ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1081 เป็นไปตามแผนโดยสิ้นเชิง
ตอนที่ 1081 เป็นไปตามแผนโดยสิ้นเชิง
…………….
เพื่อผลประโยชน์ที่ดีนั้นเย่เชียนจะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อหาประโยชน์จากคนสารเลวอย่างโอ่วหยางหมิงซวนและเขาก็ไม่เสียใจที่ทำแบบนั้นเลย กำไรของเหมืองทองคำนั้นเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เลยและนั่นจะเป็นช่องทางพิเศษในการทำเงินขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าอย่างสมบูรณ์แบบ
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนติดต่อกับเย่เชียนมาเป็นเวลานานแล้วและถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเย่เชียนคิดอะไรอยู่ในใจก็ตามแต่เขาก็ไม่เคยเชื่อว่าเย่เชียนจะพยายามปกป้องทรัพย์สินของรัฐและประเทศชาติอย่างที่เย่เชียนพูด
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ที่จริงแล้วเหตุผลนั้นก็ง่ายมากเพราะโอ่วหยางหมิงซวนนั้นร่วมมือกับชาฮัวเอียนอยู่เพราะงั้นถ้าหากเรากำจัดชาฮัวเอียนล่ะก็โอ่วหยางหมิงซวนจะไม่มีวันนั่งอยู่เฉยๆอย่างแน่นอนเพราะหลายๆอย่างที่โอ่วหยางหมิงซวนทำอยู่นั้นจำเป็นที่จะต้องให้ชาฮัวเอียนคอยช่วยสนับสนุนและผมที่เป็นหุ้นส่วนที่เพิ่งจะตกลงร่วมมือกันพวกเขาก็ยังไม่ไว้ใจและเต็มไปด้วยความระแวดระวังเพราะงั้นโอ่วหยางหมิงซวนจะทำทุกอย่างเพื่อคอยปกป้องชาฮัวเอียนเพราะความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามีความสำคัญมากต่อโอ่วหยางหมิงซวน”
“แต่ในทางกลับกัญชาฮัวเอียนนั้นไม่ใช่คนโง่เพราะถ้าเราจัดการกับโอ่วหยางหมิงซวนล่ะก็ชาฮัวเอียนจะนั่งอยู่เฉยๆและไม่สนใจอะไรเพราะชาฮัวเอียนมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ..ด้วยวิธีนี้ผลลัพธ์จะออกมาดีเพราะงั้นทำไมเราถึงไม่ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่สำนักม่อจื๊อกำลังอ่อนแอที่สุดเพื่อจัดการกับโอ่วหยางหมิงซวนล่ะ?” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนพูด
คำพูดของหวงฟู่ชิงเตี๋ยนนั้นสมเหตุสมผลเพราะในปัจจุบันมันเป็นเวลาที่สำนักม่อจื๊อกำลังอ่อนแอที่สุดเพราะงั้นถ้าหากเขาไม่ใช้ประโยชน์จากเวลานี้และรอจนกว่าสำนักม่อจื๊อจะฟื้นฟูความแข็งแกร่งได้ล่ะก็การกำจัดสำนักม่อจื๊อในเวลานั้นจะยากขึ้นอย่างมาก
“นั่นก็เป็นความจริงแต่ผลลัพธ์ของทั้งสองวิธีนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง” เย่เชียนพูด “ถ้าเราจัดการกับโอ่วหยางหมิงซวนเราจะสามารถใช้วิธีที่เป็นประโยชน์ได้เพราะปู่ดูแลสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติไม่ใช่เหรอ?..สิ่งที่โอ่วหยางหมิงซวนทำมันคือการละเมิดกฎหมายร้ายแรงของประเทศเพราะงั้นปู่จึงต้องไปจัดการเขา..ถ้าเป็นแบบนั้นสิ่งต่างๆมันจะไม่เกี่ยวข้องกับผมเลยเพราะชาฮัวเอียนกับผมจะตกเป็นเหยื่อของโอ่วหยางหมิงซวนและจะไม่มีความผิดใดๆทั้งสิ้น..ในกรณีนี้ชาฮัวเอียนจะเผชิญหน้ากับรัฐบาลเพื่อช่วยโอ่วหยางหมิงซวนในฐานะศัตรูงั้นเหรอ?..ผมเกรงว่าจะไม่เป็นแบบนั้นหรอกเพราะชาฮัวเอียนนั้นจะระมัดระวังในการทำสิ่งต่างๆมากในเวลานี้และผมก็เชื่อว่าเขาจะไม่มีวันเลือกที่จะช่วยโอ่วหยางหมิงซวนอย่างแน่นอน..ซึ่งนั่นจะทำให้โอ่วหยางหมิงซวนไม่พอใจชาฮัวเอียนอย่างแน่นอนและเมื่อถึงเวลาเหมาะสมที่เราจะจัดการกับชาฮัวเอียนล่ะก็โอ่วหยางหมิงซวนก็จะเลือกนั่งอยู่เฉยๆและไม่สนใจเหมือนกันเพราะงั้นนี่แหละคือโอกาสที่ดี”
“โอกาสที่เหมาะสมงั้นเหรอ?..แล้วทำไมตอนนี้ถึงไม่เหมาะสม?” หวงฟู่ชิงเตี๋ยนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะในความเห็นของเขาโอกาสไหนจะดีไปกว่าโอกาสในปัจจุบันอีก?
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มอย่างลึกลับโดยไม่พูดอะไรและหลังจากเงียบไปนานเย่เชียนก็พูดช้าๆว่า “ถ้าถึงเวลาจัดการกับโอ่วหยางหมิงซวนเมื่อไหร่ผมขอรบกวนผู้อำนวยการหวงฟู่ด้วยล่ะ”
หวงฟู่ชิงเตี๋ยนก็กลอกตาไปมาและไม่พูดอะไร
ในเวลาเช้าตรู่เย่เชียนโทรไปหาโอ่วหยางหมิงซวนและพูดด้วยน้ำเสียงกังวลใจว่า “นายน้อยโอ่วหยางตอนนี้แย่แล้ว..รถขนส่งของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปของเราถูกยึด!”
“ถูกยึดงั้นเหรอเกิดอะไรขึ้น?” โอ่วหยางหมิงซวนถามด้วยความประหลาดใจ
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..จู่ๆข่าวจะรั่วไหลออกมาได้ยังไง?..มันคือคำสั่งจากสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติและดูเหมือนว่าแร่ทองคำทั้งหมดจะถูกยึดไปแล้ว..ตอนนี้ตัวแทนและผู้บริหารระดับสูงของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปจะเข้ารับการสอบสวน..เอาล่ะเราเจอเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว” เย่เชียนพูด
“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง?” โอ่วหยางหมิงซวนรู้สึกประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดและพูดว่า “ด้วยอิทธิพลของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปแล้วคุณเย่ไม่มีทางแก้ไขเรื่องนี้เลยเหรอ?”
เย่เชียนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า “นายน้อยโอ่วหยาวก็รู้ดีว่าเครือข่ายและเส้นสายของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปในประเทศจีนนั้นน้อยเกินไปและไม่สามารถเทียบกับกลุ่มชิงหยุนของคุณได้เลย..นอกจากนี้มันยังเป็นคำสั่งของสำนักความมั่นคงแห่งชาติด้วย..ว่าแต่นายน้อยโอ่วหยางคิดว่าพวกเขารู้เกี่ยวกับเหมืองทองคำของเราได้ยังไง?”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งโอ่วหยางหมิงซวนก็พูดว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวผมจัดการเรื่องนี้เอง..หยุดการขุดเจาะเหมืองไปชั่วคราวก่อนและอย่าให้พวกรัฐบาลได้ทองส่วนที่เหลือไป..ผมจะคิดหาวิธีเอาแร่ที่ถูกยึดไปกลับคืนมาให้ได้แต่ถ้าไม่ได้ก็ลืมไปซะจะดีกว่าเพราะถ้าเราจบเรื่องนี้ได้มันจะดีที่สุดไม่อย่างนั้นสิ่งต่างๆจะวุ่นวายไปหมด..ผมก็สงสัยจริงๆว่าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติรู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“มันมีอะไรผิดปกติกับพวกเราหรือเปล่า?” เย่เชียนพูดอย่างอ้อมค้อม “สำนักม่อจื๊อได้ก่อเรื่องใหญ่ๆเมื่อเร็วๆนี้เพราะงั้นข่าวมันรั่วไหลออกมาจากที่นั่นหรือเปล่า?”
โอ่วหยางหมิงซวนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “มันก็เป็นไปได้อยู่แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้เพราะงั้นคุณเย่เรามาแบ่งหน้าที่ของเราและดูว่าเราจะแก้ไขเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดได้หรือเปล่า”
“ตามนั้นครับ” เย่เชียนตอบ
ทั้งสองไม่พูดอะไรอีกและวางสายไป
เรื่องนี้เย่เชียนไม่ต้องกังวลกับมันเลยเพราะไม่ว่าเขาจะเสแสร้งแบบไหนถึงยังไงเขาก็ยังต้องแสดงละครให้แนบเนียนที่สุด ซึ่งข่าวของเย่เชียนก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วและข่าวลือก็แพร่กระจายออกไปทุกที่และในขณะที่รัฐบาลจีนถูกกดดันอย่างมากเพราะอิทธิพลของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปในประเทศจีนนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆดังนั้นนี่จึงไม่ใช่การตัดสินใจผิดๆหรอกเหรอ?
หลังจากนั้นไม่นานโอ่วหยางหมิงซวนก็ถูกจับและเข้ารับการสอบสวนและทำให้สถานการณ์ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือทั้งหมดเริ่มตึงเครียดขึ้นในทันทีและไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่เพราะมีเพียงเย่เชียนเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังเท่านั้นที่รู้ ส่วนชาฮัวเอียนก็แปลกใจกับเหตุการณ์นี้มากและเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นว่าทำไมเย่เชียนกับโอ่วหยางหมิงซวนถูกจับอย่างกะทันหันแบบนี้ ในตอนแรกเขาต้องการที่จะแก้ไขเรื่องนี้แต่เขายังไม่พร้อมเพราะสำนักม่อจื๊อกำลังอยู่ในสภาวะยุ่งเหยิง ซึ่งเขานั้นก็จะได้ว่าเขายังไม่ได้ลงนามในเอกสารข้อตกลงความร่วมมือใดๆกับโอ่วหยางหมิงซวนเลยดังนั้นชาฮัวเอียนจึงโล่งใจอย่างมากเพราะเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับเขา ตอนนี้สำหรับชาฮัวเอียนแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาเสถียรภาพภายในของสำนักม่อจื๊อโดยเร็วที่สุดและหลีกเลี่ยงเรื่องภายนอกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ตามในใจของชาฮัวเอียนเขาก็คาดหวังในเรื่องนี้เช่นกันเพราะเขาหวังเป็นอย่างยิ่งให้รัฐบาลจีนกำจัดเย่เชียนเพราะนั้นจะช่วยให้เขาเลี่ยงปัญหาต่างๆได้มาก เขารู้ว่าระหว่างเขากับเย่เชียนนั้นจะต้องเผชิญหน้ากันในเร็วๆนี้และรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วเย่เชียนจะมาต่อสู้กับเขาอย่างเด็ดขาด ดังนั้นเขาจะต้องทำให้สถานการณ์โดยรวมของสำนักม่อจื๊อมีเสถียรภาพโดยเร็วที่สุด
เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเย่เชียนและทัศนคติของสำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐที่มีต่อโอ่วหยางหมิงซวนก็ค่อนข้างคลุมเครือเพราะพวกเขาไม่ได้สอบปากคำเขาหรือปล่อยเขาไปแต่อย่างใดซึ่งทำให้โอ่วหยางหมิงซวนแปลกใจอย่างมากจนรู้สึกอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดเพราะการกระทำและทัศนคติของชาฮัวเอียนนั้นแย่มากสำหรับเขาเพราะก่อนหน้านี้เขาช่วยสนับสนุนชาฮัวเอียนจนได้ขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักแต่ในตอนนี้เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาแต่ชาฮัวเอียนเลือกที่จะนั่งอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไรซึ่งนี่เป็นการเพิกเฉยอย่างเห็นได้ชัด
โอ่วหยางหมิงซวนเชื่อว่าถ้าหากมีการแทรกแซงและการช่วยเหลือจากสำนักม่อจื๊อล่ะก็เรื่องจะจบลงและแก้ไขได้เร็วขึ้น ถ้าหากตระกูลโอ่วหยางกับสำนักม่อจื๊อและเย่เชียนรวมกันลาะก็กองกำลังทั้งสามนี้จะมีอิทธิพลมากและเชื่อว่ารัฐบาลจีนจะต้องยอมอ่อนข้ออย่างแน่นอนแต่ทว่าชาฮัวเอียนกลับเลือกที่จะหลีกเลี่ยงซึ่งทำให้โอ่วหยางหมิงซวนไม่พอใจชาฮัวเอียนมาก
เขาจะคิดได้อย่างไรว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนการของเย่เชียน?
ชาฮัวเอียนได้เริ่มควบคุมสำนักม่อจื๊อและสิ่งที่จะต้องทำโดยพื้นฐานก็เสร็จสิ้นแล้วเพราะผู้ที่คัดค้านทั้งหมดก็ยอมแพ้และถูกกำจัดไปบางส่วนเพราะนี่คือสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเขา อาจกล่าวได้ว่าภายในช่วงเวลาสั้นๆชาฮัวเอียนก็ทำให้สถานการณ์ของสำนักม่อจื๊อมีเสถียรภาพและต้องบอกเลยว่าชาฮัวเอียนนั้นมีความสามารถอย่างมาก
อย่างที่เย่เชียนคาดเอาไว้เมื่อบุคคลขึ้นไปยังตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่สูงพวกเขาก็มักจะหลงทางได้ง่ายเช่นเดียวกับชาฮัวเอียนเพราะหลังจากที่เขาได้ควบคุมสำนักม่อจื๊อแล้วสิ่งต่อไปที่ชาฮัวเอียนจะทำก็คือการแก้แค้น ดังนั้นหลายปีแห่งความอัปยศอดสูและความเกลียดชังก็ได้กัดกินเขาเพราะในความเห็นของเขาคนที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นแบบนี้ก็คือตู้ฟู่เหว่ยและถ้าไม่ใช้เพราะตู้ฟู่เหว่ยแล้วคนรักของเขาจะตายได้อย่างไรและเขาจะทนทุกข์กับความในอัปยศอดสูในสำนักม่อจื๊อได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตามตู้ฟู่เหว่ยก็ตายไปแล้วและความเกลียดชังของเขาจะระบายได้อย่างไร? เมื่อคนตายหนี้และความเกลียดชังทั้งหมดก็จะหายไปด้วยแต่มันจะเป็นแบบนั้นจริงๆเหรอ? ในมุมมองของชาฮัวเอียนนั้นมันไม่ใช่เพราะถึงแม้ว่าคนตายไปแล้วแต่บาปที่เขาทำและความเกลียดชังที่เขาสร้างขึ้นก็ไม่สามารถหายไปได้ ซึ่งชาฮัวเอียนก็เกลียดตู้ฟู่เหว่ยและเกลียดทุกคนที่สร้างความอัปยศอดสูให้เขา
หลุมฝังศพของตู้ฟู่เหว่ยคือสุสานที่มีชื่อเสียงในภาคตะวันตกเฉียงเหนือและเป็นสถานที่ที่หรูหราสำหรับวีรบุรุษที่ถูกฝังอยู่ที่นี่ตลอดกาล ไม่ว่าตู้ฟู่เหว่ยจะเก่งกาจเพียงใดเมื่อตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่แต่ ณ เวลานี้เขาก็เหลืออยู่เพียงเถ้าธุลี หลุมฝังศพนั้นอยู่บนจุดสูงสุดของขุนเขาที่ห้อมล้อมไปด้วยความอ้างว้างและโดดเดี่ยว
ในชีวิตหนึ่งถ้าหากคนเราไคว่คว้าสิ่งต่างๆมากเกินไปล่ะก็หลังจากความตายมันจะเหลือเพียงที่สถานที่เล็กๆเท่านั้น ถ้าตู้ฟู่เหว่ยรู้ถึงความเป็นจริงในตอนนี้เขาจะเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปหรือไม่ แท้จริงแล้วตู้ฟู่เหว่ยทำชั่วมามากมายและถ้าไม่ใช่เพราะเขาแล้วสำนักม่อจื๊อจะไม่แตกแยกออกเป็นสองฝ่ายอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้และคนจำนวนมากก็คงจะไม่ต้องตาย อย่างไรก็ตามสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือตู้ฟู่เหว่ยถือว่าเป็นปรมาจารย์ที่น่ายกย่องเช่นกัน
ต่อให้จะมีบาปมากเพียงใดหรือเก่งกาจมากเพียงใดหรือจะถูกผู้อื่นวิพากษ์วิจารณ์หรือยกย่องก็ตามแต่หลังความตายเขาก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวอยู่ดี
.