ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1294 บทสนทนาลึกลับ
ตอนที่ 1294 บทสนทนาลึกลับ
………………..
เมื่อเย่เชียนออกจากโรงแรมอิมพีเรียลนั้นร่างเงาร่างหนึ่งก็ออกมาจากความมืดโดยหันหลังให้หยุนเซินและดูเหมือนว่าหยุนเซินจะรู้มาตั้งนานแล้ว จากนั้นหยุนเซินก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นจริงๆ..เด็กหนุ่มคนนี้คิดว่าเขาฉลาด แต่เขาไม่รู้เลยว่าความฉลาดของเขานั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง”
“โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ..ว่าแต่ทำไมคุณถึงบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวนั่นล่ะ..คุณนี่เป็นงูพิษจริงๆ” ชายวัยกลางคนพูด
หยุนเซินแสยะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าผมไม่พูดแบบนี้เขาจะเชื่อได้ยังไง..เขาคิดว่าเขาฉลาดและควบคุมทุกอย่างด้วยมือของเขาเองแต่เขาไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์ของเรานั้นไม่ธรรมดา..แต่อย่างที่พวกเราเห็นไอ้เด็กนั่นมันกล้าที่จะหักหลังและคุณคิดว่าผมมองไม่ออกจริงๆเหรอ?”
“การทรยศมันไม่สำคัญหรอกเพราะคุณทำกับพ่อของเขาแบบนั้นคุณคิดว่าเขาจะให้อภัยคุณได้งั้นเหรอ?” ชายวัยกลางคนพูด “แต่เด็กคนนี้ค่อนข้างอดทนเก่งจริงๆเขาทนรอมานานหลายปีได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งใช้ได้เลยล่ะ..เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้วเขาดีกว่าลูกชายที่ล้มเหลวและเสเพลของคุณมาก..ไม่ว่าจะเป็นอุบายหรือความสามารถนั้นหยุนเจียฮงก็ไม่ธรรมดาเลยจริงๆและถ้าเราไม่กำจัดเขาให้เร็วที่สุดเขาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับพวกเราในอนาคต”
“อย่ามาเยาะเย้ยผมเลยเพราะคุณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าผมมากนักหรอก..การร่วมมือของเราในครั้งนี้ผมหวังว่าพวกเราจะสามารถยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างปลอดภัยและกำจัดทุกคนที่ต่อต้านเราได้ในอนาคต” หยุนเซินพูด “ส่วนเรื่องเจียฮงน่ะผมเองก็อยากจะกำจัดเขาอยู่เหมือนกันแต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เวลาเพราะผมยังไม่ได้รับเงินหนึ่งพันล้านคืนและหลักฐานที่พ่อของเขาเอาไปด้วยเพราะงั้นผมจึงไม่สามารถแตะต้องเขาได้ในขณะนี้”
“ดูเหมือนว่าคุณเองจะไม่ได้กีดกันเขาด้วยสินะแต่ก็ไม่แปลกหรอกเพราะคุณต้องแสร้งทำเป็นคนดีต่อหน้าเขาอยู่แล้วและมันก็ยากจริงๆที่คุณจะสงสัยในตัวเขา” ชายวัยกลางคนพูดต่อ “แต่ผมเพิ่งทราบข่าวสำคัญมาว่าเงินหนึ่งพันล้านและหลักฐานเหล่านั้นอยู่ในมือของหยุนเจียฮงแล้วในตอนนี้และถ้าไม่ใช่เพราะเขากลัวว่าอำนาจของตระกูลหยุนจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่จะเปิดเผยหลักฐานสู่สาธารณะชนได้ล่ะก็เขาคงจะทำไปตั้งนานแล้ว..แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาต้องการใช้เย่เชียนเพื่อจัดการกับเรานะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหยุนเซินก็ถึงกับตกตะลึงไปครู่หนึ่งและพูดว่า “คุณกำลังบอกว่าเจียฮงพบเงินและหลักฐานแล้วงั้นเหรอ?..แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกผมก่อนหน้านี้ล่ะเพราะถ้าเราปล่อยให้เขามอบหลักฐานให้กับเย่เชียนล่ะก็ทุกอย่างมันแย่ลงและเกิดความเสียหายมาก..ซึ่งถ้าหากมันอยู่ในมือของเย่เชียนล่ะก็ทุกอย่างมันจะยากมากและคงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้อีกคุณก็น่าจะรู้ดีที่สุดว่าพวกเรากำลังยืนอยู่บนเส้นด้ายและถ้าหากเราจะรุ่งโรจน์มันก็จะรุ่งโรจน์ไปเลยแต่ถ้าหากมีอะไรผิดพลาดเราก็จะสูญเสียและจบสิ้น”
“อย่ากังวลไปเลยผมไม่ปล่อยให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นหรอก” ชายวัยกลางคนพูด “คุณไม่ต้องคิดมากไปหรอกเพราะผมไม่คิดว่าเด็กคนนั้นจะมอบหลักฐานให้เย่เชียนง่ายๆเพราะเขาไม่ได้โง่และเขาก็ต้องมีกลอุบายของเขา..แน่นอนว่าเขาต้องกลัวว่าเย่เชียนจะทรยศหักหลังเขาอยู่แล้วเพราะงั้นผมคิดว่าหลักฐานเหล่านั้นควรจะยังอยู่ในมือของเจียฮงอยู่..ปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของผมก็แล้วกันเดี๋ยวผมจะไปเอาของพวกนั้นมาจากเขาเองไม่ต้องห่วง”
“ถ้าคุณพูดแบบนี้ผมก็โล่งใจ” หยุนเซินพูด “ยังไงก็เถอะคุณต้องจัดการคนที่อยู่ภายใต้คุณให้ดีและถ้าหากคุณควบคุมพวกเขาไม่ได้ล่ะก็รีบๆจัดการพวกเขาทิ้งซะเพราะถ้าพวกนั้นทำลายแผนของเราล่ะก็มันจะเป็นปัญหาใหญ่..พวกเราต้องระวังตัวเอาไว้ด้วยเพราะดูเหมือนว่าพี่ชายของคุณพร้อมจะเคลื่อนไหวแล้ว”
“หืม..เดี๋ยวอีกไม่นานเขาก็ตายแล้ว” ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “เขาคิดว่าเขาฉลาดมากและครอบงำผมทุกอย่างแต่จริงๆแล้วผมไม่ได้กลัวเขาเลยแม้แต่น้อยและที่ผมยังไม่ฆ่าเขาในตอนนี้นั่นก็เพราะผมคิดว่าเขายังมีประโยชน์อยู่..แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคิดที่จะควบคุมผมซึ่งมันไร้สาระมาก..อีกไม่นานผมจะสอนให้เขาเห็นเองว่าการไร้ความปราณีมันเป็นยังไง”
“ให้ผมช่วยไหม?” หยุนเซินแสยะยิ้มเล็กน้อยแล้วพูด
“ไม่เป็นไรครับผมจะทำเอง” ชายวัยกลางคนพูด
หยุนเซินยักไหล่เล็กน้อยแล้วพูดว่า “อย่าพูดว่าผมไม่ช่วยล่ะในเมื่อคุณไม่ให้ผมเข้าแทรกแซงเอง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะหยุนเซินก็พูดต่อ “ที่สำคัญเลยคือเย่เชียนคงไม่ได้โง่และคงไม่ถูกพวกเราหลอกง่ายๆอย่างแน่นอน..ผมเชื่อว่าเขาคงจะคิดว่าสิ่งที่ผมพูดออกไปเป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้นเพราะภูเขาหินน่ะเป็นสถานที่ที่ดีและผมก็คิดว่าเขาคงจะอยากได้จนน้ำลายไหลเหมือนกัน”
“แต่เขาไม่เคยคิดว่าพวกเราจะร่วมมือกันอยู่ผมเชื่อว่าเขาคงจะคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน” ชายวัยกลางคนพูดต่อ “ว่าแต่อาวุธเถื่อนเหล่านั้นเป็นยังไงบ้าง..คุณคุยกับพวกโจรสลัดหรือยัง..ผมเคยบอกคุณไปนานแล้วว่าให้เราเชื่อมความสัมพันธ์กับพวกโจรสลัดกลางทะเลเอาไว้แต่คุณไม่ฟัง..ยังไงบอกผมทีว่าตอนนี้มันมีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า?”
“ผมจะไปรู้ได้ยังไงว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น” หยุนเซินพูด “พวกเราน่ะเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มโจรสลัดซาตานเพราะงั้นผมคิดว่าเรือขนส่งของพวกเราจะปลอดภัยแต่ใครจะไปรู้ว่ากองทัพเรือไอร่อนบลัดจะโผล่มา..ก่อนหน้านี้ผมได้โทรหาอิดาอับส์แห่งกลุ่มโจรสลัดซาตานแล้วแต่ดูเหมือนว่าคราวนี้เขาจะช่วยอะไรเราไม่ได้เพราะงั้นผมก็เลยติดต่อไปยังกองทัพเรือไอร่อนบลัดแต่พวกเขายังไม่ติดต่อกลับมาเลยและไม่มีความคืบหน้าอะไรทั้งนั้น..แต่ผมเชื่อว่าพวกโจรสลัดมันจะมีกฎเกณฑ์เป็นของตัวเองและการแหกกฎก็ไม่ดีสำหรับทุกคน..ซึ่งผมคิดว่าพวกมันกำลังโก่งราคาโดยตั้งใจ”
“ไม่ว่าจะต้องจ่ายไปเท่าไหร่เราก็ต้องเอาอาวุธพวกนั้นกลับคืนมาให้ได้ไม่อย่างนั้นพวกเราจะสูญเสียอย่างมหาศาล” ชายวัยกลางคนพูดต่อ “คุณก็น่าจะรู้ว่าตระกูลมาเฟียสลาร์ดาร์นั้นโหดแค่ไหนและถ้าเราเป็นหนี้พวกเขาล่ะก็คงจะเกิดสงครามอย่างแน่นอนและถึงแม้ว่าเราจะไม่กลัวพวกเขาแต่เราจะร่วมมือกันได้ยังไงในอนาคต..ผมไม่ต้องการตัดช่องทางการหาเงินนี้ทิ้งไป”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ผมจะจัดการเองและมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร..เดี๋ยวผมจะติดต่อไปหาพวกมาเฟียสลาร์ดาร์ด้วยเพราะผมเชื่อว่าหลังจากทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้วผมไม่คิดว่าพวกเขาต้องการที่จะตัดช่องทางการทำธุรกิจนี้ทิ้งไปเหมือนกัน” หยุนเซินพูดต่อ “ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ในประเทศรัสเซียตระกูลสลาร์ดาร์ก็ถูกตระกูลคลูลอฟส์กดดันอย่างมากเพราะงั้นถ้าหากตระกูลสลาร์ดาร์ยกเลิกการร่วมมือกับพวกเราไปล่ะก็ในอนาคตตระกูลสลาร์ดาร์อาจจะล่มสลายก็เป็นได้”
“มันก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะทำยังไงเพราะผมแค่ต้องการทราบผลลัพธ์ที่ดีเท่านั้นเอง” ชายวัยกลางคนพูดต่อ “ตกลง..ถ้างั้นพวกเราก็แยกกันทำสิ่งต่างๆก็แล้วกัน..ส่วนหยุนเจียฮงน่ะจะปล่อยให้ผมจัดการเอง..คุณเองก็ต้องรีบเคลื่อนไหวเหมือนกันเราจะรอช้าไม่ได้แล้ว” หลังจากหยุดไปชั่วขณะชายวัยกลางคนก็พูดต่อ “อ้อมีอีกอย่างที่ผมเกือบจะลืมไปแล้ว..ตอนนี้ฮั่นหนิงซือน่าจะคิดวิธีจัดการกับเย่เชียนอยู่เพราะงั้นคุณควรจะเฝ้าระวังให้มากกว่านี้และผมต้องรู้สถานการณ์ทุกการเคลื่อนไหวของทุกฝ่ายเพราะบางทีนี่อาจเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเราก็ได้..อย่างที่พูดไปงูไม่สามารถมีชีวิตได้โดยไม่มีหัวและตราบใดที่เรากำจัดเสี้ยนหนามไปหมดแล้วคนที่เหลือจะไม่สามารถทำอะไรเราได้อีก”
หยุนเซินแสยะยิ้มแล้วพูดว่า “คุณนี่โหดเหี้ยมจริงๆ..คุณจะจัดการเธอได้จริงๆงั้นเหรอ?..ถ้าทำแบบนั้นคุณจะไม่เสียใจหรือไม่เจ็บปวดเลยรึไง?”
“ปวดใจ..เสียใจ?..หืม..คุณคิดว่าผมจะเป็นแบบนั้นงั้นเหรอ?” ชายวัยกลางคนสูดลมหายใจเข้าอย่างเย็นชาและเจตนาฆ่าก็พุ่งออกมาจากดวงตาของเขาแล้วหันหลังเดินจากไป เมื่อมองไปที่แผ่นหลังของเขาหยุนเซินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะพวกเขาร่วมมือกันมาหลายปีแล้วและไม่มีใครที่รู้ว่าพวกเขากำลังช่วยเหลือซึ่งกันและกันและขจัดศัตรูด้วยกันอย่างราบรื่นอย่างแท้จริง
เมื่อเข้าไปในรถหยุนเซินก็สตาร์ทรถและขับรถกลับบ้าน หลังจากที่พวกเขาได้รู้เรื่องเกี่ยวกับจินเหว่ยห่าวแล้วพวกเขาจึงวางกับดักดังกล่าวเอาไว้และพวกเขาก็ไม่กลัวที่จะถูกหลอกอีกเลย
ฮั่นหนิงซือสร้างความสูญเสียให้กับตระกูลจินมากเมื่อเร็วๆนี้เพราะเธอลงมือฆ่าอู๋เป้งเต๋าและทำให้สิ่งต่างๆซับซ้อนขึ้น ดังนั้นเธอจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้อย่างไร นอกจากนี้เธอยังชัดเจนมากว่าแม้ว่าจินเจิ้งผิงจะไม่ถามเธอเลยแต่จินเจิ้งผิงจะต้องครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องระหว่างเธอกับอู๋เป้งเต๋าที่เธอปิดบังความสัมพันธ์ระหว่างอู๋เป้งเต๋าเอาไว้อย่างแน่นอนและมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะปล่อยวางได้
คนอื่นไม่รู้แต่ทว่าฮั่นหนิงซือกับจินเจิ้งผิงเป็นสามีภรรยากันมาหลายปีและพวกเขาก็รู้จักกันดี ยิ่งไปกว่านั้นเนื่องจากการกระทำที่ผิดของเธอในครั้งนี้จึงทำให้ตระกูลจินสูญเสียสิทธิ์ในการขุดภูเขาหินไปและเธอก็รู้ว่าถ้าเธอไม่ได้มันกลับมาล่ะก็จินเจิ้งผิงจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆอย่างแน่นอน แต่ทว่าฮั่นหนิงซือไม่ได้ห่วงตัวเองเพราะถ้าเธอตายเธอกลัวว่าจินเหว่ยเซียงจะลำบากในตระกูลจินในอนาคตและกลัวว่าจินเหว่ยห่าวจะแย่งทุกอย่างของจินเหว่ยเซียงไป
ถึงแม้ว่าสิทธิ์ในการขุดเจาะภูเขาหินจะยังไม่ถูกส่งมอบแต่เธอก็เกรงว่าการเจรจากับเย่เชียนอีกครั้งจะเป็นเรื่องยากและวิธีเดียวที่พอจะเป็นได้คือการเดิมพันและเสี่ยงนั่นเอง
เดิมทีฮั่นหนิงซือวางแผนที่จะจับตัวจินเหว่ยห่าวไปและข่มขู่เย่เชียนแต่ดูเหมือนว่าเย่เชียนกับจินเหว่ยห่าวจะมีความสัมพันธ์ที่ดี อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เธอพยายามหาทุกวิถีทางแต่ก็ไม่มีข่าวของจินเหว่ยห่าวอีกเลยราวกับว่าจินเหว่ยห่าวระเหยหายไปซึ่งทำให้เธอสับสนอย่างมาก เธอไม่เชื่อว่าจินเหว่ยห่าวจะจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปอย่างง่ายดายเมื่อเขากลับมาในครั้งนี้และถึงแม้ว่าจินเหว่ยห่าวจะไม่ได้ลงมือกำจัดตระกูลจินล่ะก็เขาก็จะไม่ปล่อยเธอไปอย่างแน่นอนเพราะเธอเป็นคนลักพาตัวเขาไปตั้งแต่สมัยจินเหว่ยห่าวยังเป็นเด็ก
เป็นเพียงว่าเธอไม่ได้คาดหวังว่าจินเหว่ยห่าวที่ยังเด็กมากจะสามารถฆ่านักฆ่าสองคนและหลบหนีไปได้และนั่นก็เป็นเพราะว่าเธอประมาทเกินไปเพราะถ้าเธอลงมือทำอย่างดีตั้งแต่ตอนแรกมันก็คงจะไม่มีเรื่องยุ่งยากแบบนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ถ้าหากจินเหว่ยห่าวตายไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้นเธอก็คงจะไม่ต้องมานั่งกังวลว่าจินเหว่ยห่าวจะมาแย่งชิงตระกูลจินหรอกใช่ไหม? จากนั้นอนาคตของตระกูลจินก็จะเป็นของจินเหว่ยเซียงโดยปริยายและเธอก็จะไม่ยอมให้ใครมาแย่งชิงมันไป
วันนี้ฮั่นหนิงซือได้สะกดรอยตามเย่เชียนด้วยตัวเองและเธอก็ทำได้ดีมากเพราะเย่เชียนไม่ทันได้สังเกตเลย แต่เธอก็ต้องระวังในทุกย่างก้าวและด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่เธอจะสามารถเตรียมการอย่างเหมาะสมสำหรับการรับมือกับเย่เชียน
เมื่อฮั่นหนิงซือสะกดรอยตามเย่เชียนมาแต่เย่เชียนก็ไม่ได้ทำอะไรที่สำคัญๆเลย อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่รู้ว่าฮั่นหนิงซือกำลังสะกดรอยตามเขาอยู่แต่เขาก็เดาได้ว่าตระกูลจินไม่ก็ตระกูลหยุนกำลังส่งคนมาสะกดรอยตามเขา ดังนั้นเขาจึงมอบหมายงานให้หลินเฟิงโดยการส่งข้อความทางโทรศัพท์มือถือแทน