวกับเพื่อนที่รู้ใจ และยังเป็นคนที่ห่วงใยกับรักเจียงเซี่ยนจริงๆ หวังว่าในอนาคตไม่ว่าเจียงเซี่ยนจะเจอความลำบากอะไร พอนึกถึงวันนี้ที่คนเหล่านี้เคยรวมตัวกันฉลองวันเกิดให้นางและอวยพรนางอย่างจริงใจ จะมีความกล้าหาญและความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า
“ที่นี่มีแต่พวกสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิง ฝ่าบาทกลับวังเฉียนชิงไปดีกว่า!” ไทฮองไทเฮาเตือนจ้าวอี้ “ไว้พิธีปักปิ่นจบแล้ว จะตั้งโต๊ะอาหารที่วังฉือหนิงสองสามโต๊ะ ถึงเวลานั้นฝ่าบาทค่อยมานั่งแล้วกัน!”
ถึงจะบอกว่าโต๊ะอาหาร แต่เพราะดึกมากแล้ว จึงมีเพียงชากับของว่างเล็กน้อยเท่านั้น
จ้าวอี้อยากชมพิธีมาก แต่ไทฮองไทเฮาพูดอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้แล้ว เขาก็ไม่อาจนั่งได้อีกเช่นกัน ทว่าตอนที่ลุกขึ้น จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในทันใด จึงกลอกตา และยิ้มพลางเอ่ยกับไทฮองไทเฮาว่า “วันเกิดของท่านหญิง หลี่เชียนไม่ได้ส่งของขวัญมาหรือ? นี่ก็สะเพร่าเกินไปหน่อยแล้วเช่นกัน”
ตั้งแต่ไทฮองไทเฮารู้ว่ากองบัญชาการกำลังสำรองส่านซีอยู่เมืองกาน นางก็รู้สึกไม่พอใจจ้าวอี้แล้ว
คนอื่นไม่รู้ แล้วคนที่เป็นฮ่องเต้อย่างเขายังไม่รู้ว่าศาลาว่าการของกองบัญชาการกำลังสำรองส่านซีอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ?
ตอนนั้นตกลงกันว่าจะเลือกอันหนึ่งระหว่างกองบัญชาการกับกองบัญชาการกำลังสำรองส่านซี แต่เขากลับให้หลี่เชียนไปกองบัญชาการกำลังสำรองส่านซี!
ต่างกันคำเดียว กลับห่างกันพันลี้
ตอนหลังนางรู้ว่าที่แท้กองบัญชาการส่านซีควบคุมฐานที่มั่นแต่ละแห่งของส่านซี ทว่ากองบัญชาการกำลังสำรองส่านซีกลับรับผิดชอบช่วยเหลือกองบัญชาการส่านซี หากที่ไหนทำสงครามขึ้นมา ผู้ว่าราชการมณฑลส่านซีมีสิทธิให้คนของกองบัญชาการกำลังสำรองส่านซีไปช่วยทำสงคราม ก็ยิ่งไม่ประทับใจในตัวจ้าวอี้แล้ว
องค์หญิงหย่งอันลูกสาวของนางลงเอยแบบนี้เพราะฮ่องเต้องค์ก่อนแล้ว จ้าวอี้ยังอยากให้หลานสาวของนางอยู่เป็นหม้ายอีกอย่างนั้นหรือ?
ถึงหลี่เชียนจะไม่ได้ส่งของขวัญมา ไทฮองไทเฮาก็ยังเอ่ยว่า “ส่งแล้ว! แต่ส่งไปที่จวนเจิ้นกั๋วกง หม่อมฉันให้คนไปรับแล้ว!”
นางตัดสินใจแน่วแน่แล้ว หากจ้าวอี้อยากเห็น ก็จะให้เมิ่งฟางหลิงทำของขวัญออกมาชุดหนึ่งเดี๋ยวนี้
จ้าวอี้ได้ยินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะผิดหวังเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ไกลขนาดนั้น เขายังส่งของขวัญมา ถือว่าเขามีน้ำใจแล้ว”
ไทฮองไทเฮาหัวเราะเยาะในใจ ทว่าบนหน้ากลับเผยรอยยิ้มปลื้มใจออกมา และเอ่ยว่า “ใช่น่ะสิ! เจียหนานกลับมาครั้งนี้ก็เหมือนกัน กล้าทิ้งจดหมายไว้ให้หลี่เชียนเพียงฉบับเดียว หลี่ฉางชิงไม่รู้ด้วยซ้ำ เอาแต่ใจเกินไปแล้ว นี่ก็เพราะถูกหลี่เชียนตามใจจนเสียคนแล้วเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ หม่อมฉันจึงให้เมิ่งฟางหลิงเขียนจดหมายไปหาหลี่ฉางชิงฉบับหนึ่ง และพระราชทานของให้เล็กน้อย”
จ้าวอี้ได้ยินแล้วรู้สึกดีใจมาก รู้สึกว่าเจียงเซี่ยนยังคงเป็นเจียงเซี่ยนคนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะแต่งงานแล้ว
นี่ทำให้เขารู้สึกคุ้นแคยและปลอดภัย
เขาเอ่ยว่า “เช่นนั้นกระหม่อมไปวังเฉียนชิงแล้ว อีกสักครู่ค่อยมานั่ง ก็ถือว่าเพิ่มเกียรติให้น้องหญิงเช่นกัน”
เหมือนพวกนางอยากให้เขามาเพิ่มเกียรติ
ไทฮองไทเฮาหัวเราะเยาะในใจ และให้หลิวเสี่ยวหม่านส่งจ้าวอี้ออกไปข้างนอก
ใครจะรู้ว่าจ้าวอี้เดินวนรอบวังฉือหนิงรอบหนึ่ง ก็เข้าไปในวังฉือหนิงอีก
เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่ให้คนแจ้ง และไม่ให้คนบอกไทฮองไทเฮากับหลิวเสี่ยวหม่าน ทว่าพาขันทีสองสามคนแอบไปที่ห้องอุ่นตะวันตกที่ปกติไม่ค่อยมีคน
“ข้าอยากดูว่าเจียงเซี่ยนทำพิธีปักปิ่นอย่างไร” เขาแอบเอ่ยกับหลิวชิงหมิงและซุนเต๋อกง “พวกเจ้าคิดหาทางอย่าให้พวกนางเห็นข้า”
หลิวชิงหมิงกับซุนเต๋อกงอดไม่ได้ที่จะมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คนหนึ่งอยู่รับใช้ข้างกายจ้าวอี้ ส่วนอีกคนไปจัดการพวกคนที่เห็นจ้าวอี้เข้าไปในห้องอุ่นตะวันตก
เจียงลวี่กับหวังจ้านเข้าวังแล้ว
จ้าวอี้มองเห็นจากริมหน้าต่าง สีหน้าหม่นหมองลงทันที
ในเมื่อมีผู้ชายชมไม่ได้ ทำไมเจียงลวี่กับหวังจ้านถึงเข้าวัง?
เขาสั่งหลิวชิงหมิง “เจ้าไปดูว่าพวกเขาเข้าวังทำไม?”
หลิวชิงหมิงลังเลอยู่ชั่วครู่ ก็ขานรับและจากไป
ตำแหน่งของเขาในเวลานี้กระอักกระอ่วนเล็กน้อย บอกว่าเขาไม่ได้รับความสำคัญจากฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็มอบท้องพระคลังที่สำคัญที่สุดให้เขา แถมยังให้เขาคอยเฝ้านางในเฉิน บอกว่าให้เกียรติและให้ความสำคัญกับเขา แต่เขาเป็นรองหัวหน้าขันทีมาตลอด ไม่ว่าจะระดับหรืออำนาจที่แท้จริงก็ไม่ได้เลื่อนขึ้นมา และถึงแม้ช่วงนี้หลี่เชียนจะไม่ติดต่อกับเขาอีก ทว่าของที่ให้ช่วงปีใหม่หรือเทศกาลอื่นๆ กลับไม่ขาด นี่ก็คือสาเหตุที่ทำไมตอนที่จ้าวอี้ให้เขามารับใช้เจียงเซี่ยน เขาถึงไม่ขัดเลยเช่นกัน
รับของของคนอื่นแล้วก็ต้องเชื่อฟังคนอื่น
หลิวชิงหมิงได้รับผลประโยชน์จากหลี่เชียนไม่น้อย ยิ่งกว่านั้นเจียงเซี่ยนยังคงได้รับความโปรดปรานเช่นเดิม เวลานี้เขาย่อมต้องแอบบอกข่าวกับคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้นยังประจบเจียงลวี่กับหวังจ้านได้ด้วย
เจียงลวี่ได้ยินก็ทำเสียงไม่พอใจอย่างเย็นชา และเอ่ยว่า “ข้ากับอาจ้านเข้าวังมาส่งของขวัญให้เจียหนาน และจะกลับทันที!”
หลิวชิงหมิงยิ้มอย่างลำบากใจอยู่ข้างๆ
ทว่าหวังจ้านกลับขมวดคิ้วและเอ่ยว่า “ทำไมฝ่าบาทถึงรู้ว่าพวกเราเข้าวังแล้วเร็วขนาดนี้?”
แน่นอนว่าหลิวชิงหมิงไม่กล้าบอกว่าจ้าวอี้อยู่ที่ห้องอุ่นตะวันตก จึงจำเป็นต้องหลอกทั้งสองฝ่ายว่า “ฝ่าบาทให้ข้าคอยเฝ้าอยู่ที่นี่! กลัวท่านหญิงสั่งแล้วไม่มีคนทำงาน”
เจียงลวี่กับหวังจ้านต่างรู้ว่านี่เป็นคำพูดบอกปัด แต่ก็ไม่จำเป็นต้องคิดเล็กคิดน้อยกับขันทีที่ทำงานคนหนึ่งเช่นกัน ทั้งสองคนจึงไปที่ตำหนักตงซานของเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนเพิ่งจะแต่งหน้าเสร็จ ใบหน้าที่เดิมทีสง่างามและงดงามอยู่แล้วยิ่งเปล่งประกายระยิบระยับและสวยสดงดงาม แตกต่างจากปกติที่สงบนิ่งและเฉยเมยมาก
หวังจ้านอดไม่ได้ที่จะชะงักฝีเท้าที่เข้าไปข้างใน
เจียงลวี่ก็ตบมือและชมเช่นกันว่า “จะเห็นได้ว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เป่าหนิงแต่งตัวแบบนี้ เหมือนเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง สวยมาก!”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าบางครั้งแต่งตัวแบบนี้สักครั้งก็สนุกมากเหมือนกัน แต่ถูกเจียงลวี่ชมอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ เจียงเซี่ยนที่ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนก็ยังรู้สึกเขินจนหน้าแดงเล็กน้อย…ชาติก่อนนางเป็นฮองเฮา และเป็นไทเฮาผู้สำเร็จราชการแทน ใครจะกล้าพูดแบบนี้ต่อหน้านาง!
“พี่ใหญ่กับท่านพี่อาจ้านรีบนั่งลงดื่มชาเถอะ!” นางลุกขึ้นต้อนรับเจียงลวี่กับหวังจ้าน
“ไม่ต้องวุ่นวายขนาดนั้น” เจียงลวี่เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าไล่จ้าวอี้ไปหรือเปล่า? เขาส่งคนมาเฝ้าที่นี่ พวกเราอย่าสร้างปัญหาให้เจ้าเลยดีกว่า เอ้า ของที่ให้เจ้า วันนี้ส่งมาด่วนแต่เช้า หลี่เชียนน่าจะคำนวณวันเรียบร้อยแล้ว จึงมาถึงวันนี้พอดี ข้ากลัวเจ้าร้อนใจ เลยรีบมาส่งให้เจ้า”
เจียงเซี่ยนรับกล่องเล็กในมือของเจียงลวี่มาเปิดดู เป็นปิ่นปักผมทอง และเป็นปิ่นปักผมทองหรูอี้ลายเมฆมงคลที่ธรรมดามาก
นางประหลาดใจมาก คิดไม่ถึงว่าหลี่เชียนจะมอบของขวัญที่ธรรมดาขนาดนี้ให้นาง แม้แต่เจียงลวี่ยังเอ่ยว่า “หลี่เชียนก็ไม่เข้าใจความรักของชายหญิงเกินไปแล้วเช่นกัน อย่างน้อยก็ควรให้อันที่ฝังอัญมณีนานาชนิดหรือทำในวังหลวง”
หวังจ้านยิ่งขมวดคิ้วแน่น และเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าจะเขียนจดหมายหาหลี่เชียน”
“ไม่ต้องแล้ว!” เจียงเซี่ยนไม่เคยรู้สึกว่าหลี่เชียนละเลยตนเอง เช่นนั้นเขาส่งปิ่นปักผมทองชิ้นนี้มาอาจจะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างก็ได้ “ตอนนี้อยู่ในวัง ข้าไม่อยากให้จ้าวอี้รู้เรื่องของข้า”
ถึงเวลานั้นใครจะรู้ว่าเขาจะป่วยอะไร!
ทว่าทั้งสองคนกลับเข้าใจผิดว่าเจียงเซี่ยนรักหน้าตา จึงเงียบไปครู่หนึ่ง และพยักหน้า
————————————-