ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1171 แกล้งตาย
ตอนที่ 1171 แกล้งตาย
………………..
หลังจากออกจากสถานอาบอบนวดแล้วเย่เชียนก็วิ่งไปอย่างรวดเร็วตามเส้นทางที่เตรียมเอาไว้ล่วงหน้าและไม่นานก็มาถึงจุดที่กำหนดเอาไว้ล่วงหน้าและเห็นรถจอดอยู่ที่นั่น จากนั้นเย่เชียนก็เดินไปอย่างรวดเร็วและในมุมมืดด้านข้างลูกน้องคนหนึ่งของเซินเจี๋ยก็เดินออกมาเหลือบมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ภารกิจสำเร็จมั้ย?”
“จะระแวงมากเกินไปแล้วฮ่าๆ” เย่เชียนยิ้มแล้วพูด
ลูกน้องของเซินเจี๋ยดูเหมือนจะไม่อยากคุยกับเย่เชียนเป็นเวลานานราวกับว่าเขาไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แน่นอนว่าเย่เชียนเห็นทั้งหมดนี้ในดวงตาของเขาและอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะ ซึ่งเย่เชียนไม่เข้าใจความหมายในดวงตาของชายหนุ่มคนนี้
“นายน้อยเซินสั่งเอาไว้ว่าให้ตรวจสอบของติดตัวของชางหมิงเพื่อตรวจสอบว่าคุณทำสำเร็จหรือเปล่า..ถ้างั้นก็รีบพิสูจน์มาว่าชางหมิงตายแล้ว!” ชายหนุ่มพูด
เย่เชียนก็หยิบหินหยกเจ้าแม่กวนอิมออกมาแล้วพูดว่า “พวกนายน่าจะรู้ใช่มั้ยว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ชางหมิงเก็บเอาไว้ติดตัวตลอด..เพราะงั้นมันก็น่าจะยืนยันได้ใช่มั้ย?” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ยื่นให้กับชายหนุ่มไป จากนั้นชายหนุ่มก็รับมาและพยักหน้าเล็กน้อย หินหยกเจ้าแม่กวนอิมชิ้นนี้แทบไม่เป็นความลับในองค์กรเทียนเต๋าเลยเพราะทุกคนรู้ดีว่าชางหมิงมีหินหยกเจ้าแม่กวนอิมและถือว่าเป็ยของติดตัวและไม่เคยอยู่ห่างจากเขาเลย ดังนั้นเนื่องจากเย่เชียนนำหินหยกเจ้าแม่กวนอิมมาได้นั่นก็พิสูจน์ได้ว่าชางหมิงตายแล้วจริงๆ ชายหนุ่มก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “รถคันนั้นนายน้อยจัดเอาไว้ให้คุณจากนั้นคุณก็ขับไปตามเส้นทางที่กำหนดเอาไว้..หลังจากนี้ไต้หวันอาจจะวุ่นวายอยู่พักหนึ่งและนายน้อยก็บอกให้คุณซ่อนตัวเอาไว้ชั่วคราว..หลังงานศพหนึ่งสัปดาห์คุณค่อยกลับไปหาเขา”
หลังจากพูดจบลูกน้องของเซินเจี๋ยก็หันหลังกลับและจากไป เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็เอื้อมมือออกไปจับไหล่เขาและฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ทำไมนายถึงรีบร้อนนักล่ะ? ..นายเห็นหินหยกเจ้าแม่กวนอิมแล้วนี่เพราะงั้นเอาคืนมาให้ฉันสิ”
“ฉันไม่ไว้ใจนายเพราะถ้านายเอาหินหยกเจ้าแม่กวนอิมนี้ไปให้นายน้อยแล้วอ้างว่านายเป็นคนทำเองเพราะงั้นนายก็ได้รับความดีความชอบไปทั้งหมดน่ะสิ!..เดี๋ยวฉันจะเอาไปให้นายน้อยเองทีหลัง” ทันทีที่เสียงจบลงเย่เชียนก็คว้าหินหยกมาจากมือของชายหนุ่ม
เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มไม่อยากที่จะวุ่นวายกับอีกต่อไปดังนั้นเขาจึงถอนหายใจแล้วรีบเดินออกไปทันที เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็มองดูเขาและดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่เย่เชียนไม่รู้ว่าอะไรผิดปกติกันแน่ จากนั้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินไปขึ้นรถแต่ขณะที่เขากำลังจะสตาร์ทรถเย่เชียนก็ได้ยินเสียง “ติ๊กต็อก” เบาๆ และคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันแน่นเพราะถ้าไม่ใช่เพราะการฝึกฝนระดับสูงของเย่เชียนเกรงว่าจะไม่ได้ยินมันเลยแม้แต่น้อย
‘ระเบิดงั้นเหรอ?!’ ความคิดดังกล่าวแวบเข้ามาในใจของเย่เชียนเพราะงั้นเย่เชียนจะกล้าลังเลได้อย่างไร?ไม่ว่าทักษะการต่อสู้และร่างกายของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหนแต่ก็ไม่สามารถต้านทานระเบิดได้ เมื่อระเบิดเกิดระเบิดขึ้นเขาจะต้องแหลกสลายเป็นชิ้นๆ อย่างแน่นอน ดังนั้นเย่เชียนจึงรีบเปิดประตูรถแล้วพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานหลังจากที่เย่เชียนพุ่งออกไปเขาก็ได้ยินเสียง “บึ้ม!” รถถูกระเบิดและหลังคารถก็กระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้าและมันก็ตกลงมาที่พื้นอย่างแรง เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและตะโกนออกมาอย่างลับๆ “ไอ้เวรเอ๊ย!” เขาไม่นึกเลยว่าเซินเจี๋ยจะโหดร้ายได้ถึงขนาดนี้และใจร้อนถึงขนาดฆ่าเขาทันที เดิมทีเย่เชียนคิดว่าถึงแม้ว่าเซินเจี๋ยจะเกลียดชังเขาเพราะเรื่องของซูเหว่ยก็ตามแต่อย่างน้อยๆ เซินเจี๋ยก็น่าจะรอจนกว่าสถานการณ์ขององค์กรเทียนเต๋าจะคลี่คลายก่อนที่เซินเจี๋ยจะดำเนินการกำจัดเขา อีกอย่างตอนนี้เขายังคงมีประโยชน์สำหรับเซินเจี๋ยอยู่แต่เย่เชียนไม่ได้คาดคิดเลยว่าเซินเจี๋ยจะฆ่าเขาในตอนนี้
เย่เชียนคิดอย่างรวดเร็วในใจของเขาและดูเหมือนว่าองค์กรทหารรับจ้างอินทรีขาวแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาจะถูกว่าจ้างโดยเซินเจี๋ย ด้วยเหตุนี้เซินเจี๋ยจึงไม่คิดที่จะเก็บเขาเอาไว้และเมื่อคิดแบบนั้นเย่เชียนก็มีเจตนาฆ่าอย่างแรงกล้าในหัวใจของเขาและถอนหายใจด้วยความโกรธ
หลังจากที่ลูกน้องของเซินเจี๋ยออกมาจากตรงนั้นแล้วเขาก็เข้าไปในมุมมืดๆ และเมื่อเขาหันหลังกลับแล้วเห็นรถระเบิดพร้อมกับเปลวเพลิงเขาก็โล่งใจอย่างมากและแอบตะโกนว่า “เกือบไปแล้วไอ้เวร!” ถ้าหากเย่เชียนยังยื้อเวลาโดยการคุยกับเขามากกว่านี้ล่ะก็เขาจะต้องตายไปพร้อมกับเย่เชียนอย่างแน่นอนและเขาก็คิดว่าในอนาคตถ้าหากต้องตั้งเวลาคาร์บอมบ์อีกครั้งเขาก็ควรตั้งเวลาให้นานขึ้นกว่านี้อีกหน่อยไม่อย่างนั้นเขาเองก็จะกลายเป็นศพไปด้วย
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรหาเซินเจี๋ยและพูดว่า “นายน้อยครับงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว..เย่เชียนฆ่าชางหมิงและนำหินหยกเจ้าแม่กวนอิมออกมาด้วย..ส่วนตอนนี้เย่เชียนก็ถูกระเบิดตายไปแล้วและคงจะไม่เหลือซากเลย”
ฝั่งตรงข้ามได้ยินเสียงเยาะเย้ยของเซินเจี๋ยและพูดว่า “หึ..มันไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะมาแย่งผู้หญิงจากฉัน!..มันคิดว่าฉันให้ค่ามันมากขนาดนั้นจริงๆ เหรอ..เหอะๆ ..ฉันเก็บมันเอาไว้ก็เพราะว่ามันยังมีประโยชน์แต่ในเมื่อมันฆ่าชางหมิงแล้วฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะเก็บมันเอาไว้อีกต่อไป!” จากนั้นเสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจก็ระเบิดออกมา “ฮ่าๆ ..เอาล่ะ..ไปกันเถอะ..อย่าให้พวกตำรวจรู้ได้ล่ะ!” หลังจากเซินเจี๋ยพูดจบเขาก็วางสายไป
จากนั้นชายหนุ่มก็วางสายโทรศัพท์แล้วหันกลับไปและในขณะที่เขากำลังจะจากไปเขาก็หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นและหยุดก้าวอย่างกะทันหันและสีหน้าก็เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก จากนั้นก็พูดด้วยความตกใจว่า “แก..แกมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง? ..ทำไมแก..ทำไมแกถึง” เขาลังเลอยู่นานแต่ก็พูดไม่ออกด้วยความตกใจ
“ทำไม? ..ฉันไม่ได้ถูกระเบิดไปแล้วใช่มั้ย?” เย่เชียนเยาะเย้ยและพูดว่า “หึ..มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกถ้าจะฆ่าฉัน..เพราะงั้นบอกฉันทีว่าเซินเจี๋ยสั่งให้แกทำแบบนี้ทำไม? ..มันจะฆ่าฉันทำไม?”
“ผะ..ผมไม่รู้..ผมแค่ทำสิ่งต่างๆ ตามคำสั่งเท่านั้น..ผมไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เลย..ผมแค่ทำตามหน้าที่!” ชายหนุ่มคนนั้นส่ายหัวและพูดด้วยความตื่นตระหนก เขาอยู่ในองค์กรเทียนเต๋ามานานแล้วและฆ่าคนมาไม่รู้กี่ครั้งและทุกๆ ครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับศัตรูเขาก็ค่อนข้างหยิ่งผยองแต่คราวนี้ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ
“ถ้างั้นบอกฉันหน่อยว่าเซินเจี๋ยได้ว่าจ้างพวกทหารรับจ้างอินทรีขาวมาหรือเปล่า?” เย่เชียนพูดต่อ “แกควรจะตอบตามความจริงและอย่าบอกฉันว่าแกไม่รู้อะไรเลยไม่อย่างนั้นแกได้ตายแน่!”
“ชะ..ใช่!..ผู้นำทหารรับจ้างอินทรีขาวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนายน้อยเซินมาโดยตลอด..ซึ่งคราวนี้ที่นายน้อยกลับมาจากต่างประเทศก็เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าและอันที่จริงแล้วนายน้อยได้ส่งคนไปฆ่าท่านประธานด้วย” ชายหนุ่มพูด
“ผมก็ไม่ค่อยชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดนักหรอกแต่ท่านประธานเซินนั้นไม่ชอบทัศนคติของนายน้อยเซินเพราะมันขัดกับวิสัยทัศน์ขององค์กรและเส้นทางการพัฒนาขององค์กรเทียนเต๋าในอนาคต..ดังนั้นท่านประธานจึงคิดที่จะส่งต่อตำแหน่งผู้นำองค์กรเทียนเต๋าให้กับหวังหมิงซูเพราะงั้นนายน้อยเซินจึงฆ่าท่านประธานเพราะเหตุผลนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยความตื่นตระหนก “ที่ผมพูดเป็นความจริงทั้งหมดเพราะงั้นอย่าฆ่าผมนะ..ผมได้พูดไปแล้วในสิ่งที่คุณขอให้ผมพูด”
นี่เป็นข่าวที่ค่อนข้างคาดไม่ถึงแต่สำหรับเย่เชียนมันก็เป็นข่าวดีเช่นกัน จากนั้นเย่เชียนก็ฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันจะปล่อยแกไป..แต่ถ้าแกปล่อยให้เซินเจี๋ยรู้ว่าฉันยังไม่ตายและยังบอกทุกอย่างให้กับฉันอีกเพราะงั้นแกก็น่าจะรู้ใช่มั้ยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นกับแก?”
ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะสั่นไปทั้งตัวและเขาก็รู้สึกว่าเขาของเขาชาไปหมดและคุกเข่าลงโดยไม่รู้ตัว “ได้โปรด..อย่าบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยครับ..ถ้าคุณทำผมต้องตายอย่างแน่นอน” ชายหนุ่มอ้อนวอน
“จริงๆ แล้วไม่ว่าฉันจะพูดหรือไม่พูดมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร..เพราะเมื่อไหร่ที่เซินเจี๋ยรู้ว่าฉันยังไม่ตายตอนนั้นพวกแกก็คงจะตายกันไปหมดแล้ว” เย่เชียนพูด “แกคิดว่าเซินเจี๋ยจะปล่อยคนที่รู้ความลับอย่างแกรอดไปงั้นเหรอ? ..เพราะงั้นคนเดียวที่สามารถช่วยแกได้ในตอนนี้คือตัวแกเอง..ตราบใดที่แกทำตามฉันล่ะก็ฉันรับปากเลยว่าแกจะไม่เป็นอะไรและแกก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับความรุ่งโรจน์อย่างสบายใจ..แกไม่อยากเติบโตกว่านี้งั้นเหรอ? ..ทำไมแกต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงในการไปฆ่าคนตามคำสั่งของไอ้เด็กอมมือด้วยล่ะ? ..เพราะงั้นถ้าแกทำตามฉันล่ะก็แกจะไม่ใช่แค่รอดชีวิตแต่ยังได้สิ่งที่ดีกว่านี้ด้วย!”
ชายหนุ่มก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งและเหลือบมองเย่เชียนแล้วพูดด้วยใบหน้าที่เศร้าโศกว่า “อย่าฆ่าผมเลยปล่อยผมไปเถอะ..ผมจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการ”
เย่เชียนก็ฉีกยิ้มและยื่นมือของเขาเพื่อดึงชายหนุ่มขึ้นและพูดว่า “ฉันชอบคุยกับคนฉลาดที่สุดเพราะงั้นไม่ต้องกังวลไป..ตราบใดที่นายภักดีกับฉันและทำในสิ่งที่ฉันสั่งโดยไม่ลับหลังฉันล่ะก็นายจะมีชีวิตที่ดี..แต่จำเอาไว้ว่าตราบใดที่ฉันปรากฏตัวออกมาเซินเจี๋ยมันจะต้องฆ่านายอย่างแน่นอน”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “แล้วนายชื่ออะไร”
“ไม้จิ้มฟัน..ทุกคนเรียกผมว่าไม้จิ้มฟัน!” ชายหนุ่มพูด
เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ไม้จิ้มฟัน?” จากนั้นเย่เชียนก็จินตนการอย่างไร้สาระและหลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ไม้จิ้มฟัน..ถ้างั้นนายก็แค่แสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นและกลับไปรับใช้เซินเจี๋ยต่อและช่วยฉันจับตาดูเขาตามปกติและไม่ต้องกังวลไปเพราะฉันจะไม่ปรากฏตัวในระหว่างนี้ไปสักพัก..เพราะงั้นเซินเจี๋ยจะไม่ทำอะไรกับนาย..นะหว่างนี้นายก็ไปรวบรวมหลักฐานที่เซินเจี๋ยฆ่าประธานเซินมาให้ฉันเพื่อพิสูจน์ว่านายภักดีต่อฉัน..เอาล่ะเข้าใจใช่มั้ย?”
ไม้จิ้มฟันพยักหน้าและพูดว่า “เข้าใจแล้วครับ..ตราบใดที่คุณไว้ชีวิตผมคุณจะสั่งให้ผมทำอะไรก็ได้ผมจะตั้งใจทำอย่างเต็มที่” ตอนนี้ชีวิตของเขาขึ้นอยู่กับเย่เชียนและตราบใดที่เย่เชียนปรากฏตัวออกมาเขาจะถูกไล่ล่าโดยเซินเจี๋ย ดังนั้นเพื่อที่จะอยู่รอด เขาต้องภักดีกับเย่เชียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้