ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1401 ถูกหักหน้าอีกครั้ง
ตอนที่ 1401 ถูกหักหน้าอีกครั้ง
………………..
เย่เชียนไม่คิดว่าเขาเป็นคนใจดีแต่เขาต้องการรู้จริงๆว่าลูซี่ยินดีที่จะแลกอะไร แน่นอนว่าเย่เชียนไม่ได้สนใจลูซี่และเขาก็ไม่คิดที่จะมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนเดียวกับเธอแต่เขารู้สึกเห็นอกเห็นใจเธอเล็กน้อยที่เธอยอมทำเรื่องแบบนี้เพื่อหาเลี้ยงชีพ อย่างไรก็ตามหากเธอเสแสร้งทำเป็นหยิ่งยโสอยู่แบบนี้เย่เชียนก็จะรู้สึกว่าเธอถือตัวและหยิ่งเกินไป
เช่นเดียวกับตอนนี้เย่เชียนไม่เคยพูดว่าจะทำอะไรกับเธอแต่เธอคิดว่าทุกคนจะสนใจในความงามของเธอและต้องการมีเพศสัมพันธ์กับเธอซึ่งสิ่งนี้ทำให้เย่เชียนไม่สบอารมณ์และไม่พอใจเล็กน้อย การประกอบอาชีพเหล่านี้นั้นไม่ผิดแต่ในเมื่อออกมาทำแล้วก็อย่าหยิ่งผยองและอวดดีเกินไปเพราะการมีมารยาทและเป็นกันเองนั้นก็ถือว่าเป็นจรรยาบรรณในวิชาชีพด้วยจริงไหม?
ลูซี่อึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินเย่เชียนพูดแบบนั้นเธอคิดว่าเขาจะเป็นคนดีแต่กลับไม่เป็นแบบนั้นแต่ทว่าอย่างน้อยๆเย่เชียนก็ยังดีกว่าซูเออห์จริงไหม? แท้จริงแล้วไม่มีความจำเป็นที่คนนอกจะมามีปัญหากับซูเออห์เพื่อเธอเลยดังนั้นลูซี่จึงกัดฟันพูดว่า “ตราบใดที่คุณช่วยฉันฉันจะยอมทำทุกอย่างที่คุณขอ”
“จริงเหรอ?..แล้วถ้าฉันให้เธอมานอนกับฉันล่ะ!” เย่เชียนพูด
“ได้สิ!” ลูซี่พูดพร้อมกัดริมฝีปากของเธอ เมื่อลองคิดดูว่าการอยู่กับเย่เชียนสักคืนก็น่าจะดีกว่าการถูกซูเออห์ขืนใจใช่ไหม? นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีทางเลือกอื่นอีกด้วย
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วหันไปมองซูเออห์และพูดว่า “แกได้ยินแล้วสินะว่าเธอเป็นของฉัน..แกควรจะเรียนรู้และสำเนียกตัวเองเมื่อแกอยู่ในประเทศจีนแกกล้าที่จะยุ่งกับผู้หญิงของฉันแต่แกก็ยังหน้าด้านทำอยู่เพราะงั้นฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่”
เมื่อคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศจีนแล้วซูเออห์ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเพราะเขาถูกเย่เชียนทำร้ายอย่างรุนแรงในครั้งนั้นและตอนนี้เขาก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่อีกด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้วที่นี่ก็เป็นถิ่นของเขาแล้วเขาจะถูกเย่เชียนคุกคามได้อย่างไร อีกอย่างพรรคพวกของเขาก็อยู่ที่นี่มากมายและถ้าเขายอมรับอย่างคนขี้ขลาดแบบนี้ในอนาคตฉันจะไม่ถูกผู้คนหัวเราะเยาะเหรอ? ซูเออห์จึงพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ครั้งก่อนแกใช้กล้าเพราะแกอยู่ในประเทศจีนแต่ตอนนี้แกอยู่ในประเทศอินเดียถิ่นของฉันเพราะงั้นวันนี้แกอย่าคิดว่าจะได้ออกไปอย่างปลอดภัยเด็ดขาดแค่ถ้าแกคุกเข่าลงกราบขอโทษฉันบางทีฉันอาจจะพิจารณาว่าจะปล่อยแกไปง่ายๆก็ได้นะ”
“ช่างกล้าจริงๆ!” ดีห์ราห์ตะโกน “ซูเออห์คุณอย่าได้ใจไปเพราะถึงแม้ว่าพ่อของคุณจะเป็นถึงเสนาบดีกระทรวงกลาโหมก็เถอะแต่คุณอย่าคิดว่าคุณจะทำอะไรก็ได้..พวกเราเองก็มีพรรคพวกมากมายตามท้องถนนเช่นกัน!”
ซูเออห์ชำเลืองมองดีห์ราห์ซึ่งเห็นได้ชัดว่าซูเออห์ไม่รู้จักเขาจากนั้นจึงหันไปมองเพื่อนของเขาและหนึ่งในนั้นก็พูดว่า “คุณซูครับคุณไม่รู้จักเขาเหรอ?..นั่นคือคุณดีห์ราห์มาเฟียรุ่นใหม่ในนิวเดลี” เห็นได้ชัดว่าไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวในคำพูดและเป็นการเสียดสี
“มันก็เป็นแค่มาเฟียไม่ใช่เหรอ?..แต่มาเฟียมันดูยิ่งใหญ่เกินไปหน่อยเพราะมันก็เป็นแค่อันธพาลชั้นต่ำเท่านั้นแหละ” ซูเอ๋อห์พูด “ดีห์ราห์ในเมื่อแกรู้จักฉันเพราะงั้นแกก็ควรจะเข้าใจสิว่าตราบใดที่ฉันกระดิกนิ้วแกกับพวกของแกก็ไม่สามารถอยู่ในประเทศอินเดียได้อีกต่อไป..แกไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะมาเล่นกับฉัน!”
ดีห์ราห์ขมวดคิ้วและเห็นได้ชัดว่ารู้สึกหงุดหงิดมากและขณะที่เขากำลังจะพูดเย่เชียนก็ห้ามดีห์ราห์เอาไว้จากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ถ้าเขาไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเล่นกับแกถ้างั้นฉันจะเล่นกับแกเอง..ฉันบอกเลยนะว่าไม่ว่าจะในประเทศจีนหรือในประเทศอินเดียแกก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะมาเล่นกับฉันอยู่ดี..วันนี้ฉันอารมณ์ดีและวันนี้ฉันก็ไม่อยากจะมีปัญหา..ฉันจะพาผู้หญิงคนนี้ไปแลถ้าแกไม่พอใจก็มาหาฉันได้ฉันจะรอแก”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หันหลังกลับและกำลังจะจากไป “หยุด!” ซูเออห์ตะโกนเพราะนี่คือถิ่นของเขาเพราะงั้นเขาจะปล่อยเย่เชียนหลุดมือไปง่ายๆได้ยังไง ถ้าเขาปล่อยเย่เชียนไปหลังจากที่เขาหวาดกลัวเขาจะยังคงอยู่ที่นี่ในอนาคตได้อย่างไร ทั้งพรรคพวกและพี่น้องเหล่านี้จะมองเขายังไง? นอกจากนี้ถ้าเขาปล่อยให้เย่เชียนออกไปแบบนี้ก็เกรงว่ามันคงจะยากในการตามหาเย่เชียนอีกครั้งใช่ไหม?
เย่เชียนหันกลับมาอย่างช้าๆด้วยรอยยิ้มที่ขี้เล่นมุมปากแต่เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่มองซูเออห์อย่างเฉยเมย เมื่อเห็นแบบนั้นซูเออห์ก็ตะโกนว่า “แกจะเดินออกไปแบบนี้น่ะเหรอ?..มันจะง่ายเกินไปหน่อยไหม?”
“แล้วแกต้องการอะไร” เย่เชียนพูดอย่างกวนประสาท
“ถ้าแกกล้าพอก็รอยู่ที่นี่อย่าหนีสิวะ!” ซูเออห์พูดในขณะที่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา “แค่ฉันโทรออกสายเดียวฉันจะส่งแกไปลงนรกทันที”
“ให้ตายเถอะแกมันงี่เง่า..แกจะให้ฉันยืนรอให้แกโทรหาใครสักคนแกคิดว่าฉันโง่งั้นเหรอ?..แกก็เข้ามาด้วยตัวเองสิวะถ้าแกมีความสามารถมากพอ!” เย่เชียนพูด
“ลูกพี่ซูเออห์เอาเลยจัดการมันเลยอย่าทำให้พวกเราเสียหน้าล่ะครับ..กระทืบไอหมูจีนนี่ให้ตายซะ” ชายร่างอ้วนที่อยู่ข้างหลังซูเออห์ตะโกน
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยและจ้องมองไปที่นักเลงอันธพาลเหล่านั้นและพูดว่า “ฉันจะทำให้พวกแกพูดไม่ออกเลยคอยดู!” ชายตัวอ้วนถูกเย่เชียนจ้องมองจนตัวสั่นด้วยความตกใจและปิดปากของเขาไม่กล้าพูดอะไรอีกเลย
เมื่อมาถึงจุดนี้ซูเออห์ก็ถึงกับลังเลเล็กน้อยและหยุดไปชั่วขณะจากนั้นก็ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างกล้าหาญแล้วพูดว่า “แกพูดเองนะเพราะงั้นอย่ามาคืนคำทีหลังล่ะ”
เย่เชียนเม้มปากเล็กน้อยและพูดว่า “แน่นอนฉันเป็นคนรักษาคำพูด”
ซูเออห์ตกตะลึงไปชั่วขณะและพุ่งเข้าหาเย่เชียนพร้อมกับตะโกนเสียงดัง ถึงแม้ว่าพ่อของซูเออห์จะเป็นเสนาธิการกระทรวงกลาโหมก็ตามแต่เขาก็เป็นคนดีและรักซูเออห์มากดังนั้นแน่นอนว่าพ่อของเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานและไม่ส่งเขาไปฝึกที่กองทัพอย่างแน่นอน ซึ่งโดยปกติจะอาศัยอิทธิพลและอำนาจจากพ่อของเขาจนไม่ค่อยมีใครกล้าที่จะรุกรานหรือท้ามายเขาซึ่งทำให้เขามีนิสัยที่หยิ่งยโสมากขึ้น ในความคิดของเขาเขาไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการต่อสู้เลยเพราะตราบเท่าที่พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ก็ไม่ใครกล้าขัดใจเขาหรือทำร้ายเขาอย่างแน่นอน
เขาจะเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เชียนได้อย่างไร? คนที่ไม่รู้จักศิลปะการต่อสู้เลยและไม่ต้องพูดถึงศิลปะการต่อสู้โบราณของเย่เชียนที่เป็นถึงปรมาจารย์ระดับแนวหน้าของประเทศจีนแล้วเพราะงั้นถึงแม้ว่าเย่เชียนจะใช้ทักษะการต่อสู้ธรรมดาๆแต่ซูเออห์ก็ไม่มีโอกาสที่จะชนะเลย ด้วยเสียง “ปัง” เย่เชียนต่อยซูเออห์อย่างรุนแรงที่ใบหน้าจนซูเออห์ต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดและล้มลงกับพื้นพร้อมกับฟันร่วงไปหลายซี่ที่ปากของเขาก็เต็มไปด้วยเลือด
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันจะบอกให้นะว่าไม่ว่าจะในประเทศจีนหรือในประเทศอินเดียแกก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉันเลย..แกไม่มีคุณค่าพอที่จะให้ฉันเล่นด้วยหรอก”
ซูเออห์รู้สึกละอายใจอีกครั้งและคราวนี้เขาก็อยู่ในถิ่นของตัวเองอีกด้วย ต่อหน้าเพื่อนๆและพรรคพวกแล้วเขาไม่สามารถเสียหน้าได้ ในตอนนี้ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยประกายดูเหมือนเขากำลังจะร้องไห้ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเลยเพราะหมัดของเย่เชียนนั้นทรงพลังมากและมันก็บังเอิญไปโดนจมูกของเขาอีกครั้งดังนั้นเขาจะกลั้นน้ำตาได้อย่างไร “ไอ้เวรนี่แกกล้าทำลูกพี่ซูเออห์เหรอวะ!”
เมื่อเห็นสารรูปของซูเออห์แล้วนักเลงอันธพาลเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะเพราะมันเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายมากที่คนอย่างซูเออห์ผู้สง่าผ่าเผยถูกทำร้ายและร้องไห้แบบนี้ อย่างไรก็ตามในเวลานี้พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกัดฟันสู้ไม่อย่างนั้นหากมีอะไรเกิดขึ้นกับซูเออห์นั่นก็เป็นความผิดของพวกเขาและนั่นคงไม่ดีต่อพวกเขาอย่างแน่นอน ยกเว้นชายตัวอ้วนที่พูดเมื่อกี้นอกนั้นคนที่เหลือทั้งหมดก็รีบพุ่งไปหาเย่เชียน
อย่างไรก็ตามนักเลงอันธพาลเหล่านี้เป็นแค่พวกที่ชอบสร้างปัญหาและถึงแม้ว่าพวกเขาจะทะเลาะวิวาทบ่อยๆแต่ส่วนใหญ่ก็อาศัยอำนาจและอิทธิพลของครอบครัวตัวเองเพื่อข่มเหงคนอื่นๆจนคนอื่นก็ไม่กล้าสู้กลับ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีทักษะการต่อสู้ใดๆและมีเพียงเสียงตะโกนจากการดื่มและทำตัววางท่าโออ่าเท่านั้น หลังจากนั้นไม่นานก็ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องติดต่อกัน และพวกเขาทั้งหมดก็ล้มลงกับพื้นและคร่ำครวญอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อเห็นฉากนี้ชายตัวอ้วนก็อดไม่ได้ที่จะสั่นและอยากจะหนีไปแต่พบว่าขาของเขาดูเหมือนจะไม่ฟังเขาเลยและเขาก็ไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อยเขาได้แต่กระวนกระวายอยู่ในใจและพยายามบิดต้นขาอย่างแรงจนในที่สุดก็ก้าวไปข้างหน้าได้
“ก่อนหน้านี้แกตะโกนดังที่สุดและฉันก็คิดว่าแกจะรีบเข้ามาอย่างลูกผู้ชายแต่แกกลับซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นเหมือนเต่าเนี่ยนะ” เย่เชียนพูดอย่างเหยียดหยาม “จำที่ฉันเพิ่งพูดไปได้ไหม?” คนตัวอ้วนตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตามเย่เชียนก็รีบวิ่งไปก่อนที่เขาจะทันได้พูดและชกเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างแรงจนชายอ้วนกรีดร้องและล้มลงกับพื้นจากนั้นเย่เชียนก็ชกเขาครั้งแล้วครั้งเล่าจนชายตัวอ้วนคร่ำครวญและร้องขอความเมตตา ในตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะกรีดร้องและฟันก็ร่วงลงกับพื้นปากเต็มไปด้วยเลือดและแก้มที่อ้วนอยู่แล้วก็บวมเหมือนหัวหมู
เมื่อคนที่เหลือเห็นก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้างและพวกเขาก็แอบดีใจที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้พูดเรื่องไร้สาระอะไรออกไปและขอบคุณที่ตัวเองวิ่งเข้าไปอย่างลูกผู้ชายไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจจะเหมือนคนตัวอ้วน อย่างไรก็ตามนี่คือสิ่งที่ชายตัวอ้วนสมควรได้รับเพราะหากปราศจากความรู้สึกภักดีพวกเขาก็ไม่มีความเห็นอกเห็นใจชายตัวอ้วนในตอนนี้เลย
เย่เชียนเช็ดคราบเลือดจากมือของเขาบนเสื้อผ้าของชายตัวอ้วนแล้วยืนขึ้นอย่างช้าๆ จากนั้นก็มองไปที่ซูเออห์และพูดว่า “ถ้าแกไม่เชื่อแกก็บอกให้พ่อของแกมาหาฉันซะ..เขาเป็นเสนาธิการกระทรวงกลาโหมใช่ไหม?..ก็ถ้าพ่อของแกกล้าพอก็ให้เขายกกองทัพมาหาฉันได้เลย..ฉันจะรอ!”
หลังจากพูดจบเย่เชียนก็หันกลับมาอย่างช้าๆเพื่อพูดกับดีห์ราห์แล้วเดินออกไป ส่วนลูซี่ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วเดินตามเย่เชียนออกไปนอกไนท์คลับ เย่เชียนหันกลับมามองเธอและพูดว่า “เธอจะทำอะไร?..ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วนี่”
“ก็คุณ..คุณไม่ได้บอกว่า..” ลูซี่พูดอย่างสับสนเล็กน้อย
“เธอกำลังพูดอะไรอยู่..เธอจะไปนอนกับฉันงั้นเหรอ?” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “ฉันไม่ได้สนใจตัวเธอและเมื่อกี้ฉันก็ไม่ได้ทำเพื่อช่วยเธอ..มันเป็นเพราะฉันมีเรื่องบาดหมางกับซูเออห์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..ส่วนเธอน่ะถ้าเธออยากจะปกป้องร่างกายของตัวเองก็อย่ามาทำงานในสถานที่แบบนี้เธอควรระวังตัวเอาไว้..นอกจากนี้อย่าคิดว่าผู้ชายคนไหนก็ต้องการมีเซ็กส์กับเธอไปซะทุกคนล่ะ” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็พยักหน้าโดยไม่หันกลับมาแล้วเข้าไปในรถทันที
.
.
.