ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1383 มีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลินโรวโร่ว
ตอนที่ 1383 มีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลินโรวโร่ว
………………..
“ฉันรู้ว่าเธออยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมากแต่บางครั้งเธอก็ไม่ต้องแบกมันเอาไว้คนเดียวหรอกเพราะมันจะเหนื่อยมาก” ฉินหยูพูด “ถึงแม้ว่าพวกเราอาจช่วยเธอไม่ได้มากนักแต่ขอแค่เธอบอกพวกเราก็ยินดีที่จะช่วยเสมอ” “หลังจากหยุดไปชั่วขณะฉินหยูก็พูดต่อ ” ฉันต้องการให้เธออยู่กับฉันแต่เธอยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำฉันเข้าใจดี”
“ผมจะขอให้พวกคุณช่วยเรื่องพวกนั้นได้ยังไงกัน?” เย่เชียนพูด “คุณทำเพื่อผมมามากพอแล้วและในใจของผมนั้นผมก็รู้สึกผิดต่อคุณมาโดยตลอด”
“เธอนี่มันโง่จริงๆ พวกเราเป็นสามีภรรยากันไม่ใช่เหรอเพราะงั้นสามีภรรยาก็ควรช่วยกันแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกันและถ้าหากเธอมีปัญหาอะไรที่กังวลหรือลำบากใจก็หยิบยกมันมาพูดได้เสมอ” ฉินหยูพูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะฉินหยูก็พูดต่อ “แต่เอาเถอะในเมื่อมันยากที่จะพูดคุยกันถ้างั้นก็พักผ่อนเถอะอย่าเพิ่งไปนึกถึงเรื่องน่ารำคาญพวกนั้นเลยจะดีกว่า”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ใช่!..เรามาใช้ช่วงเวลาดีๆ แบบนี้ให้เป็นประโยชน์กันดีกว่า” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็ยิ้มและกอดฉินหยู ซึ่งฉินหยูก็ไม่คิดว่าเย่เชียนจะกอดเธออย่างกะทันหันแบบนี้จนเธอกรีดร้อง “อ๊า” ด้วยความตกใจและทุบหน้าอกของเย่เชียนสองครั้งและพูดว่า “เธอจะทำให้ฉันหัวใจวายตายหรือไง?”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “นี่เป็นช่วงเวลาที่ดีเพราะงั้นอย่าปล่อยให้มันเสียเปล่าดีกว่า..คืนนี้ผมจะทำให้คุณมีความสุขเอง!”
ฉินหยูก็กลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “เธอไม่ผิดหวังเหรอที่หวังยู่ไม่ได้อยู่ต่อ?”
“เอ่อ..นั่นสิ..ผมควรจะผิดหวังหรือเปล่าล่ะ?” เย่เชียนแสยะยิ้มแล้วพูด
“ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเพราะคืนนี้เธอเป็นของฉันและไม่มีใครสามารถแย่งเธอไปจากฉันได้” ฉินหยูพูด “เธอจะว่าฉันยังไงก็ได้เพราะถึงยังไงฉันก็จะไม่ปล่อยให้เธอลุกออกจากเตียงเด็ดขาด”
“นี่คุณกะฆ่าผมให้ตายเลยหรือเปล่าเนี่ย?” เย่เชียนพูดแล้วหัวเราะเบาๆ
หลังจากปิดประตูห้องแล้วไม่นานนักก็มีเสียงดังขึ้นจากข้างในและท้ายที่สุดแล้วก็ยังมีเด็กอยู่ที่บ้านดังนั้นฉินหยูจึงต้องระงับความตื่นเต้นเร้าใจของเธอเอาไว้และพยายามไม่ส่งเสียงดังเกินไป ในห้องของเด็กทั้งสองนั้นเย่ห่าวหรานเขากำลังถือหนังสือและอ่านหนังสือในขณะที่เย่หลินกำลังเล่นของเล่นอยู่ข้างๆ ซึ่งมันเป็นลูกบาศก์รูบิคและเธอก็ไม่สามารถแก้ไขมันได้
“นี่มันก็ดึกมากแล้วแต่พ่อกับแม่ยังเสียงดังกันอยู่เลยฉันไม่มีสมาธิจะทำอะไรแล้ว” เย่หลินกลอกตาไปมาแล้วพูด
“เป็นเพราะจิตใจของพี่ไม่สงบและไม่มีสมาธินั่นแหละ” เย่ห่าวหรานพูดและหยิบรูบิคในมืองของเย่หลินและแก้ไขสีของมันอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมันให้กับเย่หลินและไปอ่านหนังสือต่อ “นี่ห่าวหรานน้องคิดว่าพ่อกับแม่ของเราจะอุ้มท้องน้องของพวกเราอีกคนหรือเปล่า?” เย่หลินถาม
“ผมจะรู้ได้ยังไงเพราะการตั้งครรภ์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมากและการนอนด้วยกันของผู้ชายและผู้หญิงมันก็ไม่ได้ทำให้ท้องเสมอไปเพราะมันมีเงื่อนไขมากมาย” เย่ห่าวหรานพูด “ไม่ว่าจะเป็นการที่สเปิร์มรวมเข้ากับไข่และรังไข่จะปฏิสนธิต่อได้หรือเปล่านั้นเราก็ไม่รู้หรอก..เรื่องพวกนี้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมากและความน่าจะเป็นโดยทั่วไปคือประมาณ 20% เท่านั้นเองที่แม้จะท้อง”
เย่หลินกลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “อย่าทำตัวเหมือนรู้ไปซะทุกอย่างสิ..น้องควรจะมีความไร้เดียงสาแบบเด็กๆ ไม่อย่างนั้นน้องเสียความสนุกในวัยเด็กที่สำคัญไปนะ”
“ความสนุกไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรอกเพราะเราสามารถค้นพบความสนุกได้ตลอด” เย่ห่าวหรานพูด “แต่ก็นะพี่สาวไม่เข้าใจหรอก”
“ช่างเถอะพี่ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้แล้ว” เย่หลินพูด “แล้วโตขึ้นน้องชายอยากทำอะไร? ..จะเอาแต่ตั้งใจเรียนทั้งวันจนจบปริญญาเอกเลยรึไง?”
“ผมไม่สนใจหรอกเพราะคนที่มีความสามารถจริงๆ ไม่จำเป็นต้องมีใบปริญญาก็ได้และคนที่มีใบประกาศนียบัตรก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถจริงๆ เพราะงั้นผมแค่อยากจะทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้นแต่ผมก็ยังไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้นเลย” เย่ห่าวหรานพูด “แล้วพี่สาวล่ะ?”
“แน่นอนว่าพี่อยากเป็นเหมือนพ่อและเป็นคนที่ทุกคนเคารพ” เย่หลินพูด “เพราะงั้นถ้าหากน้องชายมีปัญหาอะไรในอนาคตก็แค่บอกพี่แล้วพี่จะปกป้องน้องชายเอง”
เย่ห่าวหรานก็กลอกตาไปมาแล้วพูดว่า “เป็นผู้หญิงก็อย่าเข้มแข็งเกินไปสิแพราะผู้หญิงแบบนั้นมักจะไม่เป็นที่ถูกใจของผู้ชายและพี่ก็อาจจะต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิต”
“หึ..พี่ไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก” เย่หลินพูด “ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ดีนอกจากพ่ออีกแล้วส่วนน้องชายก็ไม่ใช่ผู้ชายแต่เป็นแค่เด็กน้อย”
“เป็นแบบพ่อมันจะไม่แย่เหรอ? ..เพราะถ้าพี่ไม่ระวังพี่ก็อาจจะตายได้ทุกเมื่อและไม่ใช่แค่นั้นเพราะครอบครัวและเพื่อนของพี่ก็จะเป็นอันตรายไปด้วย” เย่ห่าวหรานพูด “แต่ก็นะถ้าพี่ต้องการแบบนั้นจริงๆ มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอกเพราะพ่อได้สร้างสิ่งต่างๆ เอาไว้ให้พี่สาวแล้ว”
ในเวลานี้เย่เชียนกับฉินหยูกำลังยุ่งอยู่บนเตียงดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาจึงไม่รู้ว่าเด็กน้อยสองคนนั้นกำลังพูดถึงเรื่องดังกล่าวกันอยู่ ซึ่งเย่หลินนั้นมีเป้าหมายซึ่งค่อนข้างน่าประหลาดใจและถ้าหากเย่เชียนได้ยินสิ่งนี้เขาจะต้องตื่นเต้นอย่างมากเพราะอันที่จริงเย่เชียนก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าเด็กทั้งสองจะเลือกเส้นทางแบบไหนแต่ตราบใดที่เส้นทางนี้ไม่ผิดศีลธรรมและมโนธรรมหรือเลวร้ายจนเกินไปเย่เชียนก็จะไม่ห้ามพวกเขา เพราะไม่จำเป็นต้องมีแต่คนที่แต่งตัวดีๆ และมีฐานะสูงเท่านั้นที่จะรักชาติและประชาชนเสมอไป
เช้าวันรุ่งขึ้นเย่เชียนปฏิเสธที่จะลุกขึ้นบนเตียงและไม่ใช่เพราะเขาเหนื่อยแต่เพราะเขาต้องการหวนคิดถึงความรู้สึกของเมื่อคืนนี้และกลิ่นหอมๆ ของฉินหยูที่ดูเหมือนจะยังคงอบอวลอยู่บนเตียง อย่างไรก็ตามที่นี่มีเด็กน้อยสองคนอยู่ที่บ้านแล้วเย่เชียนจะนอนหลับสนิทได้อย่างไรและไม่รู้ว่าเด็กทั้งสองคนนี้จงใจที่จะเสียงดังรบกวนเขาหรือเปล่าหรือเด็กทั้งสองรีบมาปลุกเย่เชียนตั้งแต่เช้าตรู่ดังนั้นในฐานะพ่อเขาจะปฏิเสธได้อย่างไร? เย่เชียนไม่สามารถไล่พวกเขาออกไปได้ใช่ไหมและนี่ก็เป็นเวลาที่ดีที่จะแก้ไขความบาดหมางระหว่างพ่อกับลูกและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะไม่อยากลุกแต่เขาก็ยังต้องพยุงตัวเองขึ้นอยู่ดี
เมื่อวานเย่เชียนไม่ได้พาเย่ห่าวหรานไปซื้อหนังสือเลยแต่วันนี้เย่เชียนก็พาเด็กทั้งสองคนไปที่ห้างสรรพสินค้าและใช้เวลาไปกับเย่ห่าวหรานในร้านหนังสือเป็นเวลานานและซื้อหนังสือหลายเล่มจนเย่เชียนกลายเป็นคนเฝ้าประตูไปอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งเย่ห่าวหรานก็เป็นคนนิสัยเสียเมื่อเขาเลือกหนังสือแต่โชคดีที่เย่เชียนได้รับประสบการณ์ครั้งก่อนแล้วและความอดทนทางจิตใจของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ซึ่งเย่เชียนก็แค่บอกให้เย่ห่าวหรานอ่านหนังสือให้น้อยลงและให้ความสนใจกับความสนุกวัยเด็กให้มากขึ้น
ในตอนเที่ยงเย่เชียนพาเด็กทั้งสองคนไปกินข้าวและเดินไปเดินเล่นรอบๆ ห้างสรรพสินค้าในช่วงบ่ายแต่เย่ห่าวหรานกลับไม่สนใจและไม่มีความตื่นเต้ใดๆ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาบ่ายสามโมงเย่เชียนจึงพาทั้งสองกลับบ้านและเย่ห่าวหรานก็กลับเข้าห้องแล้วปิดประตูไปในทันที
แน่นอนว่าเย่เชียนรู้นิสัยของเย่ห่าวหรานดีดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ได้ไปรบกวนเขาเพราะสำหรับเย่ห่าวหรานแล้วห้องของเขาคือพื้นที่ส่วนตัวและไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปได้แม้แต่ฉินหยูเองก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป อย่างไรก็ตามเย่ห่าวหรานก็มีเหตุผลเช่นกันและยิ่งไปกว่านั้นเขาทำความสะอาดห้องของเขาเองและจัดห้องให้เป็นระเบียบเสมอเว้นแต่เมื่อมีบางสิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เขาก็จะขอให้ฉินหยูช่วย ส่วนเรื่องการกวาดและถูพื้นนั้นเย่ห่าวหรานก็จะทำด้วยตัวเอง
เย่เชียนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นและเบื่อที่จะดูทีวี ส่วนฉินหยูก็ออกไปข้างนอกและยังไม่กลับมา ซึ่งทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเย่เชียนก็ดังขึ้นและเย่เชียนก็ขมวดคิ้วโดยไม่ได้ตั้งใจและหลังจากหยิบโทรศัพท์ออกมาดูก็พบว่ามันเป็นสายที่หยานตงโทรมาจนเย่เชียนถึงกับผงะเล็กน้อยและรีบรับสายทันที
“ผู้อาวุโสหยานถึงกับโทรมาหาผมแบบนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” เย่เชียนพูดแล้วหัวเราะเบาๆ
“เย่เชียนฉันมีข่าวร้ายจะมาบอกแต่เอ็งต้องใจเย็นๆ นะ” หยานตงพูด
เย่เชียนตกตะลึงด้วยความรู้สึกเป็นลางร้ายในใจและเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “เอาเถอะผมเตรียมใจเอาไว้แล้วเพราะงั้นพูดมาได้เลยครับ”
“ตอนนี้หลินภรรยาของเอ็งหมดสติอยู่ที่โรงพยาบาลและหมอบอกว่าเธอกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง” หยานตงพูดราวกับกังวลว่าเย่เชียนจะดังนั้นหยานตงจึงพูดเสริมขึ้นว่า ‘หลินโรวโรวภรรยาของเย่เชียน’
ราวกับเสียงฟ้าร้องห้าครั้งและนั้นก็ทำเย่เชียนตกใจทันทีและพยายามอย่างยิ่งที่จะข่มอารมณ์ของเขาเอาไว้แต่มันก็ไม่เป็นผล “ปัง” เย่เชียนตบโต๊ะกาแฟอย่างแรงและตะโกน “มันเกิดขึ้นได้ยังไงใครเป็นคนทำ?” หลินโรวโร่วนั้นมีสุขภาพที่ดีอยู่เสมอและถึงแม้ว่าเธอจะยุ่งอยู่กับมูลนิธิเพื่ออนาคตตลอดทั้งวันแต่มันจะไม่ส่งผลให้เธอล้มป่วยในทันทีอย่างแน่นอนและมันก็ต้องเป็นฝีมือของมนุษย์ที่ทำให้เธอต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างแน่นอน
เมื่อเห็นแบบนั้นเย่หลินที่อยู่ด้านข้างก็ตกใจไปกับการกระทำของเย่เชียน ดังนั้นเธอจึงหันไปมองเย่เชียนแล้วหันไปมองเย่ห่าวหรานพร้อมกับขยิบตาให้เย่ห่าวหรานอย่างเร่งรีบเพื่อบอกให้เขาอย่าถามหรือพูดอะไรในเวลานี้
“เอ็งควรรีบไปดูอาการเธอก่อนแล้วฉันจะบอกเอ็งอย่างละเอียดทีหลัง” หยานตงพูด “ฉันได้ติดต่อหมอที่มีชื่อเสียงที่สุดจากทั่วทุกที่แล้วและพวกเขาก็น่าจะเดินทางมาถึงที่นี่ในคืนนี้และพวกเขาจะช่วยกันเพื่อรักษาภรรยาของเอ็งเพราะงั้นเอ็งไม่ต้องกังวลอะไรมากเกินไปล่ะ..ภรรยาของเอ็งเธอเป็นคนโชคดีและเธอจะไม่เป็นอะไร”
“เวรเอ๊ยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับโรวโร่วล่ะก็ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครผมจะล้างบ้างมันทั้งครอบครัวเลย” หลังจากที่เย่เชียนพูดจบเขาก็วางสายไปพร้อมกับอารมณ์ที่ฉุนเฉียวอย่างมากและก็เขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอย่างลึกซึ้งต่อหลินโรวโร่ว ดังนั้นเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นกับเธอความโกรธของเย่เชียนก็ไม่สามารถจินตนาการได้เลย ซึ่งหยานตงเองก็สามารถเข้าใจอารมณ์ของเย่เชียนได้และไม่รู้สึกขับข้องใจใดๆ กับคำสบถของเย่เชียน จากนั้นเย่เชียนก็รีบโทรไปหาหวงฟู่ชิงเตี๋ยนและขอให้หวงฟู่ชิงเตี๋ยนโทรไปยังเขตกองทัพของเมืองเซี่ยงไฮ้เพราะเย่เชียนต้องการขึ้นเครื่องบินของกองทัพเพื่อไปยังเมืองลาซาอย่างเร่งด่วน
จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองเย่หลินแล้วพูด “มีบางอย่างเกิดขึ้นกับโรวโร่วน่ะและพ่อก็ต้องรีบไปดูเธอเพราะงั้นฝากบอกแม่ของหนูด้วยนะถ้าแม่กลับมา” จากนั้นเย่เชียนก็มองไปที่เย่ห่าวหรานและพูดว่า “เจ้าหนูอย่าเอาแต่อ่านหนังสือทั้งวันล่ะไม่งั้นสายตาจะเสียเอา..จำเอาไว้นะว่าเมื่อตอนที่พ่อไม่อยู่บ้านแล้วลูกจะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวในครอบครัวและลูกต้องดูแลแม่กับพี่สาวให้ดีและอย่าทำให้แม่โกรธรู้ไหม?”
เด็กน้อยทั้งสองพยักหน้าอย่างหนักหน่วง “เดินทางปลอดภัยนะครับ!” เย่ห่าวหรานพูดประโยคทิ้งท้ายแล้วเดินเข้าห้องอีกและปิดประตู
.
.