ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1398 ชีวิตกลางคืน
ตอนที่ 1398 ชีวิตกลางคืน
………………..
เดิมทีดีห์ราห์วางแผนที่จะนำผู้ใต้บังคับบัญชามาด้วยเพราะท้ายที่สุดเขาก็กังวลมากว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเย่เชียนในเมือง อย่างไรก็ตามเขาก็ถูกเย่เชียนปฏิเสธเพราะการเข้าไปในตัวเมืองครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อฆ่าและจุดชนวนสงครามดังนั้นคงจะไม่มีปัญหาอะไร
นอกจากนี้ดีห์ราห์ก็ยังเป็นบุคคลสำคัญในเมืองและคนทั่วไปก็ไม่กล้าทำให้เขาขุ่นเคืองง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นฝีมือของเย่เชียนก็ไม่ธรรมดาและไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำอะไรเย่เชียนได้ดังนั้นเมื่อเห็นการยืนกรานของเย่เชียนแล้วดีห์ราห์ก็ไม่ได้พูดอะไรมากและตัดสินใจอย่างลับๆว่าตราบใดที่เขาอยู่ที่นั่นเขาจะปกป้องเย่เชียนแม้ว่าตัวเองจะต้องตายก็ตาม
เมื่อพวกเขามาถึงประตูทางเข้าของไนท์คลับรถก็หยุดจากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองไปที่ดีห์ราห์และยิ้มก่อนจะพูดว่า “นายจะประหม่าอะไรขนาดนั้นเราไม่ตายหรอกใจเย็นๆ..จำไว้ว่าพวกเราที่เดินบนเส้นทางนี้ต่างก็ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายและเดินอยู่บนคมมีดตลอดเวลาแต่เราก็ต้องรู้วิธีที่จะสนุกกับชีวิตเพราะถ้าหากนายเอาแต่กลัวอันตรายตลอดทั้งวันชีวิตมันจะไปสนุกอะไรแบบนั้นทำไมนายถึงไม่กลับไปทำไร่ที่ชนบทล่ะ” จากนั้นเย่เชียนก็ตบไหล่ดีห์ราห์และพูดว่า “ไปกันเถอะอย่าคิดมาก..วันนี้เรามาดื่มให้เมากันเถอะพรุ่งนี้ค่อยไปกังวลเรื่องต่างๆกันอีกที”
ถึงแม้ว่าดีห์ราห์จะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของประโยคสุดท้ายของเย่เชียนแต่ตอนนี้เขาก็มาที่นี่แล้วและการแสดงท่าทีประหม่าเกินไปก็จะทำให้ตำแหน่งของเขาดูไม่ค่อยดี ดีห์ราห์ก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “ผมเข้าใจแล้ว..ขอบคุณบอสเย่มากครับสำหรับคำสอนของบอส..ผมยังไม่มีประสบการณ์มากพอ”
เย่เชียนไม่พูดอะไรอีกและตบไหล่ดีห์ราห์จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างใน วันนี้เย่เชียนแค่อยากสัมผัสกับบรรยากาศของสถานบันเทิงยามค่ำคืนของประเทศอินเดียแห่งนี้เพราะเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับแนวเพลง นอกจากนี้เขาเกรงว่าจะมีเพลงมากมายของประเทศอินเดียในไนท์คลับแห่งนี้ใช่ไหม? แบบนั้นเย่เชียนคงไม่เข้าใจอะไรเลย
ชั้นแรกเป็นล็อบบี้ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัวและชั้นสามก็มีห้องซาวน่าสำหรับนวด เดิมทีดีห์ราห์วางแผนจะจองห้องส่วนตัวซึ่งจะสะดวกและปลอดภัยกว่าแต่เนื่องจากเขาอยากมาสัมผัสกับชีวิตในยามค่ำคืนแบบนั้นเขาก็จะไม่สามารถมองเห็นและไม่ได้ยินอะไรเลยหากเขาอยู่ในห้องส่วนตัว ดังนั้นเย่เชียนจึงบอกให้ดีห์ราห์จองที่นั่งในล็อบบี้ทั่วไปแทน
ภายใต้การนำของพนักงานต้อนรับทั้งสองก็เดินเข้าไปสั่งไวน์และผลไม้และพนักงานต้อนรับก็ถามอีกครั้งว่าเขาต้องการสาวเชียร์เบียร์หรือเด็กนั่งดริ้งไหมแต่ดีห์ราห์โบกมือและปฏิเสธไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบแต่ในช่วงตอนกลางวันเขากำลังจะหาคนมาช่วยผ่อนคลายให้เย่เชียนแต่ถูกปฏิเสธโดยเย่เชียนดังนั้นเขาจึงคิดว่าเย่เชียนไม่ชอบด้วยเหตุนี้เขาจึงพูดแบบนี้
“เดี๋ยวก่อน..ช่วยหาคนสวยๆมาสักสองคนขอก้นใหญ่ๆด้วยนะฮ่าๆ” เย่เชียนพูดเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว
พนักงานต้อนรับพยักหน้าตอบรับแล้วเดินออกไป ส่วนดีห์ราห์ก็มองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจและลังเลที่จะพูด เห็นได้ชัดว่าเขาสับสนเล็กน้อยเกี่ยวกับพฤติกรรมของเย่เชียน เมื่อเห็นแบบนั้นเย่เชียนก็ยิ้มแล้วพูดว่า “อย่าสงสัยไปเลยฉันเองก็เป็นผู้ชายเหมือนกันและในเมื่อเราออกมาเที่ยวเล่นทำไมเราสองคนจะต้องมานั่งดื่มกันเองสองคนล่ะ” จากนั้นเขาก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูดีห์ราห์ว่า “ฉันได้ยินมานานแล้วว่าผู้หญิงในประเทศของนายมีเสน่ห์ที่พิเศษและมันคงน่าเสียดายถ้าเราไม่สูจน์ด้วยตัวเองแบบนั้นคงเสียใจแย่”
ดีห์ราห์ตกตะลึงไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า “บอสเย่เป็นคนที่อารมณ์ดีจริงๆ”
หลังจากนั้นไม่นานผู้หญิงชาวอินเดียสองคนก็เดินเข้ามาภายใต้การนำทางของพนักงาน ซึ่งผิวของพวกเธอค่อนข้างคล้ำแต่พวกเธอก็สวยอย่างมากฃซึ่งดูมีเสน่ห์ เย่เชียนหัวเราะเบาๆแล้วโบกมือให้ทั้งสองคนและให้พวกเธอนั่งลงข้างๆเขา จากนั้นก็เหลือบมองไปที่ดีห์ราห์และพูดว่า “นายล่ะอยากได้สักคนไหม”
“ไม่เป็นอะไรครับผมอยากนั่งคุยกับบอส” ดีห์ราห์พูด เขามาจากพื้นเพที่ยากจนและถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีความมั่งคั่งและสถานะแต่เขาก็ไม่ค่อยที่จะออกไปเที่ยวกลางคืนสักเท่าไหร่และเขาก็ไม่ได้เบื่อที่ใช้ชีวิตแบบนี้
เย่เชียนก็ไม่พูดอะไรมากและหันไปมองผู้หญิงสองคนข้างๆเขาแล้วถามว่า “พวกคุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม”
“ฉันได้ค่ะ!” หนึ่งในพวกเธอพูด “แต่ว่าภาษาอังกฤษของฉันก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นะคะ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยเพราะถึงแม้ว่าภาษาอังกฤษของเธอจะไม่ได้มาตรฐานมากนักแต่ก็ยังเข้าใจได้แต่น่าเสียดายที่พวกเธอไม่เข้าใจภาษาจีน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะสื่อสารแต่เย่เชียนก็ไม่ต้องการสื่อสารกับพวกเธอเพราะดูเหมือนจะไม่มีใครอยากสื่อสารพูดคุยเกี่ยวกับปรัชญาชีวิตหรอกใช่ไหม?
“พวกคุณมาทำงานที่นี่กันนานแค่ไหนแล้ว” เย่เชียนถาม
“ฉันเพิ่งทำงานได้สองเดือน..ฉันทำงานพาร์ทไทม์และจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศหลังจากหาเงินได้” ผู้หญิงคนนั้นพูดแล้วหันไปมองผู้หญิงอีกคนเพราะผู้หญิงคนนี้พูดภาษาอังกฤษหรือจีนไม่ได้ เมื่อได้ยินแบบนั้นเย่เชียนก็หันไปหาดีห์ราห์ด้วยรอยยิ้มที่ทำอะไรไม่ถูกแล้วพูดว่า “ฉันมีปัญหาในการสื่อสารกับผู้หญิงคนนี้..ถ้างั้นให้เธอไปคุยกับนายก็แล้วกัน” จากนั้นเขาก็ตบก้นผู้หญิงสองครั้งส่งสัญญาณให้เธอไปนั่งข้างๆดีห์ราห์ เขายังคงหันศีรษะไปมองผู้หญิงคนนั้นและถามว่า “เรียนเมืองนอกเหรอ?..นี่เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่งั้นเหรอ?”
“ใช่ค่ะ!” ผู้หญิงคนนั้นพูด เห็นได้ชัดว่าเธอดูไม่อยากพูดเรื่องนี้มากนักก็ไม่น่าแปลกใจที่นักศึกษามหาวิทยาลัยจะออกมาพูดเรื่องนี้เพราะมันเป็นเรื่องที่น่าอายเล็กน้อย
“เธอชื่ออะไร” เย่เชียนถาม
“ลูซี่!” ผู้หญิงคนนั้นตอบ
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ชื่อจริงและเย่เชียนก็ไม่สนใจเพราะใครจะบอกชื่อจริงให้กับเราถ้าหากพวกเธอทำงานแบบนี้ “การเรียนในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ดีมากแต่ฉันอยากรู้ว่าเธอจะไปเรียนที่ประเทศไหน” เย่เชียนถามต่อ
“ไม่สำคัญหรอกว่าจะไปเรียนที่ประเทศไหนขอแค่มันไม่ได้อยู่ในประเทศอินเดียก็พอค่ะ” ลูซี่พูด
เย่เชียนผงะเล็กน้อยจากนั้นเขาก็เข้าใจเพราะอันที่จริงสถานะของผู้หญิงในประเทศอินเดียนั้นต่ำเกินไปและถึงแม้ว่าในอนาคตพวกเธอจะทำได้ดีแค่ไหนและรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทขนาดใหญ่แต่สถานะของพวกเธอในประเทศก็จะยังคงต่ำมากอยู่ดี เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ไปเรียนที่ประเทศจีนไหมล่ะฉันช่วยเธอได้”
“ไม่จำเป็นเพราะความสัมพันธ์ของเรายังไม่ถึงจุดนั้น” ลูซี่พูด “คุณคงไม่อยากพูดกับฉันเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้หรอกใช่ไหม..ถึงยังไงถ้าคุณเรียกฉันไปหาฉันก็ยังคิดเงินอยู่ดี”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอต้องการอะไรล่ะ?..เธอต้องการหาเงินไปเรื่อยๆอย่างเดียวน่ะเหรอ?..ฉันให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากกว่าและถ้าหากอีกฝ่ายไม่เต็มใจมันก็น่าเบื่อเกินไป..แน่นอนว่าฉันจะให้เงินเธอและเธอมั่นใจได้เลยว่าเธอจะสนุก..มาดื่มกับฉันสิ!”
เห็นได้ชัดว่าลูซี่ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเพราะพฤติกรรมของเย่เชียนแตกต่างไปจากลูกค้าที่เธอเคยเห็นมากและทำให้เธอประหลาดใจเล็กน้อย “ถ้าคุณอยากจะมีเซ็กส์กับฉันก็อย่าเสียเวลาไปเลย..ฉันแค่ดื่มกับลูกค้าไม่ได้ทำอย่างอื่น” ลูซี่พูด
ดีห์ราห์ขมวดคิ้วและจ้องมองเธออย่างรุนแรงและพูดว่า “ยัยหน้าด้าน..อย่าคิดว่าเธอสวยแล้วเธอจะหยิ่งได้นะ..เมื่อไหร่ที่ฉันพูดกับเจ้าของที่นี่อย่าพูดถึงการทำงานที่นี่ในอนาคตเลยเพราะแม้แต่จะอยู่ในเมืองเธอก็ทำไม่ได้”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “อย่าจริงจังนักสิ..นายต้องสุภาพกับผู้หญิงให้มาก” จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองลูซี่แล้วพูดว่า “ถ้าฉันอยากให้เธอมานอนกับฉันมันก็ง่ายมากแต่ฉันไม่อยากทำแบบนั้นแล้วเธอจะมองฉันยังไงฉันก็ไม่สนเพราะทุกวันนี้ฉันใช้เงินซื้อได้ทุกอย่าง..เอาเถอะเธอก็แค่ดื่มและคุยกับฉันแค่นั้นก็พอ..ส่วนเธอจะนอนกับฉันหรือไม่นั้นเธอเองที่เป็นคนตัดสินใจ”
ลูกซี่ชะงักไปครู่หนึ่งและเริ่มสับสนกับพฤติกรรมของเย่เชียนมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามหลังจากคิดอยู่พักหนึ่งเธอรู้สึกว่าเย่เชียนไม่ได้เสแสร้งทำเป็นพูดอวดดีหรือว่าเขามั่นใจมากเพราะเขาคิดว่าเขามีเงินมากมาย อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเธอเพราะเธอทำเพื่อหาเงินเท่านั้นแต่เนื่องจากแขกจ่ายเงินให้กับเธอแล้วเธอก็แค่ทำหน้าที่ของเธอเท่านั้น
มีเวทีขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆและมีห้องคาราโอเกะอยู่ จากวินาทีที่เย่เชียนเข้ามาที่นี่ก็มีคนร้องเพลงอยู่ตลอดเวลาและเย่เชียนก็รู้สึกอึดอัด เหตุผลหลักก็คือเย่เชียนไม่เข้าใจและถึงแม้ว่าจะมีการกล่าวว่าดนตรีไม่มีขอบเขตของชาติแต่เย่เชียนก็ยังรู้สึกอึดอัดใจหากเขาไม่เข้าใจอยู่ดี
“มีเพลงจีนที่นี่ไหม” เย่เชียนเหลือบมองดีห์ราห์แล้วถาม
“ควรมีนะครับเพราะที่นี่คือไนต์คลับที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนิวเดลีและโดยปกติก็จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาสนุกสนานสังสรรค์กันที่นี่เพราะงั้นมันควรจะมีเพลงของจีน” ดีห์ราห์พูด “ผมจะขอเพลงที่บอสต้องการเพราะงั้นสั่งมาได้เลยครับ”
“เพลงจากหนังเรื่องหวงเฟยหงฤทธิ์หมัดไร้เทียมทาน!” เย่เชียนพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆเพราะนี่เป็นเพลงเดียวที่เย่เชียนรู้จัก เมื่อเขายังเด็กและไปเที่ยวตามท้องถนนเขาก็ไปร้องเพลงและไปที่ผับบาร์และสถานที่บันเทิงกับพี่น้องเหล่านั้น นอกจากนี้เย่เชียนจะร้องเพลงนี้ทุกครั้งเวลาไปสังสรรค์แต่ต่อมาเมื่อเขาเข้าร่วมองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเขาก็ยุ่งอยู่ตลอดทั้งวันดังนั้นโดยธรรมชาติแล้วเย่เชียนจึงไม่มีเวลาเรียนรู้และฟังเพลงอื่นๆเลย
ดีห์ราห์ตอบรับและโบกมือเรียกพนักงานแล้วสั่งเพลงดังกล่าวจากนั้นก็บอกให้พนักงานคนนั้นเล่นเพลงนื้ทันที ซึ่งมีคนไม่มากนักในสถานบันเทิงแบบนี้ที่ไม่รู้จักดีห์ราห์และถึงแม้ว่าดีห์ราห์จะไม่ค่อยได้เข้ามายังสถานบันเทิงมากนักก็ตามแต่ดีห์ราห์ก็เป็นถึงหัวหน้าองค์กรมาเฟียหน้าใหม่ในเมืองนิวเดลีดังนั้นผู้คนในสถานบันเทิงเหล่านี้ก็ต้องรู้จักเขาโดยธรรมชาติและไม่กล้าที่จะขัดใจเขา ด้วยเหตุนี้พนักงานคนนั้นเลยรีบไปเปิดเพลงทันที ซึ่งในใจของเขาก็แอบสงสัยว่าดีห์ราห์ที่ไม่เคยมาสถานบันเทิงกลางคืนแบบนี้แล้วเขามาทำอะไรแต่ถึงยังไงพนักงานก็รีบพูดกับผู้จัดการที่นี่ผ่านเครื่องรับส่งวิทยุอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักเสียงเพลงจากหนังเรื่องหวงเฟยหงฤทธิ์หมัดไร้เทียมทานก็ดังขึ้นแล้วเย่เชียนยืนขึ้นอย่างช้าๆและมองไปที่ลูซี่พร้อมกับพูดว่า “ผมจะร้องเพลงนี้และคุณต้องปรบมือให้ผมนะ” หลังจากพูดเย่เชียนก็เดินไปที่เวทีและลูซี่ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วมองไปที่แผ่นหลังของเย่เชียนด้วยความประหลาดใจ เธอไม่เข้าใจเลยว่าเขาหมายถึงอะไรและมันสำคัญสำหรับเขาหรือไม่ที่จะปรบมือ? เกิดอะไรขึ้นในใจของผู้ชายคนนี้กันแน่? ลูซี่รู้สึกสับสนเล็กน้อยและเธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยในตัวเย่เชียนอย่างมาก
.
.
.