ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1388 กำจัดศัตรู
ตอนที่ 1388 กำจัดศัตรู
………………..
เย่เชียนไม่สามารถดูแลจัดการอะไรได้มากนักในเวลานี้เพราะเขาควรแก้ปัญหาทีละอย่างก่อน ซึ่งถ้าหากพลาดโอกาสนี้ไปคนของเขาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามที่นี่มีคนของเขาจำนวนมากและมันก็ง่ายที่จะประสบความสำเร็จ ดังนั้นเย่เชียนจึงส่งสัญญาณให้ม่อหลงเข้าใจและสั่งให้คนของเขาลงมือทันที
ในไม่ช้าก็เกิดความโกลาหลขึ้นในห้องตามด้วยคำพูดที่ไม่สามารถเข้าใจได้และดูเหมือนว่าลูกน้องของม่อหลงจะทำสำเร็จ แน่นอนว่าม่อหลงยังคงมีความมั่นใจในตัวพวกเขาและถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถจัดการทั้งหมดได้แต่เขาเชื่อว่าลูกน้องของเขาจะสามารถฆ่าหนึ่งในนั้นได้สำเร็จและอีกคนอาจจะบาดเจ็บสาหัส
แน่นอนว่าในไม่ช้าเสียงของสมาชิกสำนักม่อจื๊อก็ดังมาจากอินเตอร์คอมเพื่อรายงานสถานการณ์ภายในและปรากฎว่านักรบพราหมณ์คนหนึ่งเสียชีวิตทันทีและอีกคนถูกยิงที่ไหล่ ซึ่งคนในห้องก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเพราะชายร่างผอมถูกยิงทะลุศีรษะและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนชายร่างอ้วนถูกยิงที่ไหล่ซ้ายจนมีเลือดออกมากและกำลังรีบหลบไปที่ด้านข้าง ส่วนคนตัวเตี้ยก็ไม่กล้าลังเลที่จะกลิ้งไปที่จุดนั้น ซึ่งเมื่อกลิ้งไปถึงหน้าต่างแล้วเขาก็ดึงผ้าม่านปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว
“ให้ตายเถอะมันต้องเป็นฝีมือของหยานตงแน่ๆ!” คนตัวเตี้ยพูดด้วยความโกรธ “เฮ้ยแกเป็นไงบ้างวะ!..ฮึ่ม..ฉันไม่นึกเลยว่าหยานตงจะใช้วิธีการที่น่ารังเกียจแบบนี้ด้วยการจ่อปืนใส่เรา!”
“ฉันไม่เป็นไร..แค่บาดเจ็บเล็กน้อยไม่มีอะไรร้ายแรง!” ชายตัวอ้วนพูด “ดูเหมือนว่าหยานตงจะเตรียมการณ์เอาไว้อย่างดี..ฉันเกรงว่าพวกเราที่อยู่นอกโรงแรมทั้งหมดคงจะโดนเก็บหมดแล้ว..ถ้าเราจะหนีฉันคิดว่ามันไม่ง่ายเลย”
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ” คนตัวเตี้ยถาม
“เราต้องออกไปจากที่นี่ก่อน!” คนตัวอ้วนพูด “มันต้องมีคนของพวกมันอยู่ในโรงแรมอยู่แล้วและเมื่อเราออกไปเราก็จะถูกล้อมจนมุมและจะยิ่งยากที่จะออกไป..แต่ที่นี่คือประเทศจีนเพราะงั้นถึงแม้ว่ากองกำลังของหยานตงจะมีอิทธิพลมากแต่มันคงไม่กล้าทำอะไรอย่างโจ่งแจ้งตอนกลางวันแสกๆหรอกใช่ไหมล่ะ?..ยิ่งไปกว่านั้นมันคงไม่ยกพวกบุกเข้ามาในโรงแรมเพื่อมาจัดการกับเราแน่ๆไม่งั้นมันคงไม่ต้องใช้วิธีการแบบนี้กับเราหรอก..เพราะงั้นเราแค่รอจนถึงพรุ่งนี้แล้วค่อยหาทางออกไป”
ต้องบอกว่าการวิเคราะห์ของพวกเขายังคงสมเหตุสมผลและมุ่งเป้าไปที่จิตวิทยาของหยานตงอย่างสมบูรณ์แบบ แต่น่าเสียดายที่เขาเดาคู่ต่อสู้ผิดเพราะครั้งนี้คู่ต่อสู้ของเขาไม่ใช่หยานตงแต่เป็นเย่เชียน ซึ่งถ้าหากเป็นหยานตงล่ะก็เขาจะมีความรอบคอบมากเพราะตัวตนของหยานตงแตกต่างออกไปเขาเป็นถึงผู้บัญชาการของเขตทหารซินเจียง ดังนั้นเขาจึงต้องระมัดระวังเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมเมื่อทำสิ่งต่างๆ อย่างไรก็ตามถ้าหากเป็นเย่เชียนก็ไม่ต้องกังวลอะไรใดๆทั้งสิ้นเพราะถ้าเย่เชียนโกรธเย่เชียนจะทำอะไรก็ได้
“ฮึ่ม..ถ้าฉันรอดไปจากที่นี่ได้ฉันจะไม่ปล่อยมันไปอย่างแน่นอน” คนตัวเตี้ยพูด “ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ฉันจะพาสาวกนักรบพรามหมณ์มาที่นี่ด้วย..แบบนั้นหยานตงคงจะกลัวตายจนหัวหดไปแล้ว”
“พูดแบบนี้ไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก..เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไงแล้วรีบรายงานเรื่องนี้ให้ท่านผู้นำทราบโดยเร็วที่สุด..ท่านผู้นำคงจะมีทางออกให้พวกเราอย่างแน่นอน” คนตัวอ้วนพูด
เย่เชียนส่งสัญญาณให้ม่อหลงและทุกคนก็ค่อยๆมารวมตัวกันที่หน้าประตูห้องของโรงแรม จากนั้น “ปัง” เย่เชียนเตะประตูเข้าไปตามด้วยสาวกม่อจื๊อพร้อมปืนกลไรเฟิล แน่นอนว่าชายตัวอ้วนและชายตัวเตี้ยไม่คาดคิดว่าจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นดังนั้นพวกเขาจึงเอาแต่หลบซ่อนอยู่หลังโซฟาและไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
เต่าในโกศไม่มีโอกาสหนีนอกเสียจากพวกเขาจะกล้ากระโดดลงมาจากหน้าต่างแต่นี่คือชั้นแปดแถมยังมีคนเฝ้าอยู่ข้างล่างอีกด้วย จากนั้นเย่เชียนก็โบกมือส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดยิงแล้วพูดว่า “ออกมาคุยกันดีๆ”
ชายตัวอ้วนและชายตัวเตี้ยหลังโซฟามองหน้ากันแล้วค่อยๆโผล่หัวออกมาและเมื่อเห็นว่าไม่ได้ยิงอีกพวกเขาจึงค่อยๆยืนขึ้น เมื่อพวกเขาเห็นเย่เชียนทั้งสองก็ผงะ “หยานตงอยู่ไหนทำไมเขาถึงไม่มา?” ชายตัวอ้วนพูดพลางปิดไหล่ที่เลือดไหล
“คราวนี้ไม่ใช่หยานตงที่จะฆ่าพวกแกแต่เป็นฉัน..เย่เชียน!” เย่เชียนพูด
ทั้งสองชะงักไปครู่หนึ่งและสีหน้าของพวกเขาก็ประหลาดใจมาก “เราไม่รู้จักคุณ..เพราะงั้นเราก็ไม่ได้ทำอะไรให้คุณโกรธใช่ไหม?” คนตัวเตี้ยพูด โชคดีที่ประเทศอินเดียยังคงมีภาษาอังกฤษเป็นภาษารองดังนั้นเย่เชียนจึงยังสามารถสื่อสารกับพวกเขาได้ ไม่เช่นนั้นเขาก็คงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก
“พวกแกไม่รู้จักฉันแต่ฉันรู้จักพวกแก!..ทูตของนักรบพราหมณ์ช่างไร้สาระอะไรอย่างนี้” เย่เชียนพูด “แกจำได้หรือเปล่าว่าแกได้ทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่งและผู้หญิงคนนั้นเธอคือภรรยาของฉัน!..พวกแกยังโชคดีที่ตอนนี้เธอไม่เป็นอะไรแล้วเพราะงั้นฉันก็เลยให้โอกาสแกได้พูด..เอาล่ะตอนนี้ฉันจะถามพวกแกและพวกแกก็ควรตอบตามความจริง” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดว่า “คำถามแรก..จุดประสงค์ของการมาเยือนจีนครั้งนี้ของพวกแกคืออะไร?”
พวกเขาทั้งสองไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาตายเพราะความผิดพลาดแบบนี้ ชายตัวอ้วนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและตะคอกอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ทำไมเราต้องบอกคุณว่าเรามาที่นี่เพื่ออะไร!..เราพลาดไปทำร้ายผู้หญิงของคุณแต่คุณก็ฆ่าพวกของเราไปหนึ่งคนแล้วเพราะงั้นตอนนี้มันก็แฟร์ๆ”
“แกล้อเล่นฉันหรือเปล่า” เย่เชียนพูด “แกทำร้ายผู้หญิงของฉันแล้วแกคิดว่าความตายอย่างเดียวจะแก้ปัญหาได้งั้นเหรอ?..ฉันจะบอกให้นะว่าในประเทศจีนไม่มีอะไรที่ฉันต้องการแล้วไม่ได้และไม่มีใครหนีฉันไปได้..เพราะงั้นพวกแกควรตอบคำถามอย่างเชื่อฟังและฉันจะมอบช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับพวกแก..เอาเถอะถ้าแกจะไม่ตอบคำถามแรกก็ไม่เป็นไรเพราะฉันรู้ว่าพวกแกมาที่นี่เพราะลัทธิมาร..เอาล่ะคำถามที่สอง..นักรบพรามหมณ์กำลังทำอะไร..กองบัญชาการอยู่ที่ไหนและผู้นำของพวกแกชื่ออะไร?”
“ฉันไม่เข้าใจว่าแกกำลังพูดอะไร” ชายตัวอ้วนหันหน้าหนีโดยไม่สนใจเย่เชียน
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “โอเค..ถึงแม้ว่าแกจะไม่บอกฉันแต่ฉันก็มีวิธีที่จะรู้ได้อยู่ดี..นักรบพรามหมณ์น่ะเหรอฉันไม่สนหรอกว่าพวกแกจะมีอำนาจมากแค่ไหนในประเทศอินเดียเพราะฉันจะไม่มีวันปล่อยพวกแกไปอย่างแน่นอน”
“ฮึ่ม..แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร?” คนตัวเตี้ยพูด “แกเนี่ยนะจะจัดการกับนักรบพรามหมณ์?..อย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลยเพราะถ้าแกกล้าไปที่ประเทศอินเดียล่ะก็ฉันรับรองได้เลยว่าแกจะตายอย่างน่าสมเพช”
“จริงเหรอ?..ถ้าอย่างนั้นฉันก็อยากจะลองจริงๆ” เย่เชียนพูด “ไม่มีที่ไหนในโลกใบนี้ที่ฉันเย่เชียนคนนี้ไม่กล้าไป..ถ้าฉันไปได้ฉันก็จะกลับมาอย่างปลอดภัย..เพราะงั้นแกอย่าพูดเลยจะดีกว่า” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็โบกมือของเขาและทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นทันที
ชายตัวอ้วนและชายตัวเตี้ยรู้ว่าพวกเขาจะต้องตายดังนั้นพวกเขาจึงต้องสู้สุดชีวิต ด้วยเหตุนี้เมื่อคำพูดของเย่เชียนจบลงพวกเขาก็รีบวิ่งไปที่ประตูเพราะบางทีมันอาจเป็นแสงสว่างที่ทำให้พวกเขารอดชีวิตไปได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญกับกระสุนปืนที่โหมกระหน่ำเช่นนี้แล้วพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้งั้นเหรอ? นี่มันเป็นการฆ่าตัวตายชัดๆ
เมื่อเห็นร่างของทั้งสองค่อยๆล้มลงเย่เชียนก็หันหลังและจากไป ในเวลานี้ประตูห้องบางห้องที่ชั้นเดียวกันก็เปิดออกซึ่งเมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนถือปืนแล้วพวกเขาก็ตัวสั่นด้วยความตกใจและรีบถอยกลับเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เมื่อเย่เชียนลงมาชั้นล่างเย่เชียนก็มองไปที่หยานตงและพูดว่า “พวกมันตายแล้ว..ส่วนที่เหลือผมขอฝากด้วยนะครับผู้อาวุโสหยาน”
หยานตงพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันโทรหาคนของฉันเรียบร้อยแล้วและอีกสักพักจะมีคนมาจัดการสถานที่..เดี๋ยวฉันจะหาข้ออ้างดีๆเองเพราะงั้นเอ็งไปก่อนเถอะ!”
“เอาไว้อีกสองสามวันผมจะไปเยี่ยมผู้อาวุโสหยานนะครับ ” หลังจากเย่เชียนพูดจบเขาก็เข้าไปในรถ คนกลุ่มหนึ่งมาและไปอย่างรวดเร็วในแล้วหายไปในความมืดราวกับว่าพวกเขาไม่เคยมาที่นี่มาก่อน
พอออกจากโรงแรมได้สักพักรถก็หยุดและเย่เชียนก็มองไปที่ม่อหลงแล้วพูดว่า “ผมขอโทษด้วยที่ต้องรบกวนพี่และพี่น้องม่อจื๊อ..ตอนนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี..เอาเป็นว่าวันหลังผมจะเลี้ยงมื้อค่ำพวกคุณเพื่อตอบแทนก็แล้วกัน..ผมขอบคุณจริงๆสำหรับความช่วยเหลือของพวกคุณ” ด้วยคำพูดเหล่านี้แน่นอนว่าไม่ใช่สำหรับม่อหลงแต่เป็นสำหรับสาวกอันม่อที่ม่อหลงพามาด้วยเพราะถึงแม้ว่าเย่เชียนกับม่อหลงจะมีความเคารพต่อกันแต่ต่อหน้าคนอื่นแล้วมันอาจจะดูเสแสร้ง ซึ่งถึงแม้ว่าเย่เชียนจะเป็นหัวหน้าของม่อหลงแต่ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้ม่อหลงก็เป็นถึงเจ้าสำนักของสำนักม่อจื๊อและโดยธรรมชาติแล้วเย่เชียนก็ต้องเคารพม่อหลงและช่วยม่อหลงสร้างชื่อเสียงต่อลูกศิษย์ในสำนักม่อจื๊อ
“บอส..บอสเป็นหัวหน้าของพวกเราเพราะงั้นทั้งฉันและสาวกของฉันต่างก็เป็นพวกพ้องของบอสทั้งนั้น..บอสไม่จำเป็นต้องพูดคำแปลกๆพวกนี้เลยและไม่ว่าฉันจะเป็นเจ้าสำนักของสำนักม่อจื๊อหรืออะไรก็ตามถึงยังไงบอสก็จะเป็นหัวหน้าในใจของฉันเสมอและคนเหล่านี้จะเชื่อฟังคำสั่งของบอส..ตราบใดที่บอสพูดสักคำพวกเราก็พร้อมที่จะบุกน้ำลุยไฟทุกเมื่อ!” ม่อหลงพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ช่างเป็นเกียรติจริงๆที่ได้ต่อสู้ด้วยกัน..ผมจะไม่พูดอะไรที่มันเสแสร้ง..แต่วันนี้ผมรบกวนพวกคุณเอาไว้มากและผมก็ต้องไปโรงพยาบาลเพื่อดูแลโรวโร่วเพราะงั้นผมจะไม่พูดอะไรมาก..เอาไว้ผมจะตอบแทนพวกคุณทีหลังก็แล้วกัน”
“บอส..เรื่องมันจบแค่นี้น่ะเหรอ?” ม่อหลงถามด้วยความประหลาดใจ ม่อหลงรู้ว่าเย่เชียนไม่ใช่คนที่จะปล่อยให้เรื่องเป็นแบบนี้ เพราะการที่มีใครมาทำร้ายหลินโรวโร่วนั่นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และเย่เชียนจะปล่อยไปง่ายๆได้อย่างไร?
“ตอนนี้โรวโร่วยังอยู่ในโรงพยาบาลเพราะงั้นผมก็เลยไม่สะดวกที่จะไปกับพวกคุณด้วย..เอาไว้ค่อยว่ากันทีหลังตอนที่อาการของเธอดีขึ้นก็แล้วกัน” เย่เชียนพูด
ม่อหลงหยักหน้าเล็กน้อยและนี่คือเย่เชียนที่ม่อหลงรู้จัก เย่เชียนมักจะจัดการกับศัตรูด้วยการล้างบางและฆ่าพวกมัน “ได้เลยบอส..ดูแลน้องสะใภ้ให้ดีล่ะ..แล้วถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันได้เลย..ยังไงก็เถอะช่วงนี้สำนักม่อจื๊อก็ไม่มีอะไรให้ทำและฉันก็ว่างมากด้วย..เพราะงั้นถ้ามีอะไรก็บอกฉันได้เลย” ม่อหลงพูด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกซึ่งหลังจากมองม่อหลงและคนอื่นๆขับรถออกไปเย่เชียนก็นั่งลงข้างถนนแล้วหยิบบุหรี่ออกมาจุดไฟจากนั้นก็กดหมายเลขโทรศัพท์ของแจ็ค “แจ็ค..ติดต่อดีห์ราห์และบอกเขาว่าฉันจะไปอินเดียในอีกไม่กี่วันนี้และให้เขาเตรียมตัวเอาไว้” เย่เชียนพูดทันทีที่แจ็ครับสาย
แจ็คไม่ได้ถามเย่เชียนว่าเป็นเรื่องอะไรแจ็คเพียงแค่พยักหน้าเห็นด้วยแล้วก็วางสายไป หลังจากที่เย่เชียนสูบบุหรี่เสร็จเขาก็ลุกขึ้นแล้วเรียกแท็กซี่และนั่งตรงไปยังโรงพยาบาล
.
.
.