ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1394 ทั้งเสียงและอารมณ์
ตอนที่ 1394 ทั้งเสียงและอารมณ์
………………..
โรงแรมยังดูดีจากภายนอกและดูไฮเอนด์มากแต่ไม่รู้ว่าการบริการและการตกแต่งข้างในเป็นอย่างไร เย่เชียนก็ไม่ได้เจาะจงเรื่องเหล่านี้มากนักเพราะเขาเคยอดทนต่อความยากลำบากมาก่อน เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายเท่านั้นเพราะเขาเป็นคนที่สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายสุดๆก็ได้
ดีห์ราห์นำเย่เชียนไปเดินด้วยความเคารพและตามด้วยกลุ่มลูกน้องเข้าไปในโรงแรม ซึ่งเย่เชียนก็ชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว และไม่รู้สึกอะไร โรงแรมแห่งนี้เป็นทรัพย์สินของดีห์ราห์และการตกแต่งภายในนั้นก็หรูหรามากและจะต้องเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในประเทศอินเดียอย่างแน่นอน อาจเป็นไปได้ว่าดีห์ราห์ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวัฒนธรรมจีนเพราะรูปแบบสถาปัตยกรรมของโรงแรมค่อนข้างเอนเอียงไปทางสไตล์จีนโบราณแต่ก็ไม่ขาดสไตล์สมัยใหม่มันมีรสชาติพิเศษและดูไม่อึมครึม
บริกรและผู้จัดการของโรงแรมอาจได้รับคำสั่งของดีห์ราห์ก่อนหน้านี้ดังนั้นจึงมีกระเช้าดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ทางเข้าโรงแรมเรียงเป็นสองแถวและบุคลากรต่างก็ทักทายเย่เชียนด้วยความเคารพซึ่งนี่ทำให้ฉากดังกล่าวดูยิ่งใหญ่ขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามนี่ก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าหัวใจของดีห์ราห์นั้นเต็มไปด้วยความเคารพต่อเย่เชียน
คนเหล่านั้นในโรงแรมต่างก็คาดเดาตัวตนของเย่เชียนกันทีละคนเพราะเย่เชียนเป็นบุคคลที่ทำให้คนอย่างดีห์ราห์ให้ความสนใจมากและยังเคารพอีกด้วย ดังนั้นท่ามกลางสายตาที่เคารพและอยากรู้อยากเห็นเหล่านั้นเย่เชียนจึงเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวที่จัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าและมีบริกรสี่คนอยู่ในห้องส่วนตัวเมื่อเย่เชียนมาถึงประตูบริกรสองคนที่อยู่ด้านนอกก็เปิดประตูให้เขาด้วยความเคารพ เมื่อเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้วบริกรก็ขยับเก้าอี้ให้เย่เชียนและเย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ขอบคุณ” จากนั้นก็นั่งลง
พฤติกรรมของเย่เชียนทำให้บริกรตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะมีลูกค้าแบบนี้ไม่มากนักในอินเดียที่จะกล่าวขอบคุณบริการอย่างสุภาพ ไม่เพียงแต่ในประเทศอินเดียเท่านั้นแต่ในโรงแรมขนาดใหญ่หลายแห่งทั่วโลกมักจะมีแขกลักษณะนี้น้อยมาก เพราะส่วนมากจะมีแต่บรรดาแขกที่หยิ่งผยองดูถูกคนอื่นเท่านั้น ดังนั้นพฤติกรรมของเย่เชียนจึงทำให้บริกรรู้สึกดีกับเย่เชียนอย่างมาก
ในความเป็นจริงบางครั้งถ้าคุณทำให้บริกรเหล่านี้ขุ่นเคืองใจมากเกินไปคุณเองก็จะเป็นคนที่ต้องได้รับทุกข์ในที่สุดเพราะนี่เป็นเรื่องธรรมดามากในโรงแรมหลายๆแห่งถ้าหากคุณทำให้พนักงานเสิร์ฟและบริกรเหล่านี้ไม่พอใจล่ะก็พวกเขาก็มักจะตอบโต้คุณโดยการถุยน้ำลายใส่จานอาหารของคุณ 2-3 คำหรือมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในนั้นโดยที่คุณไม่รู้ตัว
ดีห์ราห์โบกมือให้ลูกน้องของเขาและบอกให้พวกเขารออยู่ข้างนอกจากนั้นก็เดินไปยังฝั่งตรงข้ามเย่เชียนและกำลังจะนั่งลง แต่เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและตบเบาะที่นั่งข้างๆเขาและพูดว่า “มานั่งตรงนี้สิมัยคุยง่ายกว่า”
“ครับ!” ดีห์ราห์ตอบพร้อมกับเดินไปหาเย่เชียนและนั่งลง เมื่อได้ยินแบบนั้นบริกรทั้งสองคนก็ประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเพราะพวกเขาทุกคนรู้จักดีห์ราห์ที่เป็นหัวหน้าของที่นี่และพวกเขาก็เห็นทุกครั้งที่ดีห์ราห์มาที่นี่แล้วมักจะเข้มงวดกับพวกเขาอยู่เสมอแต่วันนี้ดีห์ราห์กลับสุภาพกับชายหนุ่มคนนี้มาก แต่สำหรับพวกเขาแล้วพวกเขามองว่าชายตรงหน้าเป็นพวกอันธพาลเสียมากกว่าแต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เดินเข้าไปเติมชาในถ้วยชาตรงหน้าของทั้งสอง ส่วนดีห์ราห์ก็เหลือบมองไปที่เย่เชียนและพูดว่า “บอสครับคุณต้องการให้พวกเราเสิร์ฟอาหารตอนนี้เลยไหมครับ”
เย่เชียนผงกศีรษะเล็กน้อยแล้วพูดว่า “เสิร์ฟได้เลย”
ดีห์ราห์ให้บริกรทั้งสองคนออกไปนำอาหารมาเสิร์ฟและหลังจากนั้นไม่นานอาหารก็ถูกเสิร์ฟทีละอย่าง เย่เชียนชำเลืองมองบริกรสองคนแล้วหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขาแล้วยื่นให้พร้อมพูดว่า “พวกคุณออกไปก่อน..พวกเรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“ขอบคุณครับ!” บริกรทั้งสองตอบว่า “อย่างไรก็ตามเรามีกฎว่าเราไม่สามารถรับทิปจากลูกค้าได้ครับ”
“ถ้าคุณเย่มอบมันให้กับพวกคุณเพราะงั้นพวกคุณก็ควรรับเอาไว้” ดีห์ราห์พูด
ในเมื่อหัวหน้าอย่างดีห์ราห์ได้พูดไปแล้วบริกรทั้งสองคนก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธโดยธรรมชาติและก้าวไปข้างหน้าเพื่อรับทิปจากเย่เชียนด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เย่เชียนไม่ได้สนใจอะไรเพราะเขาเพียงแค่สุ่มหยิบออกมาบางส่วนแต่เดาว่ามันน่าจะพอๆกับเงินเดือนของพวกเขาสองคนทั้งเดือนซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกโชคดีอย่างมากในวันนี้ หลังจากทั้งสองทำหน้าที่ของตนแล้วทั้งสองก็ออกไปจากห้องส่วนตัวแต่ไม่กล้าออกไปไหนไกลดังนั้นเขาจึงรออยู่ที่ด้านนอกประตูเพราะเกรงว่าพวกเขาอาจจะไม่ทราบหากถูกเรียกและนั่นอาจทำให้แขกผู้มีเกียรติขุ่นเคืองได้
“เดี๋ยวฉันขอโทรหาเฟิงหลานก่อน” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและโทรหาเฟิงหลาน หลังจากนั้นไม่นานสายโทรศัพท์ก็เชื่อมต่อและเสียงของเฟิงหลานก็ดังมาจากฝั่งตรงข้าม “ครับบอส!”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “พี่เฟิงหลานเป็นไงบ้าง?”
“เรียบร้อยแล้วบอส..เราสามารถดำเนินการได้ทุกเมื่อ” เฟิงหลานพูด “ธุรกิจนี้ดำเนินการมาหลายปีแล้วและหลายสิ่งหลายอย่างก็กำลังมาถูกทางแล้วเพราะงั้นฉันไม่จำเป็นต้องดูแลมันทุกวัน..พูดตามตรงนะบอสช่วงนี้ฉันผ่อนคลายกว่าบอสมาก..ฉันมีเวลาดื่มไวน์และดูรายการทีวีทุกวัน..ชีวิตฉันมีความสุขมาก”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกให้ว่าวันเวลาดีๆของคุณกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว” เย่เชียนพูด “ตอนนี้ผมมาถึงประเทศอินเดียเพราะงั้นพี่ควรมาที่นี่ให้เร็วที่สุดและพาพี่เทียนเฉินมาด้วยล่ะ”
“ไม่มีปัญหาบอส..เราจะรอฟังคำพูดของบอส” เฟิงหลานพูด “ชีวิตแบบนี้มันน่าเบื่อเกินไปฉันยังชอบความรู้สึกของการต่อสู้ไปทั่วกับบอสอยู่เหมือนเดิมเพราะนั้นมันแสดงความกล้าหาญของผู้ชายออกมาได้อย่างเต็มที่”
เย่เชียนกลอกตาไปมาและพูดว่า “ตอนนี้พี่เริ่มเหมือนหลี่เหว่ยและชิงเฟิงขึ้นทุกทีๆแล้วนะ..แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกที่จะเหมือนพวกนั้น..สาวๆอินเดียที่นี่ค่อนข้างสวยเพราะงั้นผมจะให้ดีห์ราห์แนะนำให้หลังจากที่พี่มาถึงก็แล้วกันและแต่งงานกับพวกเธอใช้ชีวิตสามีภรรยาที่นี่เลยก็แล้วกัน”
“บอสก็พูดไป..แต่ก็นะฉันเห็นเทียนเฉินทีไรฉันก็รู้สึกอิจฉาทุกที” เฟิงหลานพูด
หลังจากคุยกันสองสามประโยคเย่เชียนก็วางสายไปและเหลือบมองดีห์ราห์แล้วพูดว่า “เฟิงหลานได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างในปีนี้และเขาก็เหนื่อยมากกว่าคนอื่นมาก..พูดตามตรงนะเฟิงหลานไม่ใช่คนฉลาดแต่เป็นเพราะเขาได้ทำงานหนักกว่าใครหลายๆคนดังนั้นความสำเร็จและความสามารถของเขาจึงสูงกว่าคนอื่นๆ..ดังนั้นหลายๆคนในโลกใบนี้ที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ก็เพราะว่าพวกเขาไม่มีความพยายามมากพอยังไงล่ะ”
ดีห์ราห์พยักหน้าและพูดว่า “ผมจะจำคำพูดของบอสเอาไว้ให้ดีครับ”
“ยังไงก็เถอะเรื่องที่ฉันขอให้นายไปสืบมาเป็นยังไงบ้าง?” เย่เชียนถาม “ตอนนี้นายรู้เรื่องพวกนักรบพราหมณ์มากแค่ไหน”
“ตั้งแต่ที่คุณเฟิงหลานโทรมาและขอให้ผมสืบเรื่องของนักรบพราหมณ์ผมก็ได้ทำการสืบข้อมูลอย่างลับๆและพบว่านักรบพราหมณ์มีอำนาจและอิทธิพลมากในประเทศอินเดียและยังมีพวกนักธุรกิจและนักการเมืองอีกหลายคนๆรวมไปถึงพวกวงการใต้ดินอีกมากมายต่างก็เป็นพวกนักรบพราหมณ์” ดีห์ราห์พูด “เพราะงั้นถ้าบอสต้องการจัดการกับนักรบพราหมณ์นั่นก็เท่ากับการประกาศสงครามกับอินเดียทั้งประเทศ..บอสครับผมว่าคุณควรคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดีเพราะบุคลากรในปัจจุบันของผมนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนั้นเลย”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดเมื่อเห็นการแสดงออกของเย่เชียนแล้วดีห์ราห์ก็รีบพูดว่า “บอสอย่าเพิ่งเข้าใจผมผิดผมไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความมั่งคั่งหรือสถานะและชีวิตความตายของผม..แต่พวกนักรบพราหมณ์มีอำนาจมากเกินไปเพราะงั้นหากมีอะไรเกิดขึ้นกับบอสมันจะเลวร้ายมาก..แต่ถ้าบอสต้องการจะจัดการกับนักรบพราหมณ์จริงๆผมก็หวังว่าบอสจะออกไปจากที่นี่ก่อนและผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดพวกมัน!”
เย่เชียนก็ยิ้มเล็กน้อยและใบหน้าของเย่เชียนก็มืดมนลงในทันที จากนั้นเขาก็หันไปมองดีห์ราห์และพูดว่า “นายคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้นเหรอ?”
ดีห์ราห์สั่นไปทั้งตัวและรีบผลักเก้าอี้ออกไปแล้วคุกเข่าลงพร้อมกับพูดว่า “ผมขอโทษครับบอส..ผมแค่กังวลว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับบอสที่นี่”
“ลุกขึ้น!” เย่เชียนยื่นมือออกไปเพื่อดึงเขาขึ้นและพูดว่า “ฉันรู้ว่านายหมายถึงอะไรแต่ฉันหวังว่านายจะเข้าใจสักทีว่านายน่ะไม่ใช่เครื่องมือของฉันแต่เป็นน้องชายของฉัน..ดังนั้นฉันจึงอยากยืนเคียงข้างนายเพื่อต่อสู้..ฉันรู้ดีว่านักรบพราหมณ์มีอำนาจมากแต่ฉันเชื่อว่าไม่มีอะไรที่อยู่ค้ำฟ้าไปตลอดในโลกใบนี้..ยิ่งไปกว่านั้นหากใครที่มีพลังมากมันก็ย่อมมีศัตรูมากเช่นกันเพราะงั้นตราบใดที่เราเข้าใจสิ่งต่างๆเป็นอย่างดีเราก็จะมีวิธีจัดการกับมันได้”
ดีห์ราห์พยักหน้าอย่างหนักแต่เขาก็ยังกังวลและพูดว่า “ผมแค่กังวลเพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับบอสที่นี่ถึงแม้ว่าผมจะต้องตายมันก็ไม่เพียงพอที่จะลบล้างบาปของผมไปได้”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “มีคนมากมายที่ต้องการฆ่าฉันฃแต่ฉันก็ยังมีชีวิตอยู่และสบายดีแบบนี้..แต่นั่นไม่ใช่เพราะฝีมือของฉันแต่เป็นเพราะฉันมีพี่น้องที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่และตายแทนกันได้และคอยปกป้องกันมาตลอด..ซึ่งนั่นทำให้เรากวาดล้างศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้ครั้งแล้วครั้งเล่าและครั้งนี้ฉันก็เชื่อว่ามันจะเหมือนเดิมและฉันเชื่อว่าจะไม่มีใครต้านทานพวกเราได้..เพราะงั้นนายคือพี่น้องของฉันและสิ่งที่ฉันต้องการเห็นไม่ใช่แบบที่นายต้องเสียสละเพื่อความปลอดภัยของฉันแต่ฉันต้องการให้นายกับฉันเคียงบ่าเคียงไหล่และตายไปด้วยกัน..ฉันเชื่อว่าดีห์ราห์น้องชายของฉันจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดได้”
สิ่งที่เย่เชียนพูดเต็มไปด้วยอารมณ์และเขาก็แสดงความรู้สึกที่มีต่อพี่น้องของเขาอย่างสมบูรณ์ เดิมทีดีห์ราห์เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักและความชอบธรรมและหลังจากได้ยินคำพูดเหล่านี้ดีห์ราห์ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้และน้ำตาก็ไหลไม่หยุด “บอสครับผมคิดตื้นเกินไป” ดีห์ราห์พูด “เอาล่ะถ้าบอสต้องการอะไรก็บอกผมได้เลย..ผมดีห์ราห์จะทำทุกอย่างถึงแม้ว่าจะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม..ผมจะช่วยบอสทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ให้สำเร็จ!”
.
.