ยอดนักรบจอมราชัน - ตอนที่ 1404 นัดหมาย
ตอนที่ 1404 นัดหมาย
………………..
ชายหนุ่มกล้าที่จะแสดงศักดิ์ศรีที่เย่อหยิ่งต่อหน้าเย่เชียนดังนั้นเย่เชียนจึงต้องให้บทเรียนดีๆแก่เขาอยู่แล้ว ซึ่งการสอนบทเรียนให้ชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นการเตือนรูฮาห์ด้วยเพื่อที่เขาจะได้ไม่หยิ่งยโสและจองหองมากเกินไป
“บอสครับบอสหมายความว่าไงครับ” ดีห์ราห์ถาม
“ถ้าฉันเดาถูกรูฮาห์น่าจะได้รับข่าวที่เราส่งไป” เย่เชียนพูด “เขาให้บัตรเชิญฉันเพราะงั้นมาดูกันว่าเขาจะทำอะไร”
“แต่บอสครับรูฮาห์คนนี้ร้ายกาจมาก..เรายังคงต้องเตรียมพร้อมเอาไว้ในกรณีที่เขา…” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนโบกมือของเขาเพื่อขัดจังหวะดีห์ราห์และพูดว่า “ฉันไม่ได้สนใจรูฮาห์เลยสักนิดเพราะงั้นถ้าเขาเชิญชวนให้ฉันไปแล้วถ้าฉันไม่กล้ามันก็คงจะเป็นการเสียหน้าอย่างมาก..นายไม่ต้องห่วงรูฮาห์ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”
“ยังไงก็เถอะพรุ่งนี้ให้ผมไปกับบอสนะครับ” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่จำเป็นหรอกนายควรไปทำธุระของนายและหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักรบพราหมณ์ให้เร็วที่สุด..พรุ่งนี้เทียนเฉินจะไปกับฉันเอง..ฉันล่ะอยากรู้จริงๆว่ารูฮาห์คนนี้มีเล่ห์เหลี่ยมอะไรหรือต้องการเล่นอะไร..นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกของนักรบพราหมณ์ด้วย..ดังนั้นบางทีเราอาจจะได้รู้บางอย่างเกี่ยวกับนักรบพราหมณ์จากเขา”
ดีห์ราห์หันไปมองหลิวเทียนเฉินและไม่พูดอะไรอีก การที่หลิวเทียนเฉินไปกับเย่เชียนมันก็ต้องมีประโยชน์มากกว่าตัวเขาเองอยู่แล้วเพราะทักษะความสามารถของหลิวเทียนเฉินนั้นห่างไกลจากตัวเขาเองมาก ด้วยเหตุนี้การมีหลิวเทียนเฉินอยู่ข้างๆเย่เชียนเขาก็รู้สึกสบายใจมาก
จากนั้นเย่เชียนก็หันมองไปที่ดีห์ราห์และพูดว่า “นายต้องระวังให้ดีเพราะเราทำให้ซูเออห์เสียหน้าไปเมื่อวานนี้และฉันก็เกรงว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยมันไป..ถึงแม้ว่าฉันจะไม่กังวลเกี่ยวกับการระดมพลกองทัพก็ตามแต่ถ้าเขาทำแบบนั้นจริงๆเราก็ยังไม่มีเวลาที่จะตอบโต้ได้เพราะงั้นนายต้องระวังตัวและอย่าหลงกลอุบายของเขาเชียวล่ะ”
“ผมเข้าใจครับบอส..ผมจะระวังตัวให้ดีไม่ต้องกังวลไปครับ” ดีห์ราห์พูด
เย่เชียนพยักหน้าและมองไปที่เฟิงหลานแล้วพูดว่า “เฟิงหลานช่วยผมกับดีห์ราห์หาข้อมูลเกี่ยวกับนักรบพราหมณ์ทีและยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี..ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เราจะลงมือเพราะมันจำเป็นต้องรู้รายละเอียดของพวกนักรบพราหมณ์ก่อน..ตอนนี้เรารู้แค่พื้นฐานเท่านั้นเราจะได้วางแผนเป้าหมายสำหรับการกวาดล้างพวกมันได้”
“ฉันเข้าใจแล้วปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่ของฉัน” เฟิงหลานพูด “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลยก่อนหน้านี้เพราะฉันได้จัดเตรียมและส่งสปายสายลับจำนวนมากกระจายไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฉันจะติดต่อพวกเขาและแจ้งให้พวกเขาทราบทั้งหมดว่าเป้าหมายของเราคือนักรบพราหมณ์เพราะงั้นฉันเชื่อว่าเร็วๆนี้จะมีข่าวดี”
เย่เชียนผงกหัวเล็กน้อยและพูดว่า “ผมไม่เคยผิดหวังเกี่ยวกับสิ่งที่พี่ทำเลยจริงๆ” เย่เชียนมองไปที่ดีห์ราห์และพูดว่า “ดีห์ราห์ที่นี่มีสนามยิงปืนไหม?..ฉันต้องการดวลฝีมือกับพี่เฟิงหลานและคนอื่นๆในช่วงบ่ายน่ะ”
“มีอยู่ใกล้ๆที่นี่ครับ..โดยปกติแล้วพวกคนงานบางคนจะมาพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่นั่นแต่ส่วนมากจะเป็นการเล่นปืนเพนท์บอลและปืนอัดลมไฟฟ้าแต่ก็มีปืนจริงด้วยแต่คนส่วนใหญ่จะเป็นคนของผมที่ใช้บริการปืนจริงเพื่อเอาไว้ฝึกยิงกัน..ถ้าบอสอยากเล่นเราจะไปกันหลังเมื้อเที่ยงนะครับ” ดีห์ราห์พูด
“โอเค!” เย่เชียนยิ้มและพูดว่า “พี่เฟิงหลานเราไม่ได้แข่งกันมานานแล้ว..ฝีมือการยิงของพี่พัฒนาขึ้นบ้างไหม?”
“ต้องลองดูก่อนถึงจะรู้” เฟิงหลานยิ้มและพูดว่า “แต่อย่าเปรียบเทียบฉันกับโคลสคอมแบตล่ะแบบนั้นฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนายอย่างแน่นอน..ในเขี้ยวหมาป่าของเรายกเว้นไป๋ฮวยแล้วก็มีใครสามารถเอาชนะบอสได้เลย” หลังจากหยุดไปชั่วขณะเฟิงหลานก็พูดต่อ “ว่าแต่ช่วงนี้ไป๋ฮวยเป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อพูดถึงไป๋ฮวยแล้วเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างเงียบๆในใจเพราะนับตั้งแต่การอำลากันครั้งสุดท้ายเขาไม่ได้เจอไป๋ฮวยมาเป็นเวลานาน เย่เชียนรู้ดีถึงอารมณ์ของไป๋ฮวยและสิ่งที่ไป๋ฮวยตัดสินใจมักจะเปลี่ยนแปลงได้ยาก เย่เชียนไม่ต้องการให้ไป๋ฮวยทำอะไรเพื่อเขาและแค่หวังว่าไป๋ฮวยจะปลอดภัยและหายดีแต่เย่เชียนชัดเจนว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไป๋ฮวยคนนี้ตัดสินใจได้เลย
“เขาน่าจะอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา..ผมไม่รู้ว่ายังไงแต่สิ่งที่ผมแน่ใจก็คือเขาต่อสู้เพื่อเขี้ยวหมาป่าของเรา” เย่เชียนพูด “น่าเสียดายที่เขาขวางโลกเกินไป..ถึงผมอยากช่วยเขาก็คงไม่เต็มใจและหลายปีมานี้ผมก็อยากติดต่อเขาแต่ทำไม่ได้เลย..ได้แต่ขอให้คนอื่นช่วยติดต่อให้แทน”
เฟิงหลานผงะเล็กน้อยจากนั้นก็ถอนหายใจเงียบๆและพูดว่า “เขาแค่อารมณ์ร้าย..แต่มันก็ไม่มีอะไรที่เราสามารถทำได้หรอกแต่พูดตามตรงนะถึงแม้ว่าเขาจะมีนิสัยแปลกๆแต่เขาก็เป็นคนดีมาก..ถ้าอยู่กับเขานานๆก็จะพบข้อดีของเขาและไม่ว่ายังไงเขาก็เป็นสมาชิกขององค์กรทหารรับจ้างเขี้ยวหมาป่าของเราเสมอและจะเป็นตลอดไป..เรื่องนี้แจ็คน่าจะจัดการได้..เขาสามารถจัดให้คนในสหรัฐคอยช่วยไป๋ฮวยได้”
“ใช่พี่เฟิงหลานพูดถูก” เย่เชียนพูด หลังจากหยุดไปชั่วขณะเย่เชียนก็หายใจเข้าลึกๆและพูดว่า “เอาล่ะอย่าพูดถึงเรื่องนี้กันเลยไปกินข้าวกันก่อนดีกว่าแล้วหลังกินข้าวกันเสร็จค่อยมาแข่งยิงปืนกัน”
“ฉันคิดว่าคำพูดของบอสค่อนข้างกำกวมไปหน่อยนะฮ่าๆ” หลิวเทียนเฉินพูดแล้วหัวเราะเบาๆ
เย่เชียนผงะไปครู่หนึ่งจากนั้นก็เข้าใจทันทีและอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ข้างหลังเขาชิบะโชโกะมองหลิวเทียนเฉินอย่างหนักหน่วงและบีบเอวของเขาอย่างแรงจนหลิวเทียนเฉินอ้าปากค้างด้วยความเจ็บปวด
หลังอาหารกลางวันพวกเขาก็รีบไปที่สนามยิงปืนทันที
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้เย่เชียนก็ไม่ได้แตะปืนมานานแล้วและถึงแม้ว่าเย่เชียนจะใช้มันในการต่อสู้กับตระกูลโอ่วหยางแต่เย่เชียนก็ไม่ได้สนใจมันมากนักเพราะเขาไม่ได้ฝึกมาเป็นเวลานานและต้องยอมรับว่าทักษะการยิงปืนของเขาค่อนข้างสนิมเกาะ ซึ่งในฐานะทหารรับจ้างแล้วถ้าไม่มีทักษะการยิงปืนล่ะก็คุณก็ไม่คู่ควร
ในตอนเที่ยงของวันถัดไปเย่เชียนและหลิวเทียนเฉินขับรถไปที่โรงแรมที่รูฮาห์จองเอาไว้ ซึ่งขนาดของโรงแรมไม่ใหญ่มากแต่การตกแต่งภายในหรูหรามากๆถ้าเทียบกับในประเทศที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีอย่างประเทศอินเดียนั้นก็ถือว่าดีมาก ในความเป็นจริงไม่ว่าประเทศหนึ่งๆจะมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่ล้าหลังเพียงใดก็จะมีกลุ่มคนรวยอยู่เสมอซึ่งปฏิเสธไม่ได้และกลุ่มผู้บริโภคของที่นี่ก็คือคนรวยเหล่านั้น
รถหยุดอย่างช้าๆที่ทางเข้าโรงแรมเย่เชียนกับหลิวเทียนเฉินลงจากรถแล้วเงยหน้าขึ้นและเดินตรงเข้าไป ที่ประตูเย่เชียนพูดชื่อรูฮาห์จากนั้นพนักงานต้อนรับก็ทั้งสองคนไปที่ห้องส่วนตัวที่รูฮาห์จองเอาไว้
พนักงานต้อนรับเคาะประตูแล้วผลักประตูห้องส่วนตัวให้เปิดออก รูฮาห์นั่งอยู่ที่โต๊ะและมีชายร่างสูงสี่คนยืนอยู่ข้างหลังเขา ออร่าของพวกเขาค่อนข้างท่วมท้นและเมื่อเห็นเย่เชียนรูฮาห์ก็รีบยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้มแล้วพูดว่า “คุณเย่ตรงต่อเวลาจริงๆ..เชิญนั่งก่อนครับ”
เย่เชียนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งลง จากนั้นเขาก็มองไปที่หลิวเทียนเฉินและบอกให้เขานั่งลงเช่นกัน หลิวเทียนเฉินก็พยักหน้าเล็กน้อยและนั่งลงข้างๆเย่เชียน เมื่อเห็นแบบนั้นรูฮาห์ก็หันไปมองหลิวเทียนเฉินแล้วผงะเล็กน้อยและถามว่า “คุณเย่ครับไม่ทราบคุณคนนี้คือ?”
“เทียนเฉินเพื่อนของผมเอง” เย่เชียนแนะนำสั้นๆ
รูฮาห์ลังเลราวกับสงสัยว่าเขารู้จักหลิวเทียนเฉินหรือไม่ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งรูฮาห์ก็ยื่นมือออกมาและพูดว่า “สวัสดีครับยินดีที่ได้รู้จัก..เนื่องจากคุณเป็นเพื่อนของคุณเย่ดังนั้นคุณก็เป็นเพื่อนของผมด้วย”
หลิวเทียนเฉินพยักหน้าเล็กน้อยและก้มหน้าลงเพื่อดื่มชาแล้วเมินมือที่ยื่นออกมาของรูฮาห์อย่างสิ้นเชิงจนรูฮาห์ดึงมือกลับไปด้วยความขมขื่น เย่เชียนหัวเราะเบาๆและพูดว่า “ไม่เป็นไรหรอกรับคุณรูฮาห์เพื่อนของผมนิสัยเป็นแบบนี้ผมบอกเขาหลายครั้งแล้วแต่ผมก็ไม่สามารถทำอะไรกับนิสัยแบบนั้นได้”
เย่เชียนและหลิวเทียนเฉินเป็นพี่น้องกันมานานแล้วและทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าใจนิสัยของกันและกัน ซึ่งการสบตาเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว รูฮาห์จงใจจัดคนสองคนไว้ที่ประตูและสี่คนในห้องส่วนตัวและเขาก็ไม่ได้ออกไปทักทายเขาเป็นการส่วนตัวและไม่ได้สั่งให้คนของเขาเพื่อต้อนรับเย่เชียน เขาแค่สั่งให้พนักงานต้อนรับนำเย่เชียนมายังที่นี่ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเขาต้องการระงับแรงกดดันและความเย่อหยิ่งของเย่เชียน ด้วยเหตุนี้หลิวเทียนเฉินจึงทำสิ่งนี้เพื่อหักหน้ารูฮาห์กลับนั่นเอง
รูฮาห์ยิ้มอย่างเชื่องช้าและนั่งลงแล้งพูดว่า “คุณเย่เป็นผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของเครือน่านฟ้ากรุ๊ปและเทียบไม่ได้กับคนธรรมดาเลย..แต่คุณกลับพาเพื่อนเพียงคนเดียวมาร่วมประชุม”
เย่เชียนยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “มันก็แค่อาหาร..นอกจากนี้คุณรูฮาห์คงจะไม่ทำอะไรผมหรอกใช่ไหม..ทำไมผมถึงต้องพาคนมากมายมาที่นี่ด้วยล่ะ?”
รูฮาห์ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและหัวเราะเบาๆแล้วพูดว่า “คุณเย่ก็พูดไป..ผมไม่รู้ว่าคุณเย่ชอบกินอะไรดังนั้นผมจึงสั่งอาหารแบบง่ายๆและถ้าคุณเย่ต้องการอะไรก็สามารถสั่งได้เลยนะครับ” รูฮาห์พูดในขณะที่ยื่นเมนูในมือของเขาให้กับเย่เชียน
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่เกรงใจนะครับ” เย่เชียนยิ้มแล้วหยิบเมนูไป แต่มันเป็นภาษาอินเดียและเย่เชียนก็ไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว หลังจากเปิดไปสองสามหน้าโชคดีที่ด้านหลังมีสูตรอาหารกำกับไว้เป็นภาษาอังกฤษและเขาก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก ดังนั้นเย่เชียนจึงเลือกเมนูที่แพงที่สุดและสั่งอย่างลวกๆจนรูฮาห์สาปแช่งด้วยความโกรธในใจและคิดว่า ‘ให้ตายเถอะแกสั่งอะไรนักหนาวะไอ้เวรเอ๊ย” อย่างไรก็ตามไม่มีสีหน้าใดๆปรากฏบนใบหน้าของเขาและมีแต่รอยยิ้ม จากนั้นรูฮาห์ก็พูดว่า “แค่นี้หรอครับ?..คุณเย่ต้องการอะไรอีกหรือเปล่าครับ?”
“ไม่จำเป็นผมกินได้ไม่เยอะและเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว..นอกจากนี้ผมไม่อยากให้คุณเสียเงินมากจนเกินไปน่ะ” เย่เชียนยิ้มแล้วพูด
รูฮาห์พยักหน้าเล็กน้อยและเรียกพนักงานเสิร์ฟแล้วพูดว่า “พอแค่นี้ก่อน..เสิร์ฟอาหารได้เลย”
.