ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1399 หมาป่าในหมู่แกะ
ตอนที่ 1399 หมาป่าในหมู่แกะ
………………..
เสียงของเย่เชียนไม่ค่อยดีนักและการร้องเพลงของเขาก็ผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยแต่เขาก็ร้องเพลงนี้อย่างมีเสน่ห์ซึ่งยังคงทำให้ผู้คนตกใจอย่างมากเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในการร้องเพลงคือการใช้หัวใจของคุณและต่อให้คุณจะร้องไม่ไพเราะแต่ตราบใดที่คุณใส่หัวใจและจิตวิญญาณลงไปมันก็จะมีเสน่ห์ ซึ่งเย่เชียนก็ไม่ได้พึ่งพาสิ่งเหล่านี้เพื่อหาเลี้ยงชีพแต่อย่างใด
บางคนที่ด้านล่างเวทีก็ปรบมือบางคนก็เริ่มโห่ร้องและบางคนก็ตะโกนสาปแช่ง “ไอ้พวกหมูจีนออกไปซะ..ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพวกแก!”
“มันร้องภาษาอะไรของมันวะเจี๊ยกๆ..ฟังไม่รู้เรื่อง!”
…
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังพูดถึงแต่จากสีหน้าของพวกเขาแล้วจะเห็นได้ว่าคนเหล่านี้กำลังดูถูกเย่เชียนอยู่ หลังจากมองไปที่ดีห์ราห์แล้วเย่เชียนก็พูดว่า “แปลคำพูดของพวกมันให้ฉันฟังที!”
ดีห์ราห์ผงะเล็กน้อยและไม่กล้าพูดออกมา “ไม่เป็นไร..ถ้าฉันขอให้นายแปลนายก็แค่พูดตามความจริง” เย่เชียนพูด เนื่องจากเย่เชียนและคนอื่นๆนั่งใกล้กับเวทีมากเย่เชียนจึงไม่จำเป็นต้องก้าวลงจากเวทีและทั้งสองก็สามารถสนทนาได้อย่างราบรื่น ส่วนดีห์ราห์ก็เงียบไปครู่หนึ่งและแปลคำพูดเหล่านั้นตามความเป็นจริง
เมื่อได้ยินสิ่งที่ดีห์ราห์พูดแล้วเย่เชียนก็ขมวดคิ้วและจิตสังหารก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเขาและเขาก็ตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อได้ยินแบบนั้นหัวใจของดีห์ราห์ก็เต้นไม่เป็นจังหวะและเขาแอบพูดว่า “ไม่ดีแล้ว!” ดวงตาของเย่เชียนค่อยๆกวาดไปทั่วคนเหล่านั้นราวกับดาบคมกริบจนคนที่ยังตะโกนด่าอยู่ถึงกับเอามือปิดปากโดยไม่ได้ตั้งใจและรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่อธิบายไม่ได้ในใจของเขา จากนั้นเย่เชียนก็หยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วพูดว่า “พวกแกดูเจ๋งดีนะ..เอาล่ะฉันจะให้โอกาสพวกแกเพราะงั้นฉันจะยืนอยู่ตรงนี้และถ้าพวกแกเก่งพอก็มาไล่ฉันออกไปจากที่นี่ด้วยตัวเองสิวะ” จากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองไปที่ดีห์ราห์ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเย่เชียนต้องการให้ดีห์ราห์แปลคำพูดของเขาให้
ดีห์ราห์ตกตะลึงเล็กน้อยและแปลคำพูดของเย่เชียนตามความเป็นจริงให้กับอีกฝ่าย “ให้ตายเถอะแกกล้ามาทำตัวหยิ่งยโสที่นี่เหรอ?..วันนี้ฉันจะทำให้แกได้เห็นว่าพวกเราชาวอินเดียแข็งแกร่งแค่ไหน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างโกรธเกรี้ยวและตะโกนด้วยท่าทางหยิ่งผยองอย่างมาก
“อย่าพูดว่าที่นี่เพราะทุกที่ที่ฉันไปมันก็เหมือนกันหมด” หลังจากได้ยินคำแปลของดีห์ราห์แล้วเย่เชียนก็ตะคอกกลับไป หลังจากพูดจบ เย่เชียนก็กระทืบเท้าขวาแล้วพุ่งตรงไปที่ชายหนุ่มจากนั้นก็เตะเขาลอยขึ้นไปบนอากาศและเตะลงมาอย่างแรง ชายหนุ่มก็หน้าซีดด้วยความตกใจเพราะเขาไม่มีเวลาตอบโต้และได้แต่กรีดร้องแล้วล้มลงกับพื้นอย่างแรง
ลูซี่ตกตะลึงเล็กน้อยและคิดในใจว่า “เขาช่างเป็นผู้ชายที่เก่งมาก!” เมื่อนึกถึงท่าทีของเย่เชียนที่มีต่อเธอในตอนนี้เธอก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่ดูมีอำนาจและเก่งแบบนี้จะเป็นคนที่เป็นมิตร
“อย่ามาท้าทายฉัน..พวกแกไม่มีคุณสมบัติมากพอ” เย่เชียนตะคอกอย่างเกรี้ยวกราดและพูดว่า “ใครก็ตามที่ไม่เชื่อก็เข้ามา..ฉันจะจัดการพวกแกให้หมดในคราวเดียว!”
คนเหล่านั้นก็ตื่นตระหนกทันทีและส่วนใหญ่ก็เป็นคนประเภทที่ต้องการที่จะหาเรื่องอยู่แล้วแต่พวกเขาก็ไม่มีความกล้ามากพอ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาได้เห็นเพื่อเพิ่งถูกเย่เชียนเตะกระเด็นออกไปดังนั้นพวกเขาจึงย่อมมีความกลัวในใจมากขึ้นเป็นธรรมดา ถึงพวกเขาจะหยิ่งผยองแค่ไหนแต่ก็กลัวอยู่เหมือนกัน
ในเวลานี้ดีห์ราห์ก็ต้องยืนขึ้นโดยธรรมชาติเพราะถึงแม้ว่าคนเหล่านี้อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เชียนแต่ถ้าพวกนั้นเล่นสกปรกและทำร้ายเย่เชียนขึ้นมาจริงๆมันคงไม่ดีแน่ เมื่อเดินไปที่ด้านข้างของเย่เชียนแล้วดีห์ราห์ก็กล่าวขอโทษว่า “ผมขอโทษครับ” จากนั้นดีห์ราห์ก็มองไปที่คนเหล่านั้นและพูดว่า “หยุดสร้างปัญหาได้แล้ว..ฉันดีห์ราห์คนนี้ขอบอกเอาไว้เลยว่าใครก็ตามที่กล้าแตะแม้แต่เส้นผมของคุณเย่แม้เพียงเส้นเดียวฉันรับประกันได้เลยว่าวันนี้พวกแกจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่!”
ดีห์ราห์คือใคร? เขาคือมาเฟียรุ่นใหม่ในวงการใต้ดินของเมืองนิวเดลีและยังเป็นบุคลตัวอย่างที่พวกเขาชื่นชอบและชมเชยอีกด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าดีห์ราห์นั้นทรงอำนาจแค่ไหนในนิวเดลีแต่พวกเขาก็เข้าใจดีว่าความสามารถอันน้อยนิดของพวกเขานั้นไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับดีห์ราห์ที่สามารถหยิกพวกเขาจนตายได้ง่ายๆ
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียหน้าและละอายแก่ใจ พวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรไปชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งในเวลานี้ผู้จัดการของไนท์คลับก็เข้ามาและเมื่อเห็นสถานการณ์นี้เขาก็รู้สึกปวดหัวและรีบพูดว่า “คุณดีห์ราห์ผมต้องขอโทษจริงๆที่ทำให้คุณอารมณ์เสียที่นี่” ผู้จัดการพูด
ดีห์ราห์หันมามองเขาและพูดว่า “มันเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆสำหรับผมแต่มันทำให้หัวหน้าของผมไม่พอใจอย่างมาก”
ผู้จัดการถึงกับตกใจเพราะหัวหน้าของดีห์ราห์นั้นจะต้องมีตัวตนและสถานะที่ยอดเยี่ยมแค่ไหนกัน? เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเย่เชียนและเมื่อเห็นท่าทางสงบของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมเย่เชียน จากนั้นเขาก็รีบก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า “ผมขอโทษครับท่านที่ไนต์คลับของเราดูแลไม่ดีผมต้องขอโทษจริงๆสำหรับเรื่องนี้..ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของวันนี้เองและผมหวังว่าคุณจะใจกว้าง..คนใหญ่คนโตอย่างคุณคงไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆหรอกใช่ไหมครับ..อย่าถือสาเด็กๆพวกนี้เลย” จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองกลุ่มชายหนุ่มแล้วพูดอย่างหนักหน่วงว่า “ขอโทษเขาเร็วเข้าสิ!”
แน่นอนอว่าชายหนุ่มและวัยรุ่นเหล่านี้ไม่ได้มีชื่อเสียงใดๆและพวกเขาเป็นแค่วัยรุ่นที่ออกไปเที่ยวตามท้องถนนและมันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้ผู้จัดการของที่นี่ขุ่นเคือง ด้วยเสียงตะโกนนี้คนเหล่านั้นก็ไม่กล้าลังเลอีกต่อไปเพราะพวกเขาไม่สามารถทำอะไรดีห์ราห์ได้เพราะถ้าพวกเขาทำพวกเขาจะหมดความหวังที่จะมีชีวิตอยู่ในอนาคต จากนั้นหนึ่งในกลุ่มก็ก้มหัวอย่างรวดเร็วและขอโทษและคนอื่นๆที่เหลือก็ทำตามทันที
เย่เชียนแสยะยิ้มอย่างเย็นชาและหันหน้าไปมองผู้จัดการแล้วพูดว่า “คุณต้องการปกป้องพวกมันงั้นเหรอ?..คุณได้พิจารณาตัวตนและสถานะของคุณแล้วหรือยัง?”
ผู้จัดการอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงและมองไปที่เย่เชียนด้วยความประหลาดใจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเย่เชียนต้องการสร้างปัญหาเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำไมถึงยังคงปฏิเสธที่จะยอมปล่อยผ่าน? “ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกมันจะขอโทษแล้วแต่ลึกๆในใจพวกมันก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดีแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไร?” เย่เชียนพูด “เมื่อกี้พวกมันไม่ได้ด่าผมเฉยๆแต่พวกมันด่าและดูถูกประเทศของผม..ถ้าคำขอโทษสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้แบบนี้มันจะไม่ง่ายเกินไปหรอกเหรอ?”
ผู้จัดการรู้สึกตะลึงอย่างมากเพราะถึงแม้ว่าเขาจะรังเกียจคำพูดของเย่เชียนแต่เนื่องจากตัวตนและสถานะของดีห์ราห์ในเมืองนิวเดลีแล้วเขาจึงไม่กล้ายุ่ง ดังนั้นผู้จัดการจึงยิ้มเจื่อนๆแล้วพูดว่า “แล้วคุณต้องการอะไรครับ?”
“มันง่ายมากแค่พวกมันคุกเข่าขอโทษฉันทีละคนและยอมรับความผิดพลาดของตัวเองแบบนั้นฉันจะให้อภัยพวกเขาได้” เย่เชียนพูด “หรือจะให้ผมส่งพวกมันออกไปทีละคน?..คุณเลือกหรือพวกมันเลือก?”
“นี่..” ผู้จัดการอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่นเพราะมันยากมากที่จะทำให้คนเหล่านี้คุกเข่าลงและยอมรับความผิดพลาดของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นมันจะเป็นการทรยศต่อเพื่อนร่วมชาติหากร่วมมือกับเย่เชียนและชื่อเสียงของไนท์คลับแห่งนี้ก็มักจะขึ้นอยู่กับคนเหล่านี้เช่นพวกอันธพาลนักเลงต่างๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งผู้จัดการก็พูดว่า “คุณดีห์ราห์ที่นี่คือธุรกิจของคุณรูฮาห์เพราะงั้นคุณดีห์ราห์ควรเกลี้ยกล่อมเขาไม่ให้รื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่นะครับ”
จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นก็หันไปมองเย่เชียนโดยหวังว่าจะใช้ชื่อของรูฮาห์เพื่อทำให้เย่เชียนตกใจและปล่อยพวกเขาไป “นี่คุณต้องการขู่ผมด้วยชื่อของรูฮาห์งั้นเหรอ?..เอาสิเชิญโทรหารูฮาห์ได้เลยแล้วผมจะเตะไอ้พวกนี้ต่อหน้าเขาให้ดู” เย่เชียนพูด
พวกนักเลงอันธพาลเหล่านั้นก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อยๆและถึงแม้ว่าพวกเขาจะกลัวดีห์ราห์แต่พวกเขาก็ไม่อยากเสียหน้าและคุกเข่าลงเพื่อขอโทษ ไม่นานนักก็มีเสียงตะโกนสาปแช่งดังขึ้นและสถานการณ์ก็เลวร้ายลงอีกครั้งเพราะหนึ่งในนักเลงอันธพาลได้หยิบขวดเบียร์บนโต๊ะและฟาดไปที่เย่เชียน
เย่เชียนยื่นมือออกไปจับข้อมือของเขาแล้วบิดอย่างแรงจนทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง “กรึก” ข้อมือของชายหนุ่มหักทันทีและขวดเบียร์ในมือของเขาก็ร่วงลงพื้น เย่เชียนแสยะยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “คุณผู้จัดการอย่างที่คุณเห็นเมื่อกี้พวกมันเริ่มก่อนเอวนะเพราะงั้นอย่ามาโทษผมที่ไม่ไว้หน้าคุณก็แล้วกัน” จากนั้นก็เหวี่ยงชายหนุ่มคนนั้นออกไป
ผู้จัดการถอนหายใจเงียบๆเพราะรู้ว่าเรื่องในวันนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายๆอีกแล้วเพราะถ้ากลุ่มนักเลงอันธพาลเหล่านี้เคลื่อนไหวก่อนก็เท่ากับเป็นการยั่วยุและถึงแม้ว่าเขาต้องการที่จะปกป้องพวกเขาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างรูฮาห์เจ้านายของเขากับดีห์ราห์ก็ตึงเครียดมากในตอนนี้ หากเขาเคลื่อนไหวอีกครั้งและทำให้ดีห์ราห์ขุ่นเคืองก็มีแต่จะทำให้เรื่องรุนแรงขึ้นและมันก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก
เย่เชียนเป็นเหมือนหมาป่าในฝูงแกะและนักเลงอันธพาลกลุ่มนี้ก็ไม่มีแรงแม้แต่จะต่อสู้กลับพวกเขาทั้งหมดก็กรีดร้องและกระเด็นออกไปทีละคน “ดีห์ราห์อย่าเข้ามายุ่ง!” เย่เชียนพูดขณะต่อยตีคนเหล่านั้น เพราะดีห์ราห์เป็นชาวอินเดียและ ถ้าหากดีห์ราห์ช่วยเขาในเวลานี้ดีห์ราห์จะต้องถูกนินทานั่นคือเหตุผลที่เย่เชียนพูดแบบนี้ นอกจากนี้นักเลงอันธพาลเหล่านี้ก็กำลังดูถูกประเทศของเขาดังนั้นพวกเขาควรสอนบทเรียนให้พวกมันด้วยตัวเอง
จากมุมมองของเย่เชียนนั้นภึงแม้ว่าประเทศจีนจะเป็นอย่างที่คนอื่นพูดแต่นั่นมันก็เป็นเรื่องภายในของประเทศจีนและคนนอกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะตำหนิหรือดูถูกดูหมิ่นได้เพราะนั่นมันเท่ากับการตบหน้าเขา ดังนั้นเย่เชียนจึงจะต้องสอนบทเรียนให้กับคนเหล่านี้มิฉะนั้นจะถูกคนอื่นเยาะเย้ยและดูถูกได้อีกในอนาคต
ผู้จัดการไนท์คลับก้าวออกไปแล้วโทรหารูฮาห์และอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในไนท์คลับและขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีจัดการปัญหา ส่วนรูฮาห์ก็ตกตะลึงเล็กน้อยตะคอกอย่างไม่สบอารมร์ว่า “ช่างไร้ประโยชน์จริงๆที่แกไม่รู้จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง..ฉันจะให้แกทำงานไปเพื่ออะไรวะ?” หลังจากหยุดไปชั่วขณะรูฮาห์ก็พูดต่อ “ถ้าพวกเขาต้องการจะก่อเรื่องก็ปล่อยไป..จากนั้นก็คิดค่าเสียหายกับพวกนักเลงนั่นซะ..ฉันยังไม่รู้จักตัวตนของเย่เชียนดีเพราะฉะนั้นแกก็ไม่ควรไปยั่วยุเขาในตอนนี้แต่หลังจากที่ฉันรู้ตัวตนของเขาแล้วค่อยมาคุยกันอีกที” หลังจากพูดจบรูฮาห์ก็ไม่พูดอะไรอีกและวางสายไป แต่เขารู้สึกไม่สบอารมณ์อยู่ในใจเพราะนี่มันเป็นการยั่วยุตัวเองไม่ใช่เหรอ?
จากนั้นรูฮาห์ก็หันไปมองลูกน้องของเขาและรูฮาห์ก็ตะคอกด้วยความโกรธ “พวกแกนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ..ฉันสั่งให้พวกแกไปตรวจสอบข้อมูลของคนคนเดียวแต่จนถึงตอนนี้พวกแกยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยเนี่ยนะ..ฉันจะให้เวลาพวกแกอีกหนึ่งวันและถ้าพวกแกยังหาไม่เจออีกก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้า!”
.
.
.