ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1082 เกลียดหรือรัก
ตอนที่ 1082 เกลียดหรือรัก
…………….
ที่หลุมศพของตู้ฟู่เหว่ยนั้นมีผู้คนจากสำนักม่อจื๊อมานมัสการโดยธรรมชาติและเนื่องจากเจ้าสำนักคนปัจจุบันของสำนักม่อจื๊อคือชาฮัวเอียนดังนั้นเขาจึงต้องมาด้วยแต่ใบหน้าของเขานั้นนิ่งเฉยและไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ อย่างไรก็ตามสาวกของสำนักม่อจื๊อก็ไม่กล้าที่จะหย่อนยานและเตรียมเครื่องเซ่นไหว้มากมายมาทำพิธี
ในใจของพวกเขาตู้ฟู่เหว่ยยังคงมีศักดิ์ศรีอย่างสมบูรณ์แบบและไม่ต้องสงสัยเลยเพราะไม่ว่าตู้ฟู่เหว่ยจะตายไปแล้วก็ตามแต่สำหรับพวกเขาก็ยังคงเคารพตู้ฟู่เหว่ยมากกว่าชาฮัวเอียน ซึ่งเป็นเพราะชาฮัวเอียนที่เพิ่งจะเข้ายึดสำนักม่อจื๊อได้ไม่นานจึงทำให้เขายังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเต็มที่
ความจริงแล้วชาฮัวเอียนอยากที่จะมาสักการะตู้ฟู่เหว่ยจริงๆหรือเปล่า? เพราะใบหน้าของเขามืดมนและนิ่งเฉยอึ้งราวกับเมฆมืดเมื่อพายุฝนฟ้าคะนอง แน่นอนว่าเขาจะละทิ้งความเกลียดชังที่มีต่อตู้ฟู่เหว่ยเป็นเวลาหลายปีได้อย่างไร
เมื่อพวกเขามาถึงหลุมฝังศพของตู้ฟู่เหว่ยแล้วเหล่าสาวกของสำนักม่อจื๊อก็เตรียมเผาเงินกระดาษบางส่วนและเมื่อชาฮัวเอียนจ้องมองไปที่พวกเขาแล้วพวกเขาก็ถอยกลับไปด้านหลังทันทีทุกคนก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน จากนั้นชาฮัวเอียนก็นั่งยองลงอย่างช้าๆและเหยียดมือออกไปลูบที่ศิลาหน้าหลุมศพซึ่งสลักวันเดือนปีเกิดและวันตายของตู้ฟู่เหว่ยเอาไว้ “อาจารย์ถ้าท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านจะรู้สึกยังไงเมื่อเห็นผมนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าสำนักกัน..หืม..ผมควรจะขอบคุณหรือควรเกลียดอาจารย์?” ชาฮัวเอียนพึมพำกับตัวเอง
“อันที่จริงผมเคารพอาจารย์มาโดยตลอดเพราะถ้าไม่มีอาจารย์ล่ะก็ผมคงไม่เข้าร่วมสำนักม่อจื๊อได้..อาจพูดได้ว่าอาจารย์ได้ให้ชีวิตที่สองกับผม..ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ที่ช่วยผมเอาไว้ผมก็คงตายไปนานแล้ว..อาจารย์รู้ไหมว่าผมปฏิบัติต่ออาจารย์เหมือนพ่อแต่แล้วอาจารย์ล่ะเคยมองมาที่ผมแบบนั้นหรือเปล่า?..อาจารย์ปฏิบัติกับผมเหมือนขยะและตัวเบี้ยตัวหมากของหยานซื่อฉุยมาโดยตลอด..ถ้าอาจารย์เต็มใจที่จะเลี้ยงดูผมและเต็มใจที่จะยุติธรรมล่ะก็ผลลัพธ์มันจะกลายเป็นแบบนี้หรือเปล่าล่ะ?” ใบหน้าของชาฮัวเอียนเต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความโกรธและถึงแม้ว่าจะมีความเกลียดชังอย่างรุนแรงในคำพูดของเขาแต่มันก็ยังมีอารมณ์ที่แท้จริงแฝงอยู่ด้วย
ความรักและความเกลียดชังอย่างสุดซึ้งที่ชาฮัวเอียนพูดกับตู้ฟู่เหว่ยเต็มไปด้วยอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูกราวกับว่าเขาถือว่าตู้ฟู่เหว่ยเป็นคนสำคัญมากในชีวิตของเขาแต่ตู้ฟู่เหว่ยกลับปฏิบัติต่อเขาในทางที่แตกต่างกัน ในตอนนี้ชาฮัวเอียนใส่อารมณ์เกือบทั้งหมดลงในคำพูด แม้แต่หยานซื่อฉุยที่เป็นเหมือนพี่น้องกันก็ยังมีความขัดแย้งและความรักที่พ่อมีให้ลูกๆกลับไม่สมดุลกันดังนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงเรื่องของชาฮัวเอียนกับหยานซื่อฉุยเลย
อันที่จริงในตอนแรกชาฮัวเอียนไม่ได้คิดที่จะแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนักแต่อย่างใดๆแต่นั่นเป็นเพราะหยานซื่อฉุยพรากคนรักไปจากเขาแต่ตู้ฟู่เหว่ยกลับเพิกเฉยและไม่เพียงแต่เขาไม่ได้พูดอะไรใดๆแต่กลับสนับสนุนหยานซื่อฉุยอย่างไม่ยุติธรรมอีกด้วย ดังนั้นชาฮัวเอียนจึงมีแต่ความเกลียดชังในใจของเขาและนั่นทำให้เขาเข้าใจว่าถ้าเขาอยากได้อะไรเขาก็ต้องเข้มแข็งและแข็งแกร่งเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของตู้ฟู่เหว่ยนั้นผิด ซึ่งข้อเท็จจริงก็ได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ชาฮัวเอียนทำลงไปเขาประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อแต่ทำไมเขาถึงไม่มีความตื่นเต้นและความดีใจในใจเลยล่ะ? ทำไมความเกลียดชังในหัวใจของเขาถึงไม่หายไปสักที? ทำไมถึงมีแต่ความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้ในหัวใจของเขากัน?
ถ้าตู้ฟู่เหว่ยยังมีชีวิตอยู่ในเวลานี้เขาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นชาฮัวเอียนในตอนนี้กัน? เขาจะมีความสุขหรือเศร้าหรือสิ้นหวังกันแน่? บนหลุมศพภาพถ่ายของตู้ฟู่คือรูปที่มีสีหน้าที่ไม่แยแสและมุมปากของเขาก็ดูเหมือนจะมีรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามราวกับว่าเขากำลังเยาะเย้ยชาฮัวเอียนและแก้ตัวสำหรับการกระทำของเขาที่ผ่านมา
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึกๆชาฮัวเอียนก็ลุกขึ้นอย่างช้าๆและทันใดนั้นชาฮัวเอียนก็ใช้หมัดต่อยเข้าไปที่สุสานหินจนเกิดเสียง “ปัง” หลุมฝังศพทั้งหมดแตกออกเป็นเสี่ยงๆทันทีและเศษหินกรวดก็กระจายออกจนทุกคนตกใจและมองไปที่ชาฮัวเอียนด้วยความประหลาดใจและไม่เชื่อในภาพที่เห็น อย่างไรก็ตามสำหรับพวกเขาแล้วตู้ฟู่เหว่ยก็ยังเป็นเจ้าสำนักอยู่และทุกคนก็เคารพและชื่นชมเขา ซึ่งพวกเขาไม่สนใจการต่อสู้ระหว่างชาฮัวเอียนกับหยานซื่อฉุยแต่พวกเขาจะไม่ยอมรับกับการที่ชาฮัวเอียนปฏิบัติกับตู้ฟู่เหว่ยแบบนี้อย่างแน่นอน ในความคิดของพวกเขานั้นพวกเขาสงสัยว่าชาฮัวเอียนมองตู้ฟู่เหว่ยเป็นอาจารย์ของเขาบ้างหรือเปล่า? ซึ่งถึงแม้ว่าชาฮัวเอียนจะไม่สนใจความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์แต่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ควรทำลายหลุมฝังศพของคนที่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?
อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาได้เห็นพละกำลังของชาฮัวเอียนและเลือดที่เต็มมือด้วยตาของพวกเขาเองและพวกเขาก็กลัวชาฮัวเอียนอยู่ลึกๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจในตอนนี้แต่พวกเขาก็ไม่กล้าพูดอะไรใดๆ
เมื่อมองไปที่เลือดที่หลังมือแล้วปากของชาฮัวเอียนก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เย็นชาและไม่แยแส จากนั้นเขาก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาและค่อยๆเช็ดคราบเลือดที่หลังมือของเขาแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ขุดเขาขึ้นมาซะ!” เสียงนั้นดูเย็นยะเยือกและไร้ความปรานีราวกับว่ามันมาจากส่วนลึกที่สุดของนรกจนทำให้หัวใจของทุกคนสั่นคลอนอย่างอธิบายไม่ได้และพวกเขาก็มองไปที่ชาฮัวเอียนด้วยความประหลาดใจ
“เจ้าสำนักชาคิดที่จะทำอะไรกันแน่?..ถึงแม้ว่าจะเอาโลงศพของเจ้าสำนักตู้ขึ้นมาแต่ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควรเลย” ชายชราลุกขึ้นยืนและพูด เขาเป็นผู้สนับสนุนชาฮัวเอียนและมีส่วนช่วยมากมายในการทำให้ชาฮัวเอียนขึ้นครองตำแหน่งเจ้าสำนักม่อจื๊อดังนั้นชาฮัวเอียนก็ยังต้องเคารพและไว้หน้าเขาบ้างถึงชาฮัวเอียนจะเป็นเจ้าสำนักก็ตาม
เมื่อได้ยินแบบนั้นชาฮัวเอียนก็หันกลับไปมองอย่างช้าๆด้วยดวงตาที่เหมือนมีดคมจับจ้องไปที่เขาและพูดอย่างเย็นชาว่า “แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดงั้นเหรอ?”
“ชาฮัวเอียน!..ถึงแม้ว่าตอนนี้เอ็งจะเป็นเจ้าสำนักแล้วก็ตามแต่เอ็งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้..เอ็งกำลังหลอกลวงทุกคนและทำลายบรรพบุรุษรู้บ้างไหม?” ชายชราพูดอย่างโกรธเกรี้ยวเพราะน้ำเสียงของชาฮัวเอียนเมื่อครู่นี้ทำให้เขาไม่สบอารมณ์อย่างมากและเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าชาฮัวเอียนจะไม่เคารพเขาแบบนี้
“หึ” ด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกชาฮัวเอียนก็หันกลับมาโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าและมีดในมือของเขาก็แทงเข้าไปที่คอของชายชราในทันทีแล้วเลือดก็พุ่งออกมา ส่วนชายชราก็ลืมตาอ้างด้วยความไม่เชื่อและมองไปที่ชาฮัวเอียนด้วยความประหลาดใจแล้วเหลือบมองลงมาที่คอของเขาแล้วเห็นมีดที่ปักอยู่ที่ลำคอของเขาอย่างสยดสยองและเลือดที่พุ่งออกมาราวกับน้ำพุ ในเวลาไม่นานเขาก็รู้สึกเวียนหัวอยู่ครู่หนึ่งและจากนั้นก็ล้มลงไปอย่างช้าๆ
สาวกคนอื่นๆของสำนักม่อจื๊อที่อยู่ข้างๆก็ตกใจเช่นกันและพวกเขาก็จ้องเขม็งไปที่ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าและจะแทบไม่เชื่อเลย ไม่มีใครคาดคิดว่าชาฮัวเอียนจะทำแบบนี้อย่างเลือดเย็น จากนั้นชาฮัวเอียนก็พูดด้วยความโกรธว่า “ดูเหมือนพวกแกจะลืมตัวตนไปแล้วสินะ..ห๊ะ!” จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปยังเหล่าสาวกของสำนักม่อจื๊อและพูดว่า “พวกแกต้องให้ฉันพูดซ้ำอีกไหม?”
หลังจากพูดจบเหล่าสาวกของสำนักม่อจื๊อจะกล้าพูดอะไรใดๆ? การตายของชายชราผู้อาวุโสเมื่อครู่นี้ก็ทำให้ไม่มีใครกล้าโต้แย้งอีกต่อไป การโต้แย้งคำพูดของชาฮัวเอียนในเวลานี้เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการเดินไปหาความตายโดยไม่ต้องสงสัยเลย จากนั้นเหล่าสาวกก็รีบเดินไปข้างหน้าและเริ่มขุดหลุมฝังศพของตู้ฟู่เหว่ยทันที
ใบหน้าของชาฮัวเอียนดูมืดมนอยู่ตลอดเวลาและกำลังจ้องมองไปที่หลุมศพที่ทำจากปูนซีเมนต์ถูกขุดทีละเล็กทีละน้อย ซึ่งหัวใจของเหล่าสาวกสำนักม่อจื๊อก็เต้นรัว “ตึก..ตึก..ตึก” เพราะดูเหมือนว่าสิ่งต่อไปที่พวกเขาต้องเผชิญมันเหมือนกับสิ่งที่น่ากลัวและพวกเขาก็ประหม่าอย่างมาก พวกเขาไม่รู้ว่ามันเป็นการบิดเบือนทางจิตใจหรือไม่แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าชาฮัวเอียนนั้นเสียสติไปหมดแล้วและจมอยู่กับการแก้แค้น
เหล่าสาวกสำนักม่อจื๊อก็รู้สึกหดหู่ใจและในทันใดนั้นพวกเขาก็ตระหนักว่าพวกเขารู้เรื่องของชาฮัวเอียนน้อยเกินไปและการเดินตามบุคคลดังกล่าวจะตกอยู่ในอันตรายได้ทุกเมื่อเพราะใครจะรู้ว่าชาฮัวเอียนจะฆ่าพวกเขาเมื่อไหร่เพราะจู่ๆชาฮัวเอียนอาจจะอารมณ์เสียและฆ่าพวกเขาเพื่อระบายอารมณ์ตอนไหน? สิ่งนี้ทำให้พวกเขากลัวและเสียใจจนพวกเขาแอบคิดว่าถ้าหากหยานซื่อฉุยนั่งอยู่ในตำแหน่งเจ้าสำนักล่ะก็มันคงจะไม่เป็นแบบนี้? ว่ากันว่าปรัชญาที่สาวกอันม่อยึดถือคือการไล่ตามเป้าหมายและพวกเขาก็สามารถทำทุกอย่างที่ทำได้แต่อย่างน้อยๆก็ควรมีขอบเขตบ้างไม่ใช่หรือ? อย่างน้อยๆพรรคพวกและสหายก็เป็นสิ่งที่สำคัญเสมอแต่สิ่งที่ชาฮัวเอียนกำลังทำอยู่ตอนนี้ได้ก้าวข้ามกฎทั้งหมดไปซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกสับสนมากเกี่ยวกับอนาคตและรู้สึกกลัว แต่ในตอนนี้ก็ไม่มีใครกล้าพูดหรือต่อต้านและไม่มีใครอยากมีจุดจบเหมือนกับชายชรา
หลุมฝังศพของตู้ฟู่เหว่ยถูกขุดขึ้นทีละน้อยและในไม่ช้าก็เห็นโลงศพอยู่ข้างในและจากนั้นทุกคนก็นำโลงศพออกจากหลุมฝังศพแล้ววางเอาไว้ด้านข้าง จากนั้นชาฮัวเอียนก็เดินมาอย่างช้าๆจนทุกคนประหม่าและกลัวมากเพราะทุกย่างก้าวที่ชาฮัวเอียนเดิน นั้นดูเหมือนเขาจะใช้พละกำลังมหาศาลและดวงตาของเขาก็ยังเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าและความเกลียดชังที่รุนแรง
ขณะลูบโลงศพชาฮัวเอียนก็หัวเราะออกมาดังๆจนทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวจากก้นบึ้งของหัวใจ “ปัง” ชาฮัวเอียนตบโลงศพด้วยฝ่ามือที่ป่าเถื่อนจนโลงศพแตกสลายในทันทีและเผยให้เห็นร่างของตู้ฟู่เหว่ยนอนอยู่ในโลงศพและสีหน้าของเขายังคงดูเฉยเมยและเหมือนว่าจะมีรอยยิ้มที่ดูถูกเหยียดหยามที่มุมปากของเขาราวกับว่าเขากำลังเย้ยหยันชาฮัวเอียนอยู่
“อาจารย์ช่วยบอกผมทีว่าผมควรจะตอบแทนยังไงดี?..ผมควรทำยังไงกับอาจารย์?” ใบหน้าของชาฮัวเอียนบิดเบี้ยวไปอย่างเห็นได้ชัดและดูน่ากลัวและน่าสยดสยองมาก “ลืมตาดู..ลืมตาขึ้นมาและมองผมซะ!..ตอนนี้ผมได้เป็นเจ้าสำนักแล้วทำไมอาจารย์ถึงไม่ลืมตามองล่ะ?..หรืออาจารย์กลัวที่จะเผชิญกับความจริงงั้นเหรอ?..พูดสิ..พูดออกมา!” ชาฮัวเอียนดึงร่างของตู้ฟู่เหว่ยขึ้นและเขย่าอย่างบ้าคลั่ง