ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1227 ขัดกับหลังการ
ตอนที่ 1227 ขัดกับหลังการ
………………..
เรื่องในไต้หวันจบลงแล้วและเย่เชียนก็ได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งเอาไว้ ดังนั้นเย่เชียนจึงเชื่อว่าเย่หวันกับหวังหมิงซูและคนอื่นๆ จะสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดีและนอกจากนี้ยังมีสมาชิกขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าที่คอยสนับสนุนพวกเขาอย่างสุดกำลัง ด้วยเหตุนี้เย่เชียนจึงเชื่อว่าแผนการจะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการควบคุมสถานการณ์ให้ได้อย่างเต็มที่ก็ตามแต่ตราบใดที่ยังก้าวไปข้างหน้าได้สิ่งต่อไปก็จะราบรื่นขึ้นมาก แน่นอนว่าเย่เชียนเข้าใจดีว่าหูวหนานเจียนจะต้องส่งคนมาสอดส่องทุกการเคลื่อนไหวที่นี่และเขาจะต้องรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับไต้หวันแต่เย่เชียนจะไม่โง่และช่วยหูวหนานเจียนจริงๆ เพราะเขาไม่สามารถนำชีวิตของพี่น้องเขี้ยวหมาป่าไปเดิมพันกับแผนการของหูวหนานเจียนได้ แน่นอนว่าหูวหนานเจียนต้องการให้เย่เชียนช่วยเขาทำเรื่องใหญ่ให้สำเร็จแต่สำหรับเย่เชียนเขาจึงใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อที่หูวหนานเจียนกับรัฐบาลจีนจะได้ชั่งน้ำหนักถึงผลที่จะตามมาหากคุกคามเย่เชียนในอนาคตนั่นเอง
บางทีหูวหนานเจียนอาจจะไม่โหดร้ายกับเย่เชียนเพราะความสัมพันธ์ของหูวเค่อแต่เย่เชียนก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเบื้องบนคนอื่นๆ จะใดมีความคิดแบบเดียวกันกับหูวหนานเจียน ดังนั้นเย่เชียนจึงต้องหาหลักประกันและยิ่งไปกว่านั้นเย่เชียนเชื่อว่าหูวหนานเจียนน่าจะรู้ดีว่าเขาคิดอะไรอยู่เพราะการได้นั่งในตำแหน่งที่สูงแบบนี้หูวหนานเจียนย่อมไม่ใช่คนโง่เง่าอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเขาจะรู้จุดประสงค์ของเย่เชียนอย่างชัดเจนก็ตามแต่หูวหนานเจียนก็ยังคงขอให้เย่เชียนทำหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งค่อนข้างคลุมเครือและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่สามารถเข้าใจได้ว่าหูวหนานเจียนกำลังคิดอะไรอยู่แต่เย่เชียนก็มีความสุขที่ได้ทำสิ่งต่างๆ เพราะนี่เป็นโอกาสที่ดีในการเสริมความแข็งแกร่งและพลังอำนาจให้กับเขาและบางทีหูวหนานเจียนเองก็อาจจะต้องการผลลัพธ์แบบนี้เช่นกัน?
อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็สามารถสร้างพลังอำนาจและอิทธิพลให้กับตัวเองได้เรื่อยๆ เนื่องจากหูวหนานเจียนให้โอกาสเขา ดังนั้นเย่เชียนจะไม่พลาดอย่างแน่นอนและมันก็เป็นหลักการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเย่เชียนอีกด้วย
แน่นอนว่าหูวหนานเจียนย่อมมีความคิดเป็นของตัวเองเพราะเขาอยู่ในตำแหน่งที่สูงดังนั้นเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเย่เชียนกำลังทำอะไรในจีนแผ่นดินใหญ่และเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าเย่เชียนกำลังทำอะไรในไต้หวันด้วย? ถึงแม้ว่าสิ่งต่างๆ อาจจะแค่คาดเดาแต่หูวหนานเจียนก็สามารถคาดเดาความคิดของเย่เชียนได้และเขารู้ว่าเย่เชียนกลัวว่าวันหนึ่งเย่เชียนจะถูกไล่ล่าดังนั้นเย่เชียนจึงวางแผนสำหรับปกป้องตัวเอง แต่ทว่าหูวหนานเจียนก็มีความคิดของตัวเองและผลลัพธ์ที่ได้หลังจากพูดคุยกับเบื้องบนของจีนและผู้อาวุโสเหล่านั้นก็ยิ่งใหญ่อย่างมาก
ถ้าคุณต้องการได้บางอย่างคุณก็ต้องให้บางอย่างตอบแทนโดยธรรมชาติและอย่าลังเลที่จะสละบางอย่างเพื่อสิ่งที่ดีกว่า ดังนั้นตราบใดที่รากฐานของประเทศไม่สั่นคลอนมันก็ไม่มีปัญหาอะไรและยิ่งไปกว่านั้นทุกอย่างสามารถถูกนำทางไปในทางที่ดีได้และตราบใดที่มันถูกจัดการอย่างถูกต้องมันก็จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย แต่โลกนี้ไม่มีที่สิ่งแน่นอนเสมอไปเพราะสิ่งสำคัญก็คือ วิธีการนั่นเอง ซึ่งหูวหนานเจียนและเหล่าผู้อาวุโสจากเบื้องบนนั้นได้รุกรานอำนาจการปกครองของบรรพบุรุษที่เคยทำมาเป็นเวลาหลายสิบปีและพวกเขาก็ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างอย่างชัดเจนและมีวิธีการเป็นของตนเอง
ซึ่งแน่นอนว่าพลังอำนาจและอิทธิพลของเย่เชียนทั่วโลกนั้นสามารถยับยั้งพวกเขาได้และแม้กระทั่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและสังคมอีกด้วย แต่ถ้าคิดในทางกลับกันหากพลังของเย่เชียนเพิ่มขึ้นนั่นก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพวกเขาเช่นกันและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือตราบใดที่เย่เชียนยังคงมีความรักชาติที่หยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจของเขานั่นก็เป็นผลดีต่อทุกคน
เมื่อรู้ว่าเย่เชียนกำลังจะจากไปเหลียงหยานก็รู้สึกอึดอัดและในที่สุดเธอก็ปล่อยภาระทางจิตใจของเธอและคิดว่าเธอจะก้าวหน้ากับเย่เชียนแต่เย่เชียนกลับกำลังจะจากไปในเวลานี้ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าเย่เชียนตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงเธอโดยเจตนา? แต่เย่เชียนจะรู้ได้อย่างไรว่าเหลียงหยานกำลังคิดแบบนี้อยู่? อย่างไรก็ตามเหลียงหยานก็ตระหนักดีถึงบุคลิกของเย่เชียนและการตัดสินใจของเย่เชียนนั้นก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ นอกจากนี้เธอรู้ดีว่าเย่เชียนเป็นคนที่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอและเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอยู่ในสถานที่เล็กๆ อย่างไต้หวันและอยู่กับเธอตลอดไปได้
ซูเหว่ยก็เหมือนกันเธอรู้สึกอึดอัดในใจเพราะเธอเพิ่งจะได้อยู่กับเย่เชียนแต่ก็ถูกแยกจากกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเธอจะเศร้ามากแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรและหลังจากส่งที่เย่เชียนไปที่สนามบินและเฝ้าดูเขาขึ้นเครื่องบินด้วยตัวเองแล้วหัวใจของซูเหว่ยก็ดูเหมือนจะถูกพรากไปด้วย
เย่เชียนไม่เข้าใจว่าทำไมเหลียงหยานถึงไม่มาหาเขาเพราะเหลียงหยานก็รู้ว่าเขากำลังจะไปจากไต้หวัน อย่างไรก็ตามเนื่องจากเธอไม่ได้มาเย่เชียนจึงไม่อยากถามเธอว่าทำไมและเขาเองก็ยังรู้ถึงความคิดของเหลียงหยานอีกด้วยดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องนี้
เย่เชียนนั้นขึ้นเครื่องบินตรงไปยังเมืองเซี่ยงไฮ้จากนั้นก็เมืองปักกิ่งแล้วไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตามวันก่อนออกเดินทางเย่เชียนโทรหาแจ็คและดูเหมือนว่าเรื่องของโจวหยวนจะยังไม่ได้รับการแก้ไขจนทำให้เย่เชียนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยแต่เย่เชียนก็ไม่ได้ตำหนิแจ็คเพราะแจ็คมีหลายอย่างที่ต้องทำมากเกินไปและมากกว่าเขาอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นแจ็คก็บอกว่าอย่าเพิ่งรีบเพราะทุกอย่างยังอยู่ภายใต้การควบคุมอยู่แล้ว
แต่เย่เชียนนั้นกระวนกระวายใจเล็กน้อยและไม่ได้ใจเย็นเหมือนกับแจ็ค ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขาอยู่ภาคทางตะวันตกเฉียงเหนือครั้งล่าสุดเย่เชียนก็รู้สึกถึงความเย่อหยิ่งของโจวหยวนซึ่งทำให้เย่เชียนโกรธอย่างมาก ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องทำสิ่งต่างๆ ล่ะก็เย่เชียนคงจะไปฆ่าโจวหยวนด้วยตัวเองแล้ว
อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็ต้องการจัดการอย่างถูกต้องเพราะเย่เชียนไม่ได้เจอโจวหยวนมาสักพักแล้วและไม่รู้ว่าตอนนี้โจวหยวนจะหยิ่งทะนงและทำตัวโออ่าขนาดไหน
ซึ่งหลังจากลงจากเครื่องบินเย่เชียนก็เดินออกจากสนามบินแล้วโบกแท็กซี่และหลังจากบอกจุดหมายปลายทางแล้วคนขับก็สตาร์ทรถและขับไปทางบริษัทของโจวหยวนทันที
“ลุงครับผมอยากจะถามอะไรคุณสักหน่อยน่ะ..คุณที่ขับแท็กซี่และพบเจอคนจำนวนมากในทุกๆ วันเพราะงั้นคุณก็น่าจะรู้เรื่องซุบซิบมากมายใช่มั้ย?” เย่เชียนพูด “ผมอยากรู้ว่าลุงเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับโจวหยวนบ้างหรือเปล่า?”
“โจวหยวน?” คนขับตกตะลึงไปครู่หนึ่งและมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจและพูดว่า “นี่พ่อหนุ่มไม่รู้จักหยวนฟากรุ๊ปงั้นเหรอ? ..โจวหยวนน่ะเป็นประธานของหยวนฟากรุ๊ป”
“ครับผมเพิ่งจะสมัครงานที่นั่นเพราะงั้นผมก็เลยไม่รู้จริงๆ” เย่เชียนพูด
“หยวนฟากรุ๊ปเป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่และประธานก็คือโจวหยวน..เขาจบการศึกษามาจากประเทศสหรัฐอเมริกาและภูมิหลังของเขานั้นก็ซับซ้อนมาก..ตามที่เขาพูดกันนะว่าโจวหยวนเป็นคนที่มีอิทธิพลอย่างมากเพราะองค์กรใต้ดินส่วนใหญ่ในเซินเจิ้นก็อยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา” คนขับแท็กซี่พูดต่อ “ในโลกนี้ไม่มีขาวหรือดำอย่างแท้จริงหรอกพ่อหนุ่ม..ในเซินเจิ้นเนี่ยเจ้าหน้าที่รัฐหลายๆ คนก็พัวพันกับองค์กรใต้ดินกันทั้งนั้น!”
“ดูเหมือนว่าการทำงานในบริษัทนี้0tปลอดภัยมากเลยนะครับ..เพราะอย่างน้อยๆ เราก็ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกใครข่มเหงหรือรังแกได้” เย่เชียนยิ้มและพูด
“นั่นก็ไม่เสมอไป” คนขับแท็กซี่พูดกับเย่เชียนอย่างคลุมเครือ “ฉันคิดว่าพ่อหนุ่มน่าจะเป็นคนต่างถิ่นใช่มั้ย? ..ถ้างั้นฉันจะบอกอะไรให้ว่าบริษัทหยวนฟากรุ๊ปนั้นนี้มีชื่อเสียงที่ย่ำแย่มากแต่ฉันไม่ได้อยากจะทำร้ายจิตใจของนายหรอกนะเพราะประชาชนหลายๆ คนเกลียดชังหยวนฟากรุ๊ปอย่างมาก..นั่นก็เพราะว่าเมื่อเร็วๆ นี้หยวนฟากรุ๊ปใช้พวกนักเลงอันธพาลจากองค์กรใต้ดินจำนวนมากเพื่อบังคับขู่เข็นชาวบ้านให้ย้ายออกเพื่อรื้อถอนและไล่ซื้อที่ในการพัฒนา..นั่นทำให้ชาวบ้านหลายคนสาปแช่งและเกลียดชังหยวนฟากรุ๊ปอย่างมาก..แต่เป็นเพราะเบื้องหลังของหยวนฟากรุ๊ปที่เกี่ยวข้องกับองค์กรใต้ดินจึงทำให้หลายๆ คนหมดหวังและต้องจำใจเงียบไป”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเครือน่านฟ้ากรุ๊ปก็ได้ดำเนินโครงการรื้อถอนเป็นจำนวนมากแต่เย่เชียนปฏิบัติต่อครัวเรือนที่มีการรื้อถอนเป็นอย่างดีและโดยทั่วไปจะจ่ายค่าชดเชยในการรื้อถอนตามระเบียบและให้ผลประโยชน์แก่พวกเขาและไม่เคยข่มเหงชาวบ้านเลย แน่นอนสิ่งเหล่านี้ก็เพื่อกำไรระยะยาวดังนั้นเย่เชียนจึงต้องใช้วิธีการดังกล่าวอย่างมั่นคงและยั่งยืน “เป็นเรื่องปกติเพราะหลายๆ บริษัทก็ทำแบบนั้นและถ้าใครไม่ย้ายออกอย่างน้อยๆ พวกเขาก็ตัดน้ำและไฟฟ้าจนพวกเขาอยู่กันไม่ได้” เย่เชียนพูด
“นั่นไม่ใช่ประเด็นน่ะสิพ่อหนุ่ม..เพราะค่าชดเชยที่หยวนฟากรุ๊ปให้กับชาวบ้านนั้นน้อยมากและไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดเพราะงั้นพ่อหนุ่มคิดว่าชาวบ้านเหล่านั้นจะใช้ชีวิตกันต่อไปได้ยังไง? ..พวกเขาเคยยื่นคำร้องเรียนนับครั้งไม่ถ้วนต่อรัฐบาลแต่มันก็ไม่เป็นผลเพราะหยวนฟากรุ๊ปนั้นแข็งแกร่งเกินไปและสุดท้ายแล้วพวกเขาก็ต้องยอมรับความจริงข้อนี้ไปอย่างเงียบๆ” คนขับรถแท็กซี่พูดต่อ “ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดอาศัยอยู่ในเต็นท์ชั่วคราวเพราะบ้านและห้องเช่าราคาแพงกว่าที่เงินชดเชยจะซื้อได้..เฮ้อ..ฉันล่ะสงสารพวกเขาจริงๆ
คิ้วของเย่เชียนก็ขมวดเข้าหากันแน่นและเย่เชียนเองก็ไม่ได้คัดค้านวิธีการดังกล่าวแต่ทว่าค่าตอบแทนและค่าชดเชยที่ชาวบ้านได้รับนั้นไม่สมเหตุสมผลอย่างมากและนั่นคือการเอาเปรียบอย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อได้ยินข่าวนี้เย่เชียนก็รู้สึกโกรธแค้นในใจและถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปหยวนฟากุร๊ปก็คงจะถูกทำลายลงจริงๆ “เอ่อลุงครับช่วยไปส่งผมที่เขตรื้อถอนหน่อยครับ” เย่เชียนพูด
คนขับแท็กซี่ก็ผงะไปครู่หนึ่งและเหลือบมองเย่เชียนด้วยความประหลาดใจแต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร ซึ่งหลังจากที่กลับรถที่สี่แยกด้านหน้าเขาก็ขับไปยังพื้นที่รื้อถอนทันที เย่เชียนเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลยระหว่างทางและเขายังคงทำหน้าบูดบึ้งและน่ากลัวมากและแม้แต่คนขับแท็กซี่ก็ไม่กล้าพูดอะไรเมื่อเย่เชียนการแสดงออกของเย่เชียน
หากทุกอย่างเป็นไปตามที่คนขับพูดจริงๆ เย่เชียนก็ยกโทษให้โจวหยวนไม่ได้จริงๆ เพราะโจวหยวนได้เพิกเฉยต่อคำพูดและกฎของเย่เชียนอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามเย่เชียนไม่สามารถฟังคำพูดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและข่าวลือได้ทั้งหมดและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเชื่อว่าสิ่งที่คนขับแท็กซี่พูดเป็นความจริงก็ตาม
ไม่นานนักรถก็ค่อยๆ หยุดลงและคนขับแท็กซี่ก็ชี้ไปที่ไซต์ก่อสร้างที่อยู่ไกลออกไปแล้วพูดว่า “นั่นคือพื้นที่รื้อถอนและตอนนี้มันก็เกือบจะเสร็จแล้ว..ส่วนนั่นกองหินภูเขานั้นก็คือบ้านของชาวบ้านที่ถูกรื้อถอนไป”
เย่เชียนเงยหน้าขึ้นและพยักหน้าเล็กน้อยและจ่ายค่าโดยสารแล้วพูดว่า “ถ้าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริงทั้งหมดล่ะก็เดี๋ยวเราจะได้เจอกันอีก” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เปิดประตูและเดินออกไป