ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1400 การใช้ศัตรูของศัตรู
ตอนที่ 1400 การใช้ศัตรูของศัตรู
………………..
หลังจากวางสายไปผู้จัดการไนท์คลับก็เดินเข้ามาอีกครั้งแล้วหันไปมองและเห็นว่านักเลงอันธพาลเหล่านั้นนอนอยู่บนพื้นจนอดไม่ได้ที่ความหนาวเย็นจะผุดขึ้นในใจของเขาเพราะการที่คนยี่สิบคนจะจัดการคนคนเดียวมันยากขนาดนั้นเลยหรอ? ถึงแม้ว่านักเลงอันธพาลเหล่านี้จะไม่ได้เก่งแต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะเอาชนะพวกเขาด้วยตัวคนเดียว
เย่เชียนแสยะยิ้มเล็กน้อยให้กับผู้จัดการแล้วเดินกลับไปที่ที่นั่งของเขาและนั่งลง เขามองลูซี่และพูดว่า “ขอโทษที..ฉันทำให้เธอต้องตกใจกลัวหรือเปล่า?”
“คนพวกนี้สมควรโดนแล้วพวกเขามักจะทำชั่วๆและรังแกคนอื่นๆอยู่เป็นประจำ..แต่ก็นะพฤติกรรมของคุณก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเขาเลย..นี่คุณพยายามจะขู่ฉันเหรอ” ลูซี่พูด
เย่เชียนตกตะลึงเล็กน้อยพร้อมเม้มริมฝีปากและพูดว่า “เธอจะคิดอะไรก็แล้วแต่เธอ..ถ้าเธออยากจะคิดแบบนี้ก็ไม่เป็นไร..อย่างที่ฉันพูดไปฉันไม่สนใจเพราะในเมื่อเธอรับเงินของฉันไปอย่างน้อยๆเธอก็ควรมีจรรยาบรรณในอาชีพการงานเพราะงั้นทำไมเธอถึงไม่ดื่มกับฉันล่ะ” เย่เชียนหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาแล้วเขย่า
ลูซี่พึมพำเบาๆแล้วหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาชนกับแก้วของเย่เชียนแล้วดื่มหมดในคราวเดียว “ขอโทษนะฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อน” ลูซี่พูดพร้อมกับวางแก้วลง
เย่เชียนยักไหล่เล็กน้อยไม่พูดอะไรและเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างช้าๆ หลังจากที่ดีห์ราห์พูดกับผู้จัดการไม่กี่คำเขาก็กลับไปที่นั่งและนั่งลง จากนั้นเย่เชียนก็หันไปมองดีห์ราห์และพูดว่า “นายคิดว่าฉันทำเกินไปหรือเปล่า?”
“ไม่ครับ!” ดีห์ราห์รีบพูด “คนพวกนี้มายั่วยุเราก่อนและมันก็สมเหตุสมผลแล้วที่บอสจะทำแบบนี้..ถึงแม้ว่าผมจะเป็นชาวอินเดียเหมือนกันแต่ผมก็เป็นคนของบอสเสมอครับ”
เย่เชียนนพยักหน้าอย่างพึงพอใจและพูดว่า “ถ้าพวกมันดูถูกฉันเรื่องก็จะง่ายขึ้นแต่ถ้าพวกมันดูถูกประเทศของฉันล่ะก็ฉันจะไม่มีวันยอม..อีกอย่างนายเป็นชาวอินเดียและถ้าหากเห็นด้วยกับพวกมันฉันก็จะไม่ตำหนินายหรอกแต่ฉันหวังว่านายจะเข้าใจในเวลาที่ฉันจัดการพวกมัน”
“ผมเข้าใจครับ!” ดีห์ราห์พูด “แต่สถานที่นี้เป็นของรูฮาห์เพราะงั้นเราควรไปกันได้แล้วนะครับถ้าเขาส่งคนมาผมเกรงว่าบอสจะตกอยู่ในอันตราย”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอกเพราะรูฮาห์จะไม่เข้ามายุ่ง..เขาไม่ได้โง่ขนาดนั้นที่จะเริ่มทำสงครามกับนายในตอนนี้เพราะนักเลงอันธพาลพวกนี้หรอก..นอกจากนี้เขายังไม่รู้จักตัวตนของฉันและฉันเดาว่าเขาจะไม่กล้าเข้ามาแทรกแซงมั่วๆและถึงแม้ว่าเขาต้องการจะจัดการฉันเขาก็ต้องยืนยันตัวตนของฉันก่อน”
ดีห์ราห์ผงะเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก ถึงแม้ว่าเขาจะกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเย่เชียนแต่เนื่องจากเย่เชียนได้ตัดสินใจแล้วเขาก็จะฟังคำสั่งของเย่เชียนเพราะเขาจะติดตามเย่เชียนไม่เหมือนกับเฟิงหลานและคนอื่นๆที่รู้จักตัวตนของเย่เชียนเป็นอย่างดี ไม่ว่าเย่เชียนจะมองว่าเขาเป็นน้องชายหรือไม่ก็ตามเขาก็ไม่สามารถอหังการและปฏิบัติต่อเย่เชียนเหมือนพี่ชายได้แต่เขาควรจะเป็นตัวของตัวเองและถือเย่เชียนเป็นผู้นำและจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของเย่เชียนอย่างไม่มีเงื่อนไข
ผ่านไปสักพักเย่เชียนก็ไม่เห็นลูซี่กลับมาจนเขาอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วชำเลืองมองไปยังผู้จัดการและถามว่า “ลูซี่อยู่ไหน?..ทำไมเธอยังไม่กลับมา..ผมมาที่นี่เพื่อใช้บริการความบันเทิงแต่ผู้หญิงของผมกลับหายไปนี่คุณคิดจะล้อเล่นกับผมงั้นเหรอ?”
“อย่าเพิ่งเข้าใจผิดครับ!” ผู้จัดการรีบพูดว่า “คุณเย่กำลังเข้าใจผิดอยู่ครับตอนนี้ลูซี่ถูกแขกจากห้องส่วนตัวอื่นเรียกไป..เอาเป็นว่าผมจะจัดหาคนใหม่ให้คุณนะครับ”
“คุณรู้ชื่อของผมแบบนี้ดูเหมือนว่าคุณได้ติดต่อรูฮาห์แล้วสินะ” เย่เชียนพูด “หืม..ผมเรียกลูซี่มาก่อนแต่ตอนนี้กลับมีคนอื่นเรียกเธอออกไปเนี่ยนะ..นี่คุณผู้จัดการกำลังดูถูกผมอยู่งั้นเหรอเลยทำแบบนี้?”
“ไม่ครับ” ผู้จัดการพูด “ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น..แค่..แค่”
“ผมไม่อยากฟังคำอธิบายของคุณ..คุณแค่ต้องจัดการให้ผม” เย่เชียนพูด
“ไม่ใช่ว่าผมไม่ต้องการทำ..แต่ว่าลูซี่ถูกเรียกโดยนายน้อยซูเออห์เพราะงั้นผมก็เลยทำอะไรไม่ได้” ผู้จัดการพูด จากนั้นเขาก็หันไปมองดีห์ราห์แล้วพูดว่า “คุณดีราห์ครับ..ผมก็อยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนกัน..เอาเป็นว่าผมจะเปลี่ยนคนให้คุณก็แล้วกันนะครับ”
“ซูเออห์?” เย่เชียนผงะเล็กน้อยและรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นๆ ซึ่งหลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วเย่เชียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเพราะเขาคนนี้คือคนที่เย่เชียนสอนบทเรียนให้ที่เมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อสองสามวันก่อน เย่เชียนเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ในเมื่อคุณไม่กล้าไปถ้างั้นผมจะไปเอง” หลังจากพูดแล้วเย่เชียนก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ
มุมปากของผู้จัดการอดไม่ได้ที่จะแสดงความเย้ยหยันออกมาเพราะสิ่งนี้ถูกจัดการโดยเขาอย่างเจตนา เขารู้จักตัวตนของซูเออห์ดีดังนั้นเขาจึงตั้งใจเรียกลูซี่ไปพบซูเออห์และจุดประสงค์ก็เพื่อยุยงให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเย่เชียนและซูเออห์นั่นเองเพราะในการรับมือกับพวกอันธพาลเหล่านี้สำหรับเย่เชียนนั้นเป็นเรื่องง่ายแต่ตัวตนของซูเออห์นั้นแตกต่างออกไปและเขาก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นเย่เชียนกับซูเออห์ปะทะกัน
หลังจากที่เย่เชียนเดินไปได้ไม่กี่ก้าวเขาก็หยุดแล้วหันกลับมาช้าๆจากนั้นก็มองไปที่ผู้จัดการและพูดว่า “ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่..คุณไม่ควรเล่ห์เหลี่ยมกับผม..คุณไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะทำแบบนี้..คุณกล้าที่จะเล่นกับผมเพราะงั้นทั้งคุณและเจ้านายของคุณรูฮาห์จะถูกผมบดขยี้จนตายง่ายๆเหมือนกับการเหยียบมด”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินขึ้นไปที่ชั้นบนส่วนดีห์ราห์ก็รีบเดินตามไปที่ด้านข้างของเย่เชียนและพูดว่า “บอสครับผมคิดว่าเราปล่อยเรื่องนี้ไปจะดีกว่าไหมครับเพราะมันไม่คุ้มเลยที่จะมีปัญหาเพราะเด็กนั่งดริ้งคนเดียว” จากนั้นดีห์ราห์ก็พูดต่อ “อีกอย่างตัวตนของซูเออห์นั้นก็ไม่ธรรมดาเพราะพ่อของเขาเป็นถึงเสนาบดีกระทรวงกะลาโหมของอินเดียเลยนะครับเพราะงั้นถ้าหากมีปัญหาอะไรคงจะแย่แน่ๆ”
“หืม?..จริงเหรอ?” เย่เชียนพูดอย่างเฉยเมย “ในความคิดของนายเนี่ยที่ฉันจะไปหาเขานายคิดว่าฉันกลัวงั้นเหรอ?”
“ไม่..ไม่ครับ!” ดีห์ราห์รีบพูด
“ถ้ามีก็พูดออกมาได้เลยฉันไม่ชอบคนตีสองหน้าโดยเฉพาะต่อหน้าฉัน” เย่เชียนพูด “ฉันเคยเจอซูเออห์คนนี้มาก่อนและฉันก็ได้สอนบทเรียนดีๆให้กับเขาตอนที่ฉันอยู่ในเซี่ยงไฮ้ประเทศจีนไปแล้ว..นายอย่าลืมสิว่าทำไมฉันถึงมาประเทศอินเดียในครั้งนี้ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อท่องเที่ยวฉันมาที่นี่เพื่อทำภารกิจ..เพราะงั้นการที่พ่อของซูเออห์มีสถานะสูงแบบนี้นั่นก็ยิ่งทำให้ประเทศอินเดียปั่นป่วนได้และฉันจะได้มีโอกาสมากขึ้น”
“แต่บอสครับถ้าเราทำอะไรซูเออห์ตอนนี้และถ้าเขาตอบโต้เราผมเกรงว่ามันจะเลวร้ายมากสำหรับเรานะครับ” ดิห์ราห์พูด
“ฉันเข้าใจว่านายหมายถึงอะไร” เย่เชียนพูด “ยังไงก็เถอะถ้าหากนายพลระดมกองทัพมาจริงๆมันก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเราเพราะตราบใดที่เขากล้าที่จะระดมกองทัพมาฉันก็มีเหตุผลที่จะทำให้นิวเดลีทั้งเมืองกลับหัวกลับหางได้ง่ายๆเพราะพี่น้องของฉันจากองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าไม่ได้ออกรบมาสักพักแล้วเพราะงั้นถ้าพวกมันอยากจะเล่นกับฉันจริงๆฉันก็จะเล่นกับพวกมันจนถึงที่สุด”
ดีห์ราห์ตกตะลึงอย่างมากเพราะอันที่จริงแล้วชื่อเสียงขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นโด่งดังมากและกองทัพหลายๆแห่งก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับพวกเขา เพียงแต่ว่าเป้าหมายของเย่เชียนในครั้งนี้คือนักรบพราหมณ์ไม่ใช่ประเทศอินเดียดังนั้นเย่เชียนจึงไม่ต้องการใช้องค์กรทหารรับจ้างแต่ถ้าหากพ่อของซูเออห์ระดมกองทัพเพื่อจัดการกับเย่เชียนล่ะก็เย่เชียนก็สามารถระดมกองทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเพื่อปกป้องตนเองได้อย่างสมเหตุสมผล แน่นอนว่ารัฐบาลอินเดียเองก็ตระหนักดีถึงความแข็งแกร่งขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าดีและพวกเขาก็คงไม่กล้าปล่อยให้องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเข้ามาในประเทศง่ายๆอย่างแน่นอน ซึ่งองค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่านั้นสามารถช่วยกองโจรในหลายๆประเทศก่อการรัฐประหารและยังช่วยกองกำลังของรัฐบาลในการปราบปรามกองโจรอีกด้วยและด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้องค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าเป็นองค์กรที่น่ากลัวมาก
ในขณะที่พูดทั้งสองก็ได้ขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วและเดินตรงไปยังห้องส่วนตัวของซูเออห์จากนั้นเย่เชียนก็เหลือบมองดีห์ราห์และดีห์ราห์ก็เข้าใจแล้วเข้าไปเคาะประตูทันทีแต่เย่เชียนก็ชำเลืองมองเขาด้วยความประหลาดใจและอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพูดว่า “ฉันบอกนายกี่ครั้งแล้วว่านายเป็นถึงหัวหน้ามาเฟียเพราะงั้นนายก็ควรทำตัวให้สมกับการเป็นหัวหน้ามาเฟียแห่งวงการใต้ดินไม่ใช่เหรอ?..อีกอย่างเสียงข้างในก็ค่อนข้างดังเพราะงั้นเคาะแบบนี้คงไม่มีใครได้ยินเสียงหรอก”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เดินเข้าไปเตะประตูห้องส่วนตัว “ปัง” เห็นผู้ชายสี่หรือห้าคนอยู่ในห้องและแต่ละคนก็โอบไหล่ผู้หญิงคนหนึ่งไว้ ส่วนลูซี่ก็ถูกซูเออห์กดลงบนโต๊ะและต้องการที่จะถอดเสื้อผ้าของเธอออก แต่ถึงแม้ว่าลูซี่จะพยายามดิ้นรนขัดขืนแค่ไหนเธอก็ไม่สามารถผลักเขาออกไปได้เลย
ประตูห้องส่วนตัวถูกเปิดออกอย่างกระทันหันและทุกคนก็หยุดโดยไม่ได้ตั้งใจ “ใครบังอาจมาเตะประตูกันวะ?” ซูเออห์หันขวับมาด่าและเมื่อเขาเห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นเย่เชียนเขาก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยิ้มอย่างเย็นชาและพูดว่า “แกนี่เองที่เจอใน..” พอพูดไปได้ครึ่งประโยคซูเออห์ก็หันกลับมามองที่พรรคพวกของเขาจากนั้นก็มองไปที่เย่เชียนอีกครั้งและพูดว่า “คราวนี้แกอยู่ในถิ่นของฉันแผ่นดินของฉัน!”
เย่เชียนแสยะยิ้มเล็กน้อยเพราะเห็นได้ชัดว่าซูเออห์พยายามรักษาหน้าและนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่พูดเกี่ยวกับความอับอายที่ประเทศจีนก่อนหน้านี้ ในเวลานี้ลูซี่ใช้ประโยชน์จากความตื่นตระหนกของซูเออห์ผลักเขาออกไปแล้วรีบวิ่งไปหาเย่เชียนในขณะนี้ เธอเหมือนนกที่บาดเจ็บตัวสั่นเล็กน้อยและมองหาการปกป้อง เย่เชียนหันไปมองเธอพร้อมกับเม้มปากเล็กน้อยและไม่พูดอะไร
โชคร้ายที่เย่เชียนมาหาซูเออห์ไม่ใช่เพราะลูซี่แต่เห็นได้ชัดว่าลูซี่กลัวมากเธอจึงจับแขนของเย่เชียนอย่างแรงจนเย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้แล้วหันมามองเธอและพูดว่า “เธอพยายามจะหักแขนของฉันงั้นเหรอ?”
ลูซี่ผงะแล้วรีบขอโทษว่า “ฉันขอโทษ..ฉันไม่ได้ตั้งใจ..ช่วยฉันด้วย”
“ทำไมฉันต้องช่วยเธอด้วย” เย่เชียนพูด “การที่ฉันไม่หยาบคายกับเธอนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่ทำและในเมื่อเธอทำอาชีพแบบนี้เธอก็ควรเตรียมใจเอาไว้ด้วยสิ..แต่ถ้าเธอจะให้ฉันช่วยฉันก็ต้องรู้เหตุผลหรือจะได้ประโยชน์อะไรหลังจากช่วยเธอล่ะ”
.
.
.