ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1397 เรียนรู้จากกันและกัน
ตอนที่ 1397 เรียนรู้จากกันและกัน
………………..
ดีห์ราห์แนะนำเย่เชียนให้รู้จักทีละคนจากนั้นทั้งสามสาวก็ทักทายเย่เชียนอย่างสุภาพ เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “สวัสดีน้องสะใภ้ทั้งหลาย!”
ในประเทศอินเดียการมีภรรยาหลายคนเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องปกติมากสำหรับคนที่มีสถานะอย่างดีห์ราห์ เมื่อเห็นแบบนั้นดีห์ราห์ก็ยิ้มอย่างเขินอายและเชิญเย่เชียนเข้าไปในบ้านด้วยความเคารพโดยไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ซึ่งการป้องกันโดยรอบก็ยังคงเข้มงวดมากเช่นกัน เย่เชียนมองอย่างคร่าวๆและพบว่ามีคนอย่างน้อยๆ 50 คนคอยคุ้มกันอยู่รอบๆเพราะท้ายที่สุดแล้ว สถานะของดีห์ราห์นั้นก็พิเศษจึงมีศัตรูมากมายดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่จะทำเช่นนี้
การตกแต่งภายในบ้านไม่หรูหรามากนักแต่เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบชนชั้นกลางและดูสบายให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ดูเหมือนดีห์ราห์จะเห็นความคิดของเย่เชียนเขาก็เลยพูดเบาๆว่า “พวกเธอทั้งสามคนเป็นคนจัดการสิ่งเหล่านี้ส่วนผมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมัน..พวกเธอบอกว่าที่นี่คือบ้านของพวกเธอและควรปรับปรุงผมก็ตกลงตามนั้น”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “พอเห็นว่าตอนนี้นายแต่งงานและมีความสุขแบบนี้แล้วฉันก็ดีใจ”
“ทั้งหมดนี้ก็เพราะบอสแหละครับหากไม่มีบอสผมก็คงเป็นเด็กยากจนที่ต้องกังวลเรื่องการทำมาหากินไปตลอด..แม่ของผมท่านดีใจมากพอท่านเห็นผมแต่งงานและเริ่มต้นทำธุรกิจ..เพราะงั้นท่านถึงได้ไปอย่างสบายใจ” ดีห์ราห์พูด “บอสเชิญนั่งลงก่อนครับเดี๋ยวผมจะไปชงชาให้!”
หลังจากพูดจบดีห์ราห์ก็เข้าไปในห้องครัวแล้วหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับถ้วยชา “บอสจะทานอะไรเป็นอาหารเย็นดีครับ” ดีห์ราห์ถาม
“แค่อาหารที่ทำกินกันเองที่บ้านทุกวันก็ได้” เย่เชียนพูด “ไม่ต้องพิเศษอะไรหรอกฉันแค่อยากจะชิมอาหารพื้นบ้านซึ่งมันคงจะดีกว่าอาหารในโรงแรมมาก”
ดีห์ราห์ผงกศีรษะเล็กน้อยแล้วพูดว่า “บอสครับห้องของบอสถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว..บอสจะไปพักผ่อนก่อนไหมครับบอสคงจะเหนื่อยหลังจากนั่งเครื่องบินมานาน..เดี๋ยวผมจะติดต่อพวกของเราและดูว่าเขาจะมีเวลามาพบเราเมื่อไหร่”
“เอาล่ะนายไปทำธุระของนายเถอะไม่ต้องดูแลฉันเป็นพิเศษหรอก” เย่เชียนพูด “เดี๋ยวฉันจะไปอาบน้ำก่อนแล้วนอนให้สบาย..เดี๋ยวค่ำๆนายช่วยพาฉันไปเที่ยวในเมืองด้วย”
จากนั้นดีห์ราห์ก็พาเย่เชียนไปที่ห้องพัก เมื่อมองดูแล้วมันก็สะอาดมากมีห้องน้ำในห้องนอนอีกที ซึ่งทำด้วยประตูกระจกใสมองจากห้องนอนเห็นทุกอย่างในห้องน้ำอย่างชัดเจนและถ้าหากมีหญิงสาวสวยกำลังอาบน้ำอยู่สถานการณ์นี้จะดูวิเศษอย่างมาก
ดีห์ราห์มองไปที่เย่เชียนและพูดอย่างระมัดระวังว่า “เอ่อบอสครับต้องการให้ผมหาใครสักคนไหมครับ”
เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็เข้าใจว่าดีห์ราห์หมายถึงอะไรเขาจึงยิ้มและพูดว่า “ไม่จำเป็นหรอกฉันจะพักผ่อนน่ะนายไปจัดการธุระเถอะแต่จำไว้ล่ะว่าระวังตัวด้วย..ฉันคิดว่ารูฮาห์อาจจะอยากฆ่านาย”
ดีห์ราห์พยักหน้าและพูดว่า “ผมจะระวังครับบอสแต่มันไม่ง่ายหรอกที่จะฆ่าผม..เอาล่ะบอสพักผ่อนเถอะครับผมขอตัวก่อน” หลังจากพูดจบดีห์ราห์ก็ถอยกลับด้วยความเคารพและปิดประตู
เย่เชียนหันกลับมาในห้องนอนและนั่งลงบนโซฟาพริ้มกับจุดบุหรี่แล้วสูบไปสองมวน จากนั้นเขาก็เข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำให้สบายตัวแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรหาม่อหลงและบอกให้เขาจัดการเรื่องตัวตนของเขาให้ เนื่องจากเย่เชียนได้รับประกาศตนว่าเขาเป็นผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปดังนั้นรูฮาห์จะต้องอยากร่วมมือเป็นธรรมดา แน่นอนว่ารูฮาห์นั้นมีอำนาจมากและถ้าหากเขามีเพื่อนในประเทศจีนการจัดการด้วยวิธีแบบนี้ก็จะมีโอกาสน้อยที่จะถูกเปิดเผยความจริงได้
รูฮาห์นั้นเป็นเพียงขั้วอำนาจตรงข้ามกับพวกนักรบพราหมณ์ดังนั้นเย่เชียนจึงไม่สนใจเขาเพราะเป้าหมายหลักของเย่เชียนคือนักรบพราหมณ์ซึ่งดีห์ราห์ก็ได้ตรวจสอบแล้วแต่ไม่รู้ว่าสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์นั้นอยู่ที่ไหนและนี่ก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากเพราะองค์กรนักรบพราหมณ์มีอำนาจมากเกินไป ซึ่งถ้าหากต้องการจัดการกับพวกมันก็จำเป็นที่จะต้องถอนรากถอนโคนออกให้หมดไม่อย่างนั้นก็มีโอกาสสูงมากที่เราจะเผาตัวเองและไม่สามารถดับเชื้อเพลิงได้
หลายปีผ่านไปนักรบพราหมณ์ก็ทำตัวลึกลับมากและเกรงว่าดีห์ราห์จะค้นหาสำนักงานใหญ่ของพวกมันได้ยากมาก ดังนั้นดูเหมือนว่าทางเดียวที่จะเริ่มต้นได้คือเริ่มต้นจากรูฮาห์เพราะเขานั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกนักรบพราหมณ์ ถึงแม้ว่าสถานะของเขาอาจจะไม่สูงนักแต่ตอนนี้คงได้แต่ฝากความหวังเอาไว้กับเขาและอาจจะสามารถค้นพบได้ว่าสำนักงานใหญ่ของนักรบพราหมณ์นั้นอยู่ที่ไหนและเย่เชียนก็ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่ามหากข่าวรั่วไหลออกไปนักรบพราหมณ์ก็จะยิ่งระมัดระวังและเสริมความปลอดภัยยิ่งขึ้น ดังนั้นเย่เชียนควรระมัดระวังให้มากขึ้นและพยายามตรวจสอบให้ดีเสียก่อน
พอตื่นมาก็มืดแล้ว! เย่เชียนมองดูเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มและเขาก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อลงไปที่ชั้นล่าง ดีห์ราห์และภรรยาทั้งสามก็กำลังคุยกันในห้องนั่งเล่นชั้นล่างซึ่งคำพูดของพวกเขาดูผ่อนคลายและร่าเริง หลังจากที่เห็นเย่เชียนลงมาดีห์ราห์ก็รีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า “บอสเย่ตื่นแล้วหรอครับ?”
“ทำไมนายถึงไม่เรียกฉันล่ะฉันขอโทษจริงๆที่ให้รอตั้งนาน” เย่เชียนพูด
“บอสเย่ดูเหนื่อยมากผมเลยไม่กล้ารบกวนหลังจากได้พัก..พอดีเลยตอนนี้อาหารเย็นพร้อมแล้วครับบอสอยากกินตอนนี้เลยไหม” ดีห์ราห์พูด
“เอาสิฉันล่ะหิวจริงๆพวกนายก็คงหิวเหมือนกันใช่ไหม..น้องสะใภ้ทั้งสามฉันต้องขอโทษด้วย” เย่เชียนยิ้มและเดินไปที่โต๊ะอาหาร
อาหารเย็นเป็นไปตามที่เย่เชียนสั่งมันเป็นอาหารประจำครอบครัวในประเทศอินเดียที่มีแกงกะหรี่รสเข้มข้นซึ่งเย่เชียนก็ไม่ค่อยชินกับมันแต่รสชาติก็ไม่เลวเลย
หลังจากกินข้าวเสร็จดีหืราห์ก็บอกให้ผู้หญิงสามคนของเขากลับไปที่ห้องก่อนและนั่งคุยกับเย่เชียนในห้องนั่งเล่นแล้วดีฆ์ราห์ก็หันหน้าไปมองเย่เชียนแล้วพูดว่า “ข่าวถูกแพร่กระจายออกไปแล้วและผมเชื่อว่ารูฮาห์จะรู้ตัวตนของบอสในไม่ช้านี้..ส่วนสายข่าวของเราผมได้ติดต่อเขาไปแล้วและอาจใช้เวลาสองวันกว่าเขาจะไปถึงที่นั่น”
“ไม่เป็นไรฉันไม่รีบอยู่แล้ว” เย่เชียนพูด “ขอบคุณมากที่นายทำงานหนักขนาดนี้” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็พูดต่อ “ว่าแต่นายไม่ได้ไปประเทศจีนมาตั้งนานแล้วนายไม่อยากไปเที่ยวบ้างเหรอ?”
“อาจารย์ของผมเคยพูดเอาไว้ว่าศิลปะการต่อสู้ก็เหมือนการแล่นเรือทวนกระแสน้ำและถ้าหากเราไม่เดินหน้าต่อเราก็มีแต่จะล่าถอยเท่านั้น” ดีห์ราห์พูด “ถึงแม้ว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการแต่ในทุกๆวันผมจะเจียดเวลามาฝึกศิลปะการต่อสู้เสมอ..ถึงแม้ว่าศิลปะการต่อสู้ของผมจะไม่สูงนักแต่ก็ปล่อยมันไปไม่ได้อยู่ดี”
“ดีมาก!” เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “มาสิมาแข่งกับฉันนายคิดว่าไง?”
“ผมไม่กล้าหรอกครับ!” ดีห์ราห์รีบพูด “ผมจะไปสู้กับบอสด้ยังไง”
เย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “มันก็แค่การฝึกซ้อม..การซ้อมศิลปะการต่อสู้เป็นเรื่องปกติและบางครั้งการซ้อมแบบนี้ก็เป็นวิธีปรับปรุงการฝึกฝนของเราด้วย”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งดีฆ์ราห์ก็พยักหน้าและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอคำแนะนำจากบอสด้วยนะครับ”
เย่เชียนพยักหน้าและลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกซึ่งมีสนามหญ้ากว้างขวางอยู่ในสวนซึ่งสร้างขึ้นอย่างเป็นระเบียบ ส่วนดีห์ราห์ก็เดินตามหลังมาติดๆแล้วยืนประจัญหน้ากับเย่เชียน “เนื่องจากเป็นการประลองศิลปะการต่อสู้เพราะงั้นนายต้องทำให้ดีที่สุดและอย่าประมาทเด็ดขาดไม่อย่างนั้นมันอาจจะอันตรายถึงชีวิตก็ได้..ฉันขอดูฝีมือของนายหน่อย..ตั้งใจทำให้ดีที่สุดล่ะ!”
“รับทราบครับ!” ดีห์ราห์พูด “ถ้าอย่างนั้นผมต้องรบกวนด้วยนะครับ!” หลังจากพูดจบดีห์ราห์ก็รีบลุกขึ้นทันทีและเข้าไปชกเย่เชียนอย่างดุเดือดซึ่งเป็นการโจมตีที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก แน่นอนว่าเย่เชียนไม่ได้เผชิญหน้าโดยตรงและหลบหลีกทันทีแต่ทว่าร่างกายของดีห์ราห์บิดเบี้ยวอย่างไม่คาดคิดและกำปั้นของเขาก็กระแทกเข้ากับเย่เชียนจากมุมที่ไม่คาดคิด
เย่เชียนแทบไม่ได้นึกถึงโยคะซึ่งสามารถบิดกระดูกของร่างกายมนุษย์ได้ตามต้องการและในการต่อสู้มันก็เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมากดังนั้นเย่เชียนจึงรีบรับกำปั้นเพื่อสกัดกั้นแต่กำปั้นของดีห์ราห์ข้ามแขนของเย่เชียนไปและกระแทกร่างของเย่เชียนอย่างแรง “ปัง” ภายใต้ความเจ็บปวดเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนที่เขาจะยืนนิ่ง
ดีห์ราห์ผงะและรีบพูดว่า “บอสเป็นอะไรไหมครับผมขอโทษ!”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรนี่เป็นวิธีที่ถูกต้อง..โยคะเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงจริงๆเอาล่ะฉันจะเอาจริงแล้วนะนายต้องระวังให้ดี” หลังจากพูดจบร่างกายของเย่เชียนก็หยุดกะทันหันจากนั้นเขาก็พุ่งไปทางดีห์ราห์เหมือนลูกธนูพุ่งออกจากคันสร
นับตั้งแต่หว่านไห่ใช้ทำพิธีกรรมแลกเปลี่ยนเลือดกับเย่เชียนนั้นเย่เชียนก็มีร่างกายที่ทรงพลังของเผ่ามนต์ดำดังนั้นถึงแม้ว่าหมัดของดีห์ราห์จะรุนแรงมากแต่มันก็ไม่สามารถทำลายกล้ามเนื้อและกระดูกของของเย่เชียนได้เลย ซึ่งมันเป็นเพียงอาการบาดเจ็บทางผิวหนังเท่านั้น แน่นอนว่าในแง่ของความสามารถนั้นดีห์ราห์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนเลยและนี่มันเป็นเพียงความประมาทของเย่เชียนในตอนนี้เพราะเขาไม่ได้คาดคิดถึงความมหัศจรรย์ของโยคะดังนั้นเขาจึงถูกโจมตี
ตอนนี้เย่เชียนตั้งรับจนทำให้ดีห์ราห์ทำอะไรไม่ถูกและมันก็ยากขึ้นเรื่อยๆที่จะรับมือกับการโจมตีของเย่เชียน อย่างไรก็ตามเย่เชียนไม่ได้ใช้พละกำลังทั้งหมดของเขาเพราะเขาไม่ต้องการเอาชนะดีห์ราห์เขาแค่ต้องการดูว่าความสามารถและทักษะการต่อสู้ของดีห์ราห์พัฒนาขึ้นหรือไม่และในที่สุดเย่เชียนก็พึงพอใจถึงแม้ว่าดีห์ราห์จะไม่ได้พัฒนาขึ้นมากนักแต่ก็ดีอยู่ในระดับนึง
หากต้องการปรับปรุงความสามารถและระดับการฝึกฝนนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นและบางครั้งก็ต้องการโอกาสมากมาย ในเวลานี้เย่เชียนก็หยุดหลังจากโจมตีของดีห์ราห์ “เอาล่ะฉันไม่สู้ต่อแล้วเราพักกันเถอะ..ถึงแม้ว่าฝีมือของนายจะยังไม่พัฒนามากนักแต่มันก็ค่อนข้างเยี่ยมเลย..ถ้านายไม่มีธุระต่อช่วยพาฉันไปเที่ยวกลางคืนในเมืองหน่อยสิ”
.
.
.