ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1403 การเชื้อเชิญ ....................
ตอนที่ 1403 การเชื้อเชิญ
………………..
เมื่อเย่เชียนกลับมาที่คฤหาสน์ของดีห์ราห์แล้วหลินเทียนเฉินและคนอื่นๆก็มาถึงกันแล้วและกำลังนั่งคุยอยู่กับดีห์ราห์ในห้องนั่งเล่น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการพัฒนาและการเติบโตของดีห์ราห์ในเมืองนิวเดลีนั้นมาจากการวางกลยุทธ์และความช่วยเหลือเฟิงหลานเพราะการดำเนินการและการปฏิบัติการที่แท้จริงของเฟิงหลานนั้นคือการทำให้ดีห์ราห์เป็นหัวหน้าแก๊งค์มาเฟีย ดังนั้นถึงแม้ว่าดีห์ราห์จะไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงและเคารพเฟิงหลานเช่นเดียวกับที่เขารู้สึกต่อเย่เชียนแต่เขาก็รู้สึกขอบคุณเฟิงหลานอย่างสุดซึ้ง ที่ด้านข้างชิบะโชโกะก็อยู่ที่นั่นอย่างเงียบๆโดยไม่พูดอะไรสักคำแต่จับจ้องไปที่หลิวเทียนเฉินด้วยรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าของเธออย่างมีความสุข!
“ทุกคนมาถึงแล้วเหรอ!” เย่เชียนพูด
สายตาของทุกคนหันไปรอบๆแล้วยืนขึ้นทีละคนๆพร้อมตะโกนว่า “สวัสดีครับบอส!” เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยแล้วโบกมือให้พวกเขานั่งลงแล้วเดินไปนั่งลงและพูดว่า “ขอบคุณที่เหนื่อยนะ..ผมขอโทษด้วยที่ต้องเร่งรีบขนาดนี้..ว่าแต่เราเตรียมตัวกันพร้อมหรือยัง”
“กำลังพลทยอยเข้ามาทีละคนและพวกเขาก็จะอาศัยอยู่ในสถานที่ต่างๆในเมืองนิวเดลีเป็นทีมและตราบใดที่บอสสั่งพวกเขาก็สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา” เฟิงหลานพูด
เย่เชียนผงกหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ตอนนี้ไม่ต้องรีบร้อนหรอกเรามาสนุกกันอีกสองวันดีกว่าฮ่าๆ”
เฟิงหลานและหลินเทียนเฉินก็พยักหน้าเห็นด้วยโดยธรรมชาติแล้วพวกเขาก็เข้าใจดีว่าความสนุกสองวันของเย่เชียนนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับไปเที่ยวแต่เพื่อให้พวกเขาไปดูสถานการณ์ก่อนและทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็เลื่อนสายตาไปที่ชิบะโชโกะด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “เมื่อไหร่คุณจะคลอดหลานชายให้ผมล่ะ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้นชิบะโชโกะก็ผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆและพูดว่า “หืมๆ..เย่เชียน..อย่าคิดว่าฉันจะยกโทษให้นายล่ะ..ถึงฉันจะติดตามเทียนเฉินแต่นายทำลายองค์กรทหารรับจ้างเรดซันของฉันและทำลายชาโด้ซากุระของฉันอย่างย่อยยับเพราะงั้นฉันจึงมีความแค้นและเกลียดชังนายอย่างสุดซึ้งเสมอ”
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ใจเย็นๆก่อนพี่สาว..ดูสิ่งที่คุณพูดสิ..ผมไม่ได้ทำลายโด้ซากุระเพราะตอนนี้พวกเธอเป็นองค์กรภายใต้เขี้ยวหมาป่าของผมและชื่อหน่วยก็คือเงาหมาป่าเพราะงั้นคุณจะพูดว่าผมทำลายชาโด้ซากุระไม่ได้..นอกจากนี้ถ้าผมไม่ทำแบบนี้คุณจะรู้จักพี่เทียนเฉินและพบรักกันได้ยังไง?..ทุกอย่างถูกกำหนดเอาไว้หมดแล้ว..เพราะงั้นคุณจะโทษผมได้ยังไง?”
“ฉันขี้เกียจเกินกว่าจะฟังคำอธิบายของนาย..ถึงยังไงนายก็เป็นปัญหาสำหรับฉันอยู่ดี” ชิบะโชโกะพูด
“โชโกะอย่าหยาบคายกับบอส!” หลิวเทียนเฉินดุ
“ไม่เป็นไร..ไม่เป็นไร” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณจะขจัดความเกลียดชังที่มีต่อผมได้ยังไงล่ะ..ขอแค่คุณพูดออกมาแล้วผมจะทำอย่างแน่นอน”
“นายพูดเองนะ..นายไม่สามารถที่จะกลับคำได้อีกแล้วนะ” ชิบะโชโกะพูด
“แน่นอนผมเป็นลูกผู้ชายเมื่อผมพูดอะไรออกไปมันก็ยากที่จะคืนคำ” เย่เชียนพูด
“ตกลง” ชิบะโชโกะพูด “ฉันต้องการพบกับนากาซาวะเคโกะผู้นำของชาโด้ซากุระของเราและฉันก็ต้องการถามเธอว่าทำไมเธอถึงเต็มใจทำงานให้กับนาย”
“มันจะไปมีปัญหาอะไรกับคำถามแค่นี้ผมตอบคุณเองก็ได้..นอกจากนี้คุณเองก็เป็นอยู่ไม่ใช่เหรอทำไมคุณถึงต้องถามผมด้วยล่ะ?” เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะว่าองค์กรชาโด้ซากุระมีกฎแบบไหนใช่ไหมล่ะเพราะงั้นคุณก็ควรเข้าใจว่าทำไมนากาซาวะเคโกะถึงติดตามผม”
ชิบะโชโกะก็ผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ถอนหายใจอย่างเย็นชาและเบือนหน้าหนีไปแล้วหยุดพูด ดูเหมือนว่าเธอกำลังอารมณ์ฉุนเฉียวเพราะเป็นเวลานานมากแล้วที่เธอไม่ได้มีความเกลียดชังใดๆต่อเย่เชียนเลยและนอกจากนี้ตอนนี้เธอก็ได้มีชีวิตที่ดีกับหลิวเทียนเฉินเพราะงั้นทำไมเธอถึงต้องเคียดแค้นเย่เชียนด้วย? เพียงแต่เธอไม่สามารถปล่อยวางได้เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นและเธอก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก
“บอสอย่าเก็บไปใส่ใจเลยเธอก็เป็นแบบนี้แหละ..เธอชอบเล่นตัวน่ะ” หลิวเทียนเฉินพูด
“เป็นเรื่องปกติของผู้หญิงที่จะขี้งอนผมเข้าใจ..นอกจากนี้ผมจะไปโกรธพี่สะใภ้ได้ยังไงกัน” เย่เชียนพูด “พี่เองก็ต้องทำงานหนักนะเพราะพี่สะใภ้จะได้คลอดลูกเร็วๆเดี๋ยวพอมีลูกมากวนใจทั้งวันอารมณ์และนิสัยของเธอก็จะเปลี่ยนไปเอง”
ชิบะโชโกะหันไปจ้องมองเย่เชียนแล้วถอนหายใจ “หึ่ม” อย่างเย็นชา หลิวเทียนเฉินก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า “ฉันไม่ต้องการมีลูกเร็วเกินไปฉันเกรงว่าจะไม่มีเวลาดูแลเขาและมันก็ไม่ยุติธรรมกับเด็กเลย..เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังเถอะบอส”
“บอส..ว่าแต่ฉันได้ยินมาว่าทางตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีนในตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม..ม่อหลงได้เป็นเจ้าสำนักม่อจื๊อแล้วจริงๆงั้นเหรอ?” เฟิงหลานถาม
“อืม..ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น” เย่เชียนพูด “ยังไงก็เถอะเมื่อเร็วๆนี้มีองค์กรชื่อสกายเน็ตและสมาชิกแต่ละคนก็มีฝีมือที่ไม่ธรรมดาเลย”
“สกายเน็ต?” เฟิงหลานผงะเล็กน้อยและพูดว่า “จุดประสงค์ของพวกมันคืออะไร”
“ผมไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือพวกมันดูเหมือนจะมีแผนการบางอย่างกับผม” เย่เชียนพูด “ผมเคยต่อสู้กับหนึ่งในนั้นเมื่อตอนผมอยู่ในตำหนักของสำนักม่อจื๊อและความสามารถของพวกนั้นก็อยู่ไกลเกินกว่าขอบเขตความเข้าใจของผมมาก..ผมคิดว่าผมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยแม้แต่น้อย..ผมไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของพวกนั้นคืออะไรและด้วยเหตุนี้ผมก็เลยรู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา”
“แล้วเราควรทำยังไงกันดี?” เฟิงหลานขมวดคิ้วเล็กน้อยและถาม
“เรือจะแล่นออกสู่ทะเลกว้างเสมอเพราะงั้นเราก็แค่ควรทำในสิ่งที่ควรทำ” เย่เชียนพูด “ตราบใดที่เราทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นเราจะมีโอกาสจัดการกับพวกสกายเน็ตในอนาคต” หลังจากเย่เชียนหยุดไปชั่วคราวเขาก็มองไปที่เฟิงหลานและหลิวเทียนเฉินพรัอมกับพูดว่า “พี่เฟิงหลานพี่เทียนเฉินพวกพี่เองก็ควรจะระวังเอาไว้เหมือนกันและถ้าพวกพี่พบคนของสกายเน็ตในอนาคตก็อย่าได้เผชิญหน้ากับพวกมันโดยตรงเด็ดขาด..พี่ทั้งสองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันเลยเพราะงั้นเป็นการดีที่สุดถ้ามีโอกาสหนีได้ก็รีบหนีเพราะนี่จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”
ทั้งสองพยักหน้า “อย่ากังวลไปเลยบอสพวกเราเข้าใจ” เฟิงหลานพูด “ฉันยังใช้ชีวิตได้ไม่เท่าที่ควรฉันได้เห็นทุกคนรอบตัวแต่งงานแล้วแต่ฉันยังโสดอยู่เพราะงั้นมันก็ไม่คุ้มเลยที่จะตายไปแบบนี้ฮ่าๆ..ยังไงก็เถอะบอสก่อนหน้านี้บอสไม่ได้พูดว่าจะแนะนำผู้หญิงชาวอินเดียให้ฉันรู้จักหรอกเหรอ?”
“อย่ามาถามผมเรื่องนี้ไปถามดีห์ราห์เถอะ” เย่เชียนชี้ไปที่ดีห์ราห์และพูดว่า “เขาเป็นคนพื้นเมืองของอินเดียเขาคุ้นเคยกับที่นี่ และเขาก็ต้องรู้จักผู้หญิงอินเดียเป็นอย่างดีเพราะงั้นดีห์ราห์จะแนะนำพี่เอง”
“ไม่มีปัญหาครับ” ดีห์ราห์พูด “คุณเฟิงหลานต้องการแต่งงานใช่ไหมครับ..ผมจะไปหาผู้หญิงสวยๆทั้งหมดในนิวเดลีมาให้คุณเลือกเอง”
“เฮ้ๆ..นี่มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ..ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้น” เฟิงหลานพูด คำพูดเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องตลกระหว่างเฟิงหลานกับเย่เชียนเท่านั้นแต่ดีห์ราห์กลับจริงจังเกินไป
ขณะที่กำลังพูดหนึ่งในลูกน้องของดีห์ราห์ก็เดินเข้ามาและพูดว่า “ลูกพี่ครับรูฮาห์ส่งคนมาและบอกว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อส่งคำเชิญ”
เฟิงหลานที่อยู่ข้างๆรีบแปลคำพูดของเขาข้างๆหูของเย่เชียนและเย่เชียนก็พยักหน้าเล็กน้อยแล้วชำเลืองมองดีห์ราห์ จากนั้นดีห์ราห์ก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า “พาเขาเข้ามา”
ลูกน้องตอบแล้วหันหลังเดินออกไป หลังจากนั้นไม่นานชายหนุ่มอีกคนในวัยยี่สิบต้นๆก็เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องของดีห์ราห์และดีห์ราห์ก็โบกมือส่งสัญญาณให้คนของเขาออกไปก่อนแล้วสายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่ม จากนั้นชายหนุ่มก็กวาดสายตามองทุกคนแล้วพูดว่า “เย่เชียนคือใคร?”
เย่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูด “บังอาจนักนะไอ้เวรนี่!” หลิวเทียนเฉินตะคอก
ชายหนุ่มดูทะนงตนราวกับมีคนเป็นหนี้เขาหลายล้าน “ลูกพี่ของผมเชิญคุณเย่ไปร่วมงานที่โรงแรมปาร์คเวย์ตอนเที่ยงของวันพรุ่งนี้และนี่คือบัตรเชิญ..ผมหวังว่าคุณเย่จะไม่มาสายนะ” ชายหนุ่มหยิบบัตรเชิญออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นให้ขณะที่เขาพูด
เฟิงหลานเอื้อมมือไปหยิบมันและส่งให้เย่เชียน เมื่อเย่เชียนเปิดมันและมองดูแล้วเขาก็พยักหน้าเล็กน้อย “ผมมาส่งข้อความแล้วเพราะงั้นผมขอตัวก่อนนะ!” หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบเขาก็หันหลังกลับและกำลังจะจากไป
“เดี๋ยวก่อน!” เย่เชียนตะโกนและพูดว่า “ใครบอกให้แกออกไป”
เมื่อเฟิงหลานแปลตามความเป็นจริงชายหนุ่มก็ผงะเล็กน้อยจากนั้นก็หันไปมองเย่เชียนอย่างมั่นใจและพูดว่า “มีอะไร?..นายอยากกินข้าวเย็นกับฉันงั้นเหรอ?”
เย่เชียนยิ้มอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “นี่แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าฉันเป็นใคร..ฉันจะให้แกได้สัมผัสมันเองในวันนี้..นี่คือสถานที่ที่แกย่างกายเข้ามาเพราะงั้นแกจะสามารถโอ้อวดวางท่าวางอำนาจได้งั้นเหรอ?..แกเป็นแค่คนส่งสารเพราะงั้นถึงแม้ว่าจะเป็นรูฮาห์เจ้านายของแกเขาก็ควรให้เกียรติเมื่อเห็นฉัน”
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งและรู้สึกกลัวเล็กน้อยในใจแต่เขาก็ยังกัดฟันพูดว่า “อะไรนะ?..นี่นายกล้าทำอะไรฉันงั้นเหรอ?..แกไม่เข้าใจกฎของสงครามระหว่างสองแก๊งค์เลยเหรอ?”
เย่เชียนฉีกยิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอนฉันเข้าใจกฎดีแต่แกน่ะไม่เข้าใจกฎ..แกควรจะยับยั้งความเย่อหยิ่งของแกเมื่อแกอยู่ในถิ่นของคนอื่นไม่งั้นมันก็จะเป็นการทำลายตัวเอง” หลังจากพูดจบเย่เชียนก็เหลือบมองดีห์ราห์และพูดว่า “เหลือขาให้มันแค่ของข้างส่วนมือและแขนก็หักมันซะ!”
แน่นอนว่าดีห์ราห์ก็รีบวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่ลังเลและคว้ามือซ้ายของชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและบิดมันอย่างแรงจนได้ยินเสียง “กรึก” ชายหนุ่มก็กรีดร้องออกมาและแขนซ้ายของเขาก็อ่อนแรงลงในขณะเดียวกันแขนขวาของชายหนุ่มก็ถูกหักให้ลักษณะเดียวกัน จากนั้นดีห์ราห์ก็เตะเขาอย่างแรงจนชายหนุ่มทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดแล้วล้มลงกับพื้น “ตุ้บ”
“ไอ้หนุ่มแกจำเอาไว้ให้ดีว่าต่อไปแกอาจไม่โชคดีแบบนี้อีก” เย่เชียนพูดอย่างเย็นชา “ไปให้พ้นและกลับไปบอกเจ้านายของแกรูฮาห์ซะว่าฉันเย่เชียนจะไปตรงเวลาและบอกให้เขาเตรียมอาหารดีๆรอฉันด้วย”
.
.