ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1395 ข้อมูลเบื้องต้น
ตอนที่ 1395 ข้อมูลเบื้องต้น
………………..
การควบคุมผู้คนเป็นความรู้ที่ลึกซึ้งมากไม่เพียงแต่เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้นแต่ยังต้องกระตุ้นพวกเขาด้วยอารมณ์และเหตุผลเพื่อทำให้พวกเขารับใช้เราอย่างเต็มใจ แน่นอนว่าบางอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายเป็นคนประเภทไหนเช่นกัน
เย่เชียนเข้าใจแง่มุมนี้เป็นอย่างดี เขามองไปที่ดีห์ราห์ด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า “มาเข้าเรื่องกันเถอะ..ฉันไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับพวกนักรบพราหมณ์เพราะงั้นฉันก็เลยไม่สามารถวางแผนใดๆได้ในตอนนี้..ส่วนนายเป็นคนอินเดียนายก็น่าจะรู้เรื่องนักรบพราหมณ์มากกว่าฉัน..เอาล่ะนายช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อย”
ดีห์ราห์พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาที่เก่าแก่มากในประเทศอินเดียและใช้พระคัมภีร์เป็นหลักคำสอน..ในองค์กรมีลำดับชั้นที่เข้มงวดมากซึ่งในสมัยราชวงศ์เมารยะเป็นจักรวรรดิที่รุ่งเรืองโดยเชื่อว่าสาวกสามารถสื่อสารกับเทพเจ้าได้และสนับสนุนแนวคิดของพวกนั้น..ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ได้รับอิทธิพลในประเทศอินเดียแต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่เชื่อในพระพรหมณ์..นี่ถ้าบอสไม่บอกผมก็คิดไม่ถึงเลยว่าศาสนาพราหมณ์ได้ซ่อนอำนาจมหาศาลเอาไว้เบื้องหลังเพราะศาสนาพราหมณ์ไม่ใช่ศาสนาธรรมดามันจึงยากที่จะเจาะเข้าไปได้อีกทั้งยังมีลำดับขั้นที่เคร่งครัดรัดกุมและทุกวันนี้ผมได้ใช้กำลังคนไปจำนวนมากในการสืบค้นข้อมูลแต่กลับได้ข้อมูลมาไม่มากนัก”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและพูดว่า “ระบบลำดับชั้นที่เข้มงวดนั้นค่อนข้างเป็นระบบศักดินาและมันเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปที่จะแทรกซึมเข้าไปในองค์กรได้..เนื่องจากรัฐบาลในปัจจุบันของประเทศอินเดียล้วนเป็นสมาชิกของนักรบพราหมณ์เพราะงั้นมันก็ต้องมีองค์กรที่ต่อต้านพวกนั้นอยู่และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของพวกเรา”
“ผมได้ตรวจสอบมาแล้วในอินเดียมีองค์กรใต้ดินที่แบ่งพรรคแบ่งฝ่ายอยู่ประมาณสิบเอ็ดถึงสิบสองกลุ่มไม่รวมแก๊งขนาดเล็ก..มีอยู่หนึ่งองค์กรที่สามารถแข่งขันกับพวกเราได้นั่นก็คือแก๊งค์โรห์ฮาและพวกนั้นเป็นนักรบพราหมณ์” ดีห์ราห์พูด “ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมต่อสู้กับแก๊งค์โรห์ฮาอย่างเปิดเผยและลับๆอยู่หลายครั้งแต่พวกนั้นมักจะได้เปรียบอยู่โดยตลอดและไม่มีทางที่จะกำจัดพวกมันได้เลย..ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เหตุผลมาก่อนแต่ในที่สุดผมก็เข้าใจเพราะพวกมันเป็นนักรบพราหมณ์เพราะงั้นมันถึงมีคนที่มีอำนาจในประเทศอินเดียคอยสนับสนุนอยู่..แต่ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำขององค์กรศิชาห์ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่ได้เข้าร่วมกับนักรบพราหมณ์และผมคิดว่าเราสามารถเริ่มต้นจากพวกเขาได้”
“องค์กรศิชาห์?..นั่นเป็นองค์กรแบบไหน?” เย่เชียนถามด้วยความประหลาดใจ
“พูดง่ายๆก็คล้ายกับพวกนักรบพราหมณ์..ซึ่งรัฐบาลส่วนใหญ่ที่มีอำนาจในประเทศอินเดียนั้นเป็นคนของนักรบพราหมณ์เพราะงั้นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ส่วนที่เหลือก็เป็นคนขององค์กรศิชาห์และแน่นอนว่ามีอีกหลายองค์กรและหลายหน่วยงานที่อยู่ภายใต้พวกเขา” ดีห์ราห์พูด “ถึงผิวเผินภายนอกพวกเขาจะไม่ได้ต่อสู่กันก็ตามแต่นั่นมันก็แค่เบื้องหน้าเท่านั้น..ดังนั้นหากเราต้องการจัดการกับนักรบพราหมณ์ผมก็คิดว่าเราสามารถร่วมมือกับองค์กรศิชาห์ได้และบางทีเราอาจจะได้ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ครับ”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ความสัมพันธ์ของนายกับองค์กรศิชาห์นั้นเป็นยังไง?”
“ผมจะอธิบายยังไงดีเพราะมันดีไม่น้อยเลยล่ะ” ดีห์ราห์พูด “พวกเขาหวังใช้กำลังของผมเพื่อช่วยต่อสู้กับพวกนักรบพราหมณ์เพราะงั้นพวกเขาจึงช่วยเหลือผมมากมายในหลายๆด้าน..พูดตามตรงที่ผมสามารถดำเนินได้อย่างราบรื่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแบบนี้อันที่จริงพวกเขาก็มีส่วนช่วยมากเลยล่ะ”
“พวกเขาต้องการหลอกใช้เรางั้นเหรอ?” เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยและพูดว่า “เอาเถอะ..ไม่เป็นไรเพราะถ้าเขาใช้เราได้เราก็ต้องใช้พวกเขาได้เหมือนกัน..ว่าแต่คนๆนั้นที่นายรู้จักอยู่ที่ไหน?..เขามีสถานะยังไง?”
“หัวหน้าองค์กรศิชาห์เป็นผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ดีห์ราห์พูด “แต่เขายังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการแบ่งฝ่ายระหว่างองค์กรศิชาห์กับนักรบพราหมณ์แต่ผมได้ยินคนพูดต่อๆกันมาแต่นี่ก็เป็นข้อมูลเดียวที่ยืนยันได้”
“นั่นเป็นตำแหน่งที่ดีมาก..ผู้อำนวยการสำนักงานตำรวจแห่งชาติงั้นเหรอ” เย่เชียนพูด “นายช่วยติดต่อเขาให้ฉันทีและหาเวลาเชิญเขาไปทานอาหารแบบง่ายๆไม่เป็นทางการที..นายรู้จักกับเขาเพราะงั้นนายก็ควรรู้บางอย่างเกี่ยวกับงานอดิเรกของเขา..เพราะงั้นช่วยเตรียมของขวัญให้เขาด้วยล่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับบอสปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผม” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนผงกศีรษะเล็กน้อยและพูดว่า “เอาล่ะมากินอาหารกันเถอะถ้าไม่กินอาหารจะเย็นเอา..ฉันอยากรู้ว่าอาหารจีนที่อินเดียจะรสชาติเหมือนต้นตำรับไหม..ฮ่าฮ่า”
ดีห์ราห์รินไวน์ให้เย่เชียนด้วยความเคารพและลุกขึ้นนำอาหารที่เย่เชียนเอื้อมไม่ถึงมาให้ใกล้กับเย่เชียน เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็หัวเราะเบาๆและพูดว่า “นายไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้รีบกินซะ..ฉันไม่ได้เคร่งอะไรขนาดนั้น..อย่าเกร็งไปเลยไม่งั้นฉันคงอึดอัดแย่”
“บอสครับรสชาติเป็นไงบ้าง” ดีห์ราห์ถาม
“ไม่เลวเลย..ถึงแม้ว่าจะไม่อร่อยเท่าที่จีนแต่ก็ดีที่ได้กินอาหารจีนแบบนี้ที่นี่” เย่เชียนพูด
หลังจากดื่มไวน์ไปสามแก้วและชิมอาหารห้าอย่างแล้วเย่เชียนก็เรอออกมาอย่างสบายใจและตบท้องของเขาพร้อมกับพูดว่า “ฉันอิ่มแล้ว” จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองดีห์ราห์แล้วพูดว่า “อย่าทำอาหารเยอะแบบนี้อีกมันสิ้นเปลืองเกินไปถ้ากินไม่หมด”
ระหว่างที่คุยกันอยู่นั้นก็มีเสียงข้างนอกประตูดังขึ้นเย่เชียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและหันไปมองดีห์ราห์ ซึ่งดีห์ราห์ก็ยิ้มอย่างขอโทษและพูดว่า “ผมขอโทษครับบอสที่เสียมารยาทแบบนี้..ผมจะออกไปดูเดี๋ยวนี้แหละครับ”
“ไม่หรอกอาจจะเป็นแขกที่เมาก็ได้” เย่เชียนพูด “ไม่มีคนของนายอยู่ข้างนอกเหรอ..บอกพวกเขาไปดูสิ”
ทันทีที่สิ้นเสียงประตูก็ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดและถูกผลักเปิดออก “โถ่ดีห์ราห์ทำไมถึงไม่เรียกฉันมาดื่มด้วยล่ะ..แบบนี้มันเสียมารยาทชัดๆ” ชายที่แก่กว่าดีห์ราห์และดูเหมือนอายุสามสิบต้นๆถือซิการ์เอียงศีรษะเล็กน้อยขณะพูดอย่างหยิ่งผยอง
เย่เชียนยิ้มเบาๆเพราะเขาเคยเห็นหลายคนที่แสร้งทำเป็นลักษณะนี้แต่แม้ว่าเขาจะหยิ่งผยองแต่อย่างน้อยเขาก็ต้องมีมารยาทใช่ไหม? ไม่นานนักผู้ใต้บังคับบัญชาของดีห์ราห์ก็รีบเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้นและมองดีห์ราห์ด้วยท่าทางขอโทษ
ดีห์ราห์โบกมือเล็กน้อยและโน้มตัวไปใกล้ๆหูของเย่เชียนและกระซิบว่า “เขาคือผู้นำองค์กรศิชาห์ที่ผมเพิ่งบอกไป” จากนั้นเขาก็ยืนขึ้นและมองไปที่ชายตรงข้ามและพูดว่า “คุณรูฮาห์ยินดีต้อนรับครับแต่คุณช่วยมีมารยาทหน่อยนะครับผมกำลังบริการแขกอยู่เพราะงั้นผมหวังว่าคุณจะไม่รบกวน”
“แขกของคุณก็เหมือนแขกของผมเพราะงั้นแนะนำผมให้รู้จักสิ” รูฮาห์พูดขณะที่เขาเดินเข้าไปและดีห์ราห์ก็โกรธมากจนอยากจะรีบไปหยุดเขาแต่เย่เชียนก็โบกมือหยุดดีห์ราห์เอาไว้ เมื่อมองไปที่รูฮาห์เขาก็ดูตกตะลึงเล็กน้อยเพราะเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คาดหวังว่าดีห์ราห์จะเคารพและเชื่อฟังชายหนุ่มตรงหน้าเขามากขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าตัวตนของชายหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดา
“สวัสดีผมชื่อรูฮาห์!” รูฮาห์ก้าวไปข้างหน้าแล้วยื่นมือออกมาและพูด
เย่เชียนเหล่มองไปที่เขาและพูดว่า “ผมต้องขอโทษด้วยพอดีผมไม่เข้าใจภาษานกภาษากา..คุณช่วยพูดภาษาคนหน่อยจะได้ไหม?”
รูฮาห์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเห็นได้ชัดว่าเข้าใจคำพูดของเย่เชียนเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาได้ติดต่อกับคนจีนมากมายดังนั้นเขาจึงพอรู้ภาษาจีนอยู่บ้าง ซึ่งคำพูดของเย่เชียนรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงและเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกโกรธ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขาไม่รู้จักเย่เชียนเขาจึงไม่กล้าที่จะผลีผลามและนอกจากนี้ดีห์ราห์ก็อยู่ที่นี่เพราะงั้นถ้าหากเขาสร้างปัญหาเขาก็คงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากดีห์ราห์ได้
รูฮาห์ยิ้มเล็กน้อยและแนะนำตัวเองอีกครั้งว่า “สวัสดีครับผมชื่อรูฮาห์สหายของดีห์ราห์..ผมทราบว่าคุณคือ..” ถึงแม้ว่าภาษาจีนจะไม่ได้มาตรฐานมากนักและฟังดูแปลกเล็กน้อยแต่ก็ยังพอเข้าใจได้
“เย่เชียน..ที่แปลว่าอ่อนน้อมถ่อมตน!” เย่เชียนพูดเบาๆ
รูฮาห์ตกตะลึงเล็กน้อยเห็นได้ชัดว่าเขาพยายามนึกถึงตัวตนของเย่เชียนแต่หลังจากคิดอยู่นานก็เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนดังนั้นเขาจึงยิ้มและรูฮาห์ก็พูดต่อ “เนื่องจากคุณเย่เป็นสหายของดีห์ราห์เพราะงั้นคุณก็คือสหายของผมเช่นกันเพราะงั้นวันนี้ผมจะปฏิบัติต่อสหายในฐานะเจ้าบ้านและฉันหวังว่าคุณเย่จะพึงพอใจ”
“ถ้างั้นผมขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ” เย่เชียนพูด “ผมยังมีพี่น้องอีกมากที่ยังไม่ได้กินอะไรเลยเพราะงั้นคุณรูฮาห์คงจะไม่รังเกียจถ้าผมจะขอสั่งอะไรกลับไปด้วย”
“แน่นอนผมไม่รังเกียจ!” รูฮาห์ชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นจึงพูดอย่างรวดเร็ว
“ผมได้ยินมานานแล้วว่าคุณรูฮาห์เป็นคนใจกว้างและตอนนี้ก็ดูเหมือนจะจริง” เย่เชียนยิ้ม จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองดีห์ราห์และพูดว่า “ดีห์ราห์ให้คนเตรียมเหล้าโสมและหอยเป๋าฮื้อแล้วก็ไวน์ Lafite ปี 1982 มาสักขวดให้ฉันที..อ๋อใช่คาเวียร์ด้วย!” แล้วเขาก็หันหน้าไปมองรูฮาห์และพูดว่า “คุณรูฮาห์คงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ?”
ใบหน้าของรูฮาห์ตกตะลึงเล็กน้อยและแอบสาปแช่งในใจ ‘ไอ้เวรนี่คิดว่าฉันเป็นเศรษฐีหรือไง?..คาเวียร์มันไม่ใช่ถูกๆเลยนะเว้ยตั้งแต่ฉันเกิดมายังไม่เคยกินเลย’ อย่างไรก็ตามคำพูดนั้นได้ถูกพูดไปแล้วและมันก็ไม่ง่ายเลยที่รูฮาห์จะสูญเสียตัวตนของเขาไป เขาจึงยิ้มอย่างละอายใจและพูดว่า “ไม่มีปัญหา..แน่นอนมันไม่มีปัญหา”
เย่เชียนหันศีรษะไปมองดีห์ราห์และขยิบตาให้เขา ซึ่งดีห์ราห์ก็เข้าใจแล้วเรียกบริกรจากนั้นกระซิบสองสามคำ ในตอนนี้รูฮาห์ก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเย่เชียนแล้วหยิบซิการ์ออกมาคาบในปากจากนั้นก็ยื่นอีกอันให้เย่เชียนและพูดว่า “คุณเย่สูบบุหรี่หรือซิการ์ไหม” รูฮาห์มีท่าทีที่เย่อหยิ่งและดูเหมือนว่าเขาต้องการระงับท่าทางและความกดดันของเย่เชียนลง
.
.