มู่หนานจือ - บทที่ 536 ฝืกตน
จ้าวอี้ประหลาดใจ
เจียงเซี่ยนกลัวเขาพาหานถงซินมา แล้ววังฉือหนิงมีคนไปมาหาสู่มากมายทุกวัน จึงบอกแผนการของตนเองกับเขา
“เรียนไทเก๊กหรือ!” จ้าวอี้ได้ยินแล้วสนใจมาก “ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงคิดอยากเรียนไทเก๊ก? ไทเก๊กเรียนง่ายหรือ? ทำให้ร่างกายแข็งแรงได้จริงหรือ?”
เจียงเซี่ยนจึงเลือกบอกเรื่องสำคัญกับเขา
จ้าวอี้ได้ยินแล้วก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นเจ้าคงจะไม่ออกจากวังสักระยะใช่หรือไม่?”
“คงไม่” เจียงเซี่ยนลังเลอยู่ชั่วครู่ เป็นครั้งแรกที่ตอบยืนยันแบบนี้ต่อหน้าจ้าวอี้
หากไทฮองไทเฮาเดินในเส้นทางของชาติก่อน นางจะเฝ้าอยู่ในวังอย่างน้อยที่สุดยี่สิบเจ็ดวัน หากไทฮองไทเฮาสามารถยืนหยัดผ่านภัยนี้ไปได้ นางอาจจะรีบกลับซีอานช่วงกลางเดือนสิบเอ็ด
นางอยากฉลองเทศกาลตรุษจีนกับหลี่เชียน
แต่จ้าวอี้กลับดีใจขึ้นมา
เขาเอ่ยว่า “แบบนี้ก็ดี แบบนี้ก็ดี ไว้อีกสองสามวันข้ารับหานถงซินกลับวัง จะให้นางเรียนไทเก๊กเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮากับเจ้า”
“ฝ่าบาทอย่าลากนางเข้ามาทุกเรื่องได้หรือไม่?!” เจียงเซี่ยนรู้สึกไม่สบายใจมาก รอผลหลังจากสามวัน ก็ไม่มีอารมณ์ไปพบปะคนอื่นอย่างสิ้นเชิง นางจึงอดไม่ได้ที่จะโมโห “ฝ่าบาทให้หม่อมฉันอยู่ที่วังฉือหนิงอย่างสงบสักสองสามวันได้หรือไม่? หม่อมฉันกลับเมืองหลวงเพื่อมาเยี่ยมเสด็จยาย ไม่ใช่เพื่อตีสนิทกับพวกคนฐานะสูงศักดิ์ในเมืองหลวง ทำไมฝ่าบาทจะต้องให้หม่อมฉันพบปะคนพวกนี้ด้วย?!”
จ้าวอี้รู้ว่าเจียงเซี่ยนไม่ยอมเจอคนง่ายๆ และรู้ว่านางโกรธจริงๆ แล้ว จึงรีบเอ่ยว่า “ได้ ได้ ได้ ข้าจะให้พวกเขาแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเจ้ากลับวังแล้ว แบบนี้คงได้ใช่หรือไม่!”
เจียงเซี่ยนคลายความโกรธลงไม่น้อย
จ้าวอี้ก็เอ่ยว่า “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นฮ่องเต้ เจ้าพูดกับข้าดีๆ หน่อยไม่ได้หรือ”
เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็รู้สึกว่าตนเองโหดร้ายกับจ้าวอี้เกินไปหน่อยเช่นกัน
เรื่องในชาติก่อนก็ไม่ได้เกิดขึ้น ชาตินี้ทั้งสองคนต่างคนต่างเดินทางของตนเอง ทำไมนางจะต้องบีบบังคับอย่างต่อเนื่องด้วย!
“หม่อมฉันก็นิสัยเสียเกินไปหน่อยเช่นกัน!” เจียงเซี่ยนขอโทษจ้าวอี้ “หม่อมฉันแค่อยากอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาอย่างสงบ ไม่อยากติดต่อกับพวกทายาทของชนชั้นสูงอย่างลูกสาวของตระกูลที่มั่งคั่งและมีอำนาจที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวง น่าเบื่อมาก!”
“ได้ ได้ ได้” จ้าวอี้ขานรับติดกันหลายครั้ง “ข้ารับรองว่าพวกนางจะไม่วิ่งมาดูเจ้า ดีหรือไม่?”
เจียงเซี่ยนฝืนพยักหน้า
จ้าวอี้ก็เอ่ยถึงเรื่องอื่นกับนาง “ต้นปะการังที่ข้ามอบให้เจ้าสวยหรือไม่? ทางฝูเจี้ยนส่งมา หากเจ้าชอบ ก็วางไว้ในห้องโถงของตำหนักตงซานของเจ้า หรือให้ช่างทำเป็นเชิงเทียนก็ดีมากเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุดก็จุดเทียนได้ยี่สิบสามสิบเล่ม ถึงเวลานั้นต้องรู้สึกเหมือนทิวทัศน์ที่แสงไฟสว่างไสวอย่างแน่นอน...”
เจียงเซี่ยนขานรับอย่างใจลอย
แต่อ๋องเจี่ยนที่เดินขึ้นบันไดทีละขั้นกลับส่งสายตาให้ท่านหญิงตงหยางที่อยู่ข้างหลังเขา และก้มตัวลงกระซิบกับนาง “เจ้าดูสิ เมื่อครู่ยังทะเลาะกันอยู่ ฝ่าบาทก็ยอมรับผิดทันที ทั้งสองคนถึงจะคืนดีกัน เรื่องบางเรื่อง เจ้าต้องใช้ความคิดหน่อย”
ท่านหญิงตงหยางขานว่า “เจ้าค่ะ” อย่างใจเย็นมาก จนกระทั่งทุกคนนั่งลงพักผ่อนดื่มชาชมโคมไฟที่ชั้นสองของตำหนักเสียนรั่ว นางจึงเดินไปที่มุมหนึ่งของตำหนักใหญ่อย่างเงียบๆ สั่งนางในคนหนึ่งที่ตามมารับใช้เสียงเบา “บอกเรื่องที่ท่านหญิงเจียหนานกลับวังและได้รับมอบหมายจากอ๋องเจี่ยนให้โน้มน้าวให้ฝ่าบาทรับฮองเฮากลับวังกับคนๆ นั้นของท้องพระคลัง”
ทำให้นางรู้สึกร้อนใจหน่อยเช่นกัน
ฮ่องเต้กับฮองเฮาอภิเษกสมรสไม่ถึงหนึ่งปี ตอนที่ฮ่องเต้แต่งตั้งฮองเฮาไม่ได้แต่งตั้งสนมคนอื่นพร้อมกัน เวลานี้จึงแต่งตั้งนางในเฉินค่อนข้างลำบาก แม้ทุกคนจะพากันบอกว่าฮ่องเต้แต่งตั้งนางในเฉินเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทว่ายังไม่ได้มากับได้มาแล้วกลับเป็นคนละเรื่องกัน นางไม่เชื่อหรอกว่า นางในเฉินจะไม่มีปมในใจแม้แต่นิดเดียว และได้ยินข่าวนี้แล้วจะไม่รู้สึกอะไรเลย
ท่านหญิงตงหยางยิ้มเยาะ
งานเลี้ยงทางนี้ยังไม่ทันเลิก นางก็ได้ข่าวว่า นางในเฉินส่งคนมาเชิญหลิวชิงหมิงไปคุยแล้ว
แต่เวลานี้หลิวชิงหมิงกลับถูกจัดให้เจียงเซี่ยนเรียกใช้ เขาไม่กล้าล่วงเกินทั้งเจียงเซี่ยนและนางในเฉิน จึงร้อนใจจนหัวหมุน เมิ่งฟางหลิงไม่รู้รายละเอียด และรับปากช่วยหลิวชิงหมิงรับผิดชอบต่อหน้าเจียงเซี่ยน เขาถึงวิ่งเหยาะๆ ไปที่ท้องพระคลังตลอดทาง
ท่านหญิงตงหยางคิดว่าในบรรดาคนที่นั่งดื่มชาที่ตำหนักเสียนรั่วมีแต่ตนเองที่รู้ ทว่ากลับไม่รู้ว่าพองานเลี้ยงทางนี้เลิกแล้ว ไทฮองไทเฮาปฏิเสธคำขออยู่เป็นเพื่อนนางของเจียงเซี่ยนอย่างอ้อมค้อม หลังจากส่งเจียงเซี่ยนไปอยู่เป็นเพื่อนไป๋ซู่ เมิ่งฟางหลิงก็บอกเรื่องนี้กับไทฮองไทเฮาทันที
วันนี้ไทฮองไทเฮามีความสุข พอได้ยินพวกเรื่องวุ่นวายจึงไม่โกรธเช่นกัน และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ให้พวกนางฉีกไปเอง ช่วงนี้พวกเราตั้งใจอยู่เป็นเพื่อนเป่าหนิงก็พอแล้ว” แล้วก็เอ่ยถึงเรื่องของวันพรุ่งนี้ “เป่าหนิงบอกว่าจะให้คนสกุลเถียนเฉินเข้าวังพรุ่งนี้ พรุ่งนี้ท่านหญิงตงหยางยังไม่กลับเลย ทำไมนางถึงรีบร้อนขนาดนั้น? หมอหลวงเถียนพูดอะไรกับนางหรือเปล่า?”
เจียงเซี่ยนกลับมาครั้งนี้ สนใจร่างกายของนางมากเกินไป ทำให้ไทฮองไทเฮาอดไม่ได้ที่จะคิดโยงไปอย่างต่อเนื่อง
เมิ่งฟางหลิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไทฮองไทเฮาก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยทอดพระเนตรใบสั่งยาของสำนักหมอหลวง หากพระวรกายของไทฮองไทเฮามีอะไรไม่ดีจริงๆ สำนักหมอหลวงต้องบันทึกอย่างแน่นอน! พวกเขาไม่กล้าทำอะไรมั่วซั่วหรอกเพคะ”
ไทฮองไทเฮาจำเป็นต้องยับยั้งความงุนงงในใจไว้ชั่วคราว และเล่นเกมเป็นเพื่อนเจียงเซี่ยน...พอส่งพวกสตรีชนชั้นสูงคนสำคัญที่ค้างคืนกลับไปแล้ว ก็เรียกคนสกุลเถียนเฉินมาเรียนไทเก๊กด้วย
เจียงเซี่ยนติดตามอยู่ข้างๆ อย่างกระวนกระวายและช่วยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ไทฮองไทเฮา
แต่นางในเฉินของท้องพระโรงกลับร้อนใจจนจะเป็นบ้าแล้ว
นางเพิ่งได้ข่าวว่า ฮ่องเต้ออกราชโองการให้หานถงซินกลับวังแล้ว
เจียงเซี่ยนท่านหญิงเจียหนาน พอกลับวังก็สามารถโน้มน้าวให้ฮ่องเต้ให้หานถงซินกลับมาได้ จะเห็นได้ว่าเป็นอย่างที่ลือกันข้างนอกจริงๆ ฮ่องเต้คิดกับท่านหญิงเจียหนานเป็นพิเศษ
ต่อให้ทุกคนต่างเดาผิด และไม่มีเรื่องนี้ ทว่าอย่างน้อยอิทธิพลของท่านหญิงเจียหนานก็อยู่ตรงนั้น
นางสามารถทำให้ฮ่องเต้เปลี่ยนใจได้
คนแบบนี้เป็นคนที่นางต้องประจบประแจง
นางเรียกหลิวชิงหมิงมาปรึกษา “ทำอย่างไรถึงจะได้เจอและได้คุยกับท่านหญิงเจียหนาน?”
หลิวชิงหมิงไม่กล้าออกความคิดมั่วซั่ว
เขาพูดโกหกอย่างไร้ความเกรงกลัว “ไม่อย่างนั้น…ท่านก็ไปเรียนไทเก๊กด้วย? ว่ากันว่าฝ่าบาทเคยไปพบคนสกุลเถียนเฉินผู้นั้นด้วยตนเองแล้ว แถมยังให้นางตั้งใจรับใช้ไทฮองไทเฮากับท่านหญิงเจียหนาน แล้วในอนาคตจะให้ตำแหน่งผู้บัญชาการระดับสี่ที่สืบทอดตำแหน่งหลายชั่วอายุคนเป็นรางวัลแก่ลูกชายของนาง”
คนที่พาทหารทำสงครามและสร้างความดีความชอบในการรบคิดทุกวิถีทางยังไม่ได้รางวัลสักรางวัล คนสกุลเถียนเฉินบอกให้สมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้หญิงในวังเรียนไทเก๊ก ลูกหลานกลับได้ตำแหน่งขุนนาง นี่หากพวกแม่ทัพกับทหารที่ด่านชายแดนรู้เข้า จะไม่คุ้มแค่ไหนกัน!
ความคิดเหล่านี้ก็เพียงแค่ฉายวาบผ่านไปในสมองของนางในเฉินเช่นกัน
วันรุ่งขึ้นนางก็ไปเข้าเฝ้าที่วังฉือหนิง
เจียงเซี่ยนกำลังนั่งสอนคัมภีร์ ‘อมิตตาพุทธ’ ให้ไทฮองไทเฮาอยู่ข้างเตียงอุ่นหลังใหญ่ใกล้หน้าต่าง พอได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และเอ่ยว่า “นางมาในนามอะไร? หากไม่ถูกกฎ ก็ให้นางกลับไปเถอะ!”
นางต้องคว้าเวลาทุกอึดใจอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮา จนกระทั่งหวังว่าความแตกต่างของชาตินี้กับชาติก่อนจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของไทฮองไทเฮาได้ มีเวลาว่างต่อล้อต่อเถียงกับเด็กพวกนี้ที่ไหนกัน!
อิ้นเสียขานรับและจากไป
เจียงเซี่ยนก็ถามไทฮองไทเฮา “เสด็จยายจะนอนต่อสักตื่นหรือไม่? ตอนเช้าเสด็จยายก็ตื่นเช้าเกินไปแล้วเช่นกัน”
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ และเอ่ยว่า “คนอายุมากแล้วนอนก็นอนไม่หลับ นั่งก็สัปหงก เจ้าอย่าสนใจข้าเลย ไปเล่นกับไป๋ซู่เถอะ! ข้าจะคุยกับไทฮองไท่เฟย”
เพราะเจียงเซี่ยนต้องอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮา ไป๋ซู่จึงฉวยโอกาสคุยเรื่องส่วนตัวกับไทฮองไท่เฟย
————————————-