มู่หนานจือ - บทที่ 537 ข้ามผ่านภัยพิบัติ
เจียงเซี่ยนจะกล้าห่างจากไทฮองไทเฮาแม้แต่ก้าวเดียวได้อย่างไร
นางยิ้มพลางกอดแขนของท่านยายและออดอ้อน “หม่อมฉันอยากอยู่เป็นเพื่อนเสด็จยายอีกนี่นา! ตอนกลางคืนค่อยคุยกับจ่างจู”
นี่ล้วนเป็นเรื่องเล็ก ไทฮองไทเฮาย่อมไม่มีทางโต้แย้งนาง
ไทฮองไทเฮาเรียนอีกท่าหนึ่งกับคนสกุลเถียนเฉินก็พักแล้ว
เจียงเซี่ยนยื่นผ้าร้อนไปให้ด้วยตนเอง เมิ่งฟางหลิงไปชงชา ทุกคนกลับไปนั่งที่ห้องอุ่นตะวันออกอีกครั้ง
ใบหน้าของไทฮองไทเฮาฉายแววอ่อนเพลียเล็กน้อย และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่ไหวแล้ว อายุมากแล้ว เพียงแค่สองท่า ก็กินแรงมากแล้ว ตอนข้าสาวๆ ยังเคยเดินจากวังคุนหนิงมาถึงวังฉือหนิงเลย!”
นั่นล้วนเป็นเรื่องในอดีตนานแค่ไหนแล้ว!
ทุกคนหัวเราะ
ไทฮองไท่เฟยกับไป๋ซู่ได้ข่าวจึงมา
ไทฮองไทเฮาก็ตะโกนว่าจะเล่นไพ่
เจียงเซี่ยนจึงหาความสุขเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาอย่างว่านอนสอนง่ายมาก
คนสกุลเถียนเฉินก็มีไหวพริบเช่นกัน เห็นเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ต่างนั่งโต๊ะเป็นเพื่อน เมิ่งฟางหลิงช่วยไทฮองไทเฮาดูไพ่ นางก็มานั่งข้างหลังไทฮองไท่เฟยและช่วยออกความคิด จนกระทั่งเล่นไพ่เสร็จแล้วไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ข่าวที่จ้าวอี้ออกราชโองการเรียกหานถงซินกลับวังแพร่ไปทั่ววังหลังแล้ว
ทว่าวังฉือหนิงกลับสงบเหมือนในอดีต
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ดื่มชาเป็นเพื่อนไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟย แต่ไทฮองไทเฮากลับปรึกษาเรื่องแต่งงานของหวังจ้านกับไทฮองไท่เฟย “สองวันก่อนบอกว่าถูกใจสองตระกูล เป่าหนิงกลับวัง ข้าก็ไม่มีอารมณ์สนใจเช่นกัน เมื่อวานตอนที่ฮูหยินชินเอินป๋อกลับก็ถามข้าอีกว่าตระกูลไหนดี ปรากฏว่าพวกนางกลับไปแล้วข้าก็ถูกเป่าหนิงลากไปเรียนไทเก๊กอีก จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีข่าวที่แน่นอน อาจ้านก็อายุไม่น้อยแล้วเช่นกัน หากเลื่อนต่อไปอีก ผู้หญิงดีก็แต่งงานหมดแล้ว”
ไทฮองไท่เฟยก็เอ่ยว่า “เป็นผู้หญิงสองตระกูลไหน?”
เจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ตั้งหูฟัง
“คนหนึ่งเป็นลูกสาวของเฉินเว่ยแม่ทัพหูหนานกับหูเป่ย อีกคนเป็นลูกสาวของใต้เท้าสือสำนักฮั่นหลิน” ไทฮองไทเฮาเอ่ย “ข้าไม่คุ้นเคยกับสองตระกูลนี้ด้วยซ้ำ นางให้ข้าตัดสินใจให้นาง ข้าจะตัดสินใจอะไรได้”
เช่นนั้นชาติก่อนทำไมถึงเลือกคุณหนูตระกูลสือล่ะ?
เจียงเซี่ยนหยิบไม้ทุบขามาทุบขาให้ไทฮองไทเฮา
ไทฮองไท่เฟยก็เอ่ยว่า “ไม่อย่างนั้น…ก็ให้ซื่อจื่อดูทั้งสองคนด้วยตนเอง?”
“เกรงว่าในครอบครัวของหญิงสาวจะรู้สึกว่าถูกเมิน” ไทฮองไทเฮารู้สึกเล็กน้อย
ไป๋ซู่ส่งสายตาให้เจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนไม่อาจถามต่อหน้าไทฮองไทเฮาได้ คืนนี้นางอยากอยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮาอีก จึงทำได้เพียงส่ายหน้าให้ไป๋ซู่ จนกระทั่งไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟยคุยกันพอสมควรแล้ว ไทฮองไทเฮาเริ่มสัปหงก เจียงเซี่ยนจึงเรียกคนที่นอนเป็นเพื่อนเข้ามาปูเตียงให้ท่านยาย และเอ่ยว่า “คืนนี้หม่อมฉันอยากนอนกับเสด็จยาย” แล้วกลัวว่าไทฮองไทเฮาจะไม่ตกลงอีก จึงทำหน้ามุ่ยและเอ่ยว่า “เสด็จยายดูสิว่าหม่อมฉันไม่ได้นอนกับเสด็จยายนานแค่ไหนแล้ว”
ไทฮองไทเฮารู้สึกว่าตนเองไม่มงคล ตอนเจียงเซี่ยนเด็กๆ จึงไม่ค่อยอุ้มเจียงเซี่ยน จนโตหน่อยแล้วก็อยากให้นางไปนอนกับไป๋ซู่มากกว่า ครั้งนี้ไทฮองไทเฮาก็ไม่ตกลงเช่นกัน และเอ่ยว่า “ข้าตื่นง่าย และชินกับการนอนคนเดียวตั้งนานแล้ว เจ้าอยู่ข้างกายข้า ข้าจะนอนไม่หลับ”
อย่างไรเจียงเซี่ยนก็ไม่อาจเอ่ยได้ว่า ‘ข้ากลัวว่าท่านจะหมดสติตั้งแต่นี้ไป’ นางบอกไปกี่เหตุผลก็ถูกไทฮองไทเฮาแย้งกลับไปหมด จึงจำเป็นต้องให้ฉิงเค่ออยู่ที่วังฉือหนิง ให้ฉิงเค่อมีเรื่องอะไรก็ไปบอกนางทันที และตามไป๋ซู่กับไทฮองไท่เฟยออกไปข้างนอกด้วยสีหน้าเซื่องซึม
ทว่าไทฮองไท่เฟยกลับเข้าใจไทฮองไทเฮา นางก็ไม่อยากติดต่อกับไป๋ซู่มากเช่นกัน จึงสั่งไป๋ซู่ว่า “อยู่เป็นเพื่อนเป่าหนิงดีๆ” แล้วก็กลับตำหนักของตนเอง ทิ้งให้เจี่ยงเซี่ยนกับไป๋ซู่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
เจียงเซี่ยนจำเป็นต้องถามไป๋ซู่ว่า “เมื่อครู่เจ้าจะบอกอะไรกับข้า?”
ไป๋ซู่ยิ้มพลางลากเจียงเซี่ยนไปข้างๆ และเอ่ยเสียงเบาว่า “ตอนนี้ฮูหยินชินเอินป๋อกำลังกลุ้มเรื่องแต่งงานของอาจ้าน! หากกำหนดแล้ว คาดว่าปลายปีนี้ก็จะแต่งสะใภ้เข้าตระกูล เจ้าอยู่ในเมืองหลวงอีกสองสามวันดีกว่า กินเหล้ามงคลของอาจ้านแล้วค่อยกลับ”
เจียงเซี่ยนแบมือ และเอ่ยว่า “เช่นนั้นหลี่เชียนจะทำอย่างไร?”
ไป๋ซู่กลอกตาไม่หยุด และเอ่ยว่า “ให้เขาเข้าเมืองหลวงมารับเจ้า”
หากฤดูหนาวปีนี้หิมะตกหนัก ชายแดนต้องมีสงครามอย่างแน่นอน หลี่เชียนจะมารับนางได้อย่างไร
“เขายังมีงานมากมาย นึกจะไปก็ไปได้ที่ไหนกัน!” เจียงเซี่ยนถอนหายใจพลางเอ่ย
ชาติก่อนหวังจ้านหมั้นช่วงนี้ แต่หลังจากไทฮองไทเฮาสวรรคต นางกับหวังจ้านต่างอาสาไว้ทุกข์ให้ไทฮองไทเฮาหนึ่งปี หากล่าช้าแบบนี้ต่อไป ไม่รู้ว่าหวังจ้านยังได้แต่งงานกับคนสกุลสือหรือไม่
เจียงเซี่ยนคิดแล้วก็ลาไป๋ซู่ และหันตัวไปที่ตำหนักของไทฮองไทเฮา
ไทฮองไทเฮากำลังเตรียมตัวเข้านอน พอได้ยินว่านางมาก็ไม่แต่งตัวเช่นกัน คลุมเสื้อสองชั้นที่บุซับในอย่างง่ายๆ และเชิญนางไปคุยที่ห้องนอน
“เสด็จยาย” เจียงเซี่ยนก็ไม่พูดมากเช่นกัน และเอ่ยอย่างตรงไปตรงมาว่า “เมื่อครู่ไทฮองไท่เฟยอยู่ที่นั่น หม่อมฉันไม่อาจพูดอะไรมากได้ หม่อมฉันว่า…หากท่านพี่อาจ้านอยากแต่งงานจริงๆ สู้แต่งงานกับผู้หญิงตระกูลสือดีกว่า ถึงอย่างไรตระกูลสือก็เป็นบัณฑิต ท่านพี่อาจ้านเป็นคนอ่อนโยน จิตใจก็ดี หากผู้หญิงเป็นคนแข็งแกร่งเกินไป เกรงว่าจะใช้ชีวิตด้วยกันไม่ได้”
ไทฮองไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เพียงแต่…สุดท้ายจะเป็นอย่างไร ยังต้องรอข้าว่างแล้วไปดูอีกที”
เจียงเซี่ยนยิ้มพลางเอ่ยว่า “ท่านพี่อาจ้านรู้แล้วจะต้องตำหนิหม่อมฉันอย่างแน่นอน...หากไม่ใช่ว่าหม่อมฉันรีบกลับมาอย่างกระทันหัน เขาก็หมั้นไปตั้งนานแล้ว”
ไทฮองไทเฮาหัวเราะ และเอ่ยว่า “เรื่องนี้จะตำหนิเจ้าได้อย่างไร! เขาหลบไม่พ้นเอง ไม่ใช่ว่าเขาช่วงชิงมาไม่ได้ การแต่งงานเป็นเรื่องของวาสนา”
เมื่อก่อนเจียงเซี่ยนย่อมเชื่อ ทว่าหลังจากนางถูกหลี่เชียน ‘ลักพาตัวไป’ กลับรู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องจะสำเร็จหรือไม่ยังขึ้นอยู่กับว่าเป็นใครด้วย
คนที่มักจะคิดอยู่แต่ในใจอย่างหวังจ้าน คาดว่าต่อให้ชอบใครก็ยากที่จะสำเร็จเช่นกัน
คิดถึงตรงนี้ จู่ๆ นางก็คิดถึงหลี่เชียนมาก
อยากให้เขาอยู่ข้างกายนาง และเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงต่อไปกับนาง
เจียงเซี่ยนที่กว่าจะกลับไปนอนท่ามกลางเสียงเร่งรัดอย่างต่อเนื่องของพวกไทฮองไทเฮาก็เคาะยามสามนั้นอย่างไรก็นอนไม่หลับ นางขดตัวอยู่บนเตียง ในสมองว่างเปล่า ได้ยินเสียงลมที่เร็วมาก ดวงตามองลูกกรงหน้าต่างค่อยๆ สว่างขึ้น ก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นอีกต่อไปแล้ว
ไป่เจี๋ยที่เข้าเวรกลางคืนได้ยินเสียงก็รีบวิ่งเข้ามา และเอ่ยว่า “ท่านหญิง นี่ฟ้าเพิ่งจะสว่าง ทำไมท่านถึงตื่นแล้ว? ท่านจะนอนอีกสักครู่หรือไม่…”
เจียงเซี่ยนคลุมเสื้อกันหนาวที่มีซับในพลางเหยียบส้นรองเท้าและวิ่งไปที่ตำหนักของไทฮองไทเฮา
เมืองหลวงช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงหนาวมาก
เจียงเซี่ยนฟันบนกับฟันล่างกระทบกัน แต่นางก็ยังไปตบประตูของไทฮองไทเฮาอย่างไม่ถอยเด็ดขาด
“ใครน่ะ?” อิ้นเสียที่เข้าเวรคลุมเสื้อคลุมนวมพลางหาวมาเปิดประตู
เจียงเซี่ยนผลักอิ้นเสียออกและบุกเข้าไปทันที
ไทฮองไทเฮายังนอนอยู่
ตอนที่เจียงเซี่ยนเข้าไปหัวใจเต้นเหมือนรัวกลอง และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองเดินมาข้างเตียงของไทฮองไทเฮาได้อย่างไร…ไทฮองไทเฮาเคยบอกว่า นางหลับยาก ดังนั้นจึงตื่นเช้ามาก เวลานี้สำหรับคนอื่นยังเช้า ทว่าสำหรับไทฮองไทเฮากลับฟ้าสว่างมากแล้ว
“เสด็จยาย!” เจียงเซี่ยนผลักไทฮองไทเฮาเบาๆ ในเสียงเจือสะอึกสะอื้นแล้ว
นางกลัวมาก!
กลัวว่าต่อให้นางรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ดี
“เสด็จยาย!” นางสะอึกสะอื้น และเพิ่มแรงมือมากขึ้น
“อืม…” ไทฮองไทเฮาลากหางเสียงยาว และลืมตาอย่างสะลึมสะลือ “เป่าหนิงหรือ! นี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่น่ะ? ทำไมถึงร้องไห้? ใครทำให้เจ้ารู้สึกน้อยใจหรือ?” เอ่ยถึงตอนท้าย ดวงตาที่เดิมทีขุ่นมัวเล็กน้อยก็คบกริบขึ้น และแผ่ความหนาวไปถึงกระดูกออกมาทันที
————————————-