ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1387 เริ่มต้นการแก้แค้น
ตอนที่ 1387 เริ่มต้นการแก้แค้น
………………..
อันดับแรกเย่เชียนก็ไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้ออาหารทะเลสำหรับชุดอาหารแคริบเบียนและพวกมันทั้งหมดก็เป็นวัตถุดิบแช่แข็งและไม่ได้สดมากแต่ที่นี่ก็มีตัวเลือกไม่มากนัก
จากนั้นเย่เชียนก็ไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้ๆและมอบเงินให้เถ้าแก่ของเร้านเพื่อขอยืมห้องครัวอยู่พักหนึ่ง ซึ่งเถ้าแก่ก็ลังเลเล็กน้อยในตอนแรกแต่ในที่สุดเขาก็ตกลงเพราะเห็นแก่เงินและหลังจากที่เย่เชียนทำอาหารชุดแคริบเบียนแล้วเถ้าแก่ของร้านก็ถึงกับตกใจมากเพราะกลิ่นหอมนั้นทำให้ผู้คนน้ำลายไหลอย่างควบคุมไม่ได้เลยและเขาก็ตั้งใจที่จะดึงเย่เชียนให้มาเป็นพ่อครัวต่อและเสนอราคาค่าจ้างที่สูงมากแต่เย่เชียนก็ปฏิเสธเพราะเขาไม่ได้ทำแบบนี้เพื่อความอยู่รอดแต่เพื่อผู้หญิงที่เขารักและไม่ใช่ทุกคนที่จะได้กินสิ่งที่เขาทำเสมอไป
เย่เชียนกลับมาที่ห้องผู้ป่วยแล้ววางชุดอาหารแคริบเบียนที่เตรียมเอาไว้ลงบนโต๊ะแล้วยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “อย่าเพิ่งพูดอะไรมากเพราะตอนร่างกายของคุณยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่..ถ้าฝืนมากไปมันจะไม่ดีต่อสุขภาพของคุณ”
“อืม!” หลินโรวโร่วพยักหน้าตอบ ซึ่งกลิ่นหอมที่คุ้นเคยได้กระตุ้นความอยากอาหารของเธอแล้ว อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจยิ่งกว่าคือความขยันหมั่นเพียรและการเอาใจใส่ของเย่เชียนในการทำอาหารมื้อนี้ด้วยตัวเอง
ในความเป็นจริงความอยากอาหารของหลินโรวโร่วนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะอวัยวะภายในของเธอได้รับบาดเจ็บดังนั้นเธอจึงกินอะไรไม่ได้มากนักเพียงแต่ว่าเธอคิดถึงกลิ่นนี้มากเช่นเดียวกับกลิ่นยาสูบจางๆบนตัวของเย่เชียนและมันก็เป็นการระบายความปรารถนาและคิดถึงที่เธอมีต่อเย่เชียน
“คุณยุ่งอยู่หรือเปล่า?” หลินโรวโร่วถาม “ฉันได้ยินมาว่าเมื่อเร็วๆนี้คุณสร้างปัญหามากมายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพราะงั้นตอนนี้ทุกอย่างมันจบลงแล้วเหรอ?”
“ใข่!..มันได้รับการแก้ไขไปนานแล้ว” เย่เชียนพูด “ตอนนี้ผมว่างมากและตอนนี้งานหลักก็คือการดูแลภรรยาของผม..ผมไม่สนใจเรื่องอื่นอีกแล้ว”
หลินโรวโร่วยิ้มอย่างมีความสุขและพูดว่า “จริงๆแล้วคุณทำธุระของคุณไปก็ได้ฉันไม่ต้องการให้ใครมาคอยดูแล..อีกอย่างฉันก็โตแล้วเพราะงั้นฉันดูแลตัวเองได้”
“คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก” เย่เชียนพูด “ไม่ว่าผมจะยุ่งแค่ไหนแต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่แบบนั้นเพราะงั้นไม่ต้องกังวล..อีกทั้งยังมีคนมากมายที่คอยดูแลสิ่งต่างๆแทนผมอยู่..ผมน่ะไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างหรอกใช่ไหมล่ะ?..ให้พวกเขาจัดการแค่นั้นก็พอแล้ว..ตอนนี้ในที่สุดผมก็มีเวลาว่างแล้ว”
หลินโรวโร่วไม่ได้พูดอะไรอีกและแน่นอนว่าเธอยังหวังว่าเย่เชียนจะอยู่กับเธอมากกว่านี้และถึงแม้ว่าเธอจะไม่ต้องการทำให้สิ่งต่างๆที่เย่เชียนต้องทำล่าช้าเพราะตัวเธอเองแต่เย่เชียนก็พูดออกมาแล้วดังนั้นเธอจึงหยุดไม่ได้เพราะนั่นมีแต่จะทำร้ายจิตใจของเย่เชียนและมันจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเธอไม่ต้องการการดูแลจากเขาแล้ว ในความเป็นจริงบางครั้งผู้หญิงก็ต้องอ่อนแอกว่าและให้ผู้ชายมีความปรารถนาที่จะปกป้องเพื่อให้ผู้ชายรู้สึกว่านี่แหละคือคุณค่าของการมีอยู่ของพวกเขา
ในตอนเย็นม่อหลงโทรมาบอกว่าเขามาถึงเมืองลาซาแล้วและถามถึงตำแหน่งที่อยู่ของเย่เชียนและเย่เชียนก็พยักหน้าและบอกให้พวกเขามาที่โรงพยาบาลก่อน ซึ่งต่อมาก็มีข่าวมาจากหยานตงโดยบอกว่าเขาค้นพบแล้วว่าแหล่งกบดานของพวกนักรบพราหมณ์อยู่ที่ไหน
เย่เชียนพยักหน้าและวางสายไปหลังจากรับสายแล้วหันมองไปที่หลินโรวโร่วและพูดเบาๆว่า “คุณควรพักผ่อนให้เพียงพอนะเดี๋ยวผมต้องไปทำธุระบางอย่างก่อนแล้วจะรีบกลับมา”
“อืม!” หลินโรวโร่วตอบเล็กน้อยและพูดว่า “ระวังตัวด้วยล่ะ..อย่าลืมนะว่าพรุ่งนี้เช้าฉันอยากกินโจ๊กลูกเดือยคุณต้องไปซื้อให้ฉัน” นี่คือความกังวลที่ต่างออกไปแต่ก็กังวลเหมือนกัน เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็พยักหน้าแล้วลุกขึ้นเพื่อช่วยพยุงให้หลินโรวโร่วนอนลงแล้วห่มผ้าห่มให้เธอพร้อมกับจูบเธอเบาๆที่แก้มและหันหลังเดินออกไป
ที่ประตูทางเข้าโรงพยาบาลหลังจากรออยู่ครู่หนึ่งม่อหลงและสาวกของเขาก็มาถึงแล้วโดยรถ SUV สี่คันรวม ซึ่งถ้านับม่อหลงแล้วก็รวมเป็นยี่สิบคน “บอส!” ม่อหลงกระโดดลงจากรถแล้วรีบเดินไปหาเย่เชียนและพูดว่า “ทุกอย่างพร้อมแล้วบอส..เราจะลงมือกันเมื่อไหร่?”
“ไปกันเลย” เย่เชียนพูด ขณะที่คุยกันเย่เชียนก็เข้าไปในรถและนั่งรถตรงไปยังที่อยู่ที่หยานตงแจ้งเอาไว้เมื่อครู่นี้ซึ่งเป็นโรงแรม เย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะที่นี่มีคนจำนวนมากเกินไปและมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะทำอะไรสักอย่าง ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือล่อพวกมันออกมาแต่ก็ไม่ง่ายนักเพราะตามที่หยานตงพูดว่าทักษะและฝีมือของคนเหล่านั้นไม่ธรรมดาและใครก็ตามที่เป็นตัวล่อพวกมันออกมาจะเป็นอันตรายมา ด้วยเหตุนี้ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะกระตือรือร้นที่จะแก้แค้นมากแค่ไหนแต่เขาก็จะไม่ล้อเล่นกับชีวิตของพี่น้องของเขาเด็ดขาด
ในเวลานี้ก็มีรถขับมาและหยุดพร้อมกับเบรกอย่างกระทันหันที่หน้าประตูของโรงแรมและหยานตงก็ออกมาจากรถ เมื่อหยานตงเห็นเย่เชียนเขาก็ทักทายทันทันซึ่งถึงแม้ว่าเย่เชียนจะบอกว่าหยานตงว่าเขาไม่ควรเข้ามายุ่งในเรื่องนี้แต่ทว่าที่นี่คือเมืองลาซาที่เป็นอาณาเขตของเขาและเขาก็มีหน้าที่รับผิดชอบสิ่งต่างๆดังนั้นเขาจะนั่งอยู่เฉยๆได้อย่างไร?
“ผู้อาวุโสหยาน?..ผมบอกคุณแล้วว่าคุณไม่จำเป็นต้องมาที่นี่..ผมสามารถแก้ปัญหานี้เองได้” เย่เชียนพูด
“ฉันยังกังวลอยู่เล็กน้อยเพราะตอนนี้พวกมันอยู่ในห้องพักของโรงแรมและถ้าพวกเราไม่บุกเข้าไปมันก็ยากที่จะจัดการกับพวกมัน” หยานตงพูด “เอาเป็นว่าฉันจะล่อพวกมันออกมาเอง”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่จำเป็นหรอกเพราะตามที่ผู้อาวุโสหยานพูดว่าพวกมันมีฝีมือกันมากเพราะงั้นถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณล่ะก็ผมจะขอโทษลัทธิมารยังไง” เย่เชียนพูดต่อ “ถ้าสาวกลัทธิมารโทษผมในเรื่องนี้ล่ะก็สิ่งต่างๆจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก”
“บอสดูนั่นสิ!” ม่อหลงชี้ไปที่ตึกสูงตรงข้ามโรงแรมและพูด
เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็เข้าใจและพูดว่า “ตามหมายเลขห้องที่ผู้อาวุโสหยานให้มาพวกมันน่าจะอยู่ในห้องนั้น..มันช่างบังเอิญหันหน้าไปทางตึกนั้น..เอาล่ะพี่ม่อหลงส่งคนสามคนขึ้นไปที่ห้องนั้นและถ้าเจอพวกมันแล้วให้ฆ่าพวกมันทันทีอย่าลังเล!”
จากนั้นหยานตงก็หยิบรูปถ่ายออกมาจากเสื้อของเขาและมอบให้พร้อมพูดว่า “คนที่อยู่ในรูปนี้คือพวกมัน” ลูกน้องที่ม่อหลงพามารวมไปถึงเย่เชียนต่างก็ไม่เคยเห็นเหล่านักรบพราหมณ์มาก่อนดังนั้นจึงไม่ดีแน่ถ้าหากฆ่าผิดคน จากนั้นเย่เชียนก็หยิบมันขึ้นมาและส่งให้ม่อหลงแล้วม่อหลงก็ส่งต่อรูปถ่ายให้กับลูกน้องของเขา จากนั้นไม่นานม่อหลงก็สั่งให้ลูกน้องทั้งสามคนขึ้นไปที่โรงแรมฝั่งตรงข้าม
เย่เชียนมองไปที่ม่อหลงและพูดว่า “ในกรณีนี้พวกคุณห้าคนเฝ้าประตูเอาไว้และถ้าพวกมันออกมาก็ฆ่าพวกมันซะอย่าได้ลังเล..ส่วนคนที่เหลือตามผมมาและรอให้อีกฝ่ายแจ้งข่าวก่อนค่อยตัดสินใจกันอีกที”
จากนั้นเย่เชียนก็หันมองไปที่หยานตงแล้วพูดว่า “ผู้อาวุโสหยานครับคุณควรกลับไปก่อน..ปล่อยให้ที่นี่เป็นหน้าที่ของผมเถอะ..อีกอย่างคุณต้องเตรียมตัวจัดการกับผลที่ตามมาในภายหลังด้วย”
หยานตงผงะเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกแล้วพยักหน้าจากนั้นก็เดินออกไปด้านข้างและโทรออก ส่วนเย่เชียนก็ชำเลืองมองม่อหลงและส่งสัญญาณให้คนทั้งห้าคนเฝ้าประตูเอาไว้ส่วนคนที่เหลือก็เดินขึ้นไปชั้นบนกับเขา ที่ทางเดินบนชั้นที่แปดเย่เชียนมองดูและพูดว่า “มันน่าจะเป็นห้องนั้น..เอาล่ะเรารออยู่ที่นี่สักพักแล้วรอข่าวจากคนของเราก่อนก็แล้วกัน”
มีเพียงสามคนเท่านั้นที่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ของเหล่านักรบพราหมณ์เพื่อเป็นทูตสำหรับการเจรจาครั้งนี้ เพราะด้วยการพัฒนาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเหล่านักรบพราหมณ์มีอำนาจมากในประเทศอินเดียและได้ขึ้นเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของประเทศอินเดีย ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งตำแหน่งใหญ่และเล็กมากกว่า 50% นั้นเป็นคนของนักรบพราหมณ์หรือมีความเกี่ยวข้องกับนักรบพราหมณ์แต่คนนอกไม่รู้จักอีกมากมาย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนกับประเทศอินเดียแย่ลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหล่านักรบพราหมณ์ก็รู้ดีว่าลัทธิมารนั้นมีอยู่ในประเทศจีนมานานและมีอำนาจในประเทศจีนมาก ดังนั้นตราบใดที่พวกเขาสามารถเกลี้ยกล่อมให้ลัทธิมารเข้าร่วมกับนักรบพราหมณ์ได้พวกเขาก็ได้สร้างผู้นำคนสำคัญในประเทศจีนและพวกเขาก็สามารถยึดอำนาจเมื่อไหร่ก็ได้แต่น่าเสียดายที่พวกเขาประเมินหยานตงและลัทธิมารต่ำไป
ถึงแม้ว่าลิทธิมารจะสืบทอดมาจากนักรบพราหมณ์ก็ตามแต่หลังจากผ่านไปหลายร้อยปีลัทธิมารก็ได้แยกตัวออกจากนักรบพราหมณ์อย่างชัดเจนและกลายเป็นกลุ่มที่ไม่ขึ้นตรงกับใคร ยิ่งไปกว่านั้นคนของลัทธิมารก็ล้วนเป็นชาวจีนดังนั้นพวกเขาจะยอมถูกกดขี่ข่มเหงได้อย่างไร?
ซึ่งถ้าหากการเจรจาล้มเหลวพวกนักรบพราหมณ์ต้องการฆ่าหยานตงเท่านั้นเพราะถ้าหากลัทธิมารสูญเสียผู้นำไปก็จะเกิดความวุ่นวายและในเวลานั้นพวกเขาก็จะสามารถใช้โอกาสนี้เพื่อรวบรวมลัทธิมารได้และในเวลานั้นลัทธิมารจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของนักรบพราหมณ์อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตามศิลปะการต่อสู้จำนวนมากของลัทธิมารนั้นถูกสืบทอดมาจากนักรบพราหมณ์ตอนแรกแต่ในช่วงไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมาลัทธิมารได้รวมศิลปะการต่อสู้เข้ากับศิลปะการต่อสู้ของจีนและส่งผลให้ลัทธิมารได้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งหยานตงก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกศิลปะการต่อสู้จีนโบราณในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้นักรบพราหมณ์จะฆ่าหยานตงอย่างง่ายดายได้อย่างไร? แต่ในท้ายที่สุดก็มีผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บมากมายรวมไปถึงหลินโรวโร่วอีกด้วย
หากหยานตงไม่สนใจอาการบาดเจ็บของหลินโรวโร่วและรีบพาเธอไปโรงพยาบาลล่ะก็พวกนักรบพราหมณ์จะหนีไปได้อย่างไร? ตอนนี้พวกนักรบพราหมณ์ยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากผู้นำนักรบพราหมณ์ให้สำเร็จเพราะคำสั่งของนักรบพราหมณ์นั้นเคร่งครัดมาก ดังนั้นหากพวกเขาทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จพวกเขาก็จะถูกไฟคลอกจนตาย
คนหนึ่งเตี้ย คนหนึ่งอ้วน คนหนึ่งผอม ทั้งสามคนนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนซึ่งคนทั้งสามคนนี้เป็นคนของนักรบพราหมณ์ ที่ในเวลานี้คนของม่อหลงก็ไปยังโรงแรมฝั่งตรงข้ามและตั้งปืนไรเฟิลของพวกเขาเพื่อจัดการคนในห้อง แต่พวกเขาเห็นสถานการณ์ภายในห้องเพียงเล็กน้อยเพราะมีผ้าม่านปิดอยู่และเห็นคนเพียงแค่ครึ่งตัวเท่านั้น
คนเหล่านี้เป็นสาวกอันม่อและพวกเขาก็ไม่สนวิธีการที่ยุติธรรมและซื่อสัตย์ใดๆทั้งสิ้นเพราะพวกเขาเพียงต้องการบรรลุเป้าหมายภารกิจเท่านั้น ดังนั้นถึงแม้ว่าศิลปะการต่อสู้ของพวกเขาจะดีมากแต่บางครั้งพวกเขาก็ยังชอบวิธีการที่รวดเร็วแบบนี้ เพราะฉะนั้นการฆ่าศัตรูด้วยกระสุนเพียงนัดเดียวท้ายที่สุดแล้วมันก็ทั้งง่ายและรวดเร็วในเวลาเดียวกัน
หลังจากเห็นสถานการณ์ในห้องแล้วทั้งสามก็อธิบายสถานการณ์สั้นๆผ่านอินเตอร์คอมไร้สาย ซึ่งถ้าหากพวกเขาลงมือทำอะไรสักอย่างตอนนี้พวกเขาจะไม่สามารถจัดการกับคนทั้งหมดภายในห้องได้อย่างแน่นอน
.
.