ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1393 จริงใจ
ตอนที่ 1393 จริงใจ
………………..
ในใจของดีห์ราห์นั้นสถานะของเย่เชียนยังคงค่อนข้างพิเศษและไม่ใช่แค่เรียบง่ายเหมือนผู้มีพระคุณของเขาแต่สูงส่งยิ่งกว่านั้นอีกเพราะเย่เชียนคือผู้วางรากฐานสำหรับความสำเร็จในปัจจุบันของเขาเพราะในอดีตเขาอาศัยอยู่ที่ด้านล่างสุดของสังคมและเขาไม่มีแม้แต่จะกินด้วยซ้ำ เขาไปที่การแข่งขันศิลปะการต่อสู้ของประเทศญี่ปุ่นเพียงเพื่อหาเงินประทังชีวิตแต่ในใจเขาไม่ต้องการหาเลี้ยงชีพด้วยการต่อสู้เพราะมันเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์
เย่เชียนทำให้เขาสำเร็จและทำให้เขาอยู่บนบัลลังก์ได้ดังนั้นการเป็นมนุษย์คือการรู้จักตอบแทนความเมตตาและดีห์ราห์ ผู้ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากความคิดตั้งแต่เขายังเด็กเขาเข้าใจความจริงข้อนี้อย่างลึกซึ้งโดยธรรมชาติ ดังนั้นถึงแม้ว่าเขาจะตื่นเต้นมากเมื่อเห็นเย่เชียนและอยากจะเข้าไปกอดเย่เชียนแต่สุดท้ายเขาก็ปล่อยมันไปโดยคิดว่ามันเป็นการไม่ให้เกียรติเย่เชียน
เห็นได้ชัดว่าเย่เชียนเห็นความลังเลใจของดีห์ราห์ดังนั้นเขาจึงยิ้มเล็กน้อยและอ้าแขนออกเพื่อกอดดีห์ราห์ เมื่อเห็นแบบนั้นดีห์ราห์ก็ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดและแข็งทื่อ เย่เชียนค่อยๆปล่อยมือจากดีห์ราห์และพูดว่า “ฉันมีความสุขมากที่ได้เห็นความสำเร็จของนายในตอนนี้..อ่อร่าของนายแตกต่างไปจากตอนที่ฉันพบนายครั้งแรกมาก”
“บอสเย่ได้มอบทั้งหมดนี้ให้กับผมเพราะงั้นชีวิตของผมเป็นของบอสเย่เสมอ..ตราบใดที่บอสเย่ต้องการผมก็จะมอบชีวิตของผมให้กับบอสเย่ได้ทุกเมื่อ” ดีห์ราห์พูดอย่างจริงใจ
เย่เชียนยิ้มจางๆและพูดว่า “มันไม่ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก..ฉันอยากให้นายมีชีวิตที่ดีและใช้ชีวิตที่น่าตื่นเต้นกว่าเมื่อก่อนและประสบความสำเร็จมากกว่าตอนนี้..ทุกคนต้องมีชีวิตที่ดี..ว่าแต่ตอนนี้คุณแม่ของนายเป็นยังไงบ้าง..ท่านสบายดีไหม?”
“แม่ของผมเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนตกใจและพูดว่า “ฉันขอโทษ!”
ดีห์ราห์ยิ้มและพูดว่า “บอสเย่ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลย..แม่ของผมจากไปอย่างสงบและไม่มีความเจ็บปวดใดๆเลย..อีกอย่างเมื่อแม่เห็นผมแบบนี้แล้วในที่สุดแม่ก็รู้สึกโล่งใจแต่ผมก็ไม่มีเวลาที่จะเป็นลูกกตัญญูสักเท่าไหร่เลย” หลังจากหยุดไปชั่วขณะดีห์ราห์ก็พูดว่า “บอสเย่ครับรถพร้อมแล้ว..ผมจองห้องส่วนตัวเอาไว้ที่โรงแรมแต่ผมไม่รู้ว่าบอสเย่ชอบกินอะไรเพราะงั้นผมจึงสั่งอาหารจีนแบบง่ายๆ..หวังว่าบอสเย่จะไม่ขุ่นเคืองนะครับ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันไม่ค่อยเจาะจงเรื่องอาหารสักเท่าไหร่แต่เนื่องจากฉันอยู่ในประเทศอินเดียฉันก็ยังอยากลองกินอาหารจานพิเศษของประเทศอินเดียดูบ้างฮ่าๆ..เอาล่ะไปกันเถอะ!” หลังจากพูดจบเย่เชียนกับดีห์ราห์ก็เดินออกจากสนามบินไป
ลูกน้องที่มาพร้อมกับดีห์ราห์กระจายตัวออกไปทั้งสองด้านเรียงแถวส่วนเย่เชียนกับดีห์ราห์ก็เดินผ่านตรงกลางซึ่งรู้สึกเหมือนเป็นหัวหน้ามาเฟียขององค์กรใต้ดิน หลังจากออกจากเทอร์มินอลแล้วดีห์ราห์ก็รีบก้าวไปข้างหน้าและเปิดประตูรถให้เย่เชียน “ขอบคุณ” เย่เชียนพูดจากนั้นเข้าไปในรถและนั่งลงที่เบาะหลัง
ดีห์ราห์เคาะกระจกรถให้คนขับลงจากรถและนั่งที่เบาะคนขับและเป็นคนขับให้เย่เชียนเอง เขาไม่รู้ว่าจะแสดงความเคารพต่อเย่เชียนอย่างไรและเขาก็รู้สึกว่าวิธีการดังกล่าวไม่มีผลใดๆและไม่ว่าเขาจะอยู่จุดที่สูงหรือไกลแค่ไหนในอนาคตแต่เย่เชียนก็จะเป็นคนที่เขาเคารพมากที่สุดในใจเสมอ
ขบวนรถแถวยาวขับออกจากสนามบินและมุ่งหน้าไปยังโรงแรม “ผมเฝ้ารอการมาของบอสเย่มานานเพราะงั้นให้ผมแสดงความขอบคุณต่อบอสเย่นะครับ..ผมได้ติดต่อคุณเฟิงหลานตั้งหลายครั้งและเขาก็บอกว่าบอสเย่ยุ่งมากในประเทศจีนเพราะงั้นผมจึงไม่อยากรบกวนบอสเย่..ยิ่งไปกว่านั้นผมยังกลัวว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้จะไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของและความคาดหวังของบอสเย่..ด้วยเหตุนี้ผมเลยประหม่าและทำงานหนักขึ้นและให้กำลังใจตัวเอง..ผมไม่เคยหย่อนยานเลยแม้แต่น้อย” ดีห์ราห์พูด “ตอนนี้บอสเย่อยู่ที่นี่แล้วเพราะงั้นผมจะดูแลบอสเย่ให้ดีที่สุด..ถ้าผมทำอะไรที่ไม่ดีผมหวังว่าบอสเย่จะตำหนิติเตียนผมและผมจะฟัง”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “จริงๆแล้วฉันอยากจะมาหานายตั้งนานแล้วแต่ฉันยุ่งเกินกว่าจะมาได้..ฉันหวังว่านายจะไม่ขุ่นเคืองฉัน..พูดตามตรงมันเป็นความจริงที่นายสามารถทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ได้อย่างสำเร็จและบางอย่างก็อยู่เหนือความคาดหมายของฉันมาก..ฉันดีใจมากที่นายไม่ท้อถอยและทำงานหนักมากขนาดนี้..เพราะงั้นความจริงก็คือสิ่งที่นายทำวันนี้มันสำเร็จเพราะหยาดเหงื่อของนายเอง”
“ยังไงก็เถอะหากไม่มีบอสเย่แล้วไม่ว่าผมจะพยายามมากแค่ไหนผมก็เกรงว่าผมจะไม่มีวันประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้เลยและถึงแม้ว่าผมจะทำได้ผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่..ดั้งนั้นถ้าหากมีอะไรต้องแก้ไขหรือยังไม่ดีพอและต้องปรับปรุงบอสเย่ก็วิจารณ์ผมได้ตามสบายเลยและผมจะเต็มใจยอมรับ” ดีห์ราห์พูด
“อย่าเกร็งนักสิฉันไม่ชินแบบนี้..ฉันหวังว่าเราจะยังเป็นเพื่อนและพี่น้องกันได้..นายเป็นน้องชายของฉันเพราะงั้นถ้านายสุภาพมากเกินไประหว่างพี่น้องมันก็จะแปลกๆแบบนั้นฉันคงไม่กล้ามาที่นี่อีก” เย่เชียนพูดแล้วกับหัวเราะเบาๆ
ดีห์ราห์พยักหน้าตอบรับและพูดว่า “ว่าแต่บอสเย่อยากจะไปพักผ่อนที่บ้านของผมหรือจะไปพักที่โรงแรมดี?..โรงแรมก็เป็นอุตสาหกรรมภายใต้ธุรกิจของผมและการตกแต่งภายในก็หรูหรามากแต่ผมกลัวว่าบอสเย่จะอึดอัดเอาน่ะครับ”
“ถ้านายไม่ว่าอะไรฉันไปพักที่บ้านนายดีกว่าเพราะมันสะดวกกว่าที่จะคุยเรื่องพวกนี้” เย่เชียนพูด “ยังไงก็ตามนายเองก็ได้สัมผัสวิถีชีวิตของประเทศอินเดียมานานเพราะงั้นโรงแรมหลายๆแห่งก็น่าจะเป็นไปตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว”
“เป็นเกียรติสำหรับวงศ์ตระกูลของผมมากที่บอสเย่มาที่บ้านของผม” ดีห์ราห์พูด “เดี๋ยวผมจะโทรไปที่บ้านและบอกให้คนเตรียมทำความสะอาดห้องให้นะครับ”
“อืม!” เย่เฉียนตอบเพียงแผ่วเบาและไม่พูดอีก เย่เชียนหันมองออกไปนอกหน้าต่างและเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองปักกิ่งและเมืองเซี่ยงไฮ้ของจีนแล้วกระบวนการสร้างทันสมัยของที่นี่ถือว่าด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดแต่อาคารโบราณทรงเสน่ห์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้มีเอกลักษณ์ที่พิเศษ เหล่าผู้หญิงชาวอินเดียระหว่างทางแต่ส่วนใหญ่สวมผ้าพันคอและคลุมศีรษะเมื่อเทียบกับผู้หญิงจำนวนมากในประเทศจีนที่แต่งตัวเปิดเผยซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงที่นี่ยังค่อนข้างอนุรักษ์นิยมเล็กน้อย
บางทีนี่อาจเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขและระบบกฎหมายและวัฒนธรรมของประเทศอินเดียก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าประเทศอินเดียจะอ้างว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยแต่ความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นเสมอไป
เมื่อเห็นความสงสัยของเย่เชียนในตอนนี้ดีห์ราห์ก็อธิบายว่า “สถานะของผู้หญิงในประเทศอินเดียนั้นต่ำมากและพวกเธอก็ถูกมองว่าเป็นเงินตั้งแต่ยังเด็ก..ไม่เพียงแต่ผู้ชายในประเทศอินเดียจะสามารถแต่งงานกับภรรยาสามหรือสี่คนได้แต่คุณยังสามารถหย่าหรือลาขาดจากพวกเธอได้ทุกเมื่อ..แน่นอนว่ากฎหมายมักเมินเฉยต่อสิ่งเหล่านี้เนื่องจากระบบการปกครองแบบปิตาธิปไตยนั้นจำนวนผู้หญิงในประเทศอินเดียจึงลดลง..บางคนโลภมากจนหากำไรโดยการปล่อยเช่าภรรยาของพวกเขา..ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังขายภรรยาและลูกสาวของพวกเขาอีกด้วย..ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายต้องลงนามในสัญญาการแต่งงานและตราบใดที่พวกเขาลงนามแล้วภรรยาจะต้องเป็นคนจ่ายค่าสินสอดและเมื่อการทำธุรกรรมจะประสบความสำเร็จสัญญานี้จะกำหนดว่าเมื่อสามีเบื่อภรรยาแล้วพวกเขาสามารถขายภรรยาของคุณให้กับชายอื่นได้ดังนั้นผู้หญิงจำนวนมากในประเทศอินเดียในปัจจุบันจึงต้องเตรียมสินสอดจำนวนมากหากต้องการแต่งงานและถึงอย่างนั้นพวกเธอก็ยังต้องกังวลว่าสามีของเธอจะหย่าร้างหรือไม่อีกด้วย” ดีห์ราห์วิ่งไปวิ่งมาทั่วประเทศอินเดียเขาจึงรู้สถานการณ์ในหลายๆอย่าง พูดง่ายๆก็คือสถานะของผู้หญิงในประเทศอินเดียนั้นน้อยมาก
เย่เชียนชะงักไปครู่หนึ่งซึ่งมันแตกต่างจากประเทศจีนมากเพราะในประเทศจีนนั้นสาวๆสมัยนี้ถ้าคุณไม่มีเงินไม่มีบ้านหรือรถ จะไม่มีใครแต่งงานกับคุณเลย ยิ่งไปกว่านั้นสาวๆบางคนจะต้องมีเงินถึงจะมีลูกได้เพราะลูกหนึ่งคนก็ต้องเสียค่าเลี้ยงดูหลายแสนหยวน พวกเธอยังลืมเรื่องพื้นฐานที่สุดไปเสียด้วยซ้ำและความคิดของพวกเธอก็ผิดเพี้ยนไปมาก เย่เชียนพูดว่า “ผู้ชายในประเทศอินเดียเนี่ยช่างดีจริงๆดูเหมือนว่าฉันต้องเปิดบริษัทแต่งงานระหว่างประเทศเพื่อส่งผู้หญิงจากประเทศอินเดียไปยังประเทศจีนซะแล้ว..เพราะประเทศจีนมีผู้ชายที่ดีมากมายในแต่บางคนก็ไม่มีบ้านไม่มีรถและหาเมียไม่ได้..อีกอย่างถึงผู้ชายจะซื้อบ้านสักหลังได้พวกเขาก็ยังลงเอยด้วยการเป็นทาสของผู้หญิงอยู่ดีเพราะงั้นเงินเล็กๆน้อยๆที่พวกเขาลงแรงมาทั้งชีวิตอาจทำให้ผู้หญิงไม่พอใจในบางครั้งและผู้หญิงคนนั้นก็หย่าร้างกับเขาในที่สุด..เพราะงั้นถ้าหากผู้ชายชาวจีนสามารถแต่งงานกับผู้หญิงชาวอินเดียได้ล่ะก็ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีมาก”
ดีห์ราห์พูดด้วยความตกตะลึงเล็กน้อยว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับบอสเย่..ประเด็นหลักๆก็คือความแต่งต่างทางภาษาน่ะครับ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “มันไม่ง่ายอย่างนั้นก็จริงแต่ก็แค่ฝึกภาษาจีนขั้นพื้นฐานที่สุดและการสื่อสารประจำวันที่ง่ายที่สุดให้พวกเขาแค่นั้นเมื่อพวกเขามาถึงประเทศจีนก็พอ..ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฝึกฝนพวกเขาสามารถทำงานของตัวเองต่อไปได้และใครก็ตามที่สนใจสามารถเข้าร่วมพวกเขาก็แค่จ่ายค่าเล่าเรียนภาษาและนั่นก็คือกำไรอีกทางยังไงล่ะ”
“นี่เป็นธุรกิจที่ดีมากและมันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้หญิงหลายๆคนในประเทศอินเดียอีกด้วย..อย่างน้อยในประเทศจีนพวกเธอก็จะได้รับสถานะและความเคารพอย่างที่ไม่เคยได้รับในประเทศอินเดียมาก่อน” ดีห์ราห์พูด “ผมก็วางแผนเอาไว้แล้วเพราะงั้นมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและไม่พูดอะไรอีกเพราะในความเป็นจริงบางครั้งการย้อนความคิดของคนรุ่นหลังเป็นเรื่องยากมากแต่ตอนนี้คนจีนจำนวนมากมีความคิดที่เบี่ยงเบนเพราะพวกเขาคิดว่าการเป็นเจ้าของบ้านสำคัญกว่าการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งไม่ถูกต้อง ยิ่งไปกว่านั้นถ้าผู้หญิงเหล่านั้นล้วนมีมุมมองเช่นนั้นก็เป็นการยากที่ผู้ชายจะเคารพในตัวพวกเธอจริงๆ แน่นอนว่ายังมีผู้หญิงดีๆอยู่ในหมู่พวกเธอเช่นเดียวกับหลินโรวโร่วและคนอื่นๆ พวกเธอเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ดีและเป็นผู้หญิงที่หายากในประเทศจีน
ก่อนที่เขาจะรู้ตัวรถก็หยุดอยู่ที่ทางเข้าโรงแรมแห่งหนึ่งและดีห์ราห์ก็ลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถให้เย่เชียนพร้อมกับเชิญเย่เชียนลงจากรถด้วยความเคารพ
.
.