ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1384 ความโกรธของเย่เชียน
ตอนที่ 1384 ความโกรธของเย่เชียน
………………..
เหตุผลที่หลินโรวโร่วดูแลงานของมูลนิธิเพื่ออนาคตนั้นก็เพื่อช่วยเหลือเย่เชียนในระดับหนึ่งและช่วยเหลือเด็กยากไร้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเธอได้เดินทางไปทั่วประเทศและพบกับผู้คนและครอบครัวจำนวนมากไปที่อาศัยอยู่ที่จุดต่ำสุดของสังคมและมีปัญหาเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและอาหารและเสื้อผ้า ดังนั้นเธอจึงถือว่างานนี้เป็นอาชีพในดวงใจของเธอจริงๆ
ถึงแม้ว่าเครือน่านฟ้ากรุ๊ปจะมีทรัพย์สินและเศษรฐกิจที่ดีมากแค่ไหนแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะช่วยเหลือผู้คนมากมายได้ด้วยการพึ่งพาเครือน่านฟ้ากรุ๊ปเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เครือน่านฟ้ากรุ๊ปยังมีความต้องการในการพัฒนาและขยายธุรกิจของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้เงินทั้งหมดเพื่อบริจาคการกุศลได้ ด้วยเหตุนี้หลินโรวโร่วจำเป็นต้องเข้าหานักธุรกิจและนักการเมืองมากมายเพื่อให้ผู้คนและบริษัทจำนวนมากเข้าร่วมมูลนิธิเพื่ออนาคต ซึ่งหลินโรวโร่วเป็นหญิงสาวที่ดูอ่อนแอมากแต่กลับมีจิตใจที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ชายบางคนจะมีได้
เย่เชียนมาถึงเมืองลาซาโดยเครื่องบินของกองทัพโดยออกจากเมืองเซี่ยงไฮ้ในเวลาสี่โมงเย็นและกว่าจะมาถึงตัวเมืองลาซาก็เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว แน่นอนว่าเย่เชียนไม่ได้หยุดพักและตรงไปที่โรงพยาบาลด้วยรถจี๊ปทหารซึ่งระหว่างทางใบหน้าของเย่เชียนดูมืดมนและน่ากลัวและเขาก็พึมพำอยู่ในใจว่า ‘โรวโร่วเธอต้องไม่เป็นอะไรนะ’ ในเวลาเดียวกันเขายังมีเจตนาฆ่าที่รุนแรงและความโกรธในใจของเขาอย่างมากเพราะไม่ว่าใครก็ตามเย่เชียนก็จะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด
ที่ทางเข้าโรงพยาบาลเย่เชียนกดหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ของหยานตงจากนั้นก็เดินตรงขึ้นไปที่ชั้นสี่ จากระยะไกลเย่เชียนเห็นหยานตงยืนอยู่ที่ประตูทางเดินและเย่เชียนก็วางสายโทรศัพท์แล้วเดินเข้าไป “ผู้อาวุโสหยาน!” เย่เชียนพูด “โรวโร่วอยู่ที่ไหน..ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?”
หยานตงชี้ไปที่ห้องผ่าตัดและพูดว่า “ข้างในนั้นมีหมอและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาถึงตอนประมาณสองทุ่มของคืนนี้และกำลังรักษาหลินโรวโร่วอยู่ซึ่งนี่ก็เป็นเวลากว่าสามชั่วโมงแล้วเพราะงั้นอีกไม่นานพวกเขาน่าจะออกมาในเร็วๆ นี้แหละ”
เย่เชียนเดินไปที่ประตูห้องผ่าตัดอย่างกระวนกระวายและมองเข้าไปข้างในแต่ไม่เห็นอะไรเลยและนั่นก็ทำให้เขายิ่งกังวลมากกว่าเดิมเหมือนมดบนหม้อไฟ “หมอมัวทำอะไรกันอยู่เนี่ย? ..ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับโรวโร่วล่ะก็ผมจะเผาโรงพยาบาลนี้ทิ้งซะ!”
“ถึงตอนนี้เอ็งจะโกรธไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอกเอ็งควรจะนั่งลงเงียบๆ แล้วรอ” หยานตงพูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะหยานตงก็พูดต่อ “เย่เชียนฉันขอโทษจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน…”
“อย่าเพิ่งพูดถึงมันเลยผมไม่อยากได้ยินมันตอนนี้..ผมแค่อยากรู้ว่าโรวโร่วจะปลอดภัยหรือเปล่าแล้วเราค่อยคุยเรื่องอื่นกันทีหลัง” เย่เชียนขัดจังหวะหยานตงก่อนที่เขาจะพูดจบ
หยานตงเข้าใจอารมณ์ในปัจจุบันของเย่เชียนเป็นด้วยเหตุนี้หยานตงก็เลยไม่ตำหนิเย่เชียนและเขาเพียงแค่พยักหน้าอย่างเงียบๆ และไม่พูดอะไรต่อ จากนั้นเย่เชียนก็หยิบบุหรี่ออกมาจากเสื้อของเขาและกำลังจะจุดมันแต่เขาก็นึกขึ้นได้ว่านี่คือโรงพยาบาลและมันก็ไม่เหมาะสมที่จะสูบบุหรี่ที่นี่ดังนั้นเขาจึงเก็บมันกลับเข้าไปแต่เขาจะรู้สึกอึดอัดและว่างเปล่าถ้าเขาไม่ได้สูบบุหรี่
“ไม่เป็นไรเอ็งสูบไปเถอะเพราะนี่คือโรงพยาบาลในเครือของเขตทหาร” หยานตงพูด
โถงทางเดินกว้างขวางและปลอดโปร่งโดยมีสนามหญ้าสีเขียวขนาดใหญ่ตลอดทางดังนั้นเย่เชียนจึงจุดบุหรี่แล้วสูบอีกครั้ง หลังจากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แต่เขาก็ยังระงับความวิตกกังวลในใจเอาไว้ไม่ได้ เย่เชียนหันไปมองหยานตงพร้อมกับยื่นบุหรี่ให้และหยานตงก็หยิบมันขึ้นมาจุดไฟแล้วสูบและพูดว่า “อย่ากังวลไปเลยหลินโรวโร่วจะปลอดภัยเพราะหมอและแพทย์เหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญที่เก่งที่สุดในประเทศจีน”
เย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยเพราะเขาจะไปทำอะไรได้เขาทำได้แค่รออย่างเงียบๆ และรอข่าวว่าหลินโรวโร่วปลอดภัยหรือไม่ หลังจากสูบบุหรี่หมดเย่เชียนก็จุดบุหรี่สูบอีกมวนแล้วหันไปมองห้องผ่าตัดที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นเย่เชียนก็มองไปที่หยานตงและพูดว่า “ผู้อาวุโสหยานครับผมอยู่ที่นี่แล้วเพราะงั้นคุณกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ..คุณช่วยดูแลโรวโร่วมาทั้งวันแล้วผมขอบคุณมากนะครับสำหรับเรื่องนี้”
“เอ็งอย่าพูดอย่างนั้นสิเพราะนี่คือสิ่งที่ฉันควรทำและนอกจากนี้เหตุการณ์นี้ก็เกิดเพราะฉัน..ถ้าไม่ใช่เพราะฉันล่ะก็เธอคงไม่กลายเป็นแบบนี้เพราะงั้นฉันก็ต้องรับผิดชอบ..เอาไว้ฉันจะอธิบายให้เอ็งฟังก็แล้วกันไม่ต้องกังวล” หยานตงพูด
“ไม่มีอะไรต้องอธิบายหรอกเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับโรวโร่วล่ะก็ผมจะไม่สนเหตุผลอีกต่อไป” เย่เชียนพูด “ถึงแม้ว่าผมจะไม่รู้เหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นแต่ผมคิดว่าผู้อาวุโสหยานไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธออย่างแน่นอนและผมก็ไม่ต้องการที่จะคุยเรื่องนั้นในตอนนี้หรอกเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังก็แล้วกัน”
“ฉันเข้าใจแล้ว” หยานตงพยักหน้าและพูดว่า “ยังไงก็เถอะตอนนี้ฉันก็ไม่มีอะไรจะทำเพราะงั้นฉันจะอยู่รอที่นี่กับเอ็งสักพัก..อีกไม่นานหมอก็คงจะออกมาแล้วล่ะ”
ในขณะที่พูดประตูห้องผ่าตัดก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดและเย่เชียนก็รีบโยนก้นบุหรี่ทิ้งแล้วเดินเข้าไปทันที “ใครคือญาติของหลินโรวโร่วครับ” ชายในชุดกาวน์แพทย์ถามขณะถอดหน้ากาก
เย่เชียนเดินไปจับไหล่ของเขาและพูดอย่างกระวนกระวายว่า “ผมเป็นสามีของเธอ..เธอเป็นยังไงบ้าง? ..ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง?”
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับคือว่า…” ก่อนที่หมอจะพูดจบเย่เชียนก็รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าห้าครั้งบนหัวของเขาและมีเสียงที่อู้อี้ในสมองของเขาและความโกรธที่รุนแรงก็พุ่งออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของเขาและเลือดกับน้ำตาก็ไหลออกมาที่มุมตาซ้ายของเขาด้วยความโกรธ “ขอโทษ? ..แกขอโทษแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร..พวกแกมันไร้ประโยชน์..ฉันจะฝังแกลงหลุมเดี๋ยวนี้แหละ!” เย่เชียนตะโกนด้วยความโกรธและมือของเย่เชียนที่จับไหล่ของแพทย์เอาไว้แน่นเหมือนคีมเหล็กได้เจาะเข้าไปในผิวหนังราวกับว่าพยายามจะบดกระดูกของแพทย์จนเขาเจ็บปวดและแต่ตะโกนออกมา
“เย่เชียนใจเย็นๆ ก่อน!” หยานตงรีบลุกขึ้นและพูด
“อย่ามายุ่ง!” เย่เชียนหันไปและตะโกนด้วยความโกรธและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตาและดวงตาข้างหนึ่งก็เปล่งแสงออกมา ในตอนนี้ใครจะกล้าพูดว่าเย่เชียนเป็นคนเจ้าชู้ได้อีก? เพราะเขารักหลินโรวโร่วจากก้นบึ้งของหัวใจและรักเธออย่างสุดซึ้ง ซึ่งต่อหน้าหลินโรวโร่วแล้วเย่เชียนมักจะมีความรู้สึกที่สงบเสงี่ยมราวกับว่าเขาไม่มีความปรารถนาที่จะต่อสู้เพื่อชื่อเสียงและความมั่งคั่งและอำนาจซึ่งจะทำให้ใจของเขาอบอุ่นเป็นพิเศษ ดังนั้นถ้าหากหลินโรวโร่วหายไปหัวใจของเขาจะยังสงบได้อยู่ไหม?
สายตาของเย่เชียนที่จ้องมายังเขานั้นหยานตงรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงแรงกดดันที่รุนแรงจนแทบจะหายใจไม่ออกและอดไม่ได้ที่จะสั่นไปทั้งตัว หยานตงตกตะลึงไปชั่วขณะเพราะรูปลักษณ์ของเย่เชียนในตอนนี้นั้นทั้งดุร้ายและน่ากลัวราวกับอสูรในนรก
“ไอ้พวกหมอต้มตุ๋นพวกแกฆ่าโรวโร่ว..พวกแกจะต้องถูกฝังไปพร้อมกับเธอ!” หลังจากพูดอย่างนั้นเย่เชียนก็ยกมือขึ้นและกำลังจะฟาดลงมาและเมื่อหยานตงเห็นแบบนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและเขาก็รีบวิ่งเข้าไปโดยไม่ลังเลเพราะถ้าหมอคนนั้นโดนหมัดนี้ของเย่เชียนเข้าไปหมอจะยังคงมีชีวิตอยู่งั้นหรือเปล่า?
หยานตงรู้ดีว่าเย่เชียนกำลังขาดสติในตอนนี้และเขาก็ไม่สามารถทำร้ายเย่เชียนได้ดังนั้นหยานตงจึงรีบยกมือขึ้นเพื่อป้องกันโดยหวังว่าจะหยุดกำปั้นของเย่เชียนเอาไว้ อย่างไรก็ตามในเวลานี้เย่เชียนได้เสียสติไปแล้วและเย่เชียนก็โกรธมากจนคิดแต่เรื่องฆ่าล้างบาง หลังจากนั้นหยานตงก็รับการโจมตีของเย่เชียนโดยที่หยานตงไม่ทันได้ตั้งตัวจนหยานตงกระเด็นออกไปอย่างแรงและล้มลงกับพื้นและกระอักเลือดออกมาทันที
เย่เชียนไม่เคยเป็นคนไร้เหตุผลและไม่ใช่คนหุนหันพลันแล่นแต่ในขณะนี้มีบางอย่างเกิดขึ้นกับหลินโรวโร่วดังนั้นเขาจึงขาดสติและสูญเสียการควบคุมจริงๆ และความโกรธในใจของเย่เชียนก็ไม่สามารถระงับได้เลย
ชีวิตถูกแขวนเอาไว้กับเส้นด้ายและแน่นอนว่าชีวิตของหมอกับแพทย์ที่นี่ก็ล้วนถูกแขวนเอาไว้บนเส้นด้ายเช่นกัน
“เดี๋ยวก่อนครับ..คุณหลินปลอดภัยดี..เธอไม่ได้เป็นอะไร!” เมื่อเห็นว่ากำปั้นของเย่เชียนกำลังจะพุ่งมาที่เขาแพทย์อีกคนก็ตะโกนอย่างเร่งรีบ
เมื่อได้ยินแบบนี้เย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งและหันหน้าไปมองแล้วคว้าแพทย์คนนั้นด้วยความตื่นเต้นและพูดว่า “คุณบอกว่าเธอไม่เป็นอะไรงั้นเหรอ? ..เธอเป็นยังไงบ้าง?”
“ใช่ครับ..ถึงแม้ว่าอาการบาดเจ็บของคุณหลินจะสาหัสแต่ในที่สุดเธอก็พ้นขีดอันตรายภายใต้การทำงานของคณะแพทย์” แพทย์คนนั้นพูด
เมื่อเย่เชียนปล่อยมือหมอคนแรกก็ไปด้วยเหงื่อและนั่งลงบนพื้นอย่างโล่งอกและพูดว่า “ผมหมายความว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยคุณหลินแต่อวัยวะภายในของเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและเธอก็ต้องการการพักผ่อนและการพักฟื้นที่ดีและคาดว่าเธอจะฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกติได้ภายในสองถึงสามเดือนครับ”
เย่เชียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ผมขอโทษครับ” คำพูดของหมอเมื่อครู่นี้ทำให้เย่เชียนตกใจแต่เมื่อเขาได้ยินข่าวดีแล้วในที่สุดเย่เชียนก็ปล่อยก้อนหินในหัวใจของเขาลงได้เพราะถึงแม้ว่าอวัยวะภายในของหลินโรวโร่วจะเสียหายแต่เมื่อได้พักฟื้นแล้วเธอก็จะหายได้ ดังนั้นเย่เชียนจึงรีบดึงเขาขึ้นและพูดว่า “ผมขอโทษครับ..ว่าแต่ผมขอเข้าไปหาเธอตอนนี้ได้หรือเปล่า?”
“คุณหลินจะถูกย้ายไปยังห้องไอซียูทันทีแต่ตอนนี้เธอยังไม่ฟื้น..คุณสามารถเข้าไปหาเธอได้แต่อย่าใช้เวลานานเกินไปจนรบกวนการพักผ่อนของเธอนะครับ” แพทย์พูด
“ขอบคุณครับขอบคุณจริงๆ!” เย่เชียนขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่าและพยาบาลสองสามคนก็ผลักเข็นเตียงผู้ป่วยของหลินโรวโร่วออกมาจากห้องผ่าตัด ซึ่งใบหน้าของหลินโรวโร่วซีดเล็กน้อยแต่ลมหายใจของเธอก็ยังคงสม่ำเสมอและเธอนอนอยู่ที่นั่นอย่างแน่นิ่ง เมื่อเห็นแบบนั้นหัวใจของเย่เชียนก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีดและเขาก็รีบเดินตามนางพยาบาลที่เข็นเตียงของหลินโรวโร่วเข้าไปในห้องผู้ป่วย
เมื่อมองไปที่หลินโรวโร่วบนเตียงผู้ป่วยแล้วเย่เชียนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเขาทำเพียงแค่ยื่นมือออกไปเพื่อลูบไล้ใบหน้าที่ค่อนข้างซีดเซียวของเธอแล้วพึมพำว่า “ฉันขอโทษนะโรวโร่ว..ฉันทำได้ไม่ดี..ฉันเป็นห่วงเธอ..ฉันยังต้องการให้เธอช่วยอีกมาก..ฉันโล่งใจมากที่ตอนนี้เธอไม่เป็นอะไรไม่อย่างนั้นฉันคงจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้..ในหัวใจของฉันตำแหน่งของเธอสำคัญที่สุด..ฉันรัก เธอมากกว่าตัวฉันเองอีก..ขอแค่เธอหายดีและฉันจะสัญญากับเธอทุกๆ อย่าง”
จากนั้นเย่เชียนก็วางมือบนข้อมือของหลินโรวโร่วและคลื่นแห่งพลังปราณที่แท้จริงก็ไหลผ่านเข้าสู่ร่างกายของหลินโรวโร่ว ซึ่งมันมีพลังการฟื้นฟูที่แข็งแกร่งมากซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการรักษาบาดแผลภายในของหลินโรวโร่วอย่างมาก
.
.
.